หน้าแรก > รีวิว Gadget, เก็บมาฝาก > พรีวิว Toshiba AS100 Tablet สุด Failed ประจำปี

พรีวิว Toshiba AS100 Tablet สุด Failed ประจำปี

วันที่ 3-7 พ.ย 2553 ที่ผ่านมา ในงาน Commart Comtech สิ่งที่ดึงดูให้ผมสนใจที่สุด ก็เห็นจะไม่พ้นการเปิดตัวของ Tablet ใหม่จากค่าย Toshiba คือ Toshiba AS100 ซึ่งด้วยชื่อชั้นของค่ายนี้ ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า และคอมพิวเตอร์ ก็ต้องถือว่าเป็นเจ้าเก่า ขาใหญ่พอสมควร แถมมาจากญี่ปุ่นด้วย

ดูจากสเป็คแล้วถือว่าแหวกแนวมาก เพราะใช้ CPU ของ nVidia คือ Tegra 2 ที่บอกตรงๆ ว่าแรงเลยทีเดียว ยิ่งกว่านั้นยังมีขนาดจอ 10.1 นิ้ว ถือว่าใหญ่ที่สุดในบรรดาทุกค่ายที่ออกไปก่อนหน้า ใหญ่กว่า iPad (9.6 นิ้ว) ซะอีก … น่าสนใจทีเดียวใช่ไหมครับ

แต่ปรากฏว่า มันกลับไม่เป็นอย่างที่คาด เมื่อมีผู้ซื้อไปโพสต์เจ้า Toshiba AS100 มาแล้ว พบปัญหามากมาย จนต้องทำเรื่องขอคืน บนบอร์ดของ Pantip.com และมีกระแสตอบรับทางลบมากมายในเวลาไม่ช้าไม่นาน

แล้วมันเป็นเช่นนั้นจริงไหม? กาฝากของพิสูจน์ครับ และบังเอิญว่าน้องคนหนึ่งที่ Thaidroidupdate.com มีเจ้านี่มาให้ผมได้พรีวิวพิสูจน์กันเมื่อวานนี้ ตอนไปร่วมงาน Tarad Winter Party ครับ

ก่อนที่เราจะไปดูพรีวิว … ผมก็อยากขอบคุณสปอนเซอร์ผู้สนับสนุนบล็อกแห่งนี้ ให้บล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยตาดำๆ อย่างผม นั่นคือ Adecco Thailand ครับ สำหรับท่านผู้ที่สนใจจะหางานดีๆ ละก็ แนะนำให้ใช้บริการของ Adecco Thailand เลยครับ สมัครสมาชิกแล้วกรอกข้อมูลประวัติเอาไว้ เผื่อได้งานดีๆ ในฝันอย่างไม่คาดคิดได้เลยทีเดียว … นอกจากนี้ สมาชิกของ Adecco Thailand ยังสามารถดาวน์โหลด Thailand Salary 2010 – 2011 ได้ฟรีอีกด้วย เท่านี้คุณก็จะรู้แล้วว่าควรเรียกค่าตัวสำหรับงานตำแหน่งต่างๆ ซักเท่าไหร่ดี Winking smile

รู้ไหม เดี๋ยวนี้หาตำแหน่งงานผ่าน iPhone กันได้แล้ว ดาวน์โหลด App ได้เลย

เอาละครับ … มาเข้าเรื่องของเรากันต่อครับ

ก่อนอื่น ก็มาดูสเป็คคร่าวๆ ของเจ้า Toshiba AS100 นี่ก่อนครับ

ซีพียู nVidia Tegra 2 1GHz
ระบบปฏิบัติการ Android 2.2
หน่วยความจำ 512MB RAM
8GB Internal Storage
ส่วนแสดงผล 10.1 นิ้ว ความละเอียด 1024×600
Multi-touch supported
การเชื่อมต่อ WiFi 802.11 b/g/n
Bluetooth
HDMI
พอร์ต Mini USB สำหรับเชื่อมต่อกับ PC
พอร์ต USB ปกติ สำหรับเชื่อมต่อ Flash Drive
พอร์ต SD สำหรับใส่ SD Card (ไม่ใช่ Micro SD นะครับ)
ลำโพง 0.5 วัตต์ 2 ช่อง
กล้อง เว็บแคม 1.3 ล้านพิกเซลด้านหน้า
แบตเตอรี่ 2030mAh
น้ำหนัก 760 กรัม

 

หากดูแค่สเป็คข้างต้นเพียงอย่างเดียวแล้ว ต้องบอกตรงๆ เลยครับว่า ไอ้นี่เจ๋งจริง น่าสนใจอย่างมาก ยิ่งเมื่อประกาศว่าราคาแค่ 15,900 บาท (ไม่รวม VAT) แล้วละก็ (ในงาน Commart Comtech ที่ผ่านมา ขาย 15,900 แบบรวม VAT แล้วด้วย)

ทีนี้มาดูการพรีวิวของผมบ้างว่า … จริงๆ แล้ว Toshiba AS100 มันน่าสนใจอย่างสเป็คของมันจริงหรือไม่?!? ขอออกตัวโก่งก่อนเลยว่า ผมไม่มีโอกาสได้จัดแสงจัดฉากอะไรมาก เพราะผมใช้แค่กล้องมือถือ ถ่ายภาพเพื่อพรีวิว ขณะที่อยู่ใน Tarad Winter Party เลยครับ ดังนั้นคุณภาพ และความชัดของผมอาจดูทุเรศไปนิด ขออภัยๆ

รูปด้านล่างนี่คือ Toshiba AS100 ครับ … จะเห็นว่าขนาดใหญ่พอสมควรทีเดียว (ขออภัยที่ไม่สามารถหาอะไรไปวางเปรียบเทียบได้ แต่มันใหญ่จริงๆ) ไอคอนแต่ละตัวบนหน้าจอใหญ่มาก ด้านล่างของหน้าจอจะเป็นตัวเลือกแสดง Application, Widget, Bookmarks และ Settings

ดูแล้วเป็น UI ที่แปลกตาจริงๆ

ด้านหน้าของตัวเครื่อง

เราสามารถเพิ่ม Widgets เข้าไปยังหน้า Home Screen ได้สบายๆ เพียงแค่ไปที่ตัวเลือก Widgets แล้วเลือกจากที่มีให้ในตัวเครื่อง ซึ่งมีไม่มาก … แต่ที่น่าสังเกตก็คือ หาแทบตายก็หาอะไรที่เกี่ยวกับ Google ไม่เจอเลย ไม่ว่าจะเป็น Gmail App หรือ Android Market (แน่นอน ข่าวที่ได้จากกระแสบ่นๆ ของผู้ที่ซื้อไปก็ชัดเจนอยู่แล้วว่ามันไม่มี ซึ่งทาง Toshiba ก็ยอมรับ และบอกว่ามีแผนที่จะพัฒนา/ระบบ Market ของตนเองอยู่ในอนาคตอันใกล้นี้)

แต่ ณ ตอนที่พรีวิวอยู่นี้ Android Market ก็ไม่มี ดาวน์โหลด App อะไรเพิ่มไม่ได้เลย อยากลง App ก็ต้องดาวน์โหลดเป็นไฟล์ .apk มาติดตั้งเอาเอง … ส่วนเรื่อง Flash นี่ไม่ต้องพูดถึง อยู่ๆ ไปดาวน์โหลดมาติดตั้งเองไม่ได้นะ ต้องไปดาวน์โหลดจากเว็บ www.toshiba-multimedia.com ซึ่ง ณ ตอนนี้ก็ยังไม่มีให้ดาวน์โหลดนะครับ เขาว่าต้องรอสิ้นเดือน!!

หน้าจอ Home Screen ที่มี Widget

ผมพยายามมองหาดูให้ทั่ว ก็พบว่ามี Contact App ที่ดูคุ้นตา แต่เมื่อผมพยายาม Add Account เข้าไป ก็ต้องพบว่า มันให้ผมเชื่อมต่อได้กับ Exchange เท่านั้น Disappointed smile

เข้ามาที่ Contact App ปรากฏว่าไม่มี Account ผูกเอาไว้ก็เลยเลือกที่จะ Add Account เพิ่มปรากฏว่า ให้ผูกได้แต่ Exchange Account ซะงั้น

ทีนี้มาดูรอบๆ ตัวเครื่องกันบ้างครับ … ชัดเจนว่าเจ้า Toshiba AS100 นี่มันถูกออกแบบมาให้ใช้แนวนอนเป็นหลัก นั่นคือคงามละเอียด 1024 x 600 พิกเซลชัดเจน ดังนั้นคำอธิบาย บนล่างซ้ายขวา ของผม จะอิงจากแนวนอนเป็นหลักนะครับ

  • ด้านล่างของตัวเครื่อง เป็นพอร์ตสำหรับต่อเข้ากับ TV Kit มีช่องสำหรับยึดซ้ายขวา ส่วนตรงกลางจะเป็นเหมือนพอร์ตสำหรับต่อกับ Docking
  • ด้านบนของของตัวเครื่อง เป็นปุ่มเปิดปิดหน้าจอ (และเปิดปิดเครื่องด้วย) พร้อมปุ่มปรับเสียง ที่บอกตรงๆ ว่า ขนาดเล็กมาก เมื่อเทียบกับตัวเครื่อง … แม่เจ้า จอ 10.1 นิ้ว แต่ปุ่มเปิดปิดนี่ขนาดราวๆ 8 มิลลิเมตร Don't tell anyone smile

ด้านล่างของตัวเครื่อง เอาไว้ต่อกับ Dockingด้านบนของตัวเครื่อง เป็นปุ่มเปิดปิด และปุ่มปรับเสียงด้านซ้ายของตัวเครื่องเป็นตัวล็อกฝาหลังด้านขวาของตัวเครื่องมีพอร์ตต่อต่างๆ

  • ด้านซ้ายของตัวเครื่องเป็นตัวล็อก ซึ่งตอนแรกผมงงมากว่าเอาไว้ล็อกอะไร จนมาบางอ้อภายหลังว่าเอาไว้เปิดฝาหลังของตัวเครื่องออก (เดี๋ยวผมจะแงะให้ดูว่ามันมีอะไรอยู่ข้างใน)
  • ด้านขวาของตัวเครื่อง เมื่อแกะออกมาแล้ว ก็จะเห็นว่ามี
    • ช่องใส่ SD Card
    • พอร์ต Mini USB สำหรับต่อกับ PC
    • พอร์ต USB สำหรับต่อกับ Flash Drive
    • พอร์ต HDMI
    • ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.
    • ช่องเสียบสายชาร์จ

ถ้าเราปลดล็อกที่ด้านซ้ายของตัวเครื่อง เราก็จะสามารถแงะฝาหลังออกมาได้ครับ บอกตรงๆ ว่า ผมไม่เคยคิดเลยว่า Toshiba  จะเลือกวัสดุที่เกรดต่ำขนาดนี้มาใช้ทำ Tablet ของตนเอง พลาสติกบางเฉียบเลย

แกะฝาหลังออกมาแล้ว จะเห็นแบตเตอรี่ขนาด 2030mAh อยู่ครับ ถือว่าเล็กมากเมื่อเทียบกับ iPad ที่ให้มาเหลือเฟือถึง 6800mAh ทำให้น่ากังขามากว่า ที่เขาโม้ๆ ว่าแบตเตอรี่ใช้งานได้ 7 ชั่วโมงนั้นจริงแท้แค่ไหน … ข้อดีหนึ่งเดียวที่เห็นคือ มันถอดเปลี่ยนได้นั่นเอง

จากด้านหลังนี่ชัดเจนมากครับ รู้เลยว่า CPU อยู่ตรงไหน และเห็นด้วยว่ามีช่องว่างสำหรับทำช่องใส่ SIM Card ด้วย

ข้อกังขาที่ผมสงสัยก่อนหน้านี้ คือ ทำไมต้องใช้ชาร์จเจอร์แบบหัวกลมในการชาร์จด้วย ได้ถูกคลายข้อสงสัยโดยสิ้นเชิงเมื่อได้เห็นสเป็คแบตเตอรี่ และตัวชาร์จเจอร์ครับ เพราะมันเขียนว่า Output ของแบตเตอรี่มันคือ 10.8 โวลต์ ซึ่งสูงมาก และชาร์จเจอร์มี Output อยู่ที่ 19 โวลต์ 1.58 แอมป์ แม่เจ้า อลังการเกินจริงๆ

นี่มันชาร์จเจอร์สำหรับโน้ตบุ๊กแล้ว ไม่ใช่ Android Tablet เหอๆ

แกะฝาหลังออกมาแบตเตอรี่ถอดออกได้แบตเตอรี่ถอดออกได้ชาร์จเจอร์ดูสเป็คของชาร์จเจอร์สิสเป็คของชาร์จเจอร์ชัดๆ

 

บทสรุป

Toshiba AS100 นี่ ผมมองว่า

  • จากประสบการณ์ที่ได้สัมผัส iPed และ aPad มา ต้องบอกว่า Toshiba AS100 เป็น Tablet ที่ OEM มาจากประเทศจีน โดยใช้วิธีสั่งทำจาก Model ที่มีอยู่แล้วในจีนเลย แล้วมาแปะยี่ห้อ Toshiba ใส่ด้านหลัง เลยทำให้คุณสมบัติต่างๆ ของ OEM จีนมาครบครัน ไม่ว่าจะเป็น พอร์ต USB สำหรับต่อ Flash Drive หรือการต้องชาร์จผ่าน Adapter เป็นต้น
  • แม้จะเป็น Tablet OEM จีน แต่หากมีการเตรียมพร้อมหลายๆ อย่างที่ดีพอ มันก็เป็น Tablet ที่ดีได้ แต่ว่า Toshiba AS100 นี่ ดูจะเป็น Tablet ที่ถูกเข็นให้ออกมาวางจำหน่ายเร็วๆ เพื่อจะแข่งกับยี่ห้ออื่นๆ ที่ออกมาก่อนหน้า ทำให้หลายๆ อย่างไม่พร้อม สังเกตได้จากไม่มีทั้ง Google Apps ต่างๆ … วิดีโอโฆษณาเจ้า AS100 นี่ (ที่เมืองนอกเรียก Folio 100) และ Specification ก็มีการระบุชัดเจนว่า รองรับ Flash Player 10.1 (แหงล่ะ เพราะว่า Android 2.2 รองรับ Flash Player 10.1 นิ) แต่เอาเข้าจริงๆ Flash Player ก็ยังไม่พร้อมให้ดาวน์โหลดไปใช้ จนกว่าจะปลายเดือน พ.ย. นี้

 

วิดีโอโฆษณา Toshiba Folio 100 (หรือก็คือ AS100 ในบ้านเรา)

ผมจึงคิดว่า Toshiba AS100 นี่เป็น Android Tablet ที่ Failed ที่สุดในปี 2010 ของไทยแล้วละครับ หากไม่นับ iPed และ aPad ของจีนเอง

สำหรับผู้ที่กำลังสนใจมองๆ เจ้า Toshiba AS100 นี่อยู่ ต้องขอบอกว่า ข้ามรุ่นนี้ไปก่อนได้เลยครับ ต้องรอ Toshiba แก้ตัวใหม่ อาจจะต้องดูจากการแก้ไขในส่วนซอฟต์แวร์ หรือถ้าจะให้ดี คงต้องดูไปถึงว่าจะมีการออกรุ่นใหม่ ที่เปลี่ยนแปลงดีไซน์ หรือฮาร์ดแวร์ พร้อมทั้งซอฟต์แวร์ด้วยไหมล่ะครับ

Advertisements
หมวดหมู่:รีวิว Gadget, เก็บมาฝาก ป้ายกำกับ:, , ,
  1. joker-master
    พฤศจิกายน 21, 2010 ที่ 00:16

    รุ่นนี้ผมหวังมากเลยละฮะ แต่พอได้แตะก็ชัดเจนห่วยเป็นบ้าเลย อิอิ

  2. พฤศจิกายน 21, 2010 ที่ 00:44

    เดี๋ยวของผมเอาลงพรุ่งนี้ วันนี้ไม่ไหวละ ตระเวณไปทั่ว + +

  3. TanTai
    พฤศจิกายน 21, 2010 ที่ 01:52

    สงสัยจะห่วยจริงๆ ไม่ใช่ห่วยเล่นๆ
    ลองไปจับๆเล่นที่งานคอมมาร์ท ฝืดโค่ดๆ
    ทำเอาวัยรุ่นเซ็ง

  4. palmadmin
    พฤศจิกายน 21, 2010 ที่ 17:51

    รีวิวเยี่ยมครับ

  5. pommy147
    พฤศจิกายน 22, 2010 ที่ 21:20

    เกือบสนใจ ดีที่ได้อ่านก่อน อิอิ เสียชื่อเฮียโตหมด

  6. พฤศจิกายน 27, 2010 ที่ 17:05

    ห่วยยังไง แต่ ขายซัก 6000 มือสอง ผมก็ยังเอาอยู่นะครับ (เอาจิงๆนะ)

  7. c
    มีนาคม 6, 2011 ที่ 12:06

    6900 ไหวมั้ยครับซื้อมาได้แค่อาทิตย์เดียว Notebook ดันพังซะนี่

    • ton
      มีนาคม 9, 2011 ที่ 16:21

      6,900 จะลองซื้อ้มาเล่นดูครับ จะขายก็ 081-4241254 ครับ

  1. พฤศจิกายน 21, 2010 ที่ 00:39

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: