หน้าแรก > เก็บมาฝาก, เขียนตามกระแส, โทรศัพท์มือถือ > iPhone 4 และ iOS4 ส่งผลอย่างไรกับเรา? (ตอนที่ 1)

iPhone 4 และ iOS4 ส่งผลอย่างไรกับเรา? (ตอนที่ 1)

ในปี 2007 Apple ได้เปิดตัวมือถือของตนเองภายใต้ชื่อว่า iPhone เป็นครั้งแรก ต้องบอกก่อนเลยว่า ครั้งนั้นมันเป็นอะไรที่ WoW มากๆ ทีเดียว เพราะ

  • เป็นมือถือระบบมัลติทัชตัวแรก
  • พลิกโฉมมือถือแบบทัชสกรีน ไม่ต้องไปง้อ Stylus อีก
  • ใส่ Accelerometer เข้าไป
  • หน้าจอใหญ่โตมโหฬาร แถมตัดปุ่มทิ้งออกไปเกือบหมด

ผลของ iPhone ที่มีต่อตลาดมือถือเยอะมาก มากเสียจนเรียกว่า 3 ปีให้หลังมานี้ มีโทรศัพท์มือถือที่มีคุณสมบัติในการใช้งานเทียบเท่า iPhone ออกมามากมาย หลายค่ายพยายามออกมือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการที่จะมาหาญสู้ iPhone อย่างเช่น Android หรือ webOS (เพียงแต่อย่างหลังมันไปไม่รอด และตอนนี้อยู่ในระหว่างที่รอลุ้นว่า HP ที่ซื้อกิจการ Palm ไป จะดำเนินการอย่างไรต่อ)

Windows Mobile นี่เรียกว่าแทบตกกระป๋องเลย หากไม่มีลูกค้าระดับองค์กรใช้อยู่ ป่านนี้คงหันไปใช้ iPhone ไม่ก็มือถือ Android กันหมดแล้ว… จน Microsoft ต้องแก้เกมด้วยการพัฒนา Windows Phone 7 ออกมา ซึ่งก็จะเปิดตัวปลายปีนี้

และเมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา Apple ก็เปิดตัว iPhone 4 ซึ่ง Steve Jobs คุยโม้เอาไว้ว่า มันเป็นก้าวกระโดดก้าวใหญ่นับตั้งแต่ iPhone รุ่นแรก… เข้าใจพูดดีครับ เพราะมันเป็นก้าวใหญ่จริงๆ นับจาก iPhone รุ่นแรกจริงๆ แต่ที่ผู้คนเฝ้ารอน่ะ มันคือการอัพเกรดจาก iPhone รุ่นล่าสุดคือ iPhone 3GS ต่างหากล่ะ เหอๆ

เอาละ มาดูกันว่าจุดเปลี่ยนของ iPhone 4 เมื่อเทียบกับ iPhone 3GS มีอะไรกันบ้างนะครับ

1. CPU

ชิป A4 ของ Apple

ที่เปลี่ยนไปชัดเจนแน่นอนคือ หน่วยประมวลผล หรือ CPU ครับ ซึ่งเปลี่ยนจาก ARM-based Samsung SSPC100 ARM Cortex-A8 ความเร็ว 600MHz ไปเป็นชิป A4 แบบเดียวกับที่ใน iPad แทน

การเปลี่ยนมาใช้ CPU ที่มีความเร็วขึ้นนี้ย่อมไม่แปลก เพราะหลังจากที่ Apple เปิดตัว iPad พร้อมชิป A4 แล้ว ก็มีคนคาดหวังว่าเจ้าชิปตัวเดียวกันนี้จะมาอยู่ใน iPhone รุ่นใหม่อยู่แล้ว นอกจากนี้การออกมือถือรุ่นใหม่ คนก็ย่อมคาดว่าจะได้ CPU ที่เร็วขึ้นแน่นอน

ผมไม่มองตรงนี้ว่าเป็นอะไรที่เปลี่ยนแปลงโลก ทั้งนี้เพราะว่า มือถือฝ่ายคู่แข่งเขาก็อัพเกรดไปที่ความเร็ว 1GHz กันเยอะแล้ว ยิ่ง Motorola เขาประกาศเลยด้วยซ้ำว่าสิ้นปีจะมีมือถือความเร็ว 2GHz ตัวแรกออกมา (ดูข่าวได้ที่ Wired.com)

2. Display

อีกตัวนึงที่มีการอัพเกรดอย่างเห็นได้ชัดก็คือ หน้าจอแสดงผล ซึ่งมีความละเอียดสูงมากถึง 960 x 640 พิกเซล ซึ่ง Apple เรียกว่า Retina Display เป็นจอ LCD ระบบ IPS (In-Plane Switching) ซึ่งมีความละเอียดของพิกเซลสูงถึง 326dpi ทำให้จำนวนพิกเซลต่อพื้นที่หน้าจอของ iPhone 4 นั้นมีมากกว่า iPhone 3GS ถึง 4 เท่า และมี Contrast ratio สูงถึง 800:1 มากกว่า iPhone 3GS 4 เท่าเช่นกัน

จุดนี้ผมยังไม่ได้เห็นของจริง ได้แต่ฟังที่ Steve Jobs โม้เอาไว้ ผมเลยยังไม่แน่ใจว่า ผู้ใช้งานจะได้ประโยชน์อะไรมากมายจากหน้าจอความละเอียดโคตรสูงนี้ไหม… แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ผมก็คาดหวังว่า iPad รุ่นใหม่ (เรียก iPad 2 ดีมะ?) ก็มีเอี่ยวที่จะได้ใช้จอ Retina Display ด้วยไหมนะ

Steve Jobs โม้เอาไว้ว่า นี่คือมาตรฐานใหม่ที่ Apple ได้เซ็ตเอาไว้สำหรับมือถือสมาร์ทโฟน… ในขณะที่ Samsung ก็ออกมาเถียงว่า Retina Display นั้นมีความคมชัดกว่ Super AMOLED ของ Samsung แค่ 3-4 เปอร์เซ็นต์ แต่ว่ากินไฟกว่ากันถึง 30% ทีเดียวเชียวนะ (ข่าวจาก Engadget.com) ตรงจุดนี้ผมลองไปเช็คข้อมูลมาแล้ว พบว่าน่าจะเป็นผลจากการที่ Apple มาใช้เทคโนโลยี IPS ของ LCD นี่แหละครับ คือ ได้คุณภาพของภาพที่ดีขึ้นในส่วนของมุมมองการแสดงผล (คือ มองได้จากมุมกว้างกว่าเดิม) แต่ก็เปลืองไฟเพิ่มขึ้น (ข้อมูลอ้างอิงจาก Showbizgossips.com)

** Update เพิ่มเติม **

เรื่องของ Retina Display นี่ Steve Jobs โม้เอาไว้เยอะ ว่า จำนวนพิกเซลต่อนิ้ว (dpi) นั้นสูงกว่าที่ตาคนเราจะรับได้ แต่ก็มีหลายๆ คนมาตั้งแง่ว่าจะเป็นเช่นนั้นจริงเหรอ? ผมให้ลิงก์ไปอ่านเพิ่มเติมเอาครับ

******************

3. Digital camera

iPhone 4 มาพร้อมกับกล้องดิจิตอล 5 ล้านพิกเซล และ LED Flash ส่วนด้านหน้าก็มีกล้องความละเอียด VGA (3 แสนพิกเซล) อีกด้วย… ถามว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่ไหม? ไม่อ่ะครับ เพราะว่าเดี๋ยวนี้มือถือหลายยี่ห้อเขาไปถึงขั้น 8 ล้านพิกเซลแล้ว ส่วนกล้องด้านหน้าก็มีหลายยี่ห้อที่มีใช้กันแล้ว (เช่น Samsung Monte ไง)

แต่จุดเด่นของกล้องดิจิตอลของ iPhone 4 นี้ เขาว่าอยู่ที่ การใช้เซ็นเซอร์แบบเดียวกับที่ใช้ในกล้องดิจิตอล และมือถือระดับไฮเอนด์อย่าง HTC EVO 4G ครับ… เพียงแต่ HTC EVO 4G ใช้กล้อง 8 ล้านพิกเซล เหอๆ

ในงาน WWDC2010 นั้น Steve Jobs เขาเอารูปถ่ายตัวอย่างมาอวดด้วย ก็ยอมรับว่าชัดแจ๋ว แจ่มแจ้ง จริงๆ นั่นแล แต่เวลาเราเอาไปใช้จริงๆ มันไม่เห็นจะเคยถ่ายได้แจ่มๆ แบบนั้นซะที เหอๆ

กับผู้ใช้งานทั่วไป ผมยังไม่ได้เห็นประโยชน์อะไรมากมายนัก เพราะกล้อง 5 ล้านพิกเซลก็จริง แต่เวลาที่เราจะแชร์รูปพวกนี้ผ่านทางอีเมล์ หรือ Social network ใดๆ ก็ตาม รูปมักต้องถูกย่ออยู่แล้วครับ แต่ผู้ที่ได้ประโยชน์เต็มๆ นั้น น่าจะเป็นพวกนักพัฒนาโปรแกรมมากกว่า โดยเฉพาะในแวดวงนักพัฒนา Augmented Reality เพราะกล้องที่คุณภาพสูง ความละเอียดสูง จะทำให้ทำระบบตรวจจับภาพได้ดีขึ้นด้วย แถมตอนนี้มีกล้องด้านหน้าอีก ทำให้เปิดโลกแห่งจินตนาการในการพัฒนาโปรแกรมได้อีกเยอะเลยทีเดียว (ข้อมูลเพิ่มเติมใน ReadWriteWeb.com)

ขอพักไว้เท่านี้ก่อนนะครับ แล้วจะพูดถึงต่อในตอนหน้า ว่ามีอะไรที่เพิ่มมาใน iPhone 4 และคุณสมบัติที่เพิ่มมานี้จะมีประโยชน์อะไรกับเราอีก

(ติดตามตอนต่อไป)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: