หน้าแรก > จิตวิทยา, บ่นไปเรื่อย, Social Networking > วิเคราะห์ปรากฏการณ์ต่างๆ บน Social Media ด้วยแง่มุมจิตวิทยา (ตอนที่ 7)

วิเคราะห์ปรากฏการณ์ต่างๆ บน Social Media ด้วยแง่มุมจิตวิทยา (ตอนที่ 7)

ทำไมคนเล่น Twitter ที่มีจำนวน Follower เยอะๆ ถึงถูกใครต่อใครเรียกว่าเป็นเซเล็บ (Celeb หรือ Celebrity) บ้าง Influencer บ้าง? ทำไมแบรนด์ทั้งหลายอยากให้ Twitter ของตนมีจำนวน Follower เยอะๆ ทำไมแบรนด์ทั้งหลายพอทำ Fan Page แล้วต่างก็อยากให้ใครต่อใครเข้ามากด Like (หรือเมื่อก่อนก็คือ มาสมัครเป็น Fan ของ Page นั้นๆ) เยอะๆ?

คำตอบมาก็แบบเดียวกับโฆษณาเครื่องสำอางค์ที่ว่า ผู้หญิง 97% ที่ใช้รู้สึกชอบ หรือการที่ Samsung ออกมาประกาศว่าขาย Samsung Galaxy S ได้ 10 ล้านเครื่องทั่วโลกแล้ว หรือ LG Mobile ออกมาบอกว่า LG Optimus One ขายได้ 2 ล้านเครื่อง นั่นแหละครับ

แน่นอนครับ ก่อนที่เราจะเข้าเรื่องราวของเรา ก็ต้องขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการอย่าง Adecco Thailand ก่อนครับ อยากฝากท่านผู้อ่านที่เป็นเจ้าของ iPhone ช่วยกันอุดหนุน ดาวน์โหลด Adecco App จาก Adecco Thailand ฟรีๆ ไปติดตั้งบน iPhone หรือ iPod Touch ของท่าน แล้วสม้ครสมาชิกที่เว็บไซต์ Adecco Thailand เพื่อรับข้อมูลข่าวสารตำแหน่งงานว่าง และเนื้อหาที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากมาย

คลิกที่รูปด้านล่างนี้ เพื่อดาวน์โหลด Adecco App ผ่านทางโปรแกรม iTunes ได้เลยครับ

Adecco_iPhone_App_700

กลับมาเข้าเรื่องของเรานะครับ…

ก่อนที่ท่านผู้อ่านทั้งหลายจะอ่านต่อไปนั้น ผมอยากถามปัญหาง่ายๆ คำถามหนึ่งก่อน…”

คุณคิดว่า 1 ใน 1,000 กับ 1,000 ใน 1,000,000 อย่างไหนมีค่ามากกว่ากัน?

ถ้าเอาคำถามนี้ไปถามนักคณิตศาสตร์ พวกเขาจะตอบว่า เท่ากัน เพราะ 1/1000 กับ 1000/1000000 พอคำนวณเสร็จแล้วก็จะได้ 0.001 เท่ากัน

แต่ถ้าเอาคำถามเดียวกันนี้ ไปถามนักจิตวิทยาสังคม แล้วให้เขาตอบในเชิงจิตวิทยาละก็ คำตอบที่ได้จะแตกต่างออกไปทันทีครับ … สมมติว่าในฝูงชน 1,000 คนนั้นมี 999 คนที่หันไปทางขวา แล้วมีเพียง 1 คนที่หันไปทางซ้าย มันก็คงจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นใช่ไหมครับ แต่หากใน 1,000,000 คนนั้น มี 999,000 คนที่หันไปทางขวา แต่มีคนอีก 1,000 คนที่หันไปทางซ้ายรวมตัวเป็นกระจุกอยู่ตรงนั้น ก็มีความเป็นไปได้ที่คนที่อยู่รอบๆ คนอีก 1,000 คนที่หันซ้ายนั้นจะรู้สึกสงสัย และเริ่มหันไปทางซ้ายด้วย จนในที่สุด ทั้ง 1,000,000 คนก็อาจจะหันซ้ายกันหมด

เคยมีการทดลองทางจิตวิทยาที่นักจิตวิทยาให้ผู้สมรู้ไปยืนแหงนมองท้องฟ้าไปที่จุดจุดหนึ่งบนยอดตึกทั้งๆ ที่บนนั้นไม่มีอะไรเลย พวกเขาพบว่า จำนวนของผู้คนรอบข้างที่หยุดแล้วแหงนหน้ามองยอดตึกนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แปรผันไปตามจำนวนของผู้สมรู้ที่มาแหงนมอง

lookup_sm

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แตกต่างจากการใช้ Influencer ในการโน้มน้าวให้เกิดพฤติกรรมนะครับ ครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นคนเด่นคนดังอะไร ไม่ต้องเน้นคุณภาพ เอาปริมาณล้วนๆ เลย

ลองนึกง่ายๆ นะครับ สมมติคุณกำลังอยู่ในต่างแดนที่คุณไม่คุ้นเคยมาก่อนเลย แล้วคุณต้องขับรถไปหาเพื่อน ในขณะที่คุณไม่รู้เลยว่าคุณควรขับรถชิดซ้ายหรือชิดขวา คุณจะทำยังไง? แน่นอนครับ ง่ายที่สุดคือมองคนรอบๆ ตัวใช่ไหมครับ เพราะพวกนั้นเป็นคนท้องถิ่นย่อมรู้ดีว่ายังไงถึงจะถูก

เอาใหม่ … สมมติคุณเข้าไปร่วมกิจกรรมตอบคำถามชิงรางวัล แต่คนเข้าแข่งเยอะมาก จนทำให้ผู้จัดใช้วิธีแข่งตอบคำถามง่ายๆ เพื่อคัดเลือกคนออก โดยให้ผู้เข้าแข่งขันฟังคำถาม แล้ววิ่งไปยืนอยู่ในที่ต่างๆ ตามคำตอบที่เราเลือก … บังเอิญเหลือเกินว่าคุณไม่รู้คำตอบของคำถามนั้นเลย แต่ในขณะที่กำลังลนลานอยู่นั้น คุณสังเกตว่ามีคนไปเลือก ก. อยู่ 30 คน มีคนไปเลือก ข. อยู่ 50 คน และมีคนไปเลือก ค. อยู่ 150 คน … คุณจะเลือกข้อไหน? … เชื่อได้เลยว่าหลายคนคงเลือกที่จะไปข้อ ค. แน่นอน

นักจิตวิทยาอธิบายปรากฏการณ์นี้ว่า คนเราเชื่อว่าการตัดสินใจที่จะทำอะไรผิดพลาดน้อยลงตามจำนวนของบุคคลอื่นที่เราเห็นเขาทำพฤติกรรมนั้นๆ พูดง่ายๆ คือ ว่าไงว่าตามกันนั่นเอง

แต่มันไม่ใช่แค่นั้นนะครับ … การตัดสินใจโดยอาศัยจากจำนวนคนในกลุ่มที่ตัดสินใจด้วย มันสะดวกครับ ง่ายๆ ดี ไม่ต้องคิดอะไรมาก นับๆ คนไป เอาพวกมากลากไป และด้วยวิธีคิดแบบเดียวกันนี้แหละครับ ที่แบรนด์ต่างๆ ก็งัดเอามาใช้แฝงในโฆษณาของตนเอง เหมือนที่ผมได้พูดถึงไปในตอนต้นยังไงครับ

ไม่เพียงแต่การพูดถึงยอดขายของผลิตภัณฑ์เท่านั้นนะครับ แต่หลักการนี้ยังถูกแฝงไว้บน Social Networking อย่างเงียบๆ ด้วย เช่น

  • จำนวนครั้งที่ข้อความถูกรีทวีต (Retweet) บนบริการ Twitter สามารถถูกแปลความหมายว่าเป็นข้อความที่ใครๆ ก็เห็นว่าน่าสนใจได้ (ไม่งั้นจะรีทวีตทำไม)
  • จำนวน Follower บน Twitter ยิ่งมีมาก ก็อาจถูกแปลได้ว่าคนนี้เด่นดัง (ไม่งั้นจะมีใครต่อใครมาติดตามเรอะ?)
  • ด้วยเหตุผลเดียวกับ 2 ข้อข้างบน ดังนั้นจำนวนคนที่กด Like บน Facebook Fan Page มีมาก ก็น่าจะหมายความว่ามีคนชอบ Fan Page นี้มากเช่นกัน

และอื่นๆ อีกมาก … แต่ที่ต้องพึ่งตระหนักไว้อย่างหนึ่งว่าในทางกลับกันนั้น จำนวนมากๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเรื่องดีเสมอไป ลองนึกถึงท่านอดีตนายกคนที่ 26 และคนที่ 27 ของเราก็ได้ครับ จำนวน Follower เพียบ แต่ใช่ว่าทุกคนจะรักท่านทั้งสองจริงไหมล่ะ?

ฉันใดก็ฉันนั้นครับ แบรนด์ที่มีคนติดตามข่าวคราวบน Social Media เยอะ ไม่ว่าจะเป็น Follower บน Twitter หรือไปกด Like บน Facebook ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะชอบแบรนด์นั้นๆ เท่าไหร่หรอกนะครับ … โดยเฉพาะไอ้กด Like นี่แหละ เพราะคนจำนวนไม่น้อยเลยที่กด Like แบรนด์นั้นๆ เพื่อที่จะได้ไปโพสต์ข้อความด่าบน Wall ของแบรนด์ได้ เหอๆ

แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ถ้าเราไม่พิจารณาให้ถ้วนถี่ถึงอารมณ์ของผู้คนด้วยแล้วละก็ เราอาจถูกจำนวนตัวเลขนำไปสู่ความเข้าใจที่ผิดๆ ได้เลยละครับ

(ติดตามตอนต่อไป)

Advertisements
  1. กุมภาพันธ์ 10, 2012 ที่ 02:37

    เรียนผู้ที่รักศิลปะ ดนตรี และละครเพื่อสุขภาพจิตทุกท่าน

    ด้วยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับกรมแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ASEAN สถาบันศิลปะบำบัดแบบสร้างสรรค์ (College of Creative Arts Therapy, University of Haifa) ประเทศอิสราเอล และ สมาคมดนตรีกับการแพทย์ (International Association for Music and Medicine) ประเทศสหรัฐอเมริกาจะจัดงานบรรยายและอบรมปฏิบัติการด้านดนตรีและศิลปะบำบัดขึ้นในวันที่ 27 มิถุนายน – 2 กรกฏาคม 2555 ณ โรงแรม The Imperial Queen’s Park และงานประชุมวิชาการ 2nd International Association for Music and Medicine วันที่ 3 – 5 กรกฎาคม 2555 ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเปิดมิติใหม่แห่งการใช้ดนตรีและศิลปะในการบำบัด เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานในสถานพยาบาล สถานฟื้นฟูผู้ป่วย และสถาบันการศึกษาด้านศิลปกรรม รวมทั้งผู้สนใจทั่วไป ซึ่งเมื่อเข้ารับการอบรมแล้วสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตจริง
    จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมฟังการบรรยายและอบรมปฏิบัติการ ดนตรีบำบัด ละครบำบัด การเคลื่อนไหวบำบัด การเต้นรำบำบัด โดยผู้เชี่ยวชาญจากหลายประเทศ นอกจากนี้ทุกท่านยังมีโอกาสได้หัดเล่นเปียโนเพื่อความสุขตามหลักการ “ไม่มีใครในโลกเล่นเปียโนไม่ได้” ของทีมงาน มหัศจรรย์ 1-5 เปียโน นำโดยอาจารย์ตรีรัตน์ อุปถัมภ์โพธิวัฒน์ โดยไม่ต้องมีพื้นฐานดนตรีใดๆ มาก่อน และไม่ต้องเรียนรู้โน้ตสากล สามารถเล่นเปียโนได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
    เหมาะสำหรับนักวิชาการ นักวิจัย นักเรียน นักศึกษา นักบริหารที่มีความเครียด ทุกท่านที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมอบรมได้โดยไม่จำกัดอายุ
    ระยะเวลารับสมัคร
    สมัครภายใน 29 กุมภาพันธ์ 2555 ค่าเข้าอบรม 6 วัน 6,000 บาท
    สมัคร 1 มีนาคม 2555 เป็นต้นไป ค่าเข้าอบรม 7,000 บาท (หน่วยงานราชการสามารถเบิกต้นสังกัดได้) รับได้ 1000 คนทั่วประเทศไม่จำกัดพื้นฐานการศึกษา สมัครก่อนมีสิทธิก่อน
    กรุณาช่วยประชาสัมพันธ์ต่อนะคะ งานนี้เป็นงานที่ยิ่งใหญ่และจะเป็นประโยชน์ต่อคนไทยเป็นอย่างยิ่ง บรรยายเป็นภาษาอังกฤษ แต่มีล่ามแปลค่ะ
    ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดกำหนดการ และสมัครเข้าร่วมอบรมหรือร่วมประชุมวิชาการได้ที่ เว็บไซด์ http://www.iammthailand.com หรือ โทร 02 2182880 ต่อ 412 และ 02 2184582
    email: iammthailand@gmail.com
    แล้วพบกันนะคะ
    บุษกร บิณฑสันต์

  1. พฤษภาคม 15, 2011 ที่ 13:43
  2. กันยายน 28, 2011 ที่ 11:28

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: