หน้าแรก > บ่นไปเรื่อย, เก็บมาฝาก, เขียนตามกระแส > กาฝากตามกระแส : Apple แถลงข่าว iPad 2 เราได้อะไรบ้าง?

กาฝากตามกระแส : Apple แถลงข่าว iPad 2 เราได้อะไรบ้าง?

เอาเป็นว่าเมื่อคืนผมเชื่อว่าขา Geek และ IT หลายๆ คนคงนอนดึกกันละครับ เพราะว่าเวลาตีหนึ่งประเทศไทยเรา เป็นเวลาที่ Apple เขาจัดงานแถลงข่าว ซึ่งสำนักข่าวไอทีต่างๆ เรียกว่าเป็นงาน iPad/iOS ครับ

ใช่เลย … เป็นไปตามข่าวลือก่อนหน้านี้ ว่า Apple จะเปิดตัว iPad 2 ครับ … แล้วจากงานนี้เราได้ข้อมูลอะไรกันมาบ้าง?

image

ขอขอบคุณสปอนเซอร์ผู้น่ารักที่ให้การสนับสนุนบล็อกนานาสาระกับนายกาฝากเอาไว้ดังนี้นะครับ

  • อเด็คโก้จัดฟรีสัมมนาสำหรับผู้ที่กำลังมองหางานที่ต้องการเพิ่มทักษะการเขียน Resume โดยสอนเทคนิคเพื่อให้ Resumeเป็นที่ดึงดูดต่อบริษัทชั้นนำทั่วประเทศ และรู้เทคนิคการสัมภาษณ์งาน เตรียมพร้อม และฝึกซ้อมการสัมภาษณ์งานในทุกแง่มุมก่อนเข้าสู่สถานการณ์จริง โดยฟรีสัมมนาจะจัดขึ้นทุกเดือน พิเศษสำหรับสมาชิกอเด็คโก้เท่านั้น อ่านรายละเอียดที่นี่เลย
  • สำหรับท่านที่สนใจอยากได้ Dell Streak 5 นิ้ว ก็สามารถไปสอยมาเป็นเจ้าของได้ในราคา 19,900 บาทนะครับ หาซื้อได้ตาม Power Buy และร้านค้าในเครือ Value Systems ครับ
  • ลูกค้า i-mobile 3GX สามารถที่จะสมัครแพ็กเกจ Unlimited Package 650 บาท/เดือน (ไม่รวม VAT) ซึ่งให้คุณใช้งาน BlackBerry Service ได้ไม่จำกัด, เล่นอินเทอร์เน็ต 3G ไม่จำกัด และ โทรฟรีไม่จำกัด บนโครงข่าย TOT3G (นอกพื้นที่ โทรผ่าน Roaming คิด 1.50 บาท/นาที) ส่วน SMS ครั้งละ 1 บาท รายละเอียด อ่านที่นี่เลย

Steve Jobs ออกมาขายของเอง

image

มันมีกระแสข่าวลือมาจากตอนที่หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ชื่อดังนาม National Enquirer ไปชักภาพ Steve Jobs กำลังออกจากศูนย์มะเร็งสแตนฟอร์ดเมื่อเร็วๆ นี้ เลยมีการร่ำลือกันว่า Steve Jobs จะอยู่ได้อีกแค่ 6 สัปดาห์เท่านั้น (ทั้งๆ ที่เมื่อเร็วๆ นี้เฮียแกเพิ่งไปนั่งขนาบข้างประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐฯ มาหมาดๆ)

งวดนี้คงเพื่อสยบข่าวลือ Steve Jobs เลยออกมานำเสนอด้วยตัวเองซะเลย ทั้งๆ ที่อยู่ในระหว่างลาป่วยแบบไม่มีกำหนด

imageimage

ก็หวังว่าการออกมาของ Steve Jobs งวดนี้ คงช่วยระงับกระแสข่าวลือได้ไม่มากก็น้อยละ

iPad 2 มาแล้วจ้า

แน่นอนว่า พระเอกของงานนี้คงหนีไม่พ้น iPad 2 ที่จะมาเปิดตัว และมันก็ชื่อว่า iPad 2 จริงๆ นั่นแหละ (?!?) สำหรับคนที่เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อว่าจะมีอะไรใหม่ๆ บ้าง ผมว่ามันก็น่าจะผิดหวังเล็กน้อยครับ เพราะว่าไม่มีอะไรที่เซอร์ไพรส์ หรืออะไรที่มัน ว้าว! เลย ในความเห็นของผม

พิจารณาจากสเปกคร่าวๆ ด้านล่างครับ เทียบ iPad กับ iPad 2 (ที่มา: Engadget)

image

ต้องบอกเลยว่า Apple เสียความเป็นเอกลักษณ์ในด้านของการปิดข่าวไปเยอะมากในช่วงปีสองปีมานี้ เพราะหลายสำนักข่าวเขาคาดการณ์ถูกกันล่วงหน้าเยอะแยะ แถมมีภาพหลุดนั่นนี่มาตลาด

และครั้งนี้ก็เช่นกันครับ iPad 2 ก็ได้มีการปรับปรุงเพิ่มเติม และหลายๆ ส่วนที่ไม่ได้ปรับปรุงเพิ่ม ตามที่หลายๆ สำนักคาดการณ์เอาไว้ ดังนี้

  • CPU ใช้ Apple A5 1GHz ซึ่งเป็น Dual-core ตามที่ทุกคน (รวมถึงผมเอง) คาดการณ์เอาไว้ ซึ่งไม่น่าแปลกใจอะไรเลย เพราะว่ามันต้องเอามาชนกับ Android Tablet อยู่แล้ว

imageimage

  • หน้าจอ ยังคงเป็นขนาด 9.6 นิ้ว ความละเอียด 1024×768 เหมือนเดิม ไม่ได้เป็น Retina Display หรือมีความละเอียดสูงขึ้นแต่อย่างใด ก็เป็นไปตามข่าวที่ลือกันอีกนั่นแหละ ซึ่ง Crunch Gear ได้เคยอธิบายเอาไว้แล้วว่าทำไมถึงทำไม่ได้
  • กราฟิก กับ แรม … จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผย แต่เชื่อว่าอีกไม่นานหลังจากที่ iPad 2 ออกวางจำหน่าย iFixIt คงเอาไปชำแหละแล้วเอามาบอกเราแน่ๆ แต่ตอนนี้ผมขอเดาว่า แรมน่าจะ 1GB ครับ
  • ความจุยังคงเท่าเดิมคือ 16GB/32GB/64GB คาดว่าคงเพราะยังไม่เห็นความจำเป็นว่าต้องการเนื้อที่เพิ่ม เพราะ Content ต่างๆ ยังมีขนาดไฟล์ไม่ใหญ่มาก
  • กล้องหน้าและกล้องหลัง เป็นไปตามคาดว่ามีแน่ๆ แหงล่ะ ก็ Apple พยายามเสนอขาย FaceTime ซะขนาดนั้น ตั้งข้อสังเกตว่า กล้องหน้าแค่ความละเอียด VGA เท่านั้น (3 แสนพิกเซล) ส่วนกล้องหลังก็เน้นไปที่การถ่ายวิดีโอ HD 720p ไม่ใช่ถ่ายภาพนิ่ง เชื่อว่าคุณภาพในการถ่ายภาพนิ่งก็ประมาณ iPod Touch 4th Gen ครับ
  • Gyroscope เป็นไปตามคาดว่าต้องมี เพราะ iPhone 4 กับ iPod Touch 4th Gen ก็มีแล้ว iPad จะไม่มีได้ยังไงกัน
  • แน่นอนว่า แบตเตอรี่ยังอึด 10 ชั่วโมงเหมือนเดิม แต่โม้ไว้ว่าหาก Standby เนี่ย อยู่ได้เป็นเดือนเลย

imageimage

  • บางและเบาขึ้น … บางกว่าเดิม 33% … รุ่น WiFi เบากว่าเดิมไม่ถึงขีด เชื่อว่าคงไม่มีใครทันได้สังเกตถึงความต่าง (แต่ความรู้สึกอาจมี เพราะเราเห็นว่ามันบางขึ้น) แต่รุ่น 3G เนี่ยเห็นชัดเพราะเบากว่าเดิมเป็นขีด

iMovie กับ Garage Band

ที่เปิดตัวพร้อมกันกับ iPad 2 ก็คือโปรแกรมตัดต่อวิดีโอ iMovie กับโปรแกรมดนตรี Garage Band ครับ ขายแยกต่างหากตัวละ $4.99 ถือว่าราคาไม่แพง แถมเท่าที่ดูมันทำอะไรได้เยอะแยะมากมายบน iPad 2 เลยแหละ

imageimage

เท่าที่อ่านจากข่าว ทั้ง iMovie และ Garage Band นั้นเป็นเวอร์ชันสำหรับ iPad แสดงว่าน่าจะใช้บน iPad รุ่นแรกได้ด้วย … งวดนี้น้องชายผมมีของเล่นอีกแล้ว (หมายถึง Garage Band นะครับ เพราะ iMovie คงไร้ค่าบน iPad รุ่นแรกที่ไม่มีกล้องวิดีโอ)

iOS 4.3

iPad 2 มาพร้อมกับ iOS 4.3 ครับ และแม้ว่า Apple จะปล่อย iOS 4.3 มาให้พวก Developer ได้ยลกันแล้วถึง Beta 3 ก็ตาม แต่ก็ต้องเอามาโม้กันเต็มๆ ในงานนี้อีกครับ … คุณสมบัติก็อย่างที่รู้ๆ กันครับ

imageimage

  • Safari Performance ดีขึ้น
  • มี iTunes Home Sharing
  • ปรับปรุงคุณสมบัติ AirPlay
  • ให้เราเลือกได้แล้วว่าสวิตช์บน iPad จะเอาเป็น Mute หรือ Rotation Lock (อันนี้คงเพราะโดนคนบ่นเยอะ)

อีกคุณสมบัตินึงที่เรารอกันมานานสำหรับ iPhone ก็คือ Personal Hotspot ครับ (ด้วยความที่ผมอยากใช้ iPhone 3Gs ของผมทำ WiFi Tethering หรือแชร์เน็ตผ่าน WiFi ให้กับ iPad ผมเลยต้อง Jailbreak เครื่อง และจ่ายเงิน $20 ลง MyWi นี่แหละ) … ซึ่งตรงนี้ต้องบอกว่า คนใช้ iPhone 3Gs หรือก่อนหน้าต้องผิดหวังไปตามๆ กัน เพราะมันรองรับเฉพาะคนใช้ iPhone 4 ครับ ซึ่งก็เป็นไปตามคาด เพราะ Apple น่าจะพยายามผลักดันมาให้คนใช้ iPhone 4 กันเยอะ (ตรงนี้อยากบอกว่า เอามาวางขายเยอะๆ ดิ คนซื้ออยู่แล้ว ตอนนี้มีแต่ของขาดตลาดในไทยว่ะ)

Accessories ของ iPad 2

นอกจาก iPad 2 จะมาเปิดตัวในงานแล้ว Steve Jobs ก็ยังได้ถือโอกาสขาย Accessories หรือไอเท็มประดับบารมีไปด้วยพร้อมๆ กันเลยครับ

iPad 2 Case สุดแจ่ม

บอกตรงๆ ว่า Apple Case สำหรับ iPad รุ่นแรก ไม่ได้มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจทำให้รู้สึกอยากซื้อ แต่เจ้า Case สำหรับ iPad 2 ที่เรียกว่า Smart cover (แบบที่เป็นโพลีเมอร์ราคา $39 ส่วนแบบหนังราคา $69) เนี่ย มันแหล่มเป็ดมากทีเดียว

imageimageimageimage

คือ มันใช้แม่เหล็กในการยึดติดกับ iPad 2 เลย ไม่ต้องยึดน็อตอะไร แถมยังทำงานร่วมกับ iPad 2 ได้อีก โดยการเปิดหน้าจอให้เวลาเปิดฝาปิดขึ้น และปิดหน้าจอ iPad 2 เมื่อปิดฝาปิด นอกจากนี้ยังพับเป็นขาตั้งได้ด้วย … โอวววว … ชาบูๆ

HDMI Connector

ข้อจำกัดของ Video Output Connector ของ iPad แบบเดิมอยุ่ที่ว่า มันสนับสนุนการใช้งานกับ App ของ Apple เฉพาะวิดีโอเท่านั้น แต่งวดนี้มันทำงานเป็น Mirror แล้ว สามารถใช้งานร่วมกับ App อื่นๆ ได้ด้วย และรองรับการหมุนหน้าจอ … ที่สำคัญคือ สนนราคาอยู่ที่ $39 ถือว่าไม่แพงมาก

imageimage

กำหนดวางจำหน่าย iPad 2

เชื่อว่ารอกันมาตั้งนานเนี่ย ทุกท่านคงอยากรู้ใจจะขาดว่า แล้วจะวางขายเมื่อไหร่ … คำตอบคือ 11 มีนาคม นี้ครับ … เฮ้ย! เร็วป้าด … และอีก 26 ประเทศ จะได้ไปวางจำหน่ายในวันที่ 25 มีนาคม … แน่นอน ไม่มีประเทศไทยเช่นเคย Crying face

imageimage

สนนราคาก็เริ่มต้นที่ $499 สำหรับ 16GB WiFi และไปจบที่ $829 สำหรับ 64GB 3G+WiFi และวางขายมันทั้ง AT&T กับ Verizon ตามคาดเลยครับ (AT&T สีดำ Verizon สีขาว?? แล้ว iPhone 4 สีขาวที่ว่าจะออกล่ะฟะ?)

imageimage

แอบมีแขวะกันบ้าง

ในบัตรเชิญมางานนี้ที่ Apple ส่งไปยังสื่อต่างๆ เขาเขียนเอาไว้ว่า “Come see what 2011 will be the year of”

แต่ที่เห็นแน่ๆ คือ มีการกัดแขวะกันเกิดขึ้น ประเดิมด้วยสไลด์ “2011: Year of the copycats?” หรือแปลเป็นไทยว่า “2011: ปีแห่งการลอกแบบ?” แล้วมีโลโก้ยี่ห้อต่างๆ ตั้งแต่ Honeycomb, Samsung, HP, BlackBerry และ Motorola

แถมมีการ Quote คำพูดของ CEO ของ Samsung แบบจงใจให้ผิด โดยแก้จาก “As you heard, hour sell-in was quite aggressive… around two million. In terms of sell-out, we believe it was quite smooth” เป็น “As you heard, hour sell-in was quite aggressive… around two million. In terms of sell-out, we believe it was quite small” คือ เปลี่ยนจาก ขายได้อย่างราบรื่น เป็น ขายได้ค่อนข้างน้อย ไปซะงั้นเลย

imageimage

ตามมาด้วยการแขวะต่อว่า Honeycomb มี App แค่ร้อยเดียว ส่วน iPad น่ะ มี 65,000 แล้วนะเฟ้ย … อ้าว ชักดราม่า ฮาฮา … แต่ในมุมมองผมแล้ว นี่แสดงให้เห็นว่า Apple ไม่ต้องการให้ Honeycomb แจ้งเกิดได้ง่ายๆ เลย หรือก็คือ มองว่า Honeycomb น่าจะเป็นคู่แข่งที่จำต้องรีบสกัดดาวรุ่งเสียแต่เนิ่นๆ … ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจอะไรหรอกครับ เพราะดูจากอัตราการเติบโตของอุปกรณ์ที่รันระบบปฏิบัติการ Android ได้

imageimage

ในจุดนี้ผมว่า Apple ไม่ได้มอง Samsung, HP, BlackBerry หรือ Motorola เป็นคู่แข่งมาก … แต่มองว่า Android ของ Google ต่างหากคือคู่แข่ง

ครับ และปิดท้ายด้วยการประกาศย้ำอีกครั้งว่า ปี 2011 นี่แหละ เป็นปีของ iPad

image

จากนั้นก็ปิดท้ายด้วยสถิติที่อวดสรรพคุณต่างๆ ของ iPhone และ iPad ตามมาตรฐานเฮีย Steve Jobs แกนั่นแหละครับ คิดว่าไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่ถ้าใครอยากอ่านต่อ ก็ไปอ่านได้ที่ Engadget ครับ

ส่วนบล็อกของผม ก็ขอจบลงแต่เพียงเท่านี้ละครับ

Advertisements
  1. pattadons
    มีนาคม 3, 2011 ที่ 09:22

    อยากให้ค่ายแอนดรอยด์ทั้งหลายไปหัดเรียนด้านการตฃาดให้มากกว่านี้จัง ออกวีดิโออะไรมาก็ไม่รู้ ดูแล้วไม่ทำให้อยากซื้อ Honeycomb เลย – -“

  2. jew
    มีนาคม 3, 2011 ที่ 09:23

    โอ้ พี่ steve ยู อา อะ แมน.

  3. มีนาคม 3, 2011 ที่ 23:08

    แขวะไม่สุภาพครับ ต้องเป็น แขครับ

    • นายกาฝาก
      มีนาคม 3, 2011 ที่ 23:10

      แหงะ โดนแซว

  4. TanTai
    มีนาคม 4, 2011 ที่ 06:05

    Honeycomp ราคาออกมาแต่ละตัว
    แพงโพ่ดๆเลย แล้วยังงี้จะสู้ของเฮีย JOB ได้เหรอ?

  5. Enlightenment
    มีนาคม 4, 2011 ที่ 07:32

    เฮ้ Jobs!! ดีใจที่นายกลับมา^^

  6. jew
    มีนาคม 4, 2011 ที่ 09:23

    ลุงแก จะแย่อยุ่แล้ว

    ไม่รู้จะกลับบ้านเดิม เมื่อไร

  7. somsakbbk
    มีนาคม 5, 2011 ที่ 00:47

    ขอบคุณครับ

  8. มีนาคม 5, 2011 ที่ 13:14

    เอา iPad มาทำอะไรกันหรอ ? ?

  9. jew
    มีนาคม 5, 2011 ที่ 22:24

    interface เปลี่ยนไป ทำไม มันเป็นแบบนี้

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: