หน้าแรก > จิตวิทยา > การรับรู้ (ตอนที่ 1)

การรับรู้ (ตอนที่ 1)

เมื่อสองวันก่อน ผมดู CSI New York นักสืบ แมค เทเลอร์ (Mac Taylor) กล่าวในที่เกิดเหตุ เมื่อทราบว่ามีพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุที่เขาจะต้องสอบสวนอยู่ประมาณสิบกว่าคน (สมมติว่า 15 คนก็แล้วกันนะครับ) ว่า “15 คน ก็มีเรื่องเล่า 15 เรื่อง” ฟังดูแล้วแปลกๆ ชอบกลใช่ไหมครับ

ในคดีฆาตกรรมเพียง 1 คดี ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิด ก็เป็นเพียง 1 เหตุการณ์ แต่ทำไม เมื่อผ่านสายตาประจักษ์พยาน 15 คนแล้ว มันกลับกลายเป็น 15 เรื่องราวไปได้ล่ะ

การรับรู้ของคนเรานั้นเริ่มจาก การที่สิ่งเร้า (Stimulus) เข้ามาเร้าประสาทสัมผัสของเรา แล้วระบบประสาทสัมผัสของเรา ก็ส่งข้อมูลดังกล่าว ไปตีความโดยกระบวนการรู้คิด ซึ่งอาศัยข้อมูลจากประสบการณ์ หรือความรู้ที่มี มาช่วยในการตีความ

ตรงจุดนี้เองแหละครับที่ทำให้เกิดความแตกต่างขึ้น เพราะคนเรานั้นมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ตั้งแต่ด้านกายภาพ เช่น ส่วนสูง น้ำหนัก เชื้อชาติ ด้านจิตใจ เช่น อุปนิสัย ด้านการเลี้ยงดู ด้านวัฒนธรรมและความเชื่อ เป็นต้น ดังนั้น นับแต่เกิดมา จึงอาจกล่าวได้ว่า ไม่มีมนุษย์สองคนใดที่ได้รับประสบการณ์แบบเหมือนกันเป๊ะๆ เลย

และเมื่อมีความแตกต่างกันในด้านประสบการณ์แล้ว การตีความการรับรู้จึงย่อมแตกต่างกันเป็นธรรมดา

การบิดเบือนการรับรู้ (Perception Distortion) เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จากหลายๆ ปัจจัย… พื้นฐานที่สุดก็คือ ประสาทสัมผัสของเราเองนั้น ไม่สามารถที่จะรับรู้ถึงสิ่งต่างๆ ได้ ตรงตามความเป็นจริงของมัน… ต้องการเครื่องพิสูจน์ไหมล่ะครับ?

illusion

[ที่มาของรูป Mitchell P., Ropar D., Ackroyd, K., & Rajendran G. (2005). How Perception Impacts on Drawings.  Journal of Experimental Psychology: Human Perception and Performance. Vol 31(5), p. 997.]

นักจิตวิทยาได้ทำการทดลองให้ผู้คนวาดภาพร่างของรูปสี่เหลี่ยม โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ รูปชุด A ซึ่งเป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน ที่รูปซ้ายและรูปขวา มีขนาดเท่าๆ กัน จากนั้นรูปชุด B ซึ่งจริงๆ ก็คือ รูปสี่เหลี่ยมชุดเดียวกับ A นั่นแหละครับ แต่ว่าเพิ่มขาโต๊ะเข้ามา ทำให้มันดูเป็นขาโต๊ะ ผลที่ได้น่าสนใจมาก นั่นคือ เมื่อมีขาโต๊ะเพิ่มเข้ามา ผู้เข้ารับการทดลอง มีแนวโน้มที่จะมองว่าสี่เหลี่ยมทั้งสองรูปมีขนาดไม่เท่ากันมากกว่าเมื่อรูปสี่เหลี่ยมไม่มีขาโต๊ะ (Mitchell P., Ropar D., Ackroyd, K., & Rajendran G., 2005)

ขนาดประสาทสัมผัสของเรา ก็ยังหลอกเราตั้งแต่ต้นแล้วเลยครับ

(อ่านต่อตอนต่อไป)

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
ที่มาของรูป Mitchell P., Ropar D., Ackroyd, K., & Rajendran G. (2005). How Perception Impacts on Drawings.  Journal of Experimental Psychology: Human Perception and Performance. Vol 31(5), p. 996-1003.

Advertisements
หมวดหมู่:จิตวิทยา
  1. sithichoke
    กันยายน 12, 2009 ที่ 17:13

    มาเยี่ยมครับ เรื่องน่าอ่านครับ ทำให้คิดไปถึงนิยายเรื่อง ราโชมอน ที่เสนอให้เห็นว่า ในเหตุการณ์เดียวกันคนเรารับรู้ได้แตกต่างกัน ตอนต่อไปของเรื่องการรับรู้คงจะมีอะไรให้สนใจอีกแน่เลย

  2. preeyanun
    ตุลาคม 1, 2011 ที่ 19:48

    ก็แปลว่า คนเรามีประสบการณ์ที่่ถูกต้องมาก น้อย เข้มข้น ต่างกัน เมื่่่อมารับรู้ประสบการณ์ใหม่ที่มาก น้อย เข้มข้น ต่างกันอีก จะทำให้คนฉลาด ไม่เท่ากัน … เขาว่าเด็กวัยอนุบาลเป็นวัยที่สมองมีการเจริญเติบโตสูงสุดถึง 80 เปอร์เซนต์ การจัดโอกาสให้เด็กวัยนี้ได้รับประสบการณ์ถูกต้อง มาก และ เข้มข้น จึงสมควรต้องทำและ ทำทันที ก่อนจะสาย

    • นายกาฝาก
      ตุลาคม 1, 2011 ที่ 20:06

      ถูกต้องครับ

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: