หน้าแรก > รีวิว Gadget > รีวิว Asus CINEVibe หูฟังสำหรับคนรักหนังและเกม

รีวิว Asus CINEVibe หูฟังสำหรับคนรักหนังและเกม

โจทย์ของการรีวิวครั้งนี้ยากครับ เพราะว่ามันเป็นสายที่นายกาฝากคนนี้ไม่ชำนาญเท่าไหร่ ปกติแล้ว Gadget อะไรมากระผมสามารถรีวิวอธิบายจุดเด่นจุดด้อยได้เรียบ แต่ Gadget ตัวนี้หินมาก เพราะมันคือ หูฟังจาก Asus ครับ Asus CINEVibe

เจ้านี่ได้ชื่อว่า Rumble Feedback USB Gaming Headset เลยทีเดียว แต่จะเจ๋งแค่ไหน ก็ต้องไปตามอ่านรีวิวกันสิครับ

เช่นเคยครับ ผมก็ขอแสดงความขอบคุณ Adecco Thailand ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของบล็อก นานาสาระกับนายกาฝาก ซะก่อน เพราะแว่วๆ ว่าช่วงนี้มีกิจกรรมกันอีกแล้ว … ไม่ทราบว่ายังจำ Adecco Thailand Salary Guide 2011 ได้ไหมครับ? ตอนนี้เขาจัดกิจกรรม ส่งต่อ Adecco Salary Guide ให้เพื่อนของคุณก็ลุ้นรับของรางวัลมากมายจาก Adecco แล้ว กิจกรรมนี้เริ่มตั้งแต่วันนี้ จนถึง 28 กุมภาพันธ์ 2554 ครับ รู้แล้วอย่าช้า รีบไปอ่านรายละเอียดกันเลย

Adecco_iPhone_App_700

เอาละครับ กลับเข้ามาที่เรื่องของเรากันดีกว่า…

สเป็ค

ไม่ขอวุ่นวายมาก ขอลอกข้างกล่องมาเลยแล้วกันครับ

  • ขนาดลำโพงหูฟัง: 30 มิลลิเมตร
  • ความยาวสาย USB: 1.5 เมตร
  • ความต้านทาน: (เปิดระบบสั่น) 16 โอห์ม (ปิดระบบสั่น) 32 โอห์ม … +-25% ที่ 1kHz
  • การตอบสนองย่านความถี่: หูฟัง: 20Hz-20kHz … ไมโครโฟน: 100Hz-10kHz
  • ความไวต่อเสียง: (เปิดระบบสั่น) 105dB (ปิดระบบสั่น) 103dB … +-5dB ที่ 1mW จาก HATS 4158C ที่ 1kHz

รูปร่างหน้าตา และการเตรียมใช้

Asus CINEVibe เป็นหูฟังแบบที่ครอบทั้งหูครับ มีก้านไมโครโฟน พร้อมกับตัวคอนโทรลเลอร์สำหรับเพิ่มลดเสียงได้มาให้ด้วย เป็นหูฟังแบบ USB ครับ

แม้จะเป็นอุปกรณ์ USB แต่ก็ไม่ต้องใช้แผ่นไดรเวอร์อะไรเลยครับ เป็นระบบ Plug & Play เสียบปุ๊บพร้อมใช้งาน (ข้างกล่องเขียนว่า Driver-Free แต่ตอนเสียบเข้าไป Windows 7 ของผมฟ้องว่า Installing Device Driver อยู่เหยงๆ อิอิ)

ผมเป็นคนไม่ชอบหูฟังแบบนี้ เพราะใส่แล้วมักจะไม่รู้สึกสบายหูเท่าไหร่ แม้จะรู้ว่าไอ้แบบนี้มันให้เสียงดีกว่า และเก็บเสียงภายนอกได้ดีกว่าแบบยัดเยียดเข้ารูหูก็ตามที แต่พอมาสวมใส่เจ้า Asus CINEVibe นี่ต้องคิดใหม่ทำใหม่เลยครับ หูฟังนิ่มมากๆ แถมไอ้ตรงสีแดงๆ ที่เห็นในรูป มันทำตัวเหมือนระบบโช้คเลย ขยันเขยื้อนได้ตลอด ดังนั้นมั่นใจได้ว่าเหมาะกับหูของเราได้อย่างดี ออกแบบมาทางการยศาสตร์ได้เยี่ยม

ตัวบอดี้ของหูฟังเป็นพลาสติกแข็งสีขาวปลอด มีโลโก้ ASUS อยู่ พาลทำให้ตอนแรกผมคิดว่าก้านไมโครโฟนก็เป็นพลาสติกแข็งตามไปด้วย ชวนให้นึกบ่นอยู่ในใจ … แต่เอาเข้าจริงๆ พอสังเกตดีๆ พบว่าสีของตัวก้านกับสีของหูฟังมันต่างกันนิดหน่อย เลยเอามือลองจับๆ ดู … อ้าว! ก้านเป็นยางนี่หว่า ทำให้เราสามารถจับงอก้านได้ในระดับหนึ่ง เพื่อให้เหมาะสมกับตำแหน่งของปากของเรา

ข้างกล่องหูฟังนี่ มันเรียกก้านไมโครโฟนนี่ว่า Commander Microphone ฟังดูเท่ห์มากมาย

คุณภาพเสียง

ตรงนี้กระผมคงทำหน้าที่รีวิวให้พวกท่านไม่ได้ แต่ไม่ต้องห่วงครับ ผมมีนักดนตรี 2 คนมาช่วยกันวิพากย์ให้ได้ฟังกันแทน ได้แก่ @mrkui (กุ่ย โมโนโทน) และ @wiriyapa (จำได้ไหม นุ้ย เดอะพีชแบนด์ … เดี๋ยวนี้ออกเดี่ยวแทนแล้ว) ครับ

เอ้า! ขอเสียงปรบมือต้อนรับกันหน่อย…

บอกก่อนเลยว่า ผมให้หูฟังตัวนี้ให้สองคนนั้นไปรีวิว โดยไม่บอกว่ามันเป็นหูฟังไว้เล่นเกม ก๊ากๆ อยากรู้อ่ะ ว่าเขาจะวิจารณ์มาว่ายังไง … สรุปว่าประมาณนี้ครับ (อันนี้เรียบเรียงจากถ้อยความที่ผมให้ @mrkui และ @wiriyapa เขียนให้ผมเลยนะ มีปรับเรื่องสำนวนนิดหน่อยเท่านั้น)

  • ภาพรวมนั้นเสียงที่ได้มีมิติที่น้อย และเบลอ โดยเน้นเสียงไปทางด้านบันเทิงในแง่ความสะใจมากกว่าความละเมียดละไม
  • เสียงเน้นที่ย่านกลางต่ำไปจนถึงย่านต่ำ มีการตั้ง Bass Vibration เอาไว้ตอบสนองแรงกระแทกของเสียงที่เกิดจากเสียงต่ำ … เอาไว้ดูหนังบู๊หรือเล่นเกมสงครามจะมันส์มากๆ … นี่แหละ คือจุดเด่นของเจ้าหูฟังตัวนี้ สมชื่อรุ่น CINEVibe ไง (Vibe คงมาจาก Vibration … เอ๊ะ มาได้ไง)
  • เสียงย่านสูงเหมือนจะเลือกตอบสนองเฉพาะย่าน ให้ความชัดเจนของย่ายเสียงคนพูดและร้องเพลง (ตรงนี้ผมขอเสริมว่า… แหงสิครับ ก็มันเอาไว้เล่นเกมอ้ะ เลยต้องเผื่อสำหรับคนสนทนาผ่านออนไลน์ด้วย) แต่ก็ไม่ไปแย่งบทบาทของย่านต่ำที่เป็นจุดขาย และก็ไม่ต้องห่วง เพราะย่านสูงที่เลือกมาให้เน้นมันมีความชัดเจน
  • เสียงไม่บาดหู ออกหวานนวลด้วยซ้ำ แต่ไม่เหมาะฟังเพลงประเภท Acoustic เพราะจะไร้มิติขาดอรรถรสไปเลย (อย่างที่บอก เขาเอาไว้เล่นเกมกับดูหนัง … ถ้าริจะฟังเพลง กรุณาเปลี่ยนหูฟังครับ) อีกทั้งย่านต่ำก็เน้นจนเกินพอดีไปสำหรับการฟังเพลง Acoustic
  • ที่น่าสนใจคือ พอใช้ฟังเพลง MP3 แล้ว ไอ้ที่เกินพอดีๆ ไปทั้งหมดเนี่ย มันกลับทำให้เพลง MP3 ที่เสียงแห้งๆ ไร้ชีวิตชีวาฟังดูดีขึ้นมาไดเลย สงสัย Asus คงกะเอาไว้เผื่อฟังเพลง MP3 ด้วย เลยจูนหูฟังมาแนวนี้ซะงั้น

@mrkui ให้ข้อมูลอ้างอิงว่า การวิจารณ์ครั้งนี้ เปรียบเทียบกับหูฟังอีก 2 ตัวคือ Beyerdynamic DT770: Studio Ear Monitor และ Westone UM-2: Dual Driver in-ear Monitor กันเลยทีเดียว … เรียกว่า เทียบกันข้ามชั้นไปหน่อย ออกแนวโหดไปนิดสำหรับ Asus แต่ก็รู้สึกว่าจะทำได้ดี

beyerdynamic-DT770UM2

โดยภาพรวมแล้ว

สรุปว่า เจาะกลุ่มเป้าหมายพวกเกมเมอร์แนวบู๊ล้างผลาญ และคอหนังสงครามทั้งหลายแหล่ครับ จะใช้ให้เกิดประโยชน์สุดๆ ต้องดูหนังหรือเล่นเกมที่ระเบิดตูมตามเยอะๆ เอาหูฟังตัวนี้มาเล่น FarmVille เขาเรียกว่า ใช้เครื่องมือไม่เหมาะสมกับงาน ฮาฮา

ขอขอบคุณ @yokekung สำหรับหูฟังมาให้รีวิว และขอบคุณ @mrkui กับ @wiriyapa ที่ช่วยรีวิวให้ในสิ่งที่ผมทำเองไม่ได้ (เพราะหูไม่แหล่มพอ)

Advertisements
หมวดหมู่:รีวิว Gadget ป้ายกำกับ:, ,
  1. polsak_m
    มกราคม 12, 2011 ที่ 23:03

    สนนราคาสักกี่บาทเหรอครับ สำหรับหูฟังตัวนี้ ช่วยบอกทีครับน้ากาฝาก ขอบคุณครับ

  1. มกราคม 12, 2011 ที่ 23:36

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: