หน้าแรก > #triptwt, ประชาสัมพันธ์, เก็บมาฝาก > ทริปเยี่ยมชมโครงการ “โรงเรียนในไร่ส้ม” กับ Unicef และ แสนสิริ (วันแรก)

ทริปเยี่ยมชมโครงการ “โรงเรียนในไร่ส้ม” กับ Unicef และ แสนสิริ (วันแรก)

imageตอนที่ @dhanis ส่ง DM (Direct Message) มาหาผมทาง Twitter เมื่อหลายๆๆๆ วันก่อน ว่าทางบริษัทแสนสิริจะจัดทริปนำเหล่าบล็อกเกอร์ไปเยี่ยมชมโครงการ “โรงเรียนในไร่ส้ม” นั้น ผมไม่ลังเลใจที่จะตอบตกลงไปในทันที แล้วรีบไปลาพักร้อนโดยไว เพราะเห็นกำหนดการของทริปนี้แล้ว น่าสนใจมาก … ใครที่สงสัยว่า “โรงเรียนในไร่ส้ม” มันเป็นยังไง … มันก็คือโรงเรียนที่อยู่ในไร่ส้มจริงๆ ครับ โรงเรียนนี้ถือกำเนิดมาเพื่อด้วยแนวคิดที่ว่า “เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการศึกษา ไม่ว่าจะมีเชื้อชาติใด สัญชาติใด สถานะเป็นอย่างไร” โดยได้รับความร่วมมือจากเจ้าของไร่ส้ม (หรือสวนส้มตามแต่จะเรียก) ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ และในหลายๆ ราย ช่วยเหลือในด้านทรัพยากรต่างๆ อีกด้วย เพื่อให้เด็กที่เป็นลูกหลานของแรงงานซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าว ได้มีโอกาสทางการศึกษา

ก่อนอื่นต้องขอทำความเข้าใจกันก่อนว่า ตามกฎหมายของประเทศไทยนั้น เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะได้เข้าเรียนหนังสือในภาคบังคับอย่างเท่าเทียมกัน แม้ว่าเด็กๆ เหล่านั้นจะไม่ได้มีสัญชาติไทย ไม่มีสัญชาติใดๆ หรือไม่มีเอกสารแสดงตัวตนใดๆ เลยก็ตาม … แต่ในทางปฏิบัตินั้น เป็นเรื่องที่ยากที่จะบรรลุไปให้ถึงจุดนั้นได้ด้วยข้อจำกัดนานับประการ อาทิ

  • ทัศนคติของผู้ปกครองที่เป็นแรงงานต่างด้าว ไม่เห็นความสำคัญของการเรียนการศึกษา บางคนไม่อยากให้ลูกไปเรียนที่โรงเรียนเพราะกลัวว่าจะถูกจับ
  • การส่งเสียให้ลูกหลานได้เรียนหนังสือต้องใช้เงิน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก
  • ความแตกต่างทางด้านประชากร (ภาษา, อายุ)
  • ความพร้อมของโรงเรียนและครู โดยเฉพาะในเรื่องของงบประมาณ … เพราะแม้ว่ารัฐบาลจะมีงบประมาณให้แก่โรงเรียนเพื่อให้การศึกษาภาคบังคับแก่เด็กๆ ในเกณฑ์ฟรี แต่ในความเป็นจริง งบประมาณนั้นก็ถูกพิจารณาจากตัวเลขของเด็กตามทะเบียนราษฎร์ ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีรายชื่อของเด็กๆ ผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษาอันเป็นผลมากจากที่พวกเขาเป็นลูกหลานของแรงงานต่างด้าว

image
คุณอดุลย์ หัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญของโครงการนี้ จากกลุ่มเพื่อนเด็ก

จึงเป็นที่มาของโครงการดังกล่าว ซึ่งเป็นการริเริ่มโดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ (สพฐ เชียงใหม่ เขต 3) และได้รับการสนับสนุนโดย NGO (กลุ่มเพื่อนเด็ก) ภาคเอกชน (เจ้าของไร่ส้ม) และหน่วยงานจากสหประชาชาติอย่าง Unicef โดยโครงการ “โรงเรียนในไร่ส้ม” นี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “โครงการศูนย์การเรียนจากไร่ส้มสู่ป่าคอนกรีต”

วัตถุประสงค์ของโครงการดังกล่าว คือ

1. เพื่อให้เด็กที่ไม่มีโอกาสทางการศึกษา ให้มีโอกาสทางการศึกษา
2. เพื่อให้เด็กไร้สัญชาติที่ไม่มีโอกาสทางการศึกษา ได้มีโอกาสได้รับการพัฒนาทักษะชีวิต เพื่อนำไปปรับใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและสมาชิกในครอบครัว

image
“เด็กทุกคนเลือกเกิดไม่ได้ แต่ถ้าเด็กทุกคนได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะสิทธิทางด้านการศึกษา เด็กทุกคนก็น่าจะมีชีวิตรอดและปลอดภัย”

หากพิจารณาวัตถุประสงค์ของโครงการแล้ว จะเห็นว่าเป้าหมายของโครงการชัดเจนมากว่าไม่ได้มุ่งเน้นที่จะสร้างความเป็นเลิศทางการศึกษา หากแต่ต้องการให้เด็กที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาเหล่านี้ ได้เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยผ่านทางกิจกรรมต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนทักษะการแก้ไขปัญหา ทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะความคิดสร้างสรรค์ และอื่นๆ อีกมากมาย

แน่นอนว่าโครงการนี้ย่อมต้องพบกับความท้าทายต่างๆ มากมาย เท่าที่ได้รับทราบจากเจ้าหน้าที่ สพฐ ก็พอจะสรุปสิ่งที่โครงการต้องฟันฝ่าทั้งที่ผ่านมาแล้ว และยังต้องเผชิญอยู่ดังนี้

  • ความน่าเชื่อถือของตัวโครงการ เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางรัฐบาลยังไม่ได้เข้ามาให้การสนับสนุน ทำให้หลายๆ คนมองว่า “โรงเรียนในไร่ส้ม” เหล่านี้เป็นโรงเรียนเถื่อนหรือไม่ … แต่ ณ ปัจจุบัน ทางรัฐบาลได้เข้ามาให้การสนับสนุนแล้ว ปัญหาด้านความน่าเชื่อถือจึงหมดไป
  • ความกลัวที่พ่อแม่เด็กมี เพราะเป็นแรงงานต่างด้าว … บางส่วนของพ่อแม่เด็กเป็นแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาโดยผิดกฎหมาย ดังนั้นพวกเขาจึงเกรงกลัวว่าจะถูกจับตัวและส่งกลับ
  • การย้ายถิ่นของแรงงานต่างด้าวก็เป็นความท้าทายที่สำคัญ และโครงการต้องเผชิญอยู่ เนื่องจากแรงงานต่างด้าวนี้มักย้ายไปทำงานตามพื้นที่ต่างๆ บ่อยครั้ง (คือ หมดจากงานหนึ่งก็ไปรับจ้างทำงานอื่นต่อ) ทำให้การศึกษาของเด็กๆ ต้องหยุดชะงัก … ปัจจุบันนี้ ทาง Unicef และ สพฐ ได้ร่วมมือกันเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยขยายพื้นที่ของโครงการให้ครอบคลุมเพิ่มขึ้น และให้เชื่อมโยงถึงกัน ดังนั้นเมื่อเด็กมีการย้ายถิ่นฐานตามพ่อแม่ไป เช่น เข้าไปหางานทำในตัวเมืองเชียงใหม่ ก็สามารถไปศึกษาต่อที่นั่นได้เลย ตอนนี้ สพฐ เชียงใหม่ เขต 3 ก็มีการส่งต่อให้กับ สพฐ เชียงใหม่ เขต 1 เพื่อให้เด็กจากสวนส้ม เข้าไปเรียนต่อที่ศูนย์การเรียนรู้วัดป่าเป้าในตัวเมืองเชียงใหม่
  • การให้มีหลักฐานแสดงวุฒิการศึกษา ทั้งนี้เผื่อในกรณีที่นักเรียนต้องการไปศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น (ซึ่งเป็นความคาดหวังและใฝ่ฝันของโครงการเช่นกัน) โดย ณ ตอนนี้ได้มีการร่วมมือกับทาง กศน. (สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย กระทรวงศึกษาธิการ) แล้ว

ในทริปวันแรกนี่ ทางทีม #uniblog ได้มีโอกาสไปเยี่ยมหนึ่งในโรงเรียนในโครงการ ซึ่งเป็นโรงเรียนกลางคืนครับ (โรงเรียนในไร่ส้มนั้นแบ่งเป็นโรงเรียนกลางวัน และโรงเรียนกลางคืน) ซึ่งเด็กๆ จะมาเรียนระหว่าง 17:00-21:00 น. ครับ

image
ทางเดินไปยังโรงเรียนในไร่ส้ม มืดสนิทมาก ถ้าพ้นจากแสงไฟหน้ารถไปแล้ว ต้องพึ่งพาไฟฉายสถานเดียว

image
นี่คือหนึ่งในโรงเรียนในไร่ส้ม

image
คุณครูและนักเรียนในโรงเรียนในไร่ส้ม

แม้จะเรียกว่าโรงเรียนก็ตาม แต่ลักษณะของห้องเรียนเป็นเหมือนเพิ่งเล็กๆ มากกว่าเมื่อมองจากภายนอก แต่โรงเรียนในไร่ส้มนี้ก็มีการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์อย่างสูงที่สุด และนอกจากให้ความรู้แก่เด็กๆ แล้ว ก็ยังให้อุปกรณ์การเรียนการสอน เช่น สมุดจด และ ดินสอ รวมไปถึงอาหาร เช่น นมกล่อง อีกด้วย … เด็กๆ เหล่านี้มีความกระตือรือร้นในการเรียน และให้ความสำคัญกับอุปกรณ์การเรียนการสอนต่างๆ อย่างมาก แน่นอนว่าผิดกับเด็กๆ ที่มีโอกาสอย่างเต็มเปี่ยมในเรื่องพวกนี้หลายๆ คนที่เราๆ ท่านๆ อาจได้พบได้เห็นกันมา

image
น้องๆ ไม่ได้มีหนังสือเรียนเป็นเล่มๆ อย่างใครเขา แต่เป็นสำเนาหนังสือเรียนที่ถ่ายมาเป็นหน้าๆ

image
โรงเรียนในไร่ส้มจะมีการแจกอุปกรณ์การเรียนการสอน เช่น สมุดและดินสอ ให้แก่นักเรียนด้วย

ในขณะที่เด็กๆ หลายๆ คนต่างกำลังพักผ่อนสบายๆ อยู่ที่บ้าน … ในมุมหนึ่งของไร่ส้ม เด็กอีกจำนวนมากกำลังขะมักเขม้นกับการเรียนการสอน ซึ่งมุ่งเน้นให้พวกเขาสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้ ดูแลรับผิดชอบตัวเองและสมาชิกในครอบครัวได้ ผมได้มีโอกาสไปพูดคุยกับเด็กๆ ซึ่งผมสังเกตว่าเวลาพวกเขาพูดคุยกันเอง เขาจะพูดคุยด้วยภาษาบ้านเกิดของเขา (ไทใหญ่ และ ปะหล่อง) แต่เมื่อพูดคุยกับผม พวกเขาสามารถพูดภาษาไทยกับผมได้คล่องปร๋อมาก อ่านออกและเขียนภาษาไทยได้ไม่เคอะเขิน

เนื้อหาที่สอนในโรงเรียนนั้น คุณครูของโรงเรียนบอกว่า จะเป็นเรื่องของทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตและพัฒนาตนเอง เช่น การให้ความรู้เรื่องโรคภัยไข้เจ็บและการดูแลตัวเองเมื่อป่วย เป็นต้น

image
พี่ @sresuda ถามน้องคนนี้ว่า “เราเกิดมามีสิทธิ์ทำอะไรได้บ้าง” น้องเขาตอบว่า “มีสิทธิ์ทำดีครับ”

จากประสบการณ์ที่ได้สัมผัสมา ผมไม่อยากให้พวกเรามองเด็กๆ ลูกหลานแรงงานต่างด้าวนี้แตกต่างไป ทั้งหมดต่างก็เป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และพวกเขาก็มีสิทธิที่จะได้รับการช่วยเหลือ ให้การศึกษาขั้นพื้นฐานที่จำเป็น … การศึกษาและความรู้นี่แหละครับ ที่จะช่วยให้ปัญหาต่างๆ อันเกิดจากแรงงานต่างด้าวนั้นลดน้อยลงและหมดไป ลึกๆ แล้วต้องบอกว่าเด็กๆ เหล่านี้มีพื้นฐานจิตใจดีทุกคน ดูจากที่น้องในรูปด้านบนตอบคำถามพี่ @sresuda ได้ครับ

เด็กๆ ต่างก็เหมือนกับผ้าสีขาวบริสุทธิ์ซึ่งเตรียมพร้อมจะลงสีและลวดลาย เรามีหน้าที่ช่วยเหลือ ประคับประคอง และเกื้อกูลให้ผ้าสีขาวบริสุทธิ์เหล่านี้ มีสีสันและลวดลายที่ดี สวยงาม


imageสำหรับทริปนี้ ต้องขอบคุณ Unicef ที่เป็นผู้นำทางพร้อมทั้งให้ข้อมูล และ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ที่สนับสนุนเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ครับ โดยเฉพาะอุปกรณ์จำเป็นสำหรับการเขียนบล็อกนอกสถานที่ในครั้งนี้ ไม่น่าเชื่อว่าจะเตรียมมาได้ครบถ้วนครบครัน และถูกใจบล็อกเกอร์อย่างผมมากมาย ได้แก่

  • สมุดโน้ต (เผื่ออยากจะจดนู่นนี่)
  • ร่ม (ช่วงนี้ฝนตกชุกก็รู้ๆ กันอยู่)
  • ยาฉีดกันยุง (ตกดึกยุงชุมมาก ตัวใหญ่บักเอ้กจริงๆ)
  • ปลั๊กรางไฟ (เป็นแบบที่รองรับปลั๊กแบบ 3 ขาด้วย รู้ๆ กันอยู่ บล็อกเกอร์ขน Gadget มาเยอะแค่ไหนในการเขียนบล็อกนอกสถานที่)
  • Sony BloggieTM Touch(กล้อง 12 ล้านพิกเซล และ กล้องวิดีโอแบบ Full HD)
  • Flash Drive 1GB (เผื่อต้องการโอนถ่ายข้อมูลใดๆ)
  • ครีมทากันแดด (สำหรับตอนกลางวันแดดแรงมากๆ)
  • ทิชชู่เปียก (เช็ดทำความสะอาดได้หมดจด จริงๆ)
  • ไฟฉาย LED แบบชาร์จไฟได้ (ตอนไปโรงเรียนในไร่ส้มตอนกลางคืนต้องใช้)
  • เพลงเพราะๆ จากค่าย LOVEiS (เอาไว้กล่อมให้หลับ หากนอนไม่หลับเพราะผิดถิ่น)
About these ads
  1. ปี่
    ตุลาคม 9, 2011 ที่ 23:20

    ดีมากๆ

  2. ตุลาคม 14, 2011 ที่ 10:54

    แวะมาอ่าน น่าสนใจมากๆคะ :D

  1. ตุลาคม 8, 2011 ที่ 11:01
  2. ตุลาคม 12, 2011 ที่ 16:16

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 422 other followers

%d bloggers like this: