หน้าแรก > คอมพิวเตอร์, รีวิว Gadget > กาฝากเลเวลอัพ รีวิว Fujitsu Lifebook SH560

กาฝากเลเวลอัพ รีวิว Fujitsu Lifebook SH560

อย่าเพิ่งแปลกใจครับ แม้ว่าจะเห็นผมรีวิว Gadget จำนวนอุปกรณ์พกพาเล็กๆ อย่างโทรศัพท์มือถือ และแท็ปเล็ตบ่อยๆ แล้วอยู่มาวันนี้ นายกาฝากเกิดเลเวลอัพ เอาโน้ตบุ๊กมารีวิวบ้าง อิอิ

ก็ด้วยความเอื้อเฟื้อจาก บริษัท iSeven จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Fujitsu จึงทำให้ผมได้เจ้า Fujitsu Lifebook SH560 มาทำการรีวิว ถือเป็นก้าวใหม่ของการอัพเกรดบล็อกตัวเอง ว่าไม่เพียงรีวิวแต่ Gadget เล็กๆ แล้ว เยๆ

sh560_500x314

ก่อนอื่น เรามาดูสเป็คของเจ้า Fujitsu Lifebook SH560 นี่ก่อนครับ

CPU & Chipset Intel® CoreTM i5-520M
2.4GHz, 3MB L2 Cache
Intel® HM55 Express Chipset
Memory & HDD 2GB DDR3 1066MHz (Max 8GB), Dual Channel
500GB SATA-150 5,400rpm, S.M.A.R.T. Support
Display & Graphics 13.3” SuperFine HD backlit LED 1366×768 pixels
nVidia GeForce 310M with 512MB dedicated memory
Audio RealTek ALC269 HD Audio Codec
Built-in Stereo Speaker and Microphone
External Mic-in
Headphone-out
Communication 1.3 Mega Pixel Web Camera
Bluetooth® v2.1 + EDR
10/100/1000Mbps Gigabit Ethernet PCI Express®
Atheros WLAN 802.11b/g/n
Modular Bay Device Dual Layer DVD Super Multi Writer
(ถอดออกแล้วใส่เป็นแบตเตอรี่ก้อนที่ 2 แทนได้)
Interfaces ExpressCardTM SD/SDHC Card Reader
USB 2.0 x 3
ช่องต่อ VGA
HDMI out
Security Bio Lock
Battery 6-cell Li-on 5,800mAh
(ใช้งานต่อเนื่องได้ราวๆ 4.5 ชั่วโมง)
Weight 1.8kg

ความรู้สึกแรกสัมผัส

ก่อนอื่น ต้องขออภัยกับความสามารถในการถ่าายภาพอันต่ำต้อยของผมก่อน … แก้ไม่หายซะที (ฮาฮา) แต่ก็อีกนั่นแหละ รีวิวของผม ก็ยังมีลักษณะเป็นบ้านๆ เหมือนเดิมครับ แม้จะเลเวลอัพแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงใช้กล้องมือถือความละเอียด 5 ล้านพิกเซลถ่ายอยู่ดี แลบลิ้นปลิ้นตา

ต้องออกตัวก่อนว่า Fujitsu Lifebook SH560 นี่ เป็นรุ่นที่มุ่งไปที่ตลาดระดับองค์กรครับ ดังนั้นรูปทรงจึงออกมาดูดีมีฐานะทีเดียว ด้วยขนาดจอ 13.3” ที่ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเล็กกว่าจอ 14.1” มากซักเท่าไหร่ แต่ทำให้น้ำหนักของตัวเครื่องลดลงจาก 2.4kg (ตามมาตรฐานโน้ตบุ๊ก 14.1” ทั่วไป) ลงเหลือ 1.8kg ก็ช่วยให้รู้สึกว่าเจ้า Fujitsu Lifebook SH560 นี่เบาขึ้นเยอะเลย (ผมเปรียบเทียบกับ Fujitsu Lifebook S7210 ที่ผมใช้อยู่ที่ออฟฟิศ ซึ่งแบกไปไหนทีนี้น้ำตาเล็ด ฮาฮา)

2010-10-28 17.43.262010-10-30 09.33.242010-10-30 09.34.002010-10-30 12.35.24

2010-10-28 17.45.402010-10-30 12.50.56

ในฐานะที่ใช้โน้ตบุ๊กในการทำงานบ่อยครั้ง ผมบอกได้เลยว่า ผมชอบคุณสมบัติในการที่สามารถกางหน้าจอ 180 องศา ได้ … หลายคนอาจงงว่ามันมีประโยชน์ตรงไหน ต้องบอกว่า มันมีประโยชน์ตอนที่สุมหัวประชุมงานกัน แล้วเราอยากให้คนรอบๆ ตัวได้ดูงานบนโน้ตบุ๊กของเรา โดยไม่ต้องต่อ Projector ก็สามารถแบะจอ 180 องศา ให้ดูกันได้เลย จะได้ไม่ต้องอ้อมมาดูข้างหลังเรานั่นเอง

แน่นอนว่า โน้ตบุ๊กในระดับองค์กร ก็มาพร้อมกับตัวสแกนลายนิ้วมือด้วย

เอ๊ะ! มีอะไรที่ไม่เคยเห็นในยี่ห้ออื่นด้วย

เท่าที่สังเกต ผมพบว่ามีจุดเด่น 3 จุดบน Fujitsu SH560 ที่ผมไม่เคยเห็นในโน้ตบุ๊กยี่ห้ออื่นๆ (ไล่ตามรูปจากซ้ายไปขวา และจากบนลงล่าง) คือ

  • Scroll Wheel แบบใหม่ ที่ออกแบบตามหลักการยศาสตร์ (แป้นกลมๆ ในรูปนั่นแหละ) ใช้นิ้วไปหมุนๆ แป้นนี้ในการเลื่อน Scroll bar ขึ้นลงได้
  • ตัวกรองฝุ่น เพื่อดักจับฝุ่นที่จะมาเกาะบริเวณ Heatsink และชุดระบายความร้อน … ผมว่าตรงนี้เป็นจุดดีครับ เพราะเวลาใช้โน้ตบุ๊กไปนานๆ (โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ฝุ่นเยอะ) ฝุ่นจะเข้าไปเกาะในบริเวณดังกล่าวมาก ทำให้ความสามารถในการระบายความร้อนของโน้ตบุ๊กตกลง
  • พอร์ต USB ชนิดที่สามารถชาร์จอุปกรณ์พกพาได้ แม้จะปิดเครื่องอยู่ มีมาให้ 1 พอร์ต … อันนี้คงโดนใจบรรดาผู้ที่มีอุปกรณ์พกพาที่ซดแบตฮวบๆ พอสมควร เชื่อว่าหลายท่านคงเคยประสบอย่างเดียวกับผม คือ อุปกรณ์พกพา (เช่นมือถือ) ที่พกไปแบตจะหมด เลยต้องพึ่งพาโน้ตบุ๊กในการชาร์จ แต่ต้องเปิดเครื่องก่อนถึงจะชาร์จได้ ซึ่งจะทำให้เปลืองแบต เพราะต้องเปิดจอ … แต่เจ้า Fujitsu SH560 นี่ ชาร์จได้แม้ไม่ต้องเปิดเครื่องครับ

Scroll Wheel แบบใหม่ ออกแบบตามหลักการยศาสตร์ตัวกรองฝุ่นตรงช่องระบายความร้อนพอร์ต USB ที่ชาร์จอุปกรณ์พกพาได้แม้จะปิดโน้ตบุ๊กอยู่ (พอร์ตล่าง)

ความรู้สึกในการใช้งาน

ผมไม่แน่ใจว่าท่านผู้อ่านมองปัจจัยใดเป็นอย่างแรกในการเลือกซื้อโน้ตบุ๊ก แต่เชื่อไหมครับว่า ปัจจัยแรกที่ผมใช้ในการพิจารณาเลือกซื้อโน้ตบุ๊กคือคีย์บอร์ด

ทำไมน่ะเหรอ?

ก็เพราะว่าเป้าหมายของผมก็การเอามาใช้ทำงาน และเน้นที่พิมพ์งานเป็นหลัก … หากคีย์บอร์ดมันทำ layout ออกมาไม่ดี ก็จะทำให้การทำงานของผมมันล่าช้าลงไปโดยไม่รู้ตัว … จุดสำคัญของผมก็แค่ คีย์บอร์ดต้องเกือบจะเป็นแบบเต็มรูปแบบเหมือนคีย์บอร์ด PC ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ปุ่มตัวหนอน ~ (หรือที่หากเราเข้าไปตั้งปุ่มสำหรับเปลี่ยนภาษาจะเรียก Grave Accent … กราฟอัคซังท์) จะต้องอยู่ในตำแหน่งที่เหมือนๆ กับคีย์บอร์ดทั่วๆ ไป ปุ่ม Shift ต้องยาวๆ หน่อย (มีบางยี่ห้อบางรุ่น โดยเฉพาะเครื่องเล็กๆ จะทำปุม Shfit ออกมาปุมกระจึ๋งเดียว) ซึ่ง Fujitsu SH560 ก็ไม่ได้ทำให้ผมผิดหวังแต่อย่างใด … จริงๆ แล้ว บล็อกตอนนี้ของผม ผมใช้เจ้านี่แหละ พิมพ์ครับ ขำกลิ้ง

คีย์บอร์ดของ Fujitsu SH560 มี Layout ที่พิมพ์ถนัดมือดี

จุดที่ขัดใจผมก็คือ พอร์ต USB ที่แม้จะให้มาด้วยกันถึง 3 พอร์ต ตามมาตรฐานของโน้ตบุ๊กสมัยนี้ แต่ว่า 2 พอร์ตที่อยู่ตรงด้านขวามือของตัวเครื่องเนี่ยมันดันเอาไปวางซ้อนชิดกันเกินไป ทำให้หากคุณมีพวก USB Flash Drive หรือ Aircard บางยี่ห้อบางรุ่น มาเสียบแล้ว มันจะทำให้ใช้เสียบอุปกรณ์ USB ตัวอื่นไม่ได้ … ทางที่ดี พกสายต่อพ่วง USB มาด้วยดีกว่า

ผลการทดสอบด้วยโปรแกรม

ในการวัดประสิทธิภาพของเครื่อง ถ้าจะทดสอบด้วยความรู้สึกก็คงไม่ดีแน่ๆ ดังนั้นผมจึงขอใช้ซอฟต์แวร์ในการประเมินประสิทธิภาพนะครับ

ใครจะใช้อะไรยังไงผมไม่สนล่ะ สำหรับผม ผมขอเลือกใช้ PCMark Vantage 1.0.2 ของค่าย FutureMark ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับทำ Benchmarking ชื่อดังอย่าง 3DMark มาทดสอบครับ

ที่ผมเลือกใช้ PCMark Vantage 1.0.2 ก็เพราะว่า มันมีชุดทดสอบที่ครบถ้วน ทั้งสำหรับการใช้งานโดยทั่วไป เช่น การประมวลผลกราฟิก 2D, การทำงานออฟฟิศ, การดูภาพยนตร์ระดับ High Definition, การท่องเว็บ ฯลฯ เรียกว่าครบอัตราศึกจริงๆ

PCMark Vantage 1.0.2

สำหรับคะแนนที่ได้นั้นก็ตามนี้เลยครับ

PCMark_result

ส่วนใครที่อยากทราบผลโดยละเอียด ก็ไปดาวน์โหลด ผลการทดสอบ ที่ผมทำเอาไว้ (ไฟล์ pdf) มาอ่านได้ครับ

ตัวเลขที่ได้ ถือว่าดีในระดับหนึ่ง คือ ใช้ทำงานทั่วๆ ไป งานมัลติมีเดียต่างๆ ได้ เล่นเกมได้ดีในระดับหนึ่ง

แต่เชื่อว่าหลายๆ ท่านก็อาจจะมองว่า แล้วการเล่นเกมล่ะเป็นยังไง? จริงๆ แล้ว PCMark Vantage ก็มีการทดสอบการเล่นเกมอยู่แล้ว แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ ผมทดสอบด้วยชุด Benchmarking สำหรับเกมโดยเฉพาะดีกว่า … แต่น่าเสียดายที่ผมไม่สามารถใช้ 3DMark Vantage ได้ เพราะว่ามันขอความละเอียดจอขั้นต่ำ 1280×1024 แต่จอ Fujitsu SH560 มีความละเอียดที่ 1366×768 ซึ่งแนวตั้งมันละเอียดไม่พอ เลยต้องไปใช้ 3DMark 06 แทนครับ … ก็ได้ผลตามตารางด้านล่างนี่

3DMark06_result

ผมพบว่า มีความสามารถในการเล่นเกมในระดับหนึ่ง แต่หากเล่นที่ความละเอียดแบบสูงๆ เอารายละเอียดแบบสุดๆ ไปไม่รอดแน่นอนครับ … อย่าลืมว่าโน้ตบุ๊กตัวนี้เป้าหมายอยู่ที่กลุ่มผู้ใช้งานระดับองค์กร ไม่ใช่เอาไว้เล่นเกม ฮาฮา

ประชาสัมพันธ์ โปรโมชั่นในเร็วๆ นี้

เจ้า Fujitsu Lifebook SH560 นี่จะมีโปรโมชั่นจำหน่ายที่งาน Commart Comtech 2010 ในวันที่ 3-7 พฤศจิกายน 2553 นี้ คือ CPU ตัวใหม่ เป็น Core i5-560M (2.66GHz 3MB L2 Cache) แทนที่จะเป็นตัว Core i5-520M แบบที่ผมรีวิวอยู่นี้ ในราคาเดิมคือ 49,900 บาท (ไม่รวม VAT) และจะแถม Windows 7 Professional พร้อมกับ Microsoft Office 2010 Home & Business Edition มาให้ด้วยเลย ด้านการรับประกัน ก็ประกัน 3 ปี ครับ

โดยภาพรวมแล้ว

Fujitsu Lifebook SH560 นี่ ราคาค่อนข้างสูงไปนิด หากคุณไปพิจารณาเทียบกับโน้ตบุ๊กอื่นๆ แต่ต้องไม่ลืมว่ากลุ่มเป้าหมายคือลูกค้าระดับองค์กร ตลอดไปจนถึงระดับผู้บริหาร ดังนั้นการออกแบบ และฟังก์ชั่นต่างๆ จึงทำออกมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเหล่านั้น ซึ่งถือว่าทำได้ดีในระดับหนึ่งเลย

ท่านใดที่มองหาโน้ตบุ๊กในราคาประหยัด คงต้องบอกผ่านเจ้า Fujitsu Lifebook SH560 ไปครับ แต่หากเป็นลูกค้าระดับองค์กร เจ้า SH560 นี่ก็ถือว่าเป็นตัวหนึ่งที่น่าพิจารณาเอาไว้ครับ

*****************************************************************

ส่งท้ายด้วยข่าวประชาสัมพันธ์จาก iSeven

ในงาน Commart Comtech ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์วันที่ 3-7 พฤศจิกายน 2553 นี้ ทาง iSeven มีโปรโมชั่นน่าสนใจ สำหรับ Fujitsu Lifebook 2 รุ่นคือ LH530V และ LH520 โดยมีสนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 19,900 และ 15,900 ตามลำดับ (ไม่รวม VAT) พร้อมสิทธิ์ในการแลกซื้อ Microsoft Windows 7 Starter Edition ในราคา 999 บาท

สำหรับรุ่น LH530V นั้น เป็น CPU Intel Core i5-460M (2.54GHz) พร้อมการ์ดจอแยก ATi Mobility Radeon HD5430 จอ 14” SuperFine LED มีสองสีให้เลือก คือ สีดำ 19,900 บาท และสีแดง 20,900 บาท (ไม่รวม VAT) รับประกัน 2 ปี มีเพียง 200 เครื่องต่อวันเท่านั้น

ส่วนอีกรุ่น LH520 จะเป็น AMD Athlon II P320 และการ์ดจอแยก ATi Mobility Radeon HD5430 เหมือนกัน และมี 2 สีเช่นเคย คือ ดำ 15,900 บาท ส่วนสีแดง 16,900 บาท (ไม่รวม VAT)

ใครสนใจโน้ตบุ๊ก 2 รุ่นนี้ ไปพบกับบูธ Fujitsu ได้ที่ Plenary Hall เลขที่ P17 และ Zone C เลขที่ A2 ในงาน Commart Comtech 2010 ครับ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ iSeven Call Center 02 714 5800 หรือ www.iseven.co.th

Share

Advertisements
หมวดหมู่:คอมพิวเตอร์, รีวิว Gadget ป้ายกำกับ:,
  1. pommy147
    ตุลาคม 30, 2010 ที่ 22:03

    สุดยอดครับ ทั้งคุณภาพและราคา ^^

  1. ตุลาคม 30, 2010 ที่ 17:03

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: