หน้าแรก > คอมพิวเตอร์, รีวิว Gadget, เก็บมาฝาก, เขียนตามกระแส, โน้ตบุ๊ก และ แท็บเล็ต > ไอเท็มที่สาวกกำลังรอคอย กาฝากรีวิว iPad 2 ภาคแรกพบสบตา

ไอเท็มที่สาวกกำลังรอคอย กาฝากรีวิว iPad 2 ภาคแรกพบสบตา

จริงๆ แล้วผมแอบไว้ไม่ให้ใครรู้ ว่าผมสั่ง iPad 2 ไปตั้งแต่วันแรกที่ออกวางจำหน่ายในอเมริกาเลยล่ะครับ แต่เพิ่งจะได้รับของเมื่อปลายเดือนมีนาที่ผ่านมา และขอใช้เวลาราวๆ 1 สัปดาห์เคลียร์คิวการรีวิวทั้งหมด เพื่อรีวิวไอเท็มที่เหล่าสาวกกำลังรอคอยตัวนี้ให้เต็มที่ครับ

IMG_0022

เพื่อความครบถ้วนสมบูรณ์ของการรีวิวให้มากที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ ผมจึงสั่งเป็น iPad 2 รุ่น 3G + WiFi ขนาด 16GB ตามกำลังทรัพย์ที่มี พร้อมกับ (แน่นอน) Smart Cover สีฟ้าอ่อนสวยสด ครับ

แต่ก่อนที่จะเริ่มเรื่องราว ก็ต้องขอขอบคุณสปอนเซอร์ผู้แสนน่ารักของเราเช่นเคยนะครับ โดยเริ่มจาก

  • Dell Thailand ซึ่งตอนนี้เริ่มรุกคืบเข้ามาวางรากฐานในประเทศไทยชัดเจนขึ้น ด้วยเว็บไซต์ใหม่ ilovedell.com ครับ สำหรับลูกค้าของ Dell หรือผู้ที่สนใจในผลิตภัณฑ์ของ Dell เว็บไซต์แห่งนี้จะเป็นเหมือนกับศูนย์กลางสำหรับค้นหาอะไรที่อย่างที่เป็น Dell เลยครับ
  • Adecco Thailand ตอนนี้จัดกิจกรรม เชิญชวนทุกท่านเข้ามาโพสต์ความหมายของคำว่า “งาน” ในความคิดของคุณ นิยามใครโดนใจกรรมการ ก็รับรางวัลไปเล๊ยยยย รายละเอียดอ่านที่นี่เลยครับ
  • i-mobile 3GX หนึ่งใน MVNOs ของ TOT3G ซึ่งตอนนี้ก็ต้องบอกว่า ออกโปรแรงโดนใจสุดๆ คือ BB Unlimited นี่แหละครับ 650 บาท/เดือน แม้ว่าจะไม่ใช่เครือข่ายที่ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด แต่ ณ ตอนนี้ในกรุงเทพฯ ก็ครอบคลุมพื้นที่สำคัญๆ หลักๆ ไปเยอะมากแล้วละครับ รายละเอียดอ่านที่นี่เลย

เอาละครับ กลับมาที่เรื่องของเรากันต่อครับ…

แรกสัมผัสกับ iPad 2

นับตั้งแต่แกะกล่องเลยนะครับ บอกตรงๆ ว่า กล่องของ iPad 2 ดูแล้วบางกว่ากล่องของ iPad 1 เยอะเลยทีเดียว อันนี้เข้าใจว่า Apple ต้องการที่จะแสดงให้เห็นว่า iPad 2 มันบางกว่าจริงๆ

IMG_0030IMG_0031

ถ้าเทียบกับกล่อง iPad 1 แล้ว จะเห็นว่างวดนี้ iPad 2 ถ่ายรูปด้านข้างครับ เพื่อให้เห็นว่ามันบางจริงๆ อีกแล้วนั่นแหละครับ แกะกล่องออกมาแล้ว ก็จะเจอตัวเครื่อง สายชาร์จ ชาร์จเจอร์ และซองกระดาษใส่การ์ดคุ่มือใช้งานสั้นๆ ใบนึง ใบ Information Guid ใบนึง และสติ๊กเกอร์โลโกแอปเปิ้ล 2 ใบเท่านั้นเอง … ก็ตามสไตล์ของ Apple จริงๆ

IMG_0027IMG_0028IMG_0029

ถามว่า เบาและบางจริงไหมเมื่อเทียบ iPad 1 ต้องบอกว่าบางกว่ามากๆ มากอย่างเห็นได้ชัดเลยจริงๆ ครับ (ขออภัยที่สภาพของ iPad 1 มันแย่ไปหน่อย เพราะน้องชายเผลอทำตกไปทีนึงครับ อิอิ) ส่วนความเบานั้น ถ้าเทียบ iPad 2 รุ่น 3G กับ iPad 1 รุ่น WiFi-Only เราอาจไม่รู้สึกอะไรมากมายนัก เพราะน้ำหนัก 613 กรัม (iPad 2 3G) เทียบกับ 680 กรัม (iPad 1) มันต่างกันแค่ราวๆ 67 กรัมเท่านั้นเอง ถือว่าน้อยมากจนแทบไม่น่าจะสังเกตได้เลย … แต่ถ้าเทียบ iPad 2 รุ่น 3G กับ iPad 1 รุ่น 3G ซึ่งหนัก 730 กรัม แบบนี้ก็จะรู้สึกถึงความแตกต่างได้ชัดเจนขึ้น

IMG_0035IMG_0037

ทีนี้มาดูรอบๆ กันบ้างนะครับ

  • ด้านหน้า เป็นจอขนาด 9.7 นิ้ว ความละเอียด 1024×768 แบบเดิมๆ เหมือน iPad 1 เลยครับ ผมเลือกสีขาว ดังนั้นกรอบด้านหน้าก็จะเป็นสีขาว ใครเลือกสีดำก็จะเหมือนกับ iPad 1 เลย ไม่มีความแตกต่าง
  • ด้านหลัง ดูเผินๆ แล้วจะคล้ายๆ iPad 1 แต่ว่ามีลักษณะดีไซน์เหมือนกับ iPod Touch 4th Gen อย่างมาก มีกล้องดิจิตอลความละเอียด 9.2 แสนพิกเซล กับลำโพงอยู่ด้านล่าง และมีโลโก้รูปแอปเปิ้ล กับคำว่า iPad พร้อมระบุขนาดความจุไว้ด้วย

IMG_0005IMG_0009

  • สำหรับ iPad 2 รุ่น 3G+WiFi นั้น ด้านซ้ายบน จะมีช่องใส่ SIM Card เล็กๆ พร้อมรูเอาไว้แหย่เพื่อเปิดช่องใส่ SIM Card ออกมา แต่จะยุ่งยากหน่อย เพราะว่ามันต้องแยงแนวเฉียง ไม่ใช่แหย่ไปตรงๆ เหมือน iPhone
  • ด้านบน เป็นสวิตช์เปิดปิดหน้าจอ, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และแถบดำๆ เป็นเสาอากาศของตัวเครื่อง ตรงแถบดำๆ นั้นถ้าดูให้ดีๆ จะเห็นว่ามันคือรูไมโครโฟนครับ

IMG_0010IMG_0011

  • ด้านขวามือ ก็จะเป็น Multi-function Switch เอาไว้ใช้เป็นตัวปิดเปิดระบบ Mute หรือ ล็อคการตะแคงของเครื่อง แล้วแต่ว่าจะตั้งให้เป็นยังไง แล้วก็มีปุ่มเพิ่มลดเสียงด้วย
  • ด้านหน้าส่วนบน ก็เป็นกล้องดิจิตอลความละเอียด 3 แสนพิกเซล

IMG_0015IMG_0016

  • ด้านหน้าส่วนล่าง ก็เป็นปุ่ม Home ตามมาตรฐานของ iPad ครับ
  • ด้านล่างของตัวเครื่องเป็นช่องเสียบพอร์ต 30-pin ของ Apple ครับ

IMG_0017IMG_0019

Smart Cover ฝาปิดสุดจ๊าบ

image

ตอนที่เปิดตัว iPad 2 นั้น ผมก็ได้ดูการนำเสนอของ Steve Jobs นะครับ แต่สิ่งที่ผมรู้สึกว่ามัน ว้าว! คิดได้ยังไงเนี่ย กลับเป็นเจ้า Accessories ชิ้นหนึ่งที่เรียกว่า Smart Cover สีสันสดสวยในรูปข้างบนนี้ไงครับ

ผมว่ามันเป็น Accessories ที่ออกแบบมาได้จ๊าบมากเลยครับ ประกบติดกับ iPad 2 ปุ๊บก็กลายเป็นฝาปิดหน้าจอได้เลย และที่สำคัญก็คือ พอปิดหน้าจอปุ่ม หน้าจอ iPad 2 ก็จะดับไปด้วยเลยเช่นกัน … Smart Cover นี่เป็น Accessories ที่เหมาะ และควรค่าแก่การรีวิวมากทีเดียว

IMG_0022

ลักษณะการทำงานของ Smart Cover ก็คือ มีแม่เหล็กที่มีแรงดึงดูดอ่อนๆ ฝังอยู่ในตัวเครื่องของ iPad 2 และตรงบริเวณตรงกลางของ Smart Cover ก็จะมีแม่เหล็กที่มีแรงดึงดูดสูงระดับหนึ่งฝังอยู่และเป็นคนละขั้วกัน ซึ่งเมื่อเอามาวางใกล้ๆ กันมันก็จะดูดติดหนึบทันทีเลย

IMG_0039IMG_0041

ฝาของ Smart Cover ถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วน สามารถพับเป็นทรงสามเหลี่ยมได้ ซึ่งสามารถเอาไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายเลยทีเดียวละครับ ประการแรกเลย ก็เอาไว้รองสำหรับทำให้ตัวเครื่องเอียงในระดับหนึ่ง เวลาวางตามแนวนอน เพื่อใช้ในการพิมพ์ข้อความให้สะดวกมือ หรือจะเอามาทำเป็นขาตั้ง สำหรับใช้ตั้ง iPad ในแนวนอน เพื่อทำเป็นกรอบรูปอิเล็กทรอนิกส์ หรือเอาไว้ดูหนังเพลินๆ ก็ได้ครับ

IMG_0043IMG_0044

นอกจากนี้ ถ้าพับเป็นสามเหลี่ยมแบบนี้แล้ว พอหยิบขึ้นมาเพื่อใช้ถ่ายรูปด้วยกล้องด้านหลัง มันก็จะเป็นมือจับได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว … แล้วถ้าถามถึงความเหนียวของแรงแม่เหล็กละก็ ต้องบอกว่ามันแรงพอที่จะรับน้ำหนัก 610 กรัมของ iPad 2 3G ได้สบายๆ เลยครับ แต่!!! ห้ามทดลองเขย่าเชียวล่ะ อาจจะหลุดโป๊ะ ลงพื้นได้ง่ายๆ เชียวละครับ

พอใช้ Smart Cover แล้ว iPad 2 มันก็ดูเป็นเหมือนแฟ้มเอกสารธรรมดาๆ เลยละครับ ถือไปนี่บอกได้เลยว่า ไม่มีใครแลแน่นอน (ที่กล้าพูด เพราะเคยทดลองมาแล้ว ที่สยาม และบน BTS ไม่มีใครสนใจเลยนะครับ ว่าผมพก iPad 2 มาเดิน ฮาฮา) แต่ Smart Cover นั้นมีจุดอ่อนอยู่ที่ มันไม่ป้องกันรอยขูดขีดที่ด้านหลังตัวเครื่องอ่ะ ก็ต้องหาซื้ออุปกรณ์เสริมอื่นมาปิดป้องกัน หรือจะเอาแบบผม ไปเคลือบฟิล์มพลาสติกหุ้มให้จบเรื่องจบราวเลยครับ … ยังดีที่ด้านหลังของตัวเครื่องเป็นอลูมิเนียมที่มีลักษณะเหมือนพ่นทรายละเอียดไว้ เลยทำให้หากมีรอยเล็กๆ น้อยๆ ยังมองเห็นได้ยากอยู่

IMG_0024IMG_0025IMG_0026

การทำงานของ Smart Cover โดยละเอียดนั้นดูวิดีโอรีวิว Smart Cover ได้ที่นี่เลยครับ

เอาละครับ เอาแค่พอหอมปากหอมคอเท่านี้ก่อน แล้วเดี๋ยวเรามาดูเรื่องอื่นๆ ต่อกันครับ

(ติดตามตอนต่อไป)

  1. เมษายน 11, 2011 ที่ 10:22

    ในที่สุดก็มาให้เห็นรีวิวกันแล้ว ^ ^

    รอติดตามตอนต่อไปครับ อย่าลืมเฟซไทม์นะครับ

    จะซื้อใช้เองกะให้คุณแม่ใช้ก้เพราะเฟซไทม์ด้วยนี่แหละ

  2. pommy
    เมษายน 11, 2011 ที่ 13:05

    แจ่มมากครับ เห็นแล้วก็อยากได้ ^^

  3. sompop
    เมษายน 16, 2011 ที่ 19:45

    Smart Cover สามารถสลับข้าง โดยย้ายมาติดทางด้านขวาได้ไหมครับ เผื่่อคนที่ถนัดซ้าย (รีวิวไม่ได้พูดถึงครับ)

    • นายกาฝาก
      เมษายน 16, 2011 ที่ 21:53

      ไม่ได้ครับ เพราะฝังแม่เหล็กไว้ข้าวเดียว (อีกข้างใส่ไม่ได้อยู่แล้ว เพราะติด Side Switch กับ Volume +/- ไง)

  4. benz
    สิงหาคม 26, 2011 ที่ 19:52

    มันโทรได้ป่าว ??????????? เห็นใส่ซิมการ์ด

    • นายกาฝาก
      สิงหาคม 28, 2011 ที่ 08:25

      โทรไม่ได้ครับ

  1. เมษายน 24, 2011 ที่ 04:38

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: