หน้าแรก > จิตวิทยา > การรับรู้ (ตอนที่ 2)

การรับรู้ (ตอนที่ 2)

ความประทับใจแรก กับการรับรู้
ผมกำลังเล่นแชทออนไลน์กับบรรดาเพื่อนๆ อยู่ และมีน้องที่รู้ผมได้รู้จักกันทางอินเตอร์เน็ต 2 คน เข้ามาทัก และสอบถามปัญหาด้านภาษาอังกฤษ บทสนทนาของทั้งสองคนมีลักษณะคล้ายคลึงกัน มีการกระเซ้าเย้าแหย่ แซว และแขวะผมอยู่เป็นระยะๆ ที่น่าแปลก็คือ ในขณะที่ผมรู้สึกขำๆ และตลกไปกับมุกที่น้องคนหนึ่งเขาแซวผมมา ผมรู้สึกว่าน้องเขาแหย่ผมเล่นสนุกๆ ผมกลับรู้สึกโกรธเคืองเล็กน้อยกับน้องอีกคนหนึ่ง ที่เล่นมุกคล้ายๆ กัน ผมรู้สึกว่าน้องคนนี้ไม่ให้ความเคารพผมเท่าใดนัก

ผมลองย้อนกลับไปอ่านบทสนทนาของทั้งสองคน ไม่พบว่ามีความแตกต่างอะไรมากนัก และผมก็รู้สึกว่าทั้งสองคนก็แหย่ผมเอาสนุกๆ เฉยๆ แต่เหตุใดล่ะ ทำให้ ณ ตอนนั้น ผมรู้สึกขำๆ กับมุกของคนหนึ่ง แต่กลับโกรธอีกคนหนึ่งได้… อะไรที่ทำให้การรับรู้ของผม เกิดความผิดเพี้ยนไปได้มากถึงเพียงนั้น?!?

สำหรับกรณีศึกษาข้างต้นของผมนั้น เมื่อผมนำมาพิจารณาดูอย่างถ้วนถี่แล้วพบว่า ความแตกต่างระหว่างน้องสองคนที่คุยกับผมนั้นคือ น้องคนแรก (ที่ผมรับมุกเขาได้) เขาพูดคุยกับผมด้วยความสุภาพ ออกจะมาแนวเคารพด้วย เข้าใจว่าน้องเขาเกรงใจเรา ในฐานะผู้สูงอายุกว่า 😥 เลยไม่กล้าพูดเล่นอะไรกับเรามาก และเมื่อเวลาผ่านเนิ่นนานไป สนิทกันเรื่อยๆ น้องเขาก็เริ่มออกมุกบ้าง แต่ก็ยังคงสุภาพเป็นส่วนใหญ่

แต่กับน้องอีกคนหนึ่งนั้น ในตอนแรกที่ผมรู้จักทางอินเตอร์เน็ต เขาจะพูดจากวนๆ แซวๆ ผมตลอด ซึ่งผมคิดว่าไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับคนที่เราเพิ่งรู้จักสนทนาด้วย และหนำซ้ำ น้องเขายังเข้ามาขอความช่วยเหลือด้านภาษาอังกฤษจากผม (ตรงนี้ผมเข้าใจในภายหลังว่า อาจเป็นได้จากตัวนิสัยของน้องเขาเอง และเนื่องจากการสนทนาผ่านระบบอินเตอร์เน็ตนั้น จะไม่ได้มีการพบปะจริงๆ จึงอาจทำให้การสามารถกล้าที่จะแสดงคำพูดหรือกิริยาบางอย่างได้มากกว่าการพบกันจริงๆ)

สรุปก็คือ ความประทับใจแรก (First impression) นั้น มีผลกับผม ในด้านการรับรู้ โดยผมยึดเอาข้อมูลจากความประทับใจแรก ที่ผมมีต่อน้องทั้งสองคน เอามาตีความหมายของคำพูดที่น้องทั้งสองใช้กับผม กับคนแรก ที่ผมรู้สึกว่าน้องเขาเป็นคนสุภาพต่อผู้อาวุโสกว่า ผมก็จึงรับรู้ว่าเป็นการแซวเพื่อความสนุก ประมาณว่าขำๆ แต่กับน้องคนที่สองนั้น เนื่องจากผมมีความประทับใจแรกว่า เป็นคนที่ไม่ค่อยรู้จักมารยาทเท่าใดนัก จึงทำให้ผมรับรู้ลักษณะของการพูดแซวของน้องเขา เป็นการไม่รู้จักมารยาทไป

รศ. ดร. สิทธิโชค ได้เขียน Blog เกี่ยวกับเรื่องการจัดการความประทับใจไว้ได้อย่างน่าอ่าน ใครที่สนใจ ก็สามารถแวะเวียนเข้าไปเยี่ยมชมได้ครับ คลิกที่นี่

 ปรากฏการณ์ฮาโล (Halo effect) และ แม่แบบ (Stereotype)
ขณะที่ผมกำลังยืนรอรถเมล์อยู่บริเวณเชิงสะพาน ขึ้น-ลง สถานีรถไฟฟ้า BTS วงเวียนใหญ่ ผมเหลือบไปเห็นชายแปลกหน้าคนหนึ่ง ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ไว้หนวดเครารุงรัง เสื้อผ้ามอซอๆ ในใจของผมขณะนั้น ผมเกิดการรับรู้ว่า ชายคนนี้ไม่ควรที่จะเข้าไปใกล้ด้วย เพราะอาจเป็นพวกขี้ยา หรือขี้เหล้า ก็เป็นได้… อะไรที่ทำให้ผมเกิดการรับรู้เช่นนั้น ทำไมผมจึงคิดว่าเข้าติดยาเสพติด ทั้งๆ ที่โดยส่วนตัวผมนั้น ผมไม่ได้รู้จักมักคุ้นกับเขาเป็นการส่วนตัวเลยแม้แต่น้อย

ย้อนกลับไปที่การค้นพบของนักจิตวิทยาเมื่อปี ค.ศ. 1920 ธอร์นไดค์  (Thorndike, 1920) พบว่า เมื่อหัวหน้างานประเมินลูกน้องแล้ว ค่าสหสัมพันธ์ระหว่างหมวดหมู่คะแนนที่ประเมินนั้นสูงกว่าความเป็นจริง เช่น ในการศึกษาการประเมินผลการปฏิบัติงานของครูครั้งหนึ่ง พบว่าค่าสหสัมพันธ์ระหว่างเชาว์ปัญญา (Intelligence) กับความสามารถในการสอน (Ability to discipline) เท่ากับ .80 ทั้งๆ ที่ข้อสอบเชาว์ปัญญามาตรฐานนั้น มีค่าสหสัมพันธ์กับความสามารถในการสอนไม่เกิน .30 ด้วยซ้ำ (ตรงนี้ต้องอาศัยพื้นฐานทางสถิติเพื่องานวิจัยเล็กน้อย ผู้อ่านท่านใดที่งงก็อย่าเพิ่งท้อนะครับ ผมจะเขียนอธิบายในภายหลัง) 

ธอร์นไดค์ เรียกปรากฏการณ์ดังกล่าวว่า Halo error และให้ความหมายเอาไว้ว่า คือ “suffusing ratings of special features with a halo belonging to the individual as a whole” หรือแปลเป็นไทยให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ “การนำเอาคุณสมบัติเพียงบางอย่าง หรือ ส่วนหนึ่ง ที่ดีๆ มาอธิบายลักษณะโดยรวมทั้งหมด ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว มันไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันเลย” เช่น เมื่อเรามองเห็นคนสวยแล้วก็พาลจะคิดว่าเธอเป็นคนนิสัยดี ซึ่งภายหลังได้เปลี่ยนมาเป็น Halo effect นั่นเอง

หรือเมื่อเรานำเอาคุณสมบัติที่แย่ๆ บางประการ มาอธิบายเหมาลักษณะโดยรวมทั้งหมด เราก็จะเรียกว่า Reverse halo effect เหมือนอย่างที่ผมเหมาเอาว่า การแต่งตัวของผู้ชายคนนี้ ทำให้ผมพิจารณาว่าเขาเป็นพวกขี้ยา นั่นเอง

Halo effect นั้น ไม่เพียงแต่จะเกิดขึ้นกับการพิจารณาบุคคลนะครับ แต่ยังรวมไปถึงผลิตภัณฑ์สินค้า สิ่งของ กลุ่มหรือคณะบุคคล หรือแม้แต่องค์การด้วย เช่น หากเราอาจจะรับรู้ว่านักการเมืองที่ชอบช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก เป็นนักการเมืองที่สะอาดบริสุทธิ์ไม่โกงกิน ก็เป็นไปได้ หรือเราเจออาหารที่มีราคาแพง ก็อาจจะทำให้เราคิดว่าอาหารนั้นต้องมีรสชาติอร่อย (ตรงนี้ ผมเคยดูรายการ People watcher ที่เขาทดลองโดยการเอาเค้กที่มีลักษณะและรสชาติเหมือนๆ กัน มาให้ผู้เข้ารับการทดลองได้ชิม แต่เค้กที่เอามานี้จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่บอกว่ามีราคา 5 ปอนด์ กับ กลุ่มที่มีราคา 1 ปอนด์… ผลพบว่า ผู้เข้าร่วมการทดลอง ประเมินว่าเค้กราคา 5 ปอนด์อร่อยกว่า… ทั้งๆ ที่ มันเหมือนกันนะครับ)

Halo effect นั้นส่งผลต่อกระบวนการรู้คิด (Cognitive process) ของเรา ซึ่งจะมีผลต่อการรับรู้ของเรา เพราะดังที่ได้กล่าวถึงในตอนที่แล้ว ว่า การตีความหมายของการรับรู้นั้น เราจะใช้กระบวนการรู้คิด กลั่นกรอง โดยมีประสบการณ์ของตัวเราเป็นแหล่งข้อมูลนั่นเอง

(ติดตามตอนต่อไป)

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • Thorndike, E. L. (1920) A constant error in psychological ratings. Journal of Applied Psychology Vol. 4, p. 25-29
Advertisements
หมวดหมู่:จิตวิทยา
  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: