หน้าแรก > เก็บมาฝาก > เก็บบรรยากาศเที่ยวเกาะกูดมาฝาก

เก็บบรรยากาศเที่ยวเกาะกูดมาฝาก

ทริปมาเกาะกูดนี่ตอนแรกเกือบล่ม เพราะรีสอร์ทที่จองไว้ตอนแรกอยู่ๆ ก็บอกว่าหากมาสองคนคงให้ราคาแพ็กเกจไม่ได้ เพราะไม่มีแขกแพ็กจกจท่านอื่น ซึ่งหากไม่มาแบบแพ็กเกจ มันจะคุมค่าใช้จ่ายยาก อาจบานปลายง่ายๆ ผมเลยลองติดต่ออีกแห่งคือ เกาะกูดรีสอร์ท ปรากฏว่าที่นี่ดีครับ เขารับรองว่าใช้สิทธิ์ทริปแพ็กเกจได้ตลอด เพราะมั่นใจว่าลูกค้ามีตลอดเวลา โอ้

คุณบุญชนะ เจ้าของรีสอร์ทโทรติดต่อง่ายมาก แถมเจ้าหน้าที่ที่ออฟฟิศกรุงเทพก็ช่วยเหลือในการติดต่อตลอด… สรุปออกเดินทางด้วย บขส ของเชิดชัยทัวร์ ปรับอากาศชั้น 1 ค่าตั๋ว 241 บาท/คน แต่ถ้าตีตั๋วไปกลับ ขากลับเหลือ 215 บาท/คน… แต่ผมมาค้นพบว่า นั่งรถตู้จากอนุเสาวรีย์ชัยฯ คนละ 300 บาท ดีกว่า เพราะใช้เวลา 3.5 ชั่วโมงเอง (บขส ใช้เวลา 5 ชั่วโมง)

มาถึงท่ารถ รีสอร์ทก็ให้สองแถวมารับไปท่าเรือ นั่ง Speedboat อีก 1.5 ชั่วโมงโดยประมาณก็จะถึงรีสอร์ท เราไม่ต้องจ่ายอะไรเลย เพราะราคาเหมามากับแพ็กเกจ (มาเอง คนละ 600 เฉพาะค่าเรือ)

มาถึงรีสอร์ท แม่เจ้า! บรรยากาศอย่างดี คนไทยแทบไม่มี ฝรั่งเพียบ เลยเงียบสงบดี… เจ้าของรีสอร์ท พนักงานที่นี่ นิสัยดี ใจรักบริการมาก สุภาพซะจนผมเกรงใจ เอาอกเอาใจเราเต็มที่ ดูเหมือนจะเอาใจคนไทยเป็นพิเศษมากกว่าฝรั่งซะอีก… คิดแล้วสะท้อนใจ นึกถึงที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่ดันเอาใจแต่พวกฝรั่ง

บรรยากาศของรีสอร์ทจากท่าเรือหน้ารีสอร์ท

บรรยากาศของรีสอร์ท ถ่ายจากบริเวณที่ทานอาหาร

มาถึงเขาให้ทานข้าวก่อนมื้อนึง ไข่เจียวกุ้งสับ แกงจืดกะหล่ำใส่กุ้งและปลาหมึก และ กุ้งปลาหมึกผัดฉ่า น้ำเลือกดื่มตามอัธยาศัย ไม่อั้น กับข้าวเยอะมาก กว่าจะทานหมดเล่นเอาจุก จากนั้นเจ้าหน้าที่ถามว่าจะไปเที่ยวน้ำตกไหม น้ำตกคลองเจ้า เอาสิครับ จ่ายตังค์ไปแล้ว… ประทับใจมาก ขนาดมีพวกผมแค่สองคนก็ยังเต็มใจพาไป พี่คนขับอารมณ์ดีสุดๆ นิสัยก็ดี

นั่งรถไปประมาณ 10 นาที ก็จอด น้ำตกคลองเจ้าอยู่ห่างไปอีก 400 เมตรจากที่รถไปจอด เดินพอเอาเหงื่อ… ไปถึงแล้วก็เสียดายจังเพราะมาหน้าร้อน น้ำตกเลยไม่ค่อยมีน้ำ เหอๆ ชักภาพที่นี่แต่พองามก็กลับ ถามพี่คนขับรถ ทราบว่า ถ้าจะมาให้มีน้ำตกสวยๆ ก็ต้องมา่ช่วงปลายฝนต้นหนาว ประมาณเดือน ต.ค. ครับ

น้ำตกดูไม่สวยเท่าไหร่ เพราะนี่หน้าแล้ง ต้องมาหน้าน้ำครับ (เดือน ต.ค. ปลายฝนต้นหนาว)

กลับมาแล้ว อาบน้ำแต่งตัว ไปกินข้าว อาหารจัดเป็นเซ็ต มื้อนี้มีปูม้านึ่ง (จำกัดคนละ 2 ตัว) ปลาทอดกระเทียม ต้มยำกุ้งปลาหมึกน้ำข้น ปลาหมึกย่าง เช่นเคย น้ำไม่อั้น อาหารเยอะมากจนพวกผมต้องปฏิเสธน้ำใจ งดปลาหมึกย่าง เล่นเอาเจ้าหน้าที่ผู้ดูแล (ประมาณหัวหน้าของที่นี่) รีบเดินมาถามว่าอาหารไม่ถูกปากรึเปล่า… เอ่อ ไม่ใช่นะครับ อาหารอร่อยดี แต่พี่ให้ผมมากินแบบกะอิ่ม 4-5 คนเลยอ้ะ… สรุป มื้อนี้ฝรั่งมองโต๊ะผมใหญ่เลย คงประมาณว่า มันรวยมาจากไหน สั่งมาซะเยอะ… ซักพักคนไทยอีกโต๊ะมานั่งกัน 4 คน เขาขนปูมาเต็มถาดเลย 555

ข้อเสียของที่นี่คือ เนื่องจากต้องประหยัดไฟ ดังนั้น จึงเปิดแอร์ได้เฉพาะกลางคืนและมันจะตัดในตอนเช้า และเนื่องจากไม่มี TV และอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เลยนอนแต่หัวค่ำละกัน

อ้อ! ที่นี่มีน้ำอุ่น (ที่ค่อนไปทางร้อน) ให้อาบด้วย แต่เนื่องจากต้องประหยัดไฟเลยเป็นแบบใช้ก๊าซ LPG แทนไฟฟ้า เวลามันทำงานทีอย่าตกใจละกันครับ มันดัง พรึ่บ! เลยแหละ

เครื่องทำน้ำอุ่นใช้พลังงานก๊าซหุงต้ม (LPG)

จบวันแรกตรงนี้ครับ… ปิดท้ายด้วยภาพบรรยากาศพระอาทิตย์เตรียมลับขอบฟ้าในวันแรก

ภาพดวงอาทิตย์เตรียมลับขอบฟ้า

วันที่สองนี่ผมตื่นแต่เช้าเลยครับ กะดูพระอาทิตย์ขึ้นซักหน่อย ดันลืมไปว่าหาดหันไปทางทิศตะวันตก เซ็งแมวเลย… ไม่เป็นไร ถือว่ามาสูดบรรยากาศตอนเช้าๆ ก็ได้ฟะ ว่าแล้วก็คว้ากล้องไปชักภาพซักหน่อย

บรรยากาศหน้ารีสอร์ทตอนเ้ช้าตรู่

โปรแกรมวันนี้สำหรับคนมาแพ็กเกจอย่างผมคือไปดำน้ำตื้นดูปะการังและแวะฟาร์มหอยมุกด้วย เรือออก 10:00 น. เจ้าของรีสอร์ทบอกว่าใปรอนเอาแรงก่อนก็ได้ แต่เราเลือกที่จะนั่งรับลมทะเล สั่งโอวัลตินร้อนมาจิบ (ไม่เสียเงินเพราะมาเหมาแพ็กเกจแล้ว… ถ้าไม่มาแพ็กเกจ ก็ให้รีสอร์ทติดต่อได้ ถ้าจำไม่ผิด 800 บาท/คน)

จิบโอวัลตินยามเช้า สดชื่นๆ

10:00 น. เรือมารับแล้ว ออกเดินทางเลย โปรแกรมคือแวะ 3 เกาะ คือเกาะรัง เกาะกระ และอีกเกาะนึงจำชื่อไม่ได้… พี่ๆ คนขับทำหน้าที่เป็นคนนำเที่ยวไปในตัว นิสัยดีมาก มีใจรักการให้บริการชนิดผมให้ 120 เต็ม 100 เลยทีเดียว อ้อ! ใครเมาเรือขอบอกก่อนว่าอย่าคิดไปเด็ดขาด! เวลาคลื่นแรงๆ ขนาดคนไม่เมาเรือยังมีสิทธิ์เมาได้ (แฟนผมเกือบไปแล้ว)

เกาะแรกคือเกาะรัง เป็นเกาะที่มีหาดทรายด้วย เรามาเกาะนี้ก่อนเพราะดำน้ำเสร็จก็กินข้าวกลางวันกันเลย… เวลาดำน้ำตื้น แนะนำว่าทำตัวให้คุ้นกับชุด Snoggle ซะก่อน แล้วเกาะตามพี่ๆ คนนำทางไป จะได้เห็นปลา เห็นปะการังสวยๆ เยอะๆ ดีกว่าเราไปสุ่มดำเอาเอง

เกาะรัง สถานที่แรกที่ไปถึง

ภาพบรรยากาศอีกภาพ ถ่ายจากบนเกาะรัง

ดำน้ำเสร็จ ทานอาหาร อันนี้ไม่เกี่ยวกับรีสอร์ทครับ รวมมากับแพ็กเกจดำน้ำ อาหารแบบง่ายๆ ของผมเป็นกะเพรากุ้งหรือไก่ผัดกระเทียมให้เลือก มีน้ำเปล่า โค้กพร้อมน้ำแข็ง รสชาติใช้ได้ ผมเลือกไก่ผัดกระเทียมเพราะไม่ชอบทานเผ็ด 555

ทานข้าวเสร็จ แวะเกาะที่สอง จำชื่อไม่ได้ ที่นี่ก็สวยใชหยอก แต่คนเยอะมาก ดำน้ำอยู่เกาะนี้ 20 นาทีก็ย้ายไปเกาะกระ เป็นแห่งสุดท้ายอีก 20 นาที ผมอดดำคมตรงนี้เพราะเข่าดันไปครูดกับหินตอนอยู่ที่เกาะที่สอง แต่ได้ยินว่าปะการังที่เกาะนี้จำนวนไม่น้อยแตกหักกระจาย เฮ่อ…

มาดำน้ำทั้งที ก็ต้องชักภาพเป็นที่ระลึกหน่อย

บริเวณสถานที่ที่ไปดำน้ำที่เกาะกระ

ก่อนหลับมีการแวะดูฟาร์มหอยมุก อยากซื้อของฝากก็ดูที่นี่เลย ส่วนผมเน้น Window shopping คือเน้นเดินดูอย่างเดียว ที่นี่วิวสวย เลยต้องชักภาพเก็บอีกเล็กน้อย

เขาเรียกฟาร์มหอยมุก แต่จริงๆ ก็คือรีสอร์ทนะครับ

ภาพวิวจากฟาร์มหอยมุก

ได้ภาพปลาหมึกกระดองมาด้วยนะ…

หมึกกระดองครับ สู้กล้องดีจริงๆ

กลับมาก็มาอาบน้ำแต่งตัว จากนั้นก็นอนเปลญวน นั่งเขียนบล็อกบันทึกการเดินทางซะหน่อย รอเวลาทานข้าวเย็น หวังว่าคงไม่ให้เยอะแบบเมื่อวานอีก เพราะเสียดายของ

ลมทะเลพัดมาเย็นน่านอน มีเปลญวนผูกไว้ให้ไปนอนเล่นได้ เผลอหลับจริงๆ ได้เลยนะเนี่ย

บรรยากาศก่อนพระอาทิตย์ตกของวันที่ 2 นางแบบรับเชิญ แฟนผมเอง อิอิ

อีกภาพ กับบรรยากาศพระอาทิตย์ตกดิน ชอบจริงๆ ดูแล้วใจสงบ

เสื้อลายช้างน้อยตัวโปรดของผม ภาพถ่ายฝีมือแฟน

18:30 มาทานมื้อเย็นของวันที่สอง ยังอลังการเหมือนเดิม งวดนีิ้เหมือนกะว่าคงจะหิวเพราะไปดำน้ำมา เลยจัดมา 5 อย่าง มีผัดผักรวม ปลาสามรส ต้มยำกุ้งปลาหมึกน้ำใส กุ้งย่าง ปลาหมึกย่าง (เอ้อ คอเรสเตอรอลโบกมือทักทายอยู่หยอยๆ) วันนี้ถือวิสาสะถามเขาเลยว่าอาหารมีอั้นไหม อยากรู้มาก ผลคือ ไม่อั้นครับแต่ขอว่าอย่าสั่งมากินทิ้งกินขว้าง สั่งมาแล้วกินเหลือแบบนี้ไม่เอา (จริงๆ ไอ้ที่ให้มาก็แทบทานไม่หมดแล้วล่ะครับ)

อาหารมื้อเย็นนี้ครับ กับข้าว 5 อย่าง เต็มโต๊ะเลย (กินกันสองคน... กรรม)

อิ่มแล้ว เจ้าหน้าที่มาถามเมื่อกี้ว่าจะไปชมหิ่งห้อยไหม… เอ้า ไหนๆ ก็จะต้องมาเขียนบล็อกแล้วก็ต้องไปสิครับ

ตอนแรกก็เข้าใจว่าจะชมหิ่งห้อยต้องนั่งเรือไป ที่ไหนได้ นั่งรถไปพักใหญ่ๆ ไม่ไกลจากรีสอร์ทเท่าไหร่แต่ใช้เวลาพอสมควรเพราะทางยังไม่ค่อยดี สถานที่ชมหิ่งห้อยเป็นสวนครับ ดูเหมือนจะมีหิ่งห้อยเพราะมีต้นลำภูขึ้นปนอยู่ ในสวนนี้มีต้นที่มีหิ่งห้อยอยู่สองต้นเท่านั้นเอง แต่เต็มต้นเลยครับ เยอะกว่าที่ไปล่องเรือดูที่อัมพวาซะอีก

เจ้าของสวนเล่าว่า เมื่อก่อนมีเยอะกว่านี้มาก แต่สามปีก่อนมันหนีหายไปหมด คาดว่าเพราะนักท่องจที่ยวชอบพยายามถ่ายรูปโดยใช้แฟลช และทายากันแมลงตอนมาเดินดู แหม เล่นทายาไล่แมลงแต่ดันมาดูแมลง จบกัน

ถามแล้วค่าดูคนละ 10 บาท ราคากันเอง มีให้ดูสองต้นตกต้นละ 5 บาท 555 โอเคอ่ะ… ผมกับแฟนไม่ต้องจ่ายเพราะเป็นแพ็กเกจ แต่จริงๆ นี่ไม่อยู่ในทัวร์หรอกนะครับ มีแขกฝรั่งชาวสวีเดนเขาอยากดู ถามเขาว่ารู้ได้ไงว่ามี เขาบอกข่าได้ข้อมูลมาจากอินเตอร์เน็ต… เฮ้ย! ทำการบ้านมาดีกว่าเราอีก… ฝรั่งสองคนนี้ก็มาแบบแพ็กเกจเช่นกันครับ

ฝรั่งคงเหงา พอเห็นเราเตาะแตะภาษาอังกฤษได้บ้างเลยชวนเราคุยใหญ่ เขาเล่าว่าเพิ่งกลับมาจากเกาะช้างแล้วมาต่อที่เกาะกูดนี่ เขาชอบเกาะกูดมากกว่า เกาะช้างความเจริญเข้าไปมากแล้ว ธรรมชาติเสียไปเยอะ ขาดมนต์เสน่ห์เหมือนที่เคยมีในอดีตไป คิดแล้วชวนให้นึกไปถึงที่ปาย ที่เดี๋ยวนี้ก็ขาดมนต์เสน่ห์แห่งปายไปเยอะแล้ว

ผมกับแฟนลงความเห็นว่า 7-Eleven คือตัวชี้วัดที่ดีว่าสถานที่ท่องเที่ยวนั้นหมดความขลังไปแล้วหรือยัง

ขากลับคุยกับพี่คนขับรถมาตลอดทาง ฟังจลกสำเนียงแล้วเป็นคนอีสานครับ เขาบ่นเรื่องทัศนียภาพที่กำลังเสียไปของเกาะกูด พวกนายทุนมากว้านซื้อที่ดินไปทำรีสอร์ท นี่นั่งรถผ่านก็เห็นว่าจะมีรีสอร์ทโคตรหรูขึ้นอีกสองแห่ง เขาว่าชาวบ้านควรเข้มแข็งไม่ควรขายไปเพื่อเงิน แต่แหมพี่ครับ ชาวบ้านที่อยู่แต่บนเกาะไม่เคยใช้ชีวิตสะดวกสบาย เขาก็ต้องพ่ายให้แก่อำนาจเงินในที่สุดครับ คนที่ช่วยได้จริงๆ น่าจะเป็นรัฐบาลมากกว่า ที่ทำไมปล่อยให้สร้างกันง่ายๆ ขนาดนี้ มีรีสอร์ทนึงมีสนามบินส่วนตัวสำหรับเครื่องบินเล็กด้วยซ้ำ

ดูหิ่งห้อยเสร็จกลับที่พัก เช่นเคย ไม่มีอะไรทำนอกจากนอน 555

วันสุดท้าย เนื่องจากเพลียมาจากเมื่อวานและไม่ได้ตั้งนาฬิกาปลุก (ลืมบอก ที่นี่ไม่มีบริการ morning call นะ ตื่นกันเอง) เลยลุกปปกจากเตียงมาล้างหน้าแปรงฟันตอน 09:00 ไม่เป็นไร นัดเรือมารับ 11:30 ดูเหมือนเรูอเที่ยวกลับจะมี 2 รอบที่เหมาะๆ คือ 09:00 กับ 11:30 นี่แหละ

อาหารเช้าเหมือนเดิม American breakfast หรือไม่ก็ข้าวต้มกุ้งปลาหมึก (เขาเรียกข้าวต้มทะเล) กินได้ไม่อั้นเช่นเคย วันนี้รับเป็นน้ำส้มกับโอวัลตินร้อน… นอกจากนี้ ใครตื่นเช้าๆ ว่ายน้ำเล่นหน้าหาดเป็นการอำลาก่อนจากก็ได้นะครับ

ภาพวิวริมหาด... ฝีมือแฟนผม

ทริปนี้มาสะดุดเล็กน้อยตรงที่เรือรอบกลับดันมาสายมาก เล่นเอาแผนวืดไปเยอะทีเดียว แต่เจ้าของรีสอร์ทก็รับผิดชอบอย่างดีนะครับ ใครใคร่จะทานอาหารก็ฟรี ใครใคร่จะทานของว่างก็ฟรี ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ความผิดของทางรีสอร์ทเลย เพราะงานนี้ เรือมันดันไม่มารับเองในขณะที่รีสอร์ทโทรไปจองตั้งแต่วันก่อนนู้นแล้ว… ที่น่าสงสารที่สุดคือฝรั่งผัวเมียจากสวีเดน ที่ตกรถทัวร์ไปบ้านเพชนิดเฉียดฉิว 15 นาที ทำให้ต้องเหมารถไปเอง 1,200 บาท

สุดท้ายนี้อยากสรุปว่า สัญญาณมือถือของ TrueMove ในทะเลดีกว่าบนเกาะเยอะ ไม่มีสะดุดเลย ผม Tweet หาเพื่อนๆ ได้ตลอดเวลา แถมมีบางช่วงเล่น MSN คุยกับเพื่อนๆ ที่ กทม. เยาะเย้ยได้สบายๆ คาดว่าคงเพราะธุรกิจคนเรือใช้ TrueMove กันมาก แต่สัญญาณ DTAC ที่กลางทะเลและบนเกาะนั้น สู้ไม่ได้เลย

อย่างไรก็ดี ในระหว่างการเดินทางทั้งไปและกลับ สัญญาณมือถือของ  DTAC ดีกว่า TrueMove มากกกกก ครับ

ถึง กทม โดยสวัสดิภาพ เวลา 21:00 เขาคำนวณระยะเวลาในการฉายหนังบนรถดีมาก พอรถใกล้ถึงสถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย) ปุ๊บ หนังจบพอดีเลย… และการเดินทางของผมและแฟนก็จบลงด้วยประการฉะนี้ครับ

Advertisements
  1. อศินา พรวศิน
    กุมภาพันธ์ 24, 2010 ที่ 13:04

    เป็นทริปสั้นๆ ที่น่ารักเรียบง่ายดี เหมาะกับการไปพักผ่อนเอาแรงช่วงสุดสัปดาห์ ว่าแต่ว่าตกลงไปพักที่เกาะกูดรีสอร์ทใช่ไหม ไว้จะลองไปดูมั่ง….ขบอคุณสำหรับภาพสวยๆ และข้อมูลดีๆ ที่น่าสนใจนะจ๊ะ

    • นายกาฝาก
      กุมภาพันธ์ 24, 2010 ที่ 13:12

      ครับ เกาะกูดรีสอร์ท ถูกต้องครับ
      จริงๆ มันมีรีสอร์ทเยอะมาก ตั้งแต่ราคาต่ำกว่าพัน ยันหลักแสน เลือกได้ตามกำลังทรัพย์เลยพี่ อิอิ

  2. กุมภาพันธ์ 22, 2012 ที่ 14:54

    สวยงามมาก ถ้ามีที่พักแค่นี้ธรรมชาติคงไม่พัง

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: