หน้าแรก > บ่นไปเรื่อย > Million Followers Fallacy – เมื่อจำนวน ไม่ใช่ตัววัดความเป็น Influencer

Million Followers Fallacy – เมื่อจำนวน ไม่ใช่ตัววัดความเป็น Influencer

ในโลกของ Social Media ท่ามกลางผู้ใช้งานหลายร้อยล้านคนนั้น มีชนกลุ่มน้อยจำนวนหนึ่ง ที่ถูกเรียกขานว่า Influencer (ขอเรียกเป็นทับศัพท์แล้วกันนะครับ เพราะหากแปลเป็นไทยตรงๆ ก็คือ ผู้ทรงอิทธิพล … ดูมาเฟียๆ ยังไงไม่รู้) ที่เราเรียกขานพวกเขาเช่นนี้ เพราะว่าพวกเขามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้อื่นในเรื่องต่างๆ เช่น ในการเลือกซื้อสินค้าอุปโภคหรือบริโภค ในการปลุกกระแสต่างๆ

influencer

ด้วยเหตุนี้บุคคลในกลุ่ม Influencer พวกนี้ จึงเป็นที่ต้องตาขอบรรดาเหล่า Agency มาก แต่ปัญหาก็คือ หากไม่นับบรรดานักร้อง นักแสดง และ Celebrity ทั้งหลายที่ใครต่อใครก็รู้จักกันแล้ว มันเป็นเรื่องยากครับ ที่จะพิจารณาได้ว่า ใครเป็น Influencer บน Social Media กันบ้าง … เมื่อคุณภาพวัดกันลำบาก ส่วนใหญ่ก็เลยมักจะวัดกันด้วยสิ่งที่จับต้องได้ง่าย นั่นคือ ตัวเลข นั่นเอง

กรณีศึกษาของบริการ Social Media อย่าง Twitter นี่เป็นตัวอย่างที่ดีครับ … เล่าแบบคร่าวๆ บริการ Twitter นั้นมีลักษณะแบบ Micro blogging คือ ให้ผู้ใช้บริการสามารถโพสต์ข้อความสั้นๆ ความยาวไม่เกินคราวละ 140 ตัวอักษร เรียกว่าการทวีต และทุกทวีตของสมาชิก ก็จะไปปรากฏอยู่บนสิ่งที่เรียกว่า Timeline ครับ … สมมติว่า นาย A ทวีตข้อความได้น่าสนใจมาก มีคนจำนวนมากสนใจที่จะติดตามสิ่งที่นาย A ทวีต ก็จะทำการ Follow นาย A เอาไว้ … เหล่าผู้คนที่เลือกที่จะตามนาย A ก็จะถูกเรียกว่า Follower และเมื่อใดก็ตามที่นาย A ทวีต ข้อความของนาย A ก็จะมาปรากฏบน Timeline ของเหล่า Follower ด้วย

ดังนั้นแล้ว เหล่า Agency ทั้งหลาย รวมไปถึงคนอีกจำนวนไม่น้อย จึงเชื่อว่า หากจำนวน Follower ของนาย A มีมาก ก็หมายความว่า มีคนจำนวนมากสนใจสิ่งที่นาย A พูดถึงมากไปด้วย และเมื่อมีคนสนใจมาก ก็น่าจะหมายความว่านาย A น่าจะเป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อคนอื่นๆ เยอะเหมือนกัน

follow-me-twitter-bird

แต่มันจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ เหรอ?

ดูเหมือนว่า โครงงานวิจัยที่เพิ่งได้เผยแพร่ในงาน International AAAI Conference on Webblogs and Social Media หรือ ICWSM เมื่อเดือนพฤษภาคม 2553 ที่ผ่านมาจะไม่ได้มองว่าเป็นเช่นนั้นครับ และพวกเขาเรียก ความเชื่อที่ไม่ถูกต้องที่ว่าจำนวน Follower คือตัวชี้วัดระดับความเป็น Influencer นี้ว่า Million Followers Fallacy

ทีมวิจัยนั้น ได้จัดกลุ่มของสิ่งที่เรียกว่า อิทธิพล (Influence) ที่บุคคลหนึ่งๆ พึงมี เอาไว้เป็น 3 หมวดหลักๆ ได้แก่

1. Indegree influence คือ จำนวนของ Follower ซึ่งแสดงถึงขนาดกลุ่มผู้ฟังที่คอยติดตามการทวีต

2. Retweet influence คือ จำนวนของการ Retweet ข้อความที่ตัวบุคคลได้ทวีตออกไป

3. Mention influence คือ จำนวนของทวีตที่ได้มีการเอ่ยชื่อของตัวบุคคลออกมา

จากการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการทางสถิติ ของบัญชี Twitter ทั้งหมด 54,981,152 รายชื่อ 1,963,263,821 Social (follow) link และ 1,755,925,520 ทวีต ทำให้นักวิจัยสรุปได้ว่า การวัดระดับความเป็น Influencer นั้นไม่สามารถทำได้ด้วยการนับจำนวน Follower เพียงอย่างเดียว โดยวัดได้จากการที่บุคคลที่มี Indegree influence สูง (หรือก็คือมี Follower จำนวนมาก) ไม่ได้หมายความว่าเวลาที่ทวีตอะไรออกไปแล้ว จะมีคน Retweet เยอะ หรือจะมีคน Mention ถึงเยอะตามไปด้วย … ส่วนคนที่มีคน Retweet บ่อยๆ หรือถูก Mention ถึงบ่อยๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมี Follower เยอะเช่นกัน … การจะวัดระดับความเป็น Influencer นั้น ต้องใช้ตัวชี้วัดที่มากกว่าแค่ จำนวน Follower ครับ

อย่างไรก็ดี พวกเขาพบว่าเหล่า Influencer ที่มี Retweet influence และ Mention influence สูงนั้น สามารถก่อให้เกิด Retweet และ Mention ได้สูง แม้ว่าจะเป็นหัวข้อที่แตกต่างออกไปจากสิ่งที่พวกเขาเป็น Influencer อยู่ก็ตาม … นี่เลยทำให้ไม่น่าแปลกใจเลยที่ Agency ทั้งหลายจะพยายามหาตัว Influencer มาช่วยในการประชาสัมพันธ์หรือการตลาด ทั้งๆ ที่บางครั้ง Influencer เหล่านี้จะไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่พวกเขาจะประชาสัมพันธ์หรือทำการตลาดเลย

สนใจติดตามข้อมูลของโปรเจ็ค Million Followers Fallacy ได้ที่เว็บของโครงการเลยครับ

กลับมาที่เรื่องของ Million Followers Fallacy ต่อครับ … ตัวอย่างมีให้เห็นชัดเจน ไม่ต้องไปหาดูที่ไหนไกล เอาแค่ Thai Trend ของไทยเรานี่แหละครับ รูปด้านล่างนี้คืออันดับ Mention ประจำวันของ Thai Trend วันที่ 5 กันยายน 2553 เวลา 21:12 น. ครับ

thaitrend_5Sep2010_2112

อยากให้ดูจุดสังเกตว่า มี @YL_Karnkawe, @YL_ViGriT, @YL_Rachin, @YL_Assha และ @YL_Raab11 ติดอันดับ Top 20 กับเขาด้วย มีคน Mention สูงมากในช่วง 284 – 400 ทวีตเลยทีเดียว แต่หากไปดูที่หน้า Twitter ของพวกเขาแล้ว จะเห็นว่า แต่ละคนมี Follower อยู่เพียงแค่ 70-90 คนเท่านั้นเอง

*** อัพเดตเพิ่ม 6 กันยายน 2553 10:10 ***

ตรงนี้ชัดเจนครับว่า mention สูง แต่ follower น้อยขนาดนี้ น่าจะมาจากการ mention กันเองในกลุ่มเพื่อนที่ follow กันอยู่ … (อาจเป็นเพื่อนในกลุ่มที่ขึ้นต้นด้วย @YL ด้วยกันทั้งนั้น … ดังนั้นข้อความทวีตจากกลุ่มผู้ที่มี mention ถึงเยอะๆ แบบนี้ ไม่ได้กระจายออกไปยังกลุ่มคนอื่นๆ เลย จึงไม่อาจกล่าวได้ว่าพวกเขามี influence แต่อย่างใด

ขอบคุณ @malimali สำหรับ comment ครับ … เพิ่งสังเกตว่าอ่านแล้วอาจมีคนเข้าใจกำกวมในเจตนาของผมอยู่

*** จบการอัพเดต ***

sample sample2

แต่จากสิ่งที่เห็นนั้น ผมมีความเห็นว่า การแบ่งประเภทของ Influence เป็น 3 อย่างตามที่เหล่านักวิจัยได้ทำไว้ เพียงพอสำหรับการพิสูจน์ให้เห็นถึงปรากฏการณ์ Million Followers Fallacy แต่ในความเป็นจริงนั้น มันไม่ได้จบง่ายๆ แค่นี้

สมมติว่า หากพิจารณาตามแนวคิดของทีมวิจัยข้างต้นแล้ว นาย B ถือได้ว่าเป็น Influencer โดยมีทั้ง Indegree, Retweet และ Mention Influence เลย เวลาที่นาย B ทวีตข้อความอะไรออกไป ก็จะมีคนจำนวนมากที่เป็น Follower ของเขา Retweet ข้อความนั้นๆ … แล้ววันหนึ่ง นาย B ก็ทวีตข้อความที่มีลิงก์ไปยังเว็บไซต์แห่งหนึ่ง

งานนี้เห็นได้ชัดว่าเป้าหมายของนาย B ไม่ได้อยู่ที่ให้คน Retweet ข้อความของเขาเท่านั้น แต่โดยหลักๆ แล้ว เขาน่าจะต้องการให้มีคนคลิกลิงก์เว็บไซต์เพื่อเข้าไปอ่านข้อมูลมากกว่า ดังนั้น คำถามก็คือว่าเหล่า Follower ของนาย B นั้นมีกี่คนที่คลิกเข้าไปในเว็บไซต์ และข้อความที่ถูก Retweet เหล่านั้นนำไปสู่ Traffic ที่เข้าสู่เว็บไซต์มากน้อยเพียงใด … ทว่าสิ่งเหล่านี้เป็นอะไรที่วัดได้ยากจริงๆ และด้วยวิธีการ และเครื่องมือที่มีอยู่ในปัจจุบัน ก็เป็นไปได้ยากที่จะได้มาซึ่งข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ในการประเมินระดับของการมี Influence ดังกล่าว

แม้จะไม่สมบูรณ์นัก แต่การพิจารณาระดับความเป็น Influencer ตามแนวคิดของทีมวิจัยข้างต้น ก็ถือว่าใช้ได้ในระดับหนึ่งละครับ อย่างน้อยก็ดีกว่าการวัดจากจำนวน Follower ซึ่งเป็นแค่ 1 ใน 3 ของประเภทของความมีอิทธิพล เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

*** อัพเดต 16 กันยายน 2553 21:50 ***

วันนี้อ่านข่าว พบว่ามีเว็บไซต์ TwitChange เขาจัดการประมูลเพื่อการกุศลให้กับเว็บไซต์ aHomeInHaiti.org ครับ เขาประมูลว่า คนที่ให้ราคาสูงสุดนั้น จะมี Celeb ไป Follow Twitter ของคนคนนั้นเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่ง แล้วก็จะมีการ Retweet ข้อความของเรา และมีการ Mention ถึงตัวเราด้วยในช่วงเวลานั้นๆ … อย่างในตอนนี้เห็นว่าเขากำลังประมูลกันอยู่ ใครชนะก็จะได้ Justin Bieber ไปตาม Follow เป็นเวลาอย่างน้อย 90 วัน … ใครที่ไม่รู้จัก Justin Bieber นี่ ขอสรุปสั้นๆ ว่า หมอนี่มี Followers อยู่มากกว่า 5 ล้านคนครับ ขนาด Jackie Chan (เฮียเฉินหลง) ก็ Follow หมอนี่ด้วยนะจะบอกให้ … การประมูลนี้เกิดขึ้นบน ebay ใช้ชื่อน่ารักมาก TWITCHANGE Justin Bieber Twitter MEGA Pkg ครับ ไปตามดูกันเอาเอง

องค์กรการกุศลได้เงิน … ส่วนผู้ที่ประมูลได้ อย่างน้อยๆ ก็ได้ประชาสัมพันธ์ตัวเองไปเต็มๆ ตั้งแต่เป็นคนที่ประมูลได้ แล้วไหน Justin Bieber จะทั้ง Retweet ข้อความ และ Mention ถึงให้บรรดา Followers ทั้ง 5 ล้านกว่าคนได้เห็นอีก (ถ้าเขาอ่าน Timeline ทันอ่ะนะ) งานนี้ Win-Win ครับ

ตรงนี้ให้เห็นอะไร… เราจะเห็นได้ว่า แต่ให้เรามี Follower ระดับอภิมหาโคตะระเซเล็บขนาดไหนมาตาม Follow เราซักกี่คน และไม่ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะมี Follower มากแค่ไหนก็ตาม แต่หากพวกเขาไม่ Retweet หรือ Mention ถึงเรา เหล่า Follower ของพวกเขาเหล่านั้น ก็จะไม่รู้เลยว่ามีเราอยู่ในโลกนี้ และ อภิมหาโคตะระเซเล็บคนนี้เขา Follow เราอยู่ (เว้นแต่จะมาคุ้ยแคะรายชื่อ Follower เราเอาเอง หรือเราไปป่าวประกาศบอก)

ดังนั้น การมีแค่ Follower เพียงอย่างเดียว มันไม่พอหรอกครับ มันก็เหมือนกับมีลูกน้องติดตามเยอะๆ แต่ใช้ให้ไปทำอะไรไม่เคยกระดิกพลิกตัวไปทำเลยนั่นแหละครับ

*** จบการอัพเดต ***

Share

Advertisements
หมวดหมู่:บ่นไปเรื่อย ป้ายกำกับ:, ,
  1. Joe9L9
    กันยายน 5, 2010 ที่ 23:11

    วิเคราะห์ได้แตกฉานดีมาก

  2. linching2
    กันยายน 6, 2010 ที่ 10:30

    อ่านแล้วชอบค่ะ เป็นข้อมูลสำหรับการวิจัยได้ดี

  3. กันยายน 6, 2010 ที่ 10:46

    ส่วนตัวเราก็คิดว่า ที่เขาแบ่งภาค influencer เป็น 3 หมวด น่าจะถูกต้อง(สำหรับตอนนี้)แล้วแหละค่ะ

    แต่ไม่ได้แปลว่า 1 คนต้องมีครบ 3 หมวด
    และแต่ละหมวด ก็ต้องมีการพิจารณาลงไปอีก เช่น

    หมวดที่ 1 Indegree influence
    เช่น ดารามักมี follower เยอะ เพื่อแฟนๆติดตามผลงาน แต่ RT ไม่ค่อยเยอะ
    นอกจากจะทวีตอะไรที่น่าสนใจกับคนส่วนรวม เช่น รูป หรือคำแก้ข่าว อะไรงี้
    แต่ดาราที่ไม่ได้ทวีตบ่อย ก็ไม่ใช่ influence ที่น่าสนใจนัก
    เพราะแต่ละทวีต คนมีสิทธิที่จะพลาดไม่ได้อ่านได้ง่ายๆถ้าไม่ได้เฝ้าตามติดอยู่

    หมวดที่ 2 Retweet influence
    บางคน follower ไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ทำให้คน follower เยอะๆ RT กว้างออกไปได้
    แต่แน่นอน follower ถึงไม่เยอะทะลุทวีต แต่ก็ต้องเยอะระดับหนึ่ง
    เพราะเมื่อถูก RT ไปกว้างๆบ่อยๆ ก็จะทำให้ follower พุ่งได้
    อย่างไรก็ตาม อาจจะไม่แน่เสมอไป
    วันดีคืนดีทวีตอะไรไปแล้วเกิดมีคน RT ส่งต่อๆเยอะมาก วันนั้นยอด RT ก็พุ่งกระฉูด
    ในขณะที่วันอื่นก็เป็นทวีตสามัญธรรมดาไม่ค่อยมีใครสนใจก็เป็นได้

    หมวดที่ 3 Mention influence
    คนที่ถูก Mention มากๆ ก็มีสิทธิอยู่ในหมวดนี้ได้
    แต่ก็ต้องมาดูว่า จริงๆแล้วใคร mention บ้าง
    mention เรื่องอะไรเป็นพิเศษ
    mention แล้วเกิดผลต่อไปอย่างไร
    ถ้าเป็น mention ปั่น หรือขาเม้า ก็อาจจะทวิตเม้ากันเองจนปั่นสถิติขึ้นสูงได้อย่างตัวอย่างที่ยกมาก็ไม่ถือว่าเข้าหมวด

    • นายกาฝาก
      กันยายน 6, 2010 ที่ 11:03

      จริงๆ แล้ว ธุรกิจต่างๆ ต้องการใช้ Twitter ให้เกิดประโยชน์มากกว่าแค่การมี mention หรือ retweet แต่อาจจะเป็นเรื่องของการเพิ่ม traffic เข้ามายังเว็บไซต์ของตน หรือการเพิ่มยอดขาย เป็นต้น ซึ่งตรงนี้เป็นอะไรที่วัดได้ยาก เว้นเสียแต่ว่าจะเรียกใช้บริการของคนที่คิดว่าเป็น influencer นั้นแล้วจึงเก็บข้อมูล (เช่น เชิญนาย A มาทวีตลิงก์ แล้วจับเลยว่ามีกี่คนที่คลิกลิงก์นั่นเข้ามา เป็นต้น)

      โดยทฤษฎีแล้ว ธุรกิจสามารถวิเคราะห์ได้ว่า influence ทั้ง 3 แบบนั้น จะนำไปสู่ influence แบบอื่นๆ (เช่น การทำให้คนตัดสินใจคลิกลิงก์เข้ามา, การทำให้คนตัดสินใจซื้อสินค้า) หรือไม่ โดยการหาค่าสหสัมพันธ์ (Correlation) ระหว่าง influence ทั้ง 3 กับตัวแปรอื่นๆ ที่ต้องการ ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินว่า คนคนนั้นเป็น influencer ในแบบที่องค์กรต้องการหรือไม่ ได้อีกด้วย … เพียงแต่ขั้นตอนในการทำจะยุ่งยากสักหน่อย จุกจิก ใช้เวลานาน ไม่รู้จะคุ้มไหม ฮาฮา … นั่นคงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ไม่มีใครเขาลงลึกในรายละเอียดครับ (ได้ไ่ม่คุ้มเสีย)

  4. กันยายน 6, 2010 ที่ 10:52

    วิเคราะห์ได้ดี และเชื่อถือ นำมาประยุกต์ใช้ได้ดีค่ะ

  5. กันยายน 8, 2010 ที่ 07:40

    วิเคราะได้ดี นายแน่มาก….”

  1. พฤศจิกายน 4, 2010 ที่ 23:10
  2. มกราคม 5, 2011 ที่ 12:50
  3. กุมภาพันธ์ 1, 2011 ที่ 09:53
  4. พฤษภาคม 15, 2011 ที่ 13:41
  5. ธันวาคม 30, 2011 ที่ 00:16

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: