หน้าแรก > คอมพิวเตอร์, รีวิว Gadget, โน้ตบุ๊ก และ แท็บเล็ต > เลข 7 เลขเด็ดกาฝาก : รีวิว Viliv Tablet ขนาด 7 นิ้ว รัน Windows 7 (ตอนที่ 2)

เลข 7 เลขเด็ดกาฝาก : รีวิว Viliv Tablet ขนาด 7 นิ้ว รัน Windows 7 (ตอนที่ 2)

หลายๆ อ่านรีวิวตอนแรกของผม อาจเกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า หากเทียบเจ้า Viliv นี่กับพวก Tablet อื่นๆ เช่น iPad, Samsung Galaxy Tab หรือ Dell Streak 7 แล้ว อันไหนมันดีกว่ากัน เพราะดูๆ ไปแล้วพวก iPad หรือ Android Tablet เนี่ย อายุแบตเตอรี่ก็นานกว่า เบากว่า บางกว่า พกสะดวกกว่า

IMG_2768

ดูจากรูปด้านบนแล้วจะเห็นว่า Viliv X70EX เนี่ย หนากว่า Android Tablet (Dell Streak 7) ที่ผมเอามาเปรียบเทียบเอาการเลยทีเดียว ถือได้ว่าเรื่องการพกพาอาจเป็นอุปสรรคอยู่บ้าง และด้อยกว่าพวก Tablet อย่าง iPad หรือ Android Tablet แต่ก็ต้องบอกว่า Viliv เนี่ย จุดเด่นของมันอยู่ที่ความเป็น Tablet ที่รันระบบปฏิบัติการ Windows นั่นเองครับ และในตอนนี้เราจะได้มาค้นพบกันว่า ระบบปฏิบัติการ Windows 7 เมื่อใช้ในฐานะ Tablet แล้วเป็นอย่างไร

แต่ก่อนที่จะเริ่มเรื่องราว ก็ต้องขอขอบคุณสปอนเซอร์ผู้แสนน่ารักของเราเช่นเคยนะครับ โดยเริ่มจาก

  • Dell Thailand ซึ่งตอนนี้เริ่มรุกคืบเข้ามาวางรากฐานในประเทศไทยชัดเจนขึ้น ด้วยเว็บไซต์ใหม่ ilovedell.com ครับ สำหรับลูกค้าของ Dell หรือผู้ที่สนใจในผลิตภัณฑ์ของ Dell เว็บไซต์แห่งนี้จะเป็นเหมือนกับศูนย์กลางสำหรับค้นหาอะไรที่อย่างที่เป็น Dell เลยครับ
  • Adecco Thailand ตอนนี้จัดกิจกรรม เชิญชวนทุกท่านเข้ามาโพสต์ความหมายของคำว่า “งาน” ในความคิดของคุณ นิยามใครโดนใจกรรมการ ก็รับรางวัลไปเล๊ยยยย รายละเอียดอ่านที่นี่เลยครับ
  • i-mobile 3GX หนึ่งใน MVNOs ของ TOT3G ซึ่งตอนนี้ก็ต้องบอกว่า ออกโปรแรงโดนใจสุดๆ คือ BB Unlimited นี่แหละครับ 650 บาท/เดือน แม้ว่าจะไม่ใช่เครือข่ายที่ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด แต่ ณ ตอนนี้ในกรุงเทพฯ ก็ครอบคลุมพื้นที่สำคัญๆ หลักๆ ไปเยอะมากแล้วละครับ รายละเอียดอ่านที่นี่เลย

เอาละครับ กลับมาที่เรื่องของเรากันต่อครับ…

 

การถือใช้งาน

Viliv ค่อนข้างหนักครับ เมื่อเทียบกับ Tablet อื่นๆ โดยน้ำหนักเนี่ยกะคร่าวๆ ก็ราวๆ iPad ครับ แต่ให้ความรู้สึกว่าหนักกว่า เพราะว่าตัวเครื่องค่อนข้างหนา เลยทำให้จับมือเดียวไม่สะดวก ต้องจับสองมือเป็นหลัก และเนื่องจากมุมมองมันค่อนข้างแคบ เลยต้องอาศัยสมาธิเพ่งหน่อยในระหว่างใช้งาน ผมเคยลองแล้วครับ เดินไปใช้ไป ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ เหมาะกับการนั่งใช้งานมากกว่าที่จะเดินไปใช้ไปแน่นอน ขืนทำอย่างนั้นมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุง่ายๆ แน่ๆ

CPU ที่ใช้เป็น Intel Atom หรือก็คือ CPU สำหรับเครื่องเน็ตบุ๊กจริงจัง หลายคนเลยอาจห่วงว่ามันจะร้อนหรือไม่ ก็ต้องขอบอกว่ามีอุ่นๆ บ้างครับ แต่ไม่ถึงขนาดร้อนจี๋

 

หน้าจอสัมผัสของ Viliv

หน้าจอสัมผัสของ Viliv เป็นแบบ Resistive ครับ ดังนั้นที่ผมตั้งข้อสังเกตได้ก่อนเลยคือ

  • มุมมองค่อนข้างแคบ แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคในการใช้งานแต่อย่างใด เพราะปกติการใช้งาน Windows เราจะมองแบบตรงๆ มาที่หน้าจออยู่แล้ว
  • หน้าจอไม่แข็งมาก เพราะเป็นจอแบบ Resistive เลยต้องให้สามารถกดบริเวณที่เป็นหน้าจอสัมผัสไปแตะไป Rigid Substrate ในรูปด้านล่าง

image

  • สีสันไม่สนใสเท่าไหร่
  • ไม่รองรับ Multitouch และไม่เหมาะกับการใช้กับนิ้วมือแน่ๆ

 

ระบบปฏิบัติการ Windows 7 กับหน้าจอสัมผัส

Microsoft บอกว่าได้ทำการออกแบบระบบปฏิบัติการใหม่หมดตอนที่ออกแบบ Windows 7 เพื่อที่ให้มันทำงานรองรับกับหน้าจอแบบสัมผัสได้มากขึ้น สังเกตได้จากคุณสมบัติอย่างเช่น การขยายขนาดของฟอนต์และพวกไอคอนต่างๆ จาก 100% เป็น 125% ได้ง่ายๆ หรือการปรับหน้าจอเป็นแนวตั้งหรือแนวนอนได้

image

การออกแบบตรง Start Menu และ Taskbar นั้น ตอนเริ่มต้นก็ออกแบบมาให้เป็นไอคอนใหญ่ๆ นิ้วแต่ได้ง่ายๆ สะดวกๆ อีกด้วย … จริงๆ แล้ว หากเป็น Windows 7 รุ่นใหญ่กว่านี้ ไม่ใช่รุ่น Starter แบบที่ Viliv แถมมาให้ละก็ เจ้า On-screen Keyboard มันจะมีที่เก็บที่ดีกว่านี้ และเหมาะกับการใช้งานกับอุปกรณ์ Tablet มากกว่านี้

อย่างไรก็ดี Viliv เนี่ย ไม่มี Accerelometer เลยทำให้การปรับหน้าจอจากแนวตั้งเป็นแนวนอน ไม่สามารถทำได้โดยอัตโนมัติ และต้องไปเลือกเอาใน Display Settings เอง ซึ่งมันหลายคลิกจนน่ารำคาญไปหน่อย … อีกทั้ง ผมว่า (และผมลองใช้แล้วก็ยืนยันตามนั้น) Windows 7 ก็ยังไม่เหมาะกับการใช้นิ้วจิ้มกับลากไปลากมาอยู่ดี เพราะการใช้งาน Windows มันยังต้องเน้นการจิ้มไปยังจุดเล็กๆ บนหน้าจออยู่

 

การใช้งานโปรแกรม Windows ต่างๆ บน Viliv

มันคือเน็ตบุ๊กครับ ขอย้ำ มีหน่วยความจำ 1GB เท่านั้น แต่ต้องมารันระบบปฏิบัติการ Windows 7 ผมเลยต้องย้ำไว้ก่อนว่า ประสบการณ์ที่ได้จากการใช้งานมัน ไม่เท่ากับพวกโน้ตุบ๊กที่ใช้ Core-i5 หรือ i7 พวกนี้แน่ๆ (ว่าเข้าไปนั่น) แต่ว่าถ้าต้องการใช้งานพวกโปรแกรม Microsoft Office กับท่องเว็บ และใช้บริการ Social Media อย่าง Twitter (ผ่าน TweetDeck) เนี่ย สบายๆ ครับ

การไม่มีเมาส์ และคีย์บอร์ด ทำให้การใช้งานโปรแกรมประเภทที่สร้างเนื้อหา (เช่น Microsoft Office, Windows Live Writer ที่เอาไว้เขียนบล็อก เป็นต้น) และโปรแกรมพวกจับภาพหน้าจอ (อย่าง Picpick ที่ผมใช้) มันทำได้ยาก เพราะต้องเน้นการป้อนข้อมูลผ่านคีย์บอร์ดเป็นหลัก (พวกโปรแกรมจับภาพหน้าจอ ก็ต้องอาศัยการกด Hotkey)

แต่ถ้าใช้งานในแบบของ Tablet ทั่วๆ ไป คือ ท่องเว็บ, ดู YouTube, เล่นเกมบน Facebook หรือฟังเพลง อะไรพวกนี้ ที่ไม่ได้ใช้พลังงานการประมวลผลแบบสิ้นเปลืองมากๆ

04

แต่ด้วยความที่มันขาดปุ่มที่เป็น Physical Keybard เลยทำให้เวลาที่ใช้โปรแกรมที่ต้องพึ่งพาการกด Shortcut บน Keyboard แล้วละก็ จะวุ่นวายและลำบากอยู่บ้าง โดยเฉพาะการใช้โปรแกรมจับภาพหน้าจอบางโปรแกรม เช่น Picpick (เป็นโปรแกรมจับภาพหน้าจอฟรี)

0607

ที่น่าเป็นห่วงคือ ความจุของตัวเครื่องแค่ 32GB ซึ่งถือว่าน้อยมาก สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows 7 และโปรแกรมอื่นๆ … ผมลองเช็คข้อมูลแล้ว พบว่าแค่เฉพาะ C:\Windows เนี่ย ก็ซัดไป 9.30GB เข้าไปแล้ว!! และเมื่อรวมโปรแกรมอื่นๆ เข้าไปด้วย ก็ซัดไป 11GB สรุปเลยเหลือใช้ได้แค่ 10.1GB เท่านั้น

0809

แต่ เอ๊ะ ผมตั้งข้อสังเกตว่า Windows มันแจ้งว่ามี HDD อยู่ 22.4GB เท่านั้นเอง แล้วมันหายไปไหน 10GB? คำตอบก็คือ มันไปเป็น Recovery Image สำหรับตัว Viliv นั่นเองครับ

10

ดังนั้น การใช้งานจริงๆ แล้ว ตัวช่องใส่ SD Card เนี่ย เลยเหมาะกับการนำไปใช้สำหรับใส่ SD Card เพิ่มค้างไว้เลย เพื่อใช้เป็นเนื้อที่เก็บข้อมูลเพิ่มเติม สำหรับโปรแกรมและไฟล์งานต่างๆ ครับ

(ติดตามตอนต่อไป)

Advertisements
  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: