หน้าแรก > บ่นไปเรื่อย, เก็บมาฝาก > รู้หรือไม่ว่าเว็บหลายๆ แห่งกำลังละเมิดลิขสิทธิ์อยู่

รู้หรือไม่ว่าเว็บหลายๆ แห่งกำลังละเมิดลิขสิทธิ์อยู่

imageผมเริ่มสังเกตว่าเดี๋ยวนี้หลายๆ คนเริ่มหันมาหารายได้เสริมจากการทำเว็บไซต์กันมากขึ้น คงเพราะว่าค่าเช่าโฮสต์เดี๋ยวนี้มันไม่แพงมาก การทำเว็บไซต์ซักเว็บก็ไม่ยากเพราะมีพวกโปรแกรม CMS ดีๆ อย่าง WordPress, Drupal, Joomla ฯลฯ มาช่วย การทำเว็บไซต์ซักเว็บขึ้นมาเลยสามารถทำได้ในเวลาเพียงแค่ไม่กี่นาที (ส่วนการตกแต่งให้สวย และพร้อมใช้อย่างสมบูรณ์ก็เป็นอีกเรื่อง) และที่สำคัญคือ มันสามารถหาเงินได้ง่ายผ่านแบนเนอร์ และพวก AdSense ของ Google

แต่ปัญหาที่สำคัญที่สุดของมือใหม่หัดทำเว็บเหล่านี้ก็คือ ไม่รู้จะหาเนื้อหาอะไรมาเขียนลงดี (พูดง่ายๆ คือ ตอนทำเว็บไม่ได้คิดหรอกว่าจะเขียนอะไร) เรื่องมันเลยลงเอยไปด้วยการที่พวกมือใหม่เหล่านี้ก็จะเริ่มท่องไปตามเว็บบล็อกต่างๆ แล้วก็ไปคัดลอกเนื้อหาจากเว็บเหล่านั้นมาลงเว็บของตัวเอง จากนั้นก็ใส่ URL ของเว็บที่ตนไปลอกมา แล้วคิดว่าการให้เครดิตแบบนี้มันจะทำให้การกระทำเช่นนี้ถูกกฎหมาย และไม่เกิดเป็นเรื่องเป็นราว

เรื่องราวอันมีสาระของ นานาสาระกับนายกาฝาก สนับสนุนโดย

  • Dell Thailand : อังคารที่ 31 พฤษภาคม 2554 นี้ จะมีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนตัวใหม่ที่ Dell Thailand จะเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการครับ นั่นก็คือ Dell Venue ครับ งานนี้ผมได้รับเชิญไปร่วม ไปร่วมให้กำลังใจผมได้ที่ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 (หมายถึงชั้นหมายเลข 1 นะครับ) สยามพารากอน เวลา 18:00 น. นะครับ ลงทะเบียนเข้าร่วมงานมีสิทธิ์ลุ้น Dell Venue ฟรีด้วยนะครับ
  • กลุ่มบริษัทอเด็คโก้ประเทศไทย (Twitter: @AdeccoThailand) บริษัทผู้ให้คำปรึกษาและบริการด้านทรัพยากรบุคคลชั้นนำของโลก มาร่วมสนุกกับกิจกรรม ดาวน์โหลด Adecco App สำหรับสมาร์ทโฟนของคุณ ไม่ว่าจะเป็น iPhone, BlackBerry หรือ Android พร้อมลุ้น iPad 2 16GB WiFi อ่านรายละเอียดที่ http://bit.ly/hBhzsm
  • i-mobile 3GX สปีดล้ำแบบ 3G ตัวจริง กับ 3 เหตุผลที่คุณควรเลือกใช้ 1) ความเร็วสูงสุด 7.2Mbps 2) เป็นผู้ให้บริการที่มียอดผู้ใช้บริการสูงสุดในกลุ่ม MVNOs ของ TOT3G และ 3) บริการหลากหลาย ทั้งซิมเติมเงิน และซิมรายเดือน พร้อมแพ็กเกจมากมาย สนใจรายละเอียด คลิกเลย

Samsung Socially Smart

เอาละครับ มาเข้าเรื่องราวของเรากันต่อได้เลย

แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ได้เป็นเช่นนั้นนะครับ … กรณีแบบนี้เป็นปัญหากันมานานแล้วในประเทศไทย มีเว็บไซต์หลายเว็บที่นำเนื้อข่าวของเว็บไซต์ข่าวอย่างเช่น ASTV Manager Online, ไทยรัฐ ฯลฯ ไปเผยแพร่ในเว็บของตน รวมทั้งรูปที่เกี่ยวข้องของข่าวนั้นๆ ด้วย

พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 นั้น ในมาตรา 7 (1) ระบุเอาไว้ว่า “ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่างๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสารอันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร หรือแผนกศิลปะ ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้” ดังนั้น การคัดลอกข่าวประเภท ยิงกันตาย ข่าวการหาเสียง ข่าวซุบซิบดารา จึงสามารถนำมาเผยแพร่ได้ … แต่นั่นไม่ได้หมายความรวมไปถึงรูปประกอบข่าวต่างๆ นะครับ นั่นนับเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามมาตรา 4 (5) ของ พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

แน่นอนว่า บทความที่เหล่าคอลัมนิสต์เขียนในหนังสือพิมพ์ หรือเว็บไซต์ต่างๆ ย่อมไม่ใช่ “ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่างๆ” ที่ได้รับการยกเว้นตามมาตรฐาน 7 อย่างแน่นอน

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับเรื่องที่ว่า การให้เครดิตกับงานที่ไปลอกเขามาใส่บนเว็บไซต์ของตนนั้น มันมาจากความเข้าใจที่ผิดๆ ในส่วนที่ 6 ข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ มาตรา 33 ซึ่งระบุว่า “การกล่าว คัด ลอก เลียน หรืออ้างอิงงานบางตอนตามสมควรจากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้ปฏิบัติตามมาตรา 32 วรรคหนึ่ง”

และมาตรา 32 วรรคหนึ่งนั้นก็ระบุว่า “การกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ หากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์”

พอเข้าใจผิดๆ แล้วก็เลยนึกว่า การลอกเขามาทั้งดุ้น แล้วทำลิงก์กลับไปยังหน้าเว็บต้นฉบับ ก็น่าจะไม่ผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดมากๆ เลยครับ เพราะ

1. หากเล่นลอกเว็บไซต์มาทั้งดุ้นแบบที่เห็นตามเว็บด้านล่างที่ผมยกตัวอย่างมาให้ ซึ่งไม่ถูกต้องตามมาตรา 33 อยู่แล้ว เพราะระบุไว้ชัดเจนว่า “กล่าว คัด ลอก เลียน หรืออ้างอิงงานบางตอนตามสมควร” เน้นย้ำนะครับ ว่าแค่ บางตอนตามสมควร ไม่ใช่ลอกมาทั้งดุ้น (เว็บหนึ่งที่ลอกของผมไปนั้น ลอกไปกระทั่งการขอบคุณสปอนเซอร์ของผมเลยทีเดียว)

imageimage

2. ในเว็บไซต์ที่ลอกงานไปนี้ ส่วนใหญ่ก็จะมีแบนเนอร์โฆษณา และ Google AdSense ด้วย ซึ่งขัดต่อมาตรา 32 (1) ชัดเจน เพราะระบุไว้ว่า “วิจัยหรือศึกษางานนั้น อันมิใช่การกระทําเพื่อหากําไร” ซึ่ง

  • การลอกงานทั้งดุ้นนี้ไปชัดเจนว่าไม่ได้เอาไปวิจัยหรือศึกษางานเขียนบล็อกแน่ๆ และ
  • เป็นการกระทำเพื่อหากำไรอย่างชัดเจน จากการที่เว็บเหล่านี้มีแบนเนอร์โฆษณา และมี Google AdSense

นอกจากนี้ การที่ลอกบทความต้นฉบับทั้งดุ้นไปไว้บนเว็บของตนเองนั้น ยังทำให้ยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ต้นฉบับลดลงไปบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งจำนวนคนเหล่านี้หากมาเข้าชมที่เว็บต้นฉบับเอง ก็จะทำให้ยอดสถิติผู้ชมของเว็บต้นฉบับมากขึ้น และเจ้าของเว็บก็สามารถนำไปหาประโยชน์ต่อได้จากการขอสปอนเซอร์ และอื่นๆ ดังนั้นเกิดเจ้าของเว็บสามารถพิสูจน์ได้ชัดเจนว่ายอดผู้ชมที่ลดลงไปนั้นมีเหตุมาจากการละเมิดลิขสิทธิ์ และมีความเสียหาย ก็ย่อมขัดต่อมาตรา 33 อีกเช่นกัน

ทำอย่างไรถึงจะถูกต้อง?!?

โดยส่วนตัวของผม ผมไม่ติดใจเอาความใดๆ หรือขอค่าลิขสิทธิ์ใดๆ ในการที่จะนำบทความของผมไปโพสต์บนเว็บไซต์ของคุณแน่นอนครับ ขอเพียงแค่แจ้งขอมาอย่างเป็นทางการ ไม่ว่าจะผ่านทางอีเมล์ หรือผ่านทาง Comment ของบล็อกนั้นๆ ก็ได้

เว็บไซต์ iT24Hrs ของ @panraphee เป็นตัวอย่างที่ดีของการนำบทความไปเผยแพร่ต่อที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ที่ดีครับ คุณปานระพีได้มีอีเมล์มาขอนำบทความไปลงเผยแพร่อย่างเป็นทางการก่อนทุกครั้งเช่นกัน … จุดสำคัญคือ การระบุให้ชัดเจนนะครับว่าจะขอบทความใด หรือทั้งหมด … อย่างในกรณีของคุณปานระพีนั้น จะมีการขออนุญาตทุกครั้งที่จะนำบทความใดๆ ไปเผยแพร่ครับ

image

ดูตัวอย่างจากผู้ที่เคยขอนำบทความของผมไปลงเผยแพร่ต่อนะครับ

image

กรณีข้างบนนี้หมายความว่า ทางนิตยสารสวัสดีหัวหินจะสามารถเลือกเอาบทความตอนใดของผมไปเผยแพร่ต่อในนิตยสารของเขาได้ตามสมควร (คือ ชอบใจอันไหน หรือทั้งหมด ก็สามารถนำไปเผยแพร่ได้เลย)

image

ส่วนกรณีของ ebookforyou ข้างบนนี้จะเข้าข่ายกรณีเดียวกับ iT24Hrs ครับ คือ ขอเฉพาะบทความไป

โดยความเห็นส่วนตัว Blogger อยากจะเห็นบทความของตนเป็นที่รู้จักและได้รับการเผยแพร่ไปให้มากที่สุด ดังนั้นหากขอกันดีๆ อย่างถูกต้อง เชื่อว่าคงไม่มีใครที่จะหวงบทความหรอกครับ ดังนั้นทางที่ดี กรุณาขอกันอย่างถูกต้องก่อน (และเก็บหลักฐานนั้นไว้ด้วยนะว่าเขาอนุญาตแล้ว) จะได้ไม่ต้องละเมิดลิขสิทธิ์กันทั้งอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือโดยจงใจครับ

หมวดหมู่:บ่นไปเรื่อย, เก็บมาฝาก ป้ายกำกับ:,
  1. พฤษภาคม 29, 2011 ที่ 13:04

    เป็นบทความที่หลายๆคนต้องใส่ใจนะครับ เพราะหลาย blog ยังทำกันแบบนี้ copy จาก siamphone, blognone มาลง เอาใน cyberbiz มาลงเต็มๆ เพื่อการทำ SEO, Adsense

    อยากให้เขียนเนื้อหาด้วยตัวเองครับ อ่านได้แต่ควรสรุปเป็นภาษาตัวเอง ไม่งั้นก็ต้องขออนุญาตแหล่ะครับ

    ส่วนผมเห็นว่า วันก่อนใน thumbsup มีการแย้งในการนำภาพประกอบมาใช้งานกับสัญญาอนุญาต creative commons ขอให้พี่กาฝากช่วยนำเสนอเรื่องของการนำภาพจาก google ไปใช้ ในการเขียนบล็อก การลงหนังสือ การนำเสนอด้วยครับว่า มีรูปแบบอย่างไรกับสัญญาอนุญาตของ creative commons ในการคุ้มครองลิขสิทธิ์ CC

  2. ธนกร เหลืองขจรวิทย์
    พฤษภาคม 29, 2011 ที่ 17:39

    เหอะๆ ผมทำอยู่เป็นประจำ แต่ไม่ใช่เว็บนี้นะ -*-
    แล้วก็ไม่ได้ก็อบทั้งดุ้นหรอ แค่เกือบหมดเลย

    แล้วก็แปลง ต่อไป 55+

    • นายกาฝาก
      พฤษภาคม 29, 2011 ที่ 18:08

      ระวังเรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์แล้วกันครับ

  3. phantomquest
    พฤษภาคม 30, 2011 ที่ 08:39

    แล้วถ้าเป็นบล็อกที่ไม่มี Adsense ไม่มี Banner ล่ะครับ

    ถ้านำบทความบางส่วนแล้ว Back link กลับไปผิดมากมั๊ยครับ

    • นายกาฝาก
      พฤษภาคม 30, 2011 ที่ 08:50

      จริงๆ แล้ว ประเด็นมันอยู่ที่ว่า “บางตอนตามสมควร” ครับ … เป็นอะไรที่ต้องใช้วิจารณญาณเอามากๆ … โดยมากมักใช้เวลาอ้างอิงมากกว่านะครับ

      เช่นในตอน “ถึงเวลาหรือยังที่เครื่อง Mac ต้องมี Antivirus” ของผม ที่ผมเขียนแบบนี้

      จริงๆ แล้ว Apple เองได้ออกมาเตือนผู้ใช้งาน Mac OS 9 ตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2002 แล้ว

      Although virus infections are rare, they do exist and can cause problems with (and sometimes damage) your files or application programs. ถึงแม้โอกาสติดไวรัส [คอมพิวเตอร์] จะยาก แต่พวกมัน [ไวรัส] ก็มีอยู่จริง และสามารถสร้างปัญหา (และบางครั้งก็สร้างความเสียหาย) ให้กับไฟล์และแอปพลิเคชั่นต่างๆ ของคุณได้

      สังเกตว่า ผมตัดมาเฉพาะท่อนเดียวที่ Apple เตือนผู้ใช้งานจริงๆ ที่ผมต้องการอ้างอิงถึง และมีการอ้างอิงลิงก์กลับไปยังต้นฉบับด้วย ซึ่งต้นฉบับนั้นเป็นหน้าเว็บเพจยาวมากๆๆ … แบบนี้ถือว่าทำได้ครับ

      ถ้าเป็นกรณีเว็บของผม ใครรีวิว Android Smartphone รุ่นเดียวกับผมอยู่ แล้วอ้างอิงผลการทดสอบ Quadrant ที่ผมทำ (เฉพาะท่อนนั้นท่อนเดียว) ว่าได้กี่คะแนน Neocore ได้กี่คะแนน แล้วลิงก์มาว่าเป็นผลการทดสอบที่ผมทำ ก็ถือว่า OK ครับ

      กรณีนี้การมีแบนเนอร์หรือไม่มีแบนเนอร์ก็ไม่เกี่ยวอะไร

  4. พฤษภาคม 30, 2011 ที่ 23:20

    ขอบคุณมากครับ มีประโยชน์มากจริงๆ

  5. MaQ
    พฤษภาคม 31, 2011 ที่ 23:30

    โอ้ ขอบคุณครับ กำลังอยากได้ความรู้เรื่องลิขสิทธิ์อยู่พอดี แต่บทความที่มีเรื่องกฏหมายนี่ สำหรับคนทั่วไปแล้วเป็นภาษาที่เข้าใจยากจริงๆ เฮ้อ..จะอ้างว่าไม่เข้าใจหรือไม่รู้กฏหมายก็ไม่ได้ซะด้วย

  6. fabboguy
    มิถุนายน 1, 2011 ที่ 15:15

    ผมอ่านบทความนี้แล้วอยากสอบถาม คุณกาฝากหน่อยครับ
    ถ้าเป็นอย่างข้อมูล จาก Yoytube (VDO cilp)เอามาPost ใน บล็อก ที่มีพวก Adsense แปะอยู่ ถือว่าเป็นการละเมินลิขสิทธ์หรือเปล่า …
    หรือ อย่างกรณี ที่บ้านผมทำโรงพิมพ์ เมือ พิมพ์สิ่งพิมพ์ ขึ้นมา แล้วเราเอา รูปหน้าปก พร้อม เนื้อเรื่อง ย่อๆ มาลง โฆษณา พร้อมบอกราคา ร้านหนังสือที่สามารถหาซื้อได้ ข้อมูลสำนักพิมพ์ (เป็นในกรณีที่ไม่ได้บอกเจ้าของหนังสือ แต่เราเพียงต้องการ บอกว่าเราเป็นผู้ผลิต และ บอกเนื้อหานิดๆ) แบบนี้ ละเมินหรือเปล่าครับ
    … ขอความเห็นหน่อยครับ

    • นายกาฝาก
      มิถุนายน 2, 2011 ที่ 07:02

      ในกรณีของ YouTube นั้น ลิขสิทธิ์ของวิดีโอยังเป็นของผู้ทำวิดีโอ แต่ว่าการนำมาเผยแพร่ในเว็บของตนเอง ไม่น่ามีปัญหาแต่อย่างใด เพราะผลประโยชน์ของผู้จัดทำไม่ได้เสียไปครับ (คนทำแชร์บน YouTube ย่อมมีเป้าหมายอยากให้วิดีโอมีคนนำไปแชร์ต่อมากขึ้น)

      แต่หากคุณไปเอาวิดีโอเขามา แล้วมาทำการตัดต่อใส่อะไรบางอย่างลงไป เช่น โฆษณา โดยเอาไปฝังไว้กับคลิปเลย หรือ เอาส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดของคลิปไปเผยแพร่ต่อในนามของตนเอง ว่าคุณเป็นคนทำเอง นี่แหละครับ ละเมิดลิขสิทธิ์เต็มเหนี่ยว

      เรื่องร้านหนังสือที่เอาปกหนังสือไปโฆษณาว่า นี่คือหนังสือที่เราเป็นผู้ผลิต และบอกเนื้อหานิดๆ ต้องพิจารณาแบบนี้ครับ

      1. เจ้าของหนังสือ/คนออกแบบปก เสียผลประโยชน์ไหม? ส่วนใหญ่จะไม่นะครับ เผลอๆ จะได้ประโยชน์จากการที่มีคนสนใจหนังสือด้วย
      2. เนื้อหาในหนังสือ ถ้าเอามาบอกนิดๆ จะเข้าข่ายมาตรา 33 ได้ครับ ตัดตอนมาพูดถึง แล้วอ้างถึงที่มาตามสมควร … และในกรณีของคุณ น่าจะเป็นเพื่อประชาสัมพันธ์หนังสือไปในตัวด้วย ผมว่าน่าจะโอเคนะครับ

      ป.ล. ผมไม่ใช่นักกฎหมาย และที่ผมตอบไปเป็นแค่ความเห็นของผมล้วนๆ ผมไม่ขอรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ใดๆ ที่ตามมา จากการดำเนินการตามความเห็นของผมนะครับ … แนะนำว่าควรปรึกษานักกฎหมายจริงๆ อีกครั้งจะดีกว่านะครับ

      • FABBO GUY
        มิถุนายน 2, 2011 ที่ 14:05

        ขอบคุณมากครับ คุณกาฝาก ผมจะติดตามอ่านต่อไปนะครับ

  7. มิถุนายน 11, 2011 ที่ 09:15

    ผมละเบื่อ โดนก๊อบประจำเลย

  8. มิถุนายน 17, 2011 ที่ 13:37

    อืม..เยี่ยมเลยค่ะ จุดเล็กๆที่ดูเป็นเหมือนเรื่องเล็กๆแต่ไม่เล็ก ^ ^

  9. สิ้นหวัง
    มิถุนายน 17, 2011 ที่ 13:39

    ประเทศไม่พัฒนาไปใหน ก็เพราะประชาชนไม่มีปัญญาคิดเองนี่แหละ

    ดูดิ เวบไซต์มีแต่คนรุ่นใหม่ๆ ทำเวบกัน แต่ไม่มีปัญญาจะสร้างเนื้อหาเอง มีแต่ไปก๊อปปี้ชาวบ้านไปทั่ว คนสร้างเนื้อหามีไม่ถึง 10% แต่ก๊อปกันทั้งประเทศ

    แล้วยังมีหน้ามาด่ารัฐบาลว่าขี้โกงอย่างนู้นอย่างนี้

    ทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่ต่างกัน

    ประชาชนมีคุณภาพแค่ใหน = ได้รัฐบาลแบบนั้น

    • นายกาฝาก
      มิถุนายน 17, 2011 ที่ 13:48

      ใจเย็นๆ คร้าบบบบบ
      มาแรงเชียว

  10. มิถุนายน 17, 2011 ที่ 13:54

    เก็บคำคำมาฝากเป็นข้อคิดครับ🙂

    “หากคิดจะเป็นผู้นำในวงการอย่ากลัวถูกก๊อปปี้”, “ก๊อปปี้ไม่ว่าแต่อย่าให้เหมือนมาก” – รายการ ณ อาร์ต คลับ #ThaiPBS

    • นายกาฝาก
      มิถุนายน 17, 2011 ที่ 13:55

      ข้อแรกเห็นด้วย แต่ก็ควรตักเตือนหากพบว่ามีการก็อปปี้อยู่ดี
      ส่วนข้อหลัง ผมว่ามันสอนผิดๆ ครับ

  11. T
    กรกฎาคม 9, 2011 ที่ 12:30

    อยากถามว่า เว็บโพสทั่วไป ที่มีคนเอารูป คลิป MV มาโพสในเว็บเรา มันผิดกฎหมายรึเปล่า แล้วสิ่ง นั้นจะเป็นลิขสิทธฺของใคร เจ้าของเว็บต้องรับผิดชอบรึเปล่า

    • นายกาฝาก
      กรกฎาคม 9, 2011 ที่ 15:26

      ผมไม่ใช่ทนายหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ดังนั้นคำตอบของผมอาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกนัก แนะนำให้หาคนที่เก่งด้านกฎหมายมาแนะนำอีกทีดีกว่า

      คลิป MV หากเจ้าของไม่ใช่ค่ายเพลง ถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์ครับ การที่สมาชิกในเว็บมาโพสต์ในเว็บเรา แม้เราจะไม่ได้เป็นคนโพสต์ แต่หากมีคนแจ้งมาให้ลบออก เจ้าของเว็บต้องลบครับ

  12. Katoon
    กรกฎาคม 28, 2011 ที่ 13:51

    แล้วในกรณีที่เป็นรูปภาพ ตัวการ์ตูนต่างๆ รวมถึง วอลเปเปอร์ที่หลายๆเว็บไซต์ให้ดาวโหลดฟรี(ซึ่งคิดว่าไม่ใช่เจ้าของภาพที่แท้จริงด้วยอ่ะค่ะ) ไม่มีลายน้ำเราเอามาดัดแปลงตกแต่งเว็บไซต์ของเราให้ดูสวยงามน่าสนใจได้ไหมคะเพราะเป็นเว็บที่เกี่ยวกับการขายสินค้าด้วย กลัวจะละเมิดลิขสิทธิ์ค่ะ แล้วก็ไม่รู้ว่าจะขออนุญาติจากใครค่ะ

    • นายกาฝาก
      กรกฎาคม 28, 2011 ที่ 13:55

      กรณีนี้เลี่ยงดีกว่าครับ เพราะไม่รู้ว่าเจ้าของลิขสิทธิ์อยู่ที่ไหน
      การเอามาตกแต่งเพิ่มเติมเพื่อใช้งาน ไม่ได้ทำให้มันเป็นลิขสิทธิ์ของเราอ่ะครับ

  13. lemon
    กุมภาพันธ์ 28, 2012 ที่ 17:34

    พึ่งมาอ่านเจอบทความนี้ ดีมากๆเลยค่ะกำลังสนใจเรื่องนี้อยู่ พอดีมีเว็บไซต์เกี่ยวกับความรัก เนื้อหาบางส่วนที่น่าสนใจก็ก๊อปเขามาแล้วก็ให้เครดิตที่มา บางส่วนก็เขียนขึ้นเอง และสงสัยเกี่ยวกับรูปภาพค่ะ รูปที่ดิฉันเอามาลงในเว็บเป็นรูปจาก flickr ที่แสดง CC แล้วดิฉันก็นำมาใช้ในเว็บและแสดงที่มา แต่ในเว็บก็มีแบนเนอร์ลงโฆษณาด้วย อย่างนี้เรียกว่าผิดกฎหรือเปล่าค่ะ

    แล้วถ้าในเว็บไม่มีพวกแบนเนอร์โฆษณาเลย แต่เราทำลิงค์ลงโฆษณาออกไปข้างนอกอีกเว็บนึงอย่างนี้ผิดไหมค่ะ

    • นายกาฝาก
      กุมภาพันธ์ 28, 2012 ที่ 23:34

      กรณีของรูป ถ้ามีการขอลิขสิทธิ์มาถูกต้องก็ OK ครับ ถ้าเป็น CC (Creative Commons) มันจะประกาศชัดอยู่แล้วว่าการนำไปเผยแพร่ซ้ำต้องทำอย่างไร (ส่วนมากก็ ให้ credit เจ้าของ และอาจมี link back)

      เมื่อขอมาถูกลิขสิทธิ์แล้ว การจะมีโฆษณาก็ไม่ใช่ประเด็นครับ ส่วนใหญ่จะกำหนดไว้คือ ห้ามเอาเนื้อหาพวกนี้ไปหาเงินโดยทางตรง แต่ถ้าทางอ้อมๆ เช่น การเขียนบล็อก แล้วเอารูปมาประกอบ แล้วมีแบนเนอร์โฆษณาไม่น่ามีปัญหาครับ

  14. Aun
    มีนาคม 7, 2012 ที่ 15:36

    คุณกาฝากครับ

    ผมทำ Blog เกี่ยวกับสุนัข เนื้อหาผมเขียนขึ้นเองทั้งหมดครับ แต่ว่าไป copy ภาพสุนัขน่ารักๆ จาก Web อื่นๆ มา เพื่อประกอบข้อความเพื่อความสวยงาม เท่านั้น แบบนี้ถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์ไหมครับ – ไม่ได้ขออนุญาติ แล้วไม่ได้ทำ link กลับไป เพราะว่าภาพกับเนื้อหาไม่ได้เกี่ยวข้องกันโดยตรงทีเดียวครับ)

    ตอนนี้ยังไม่ได้ติดแบรนเนอร์โฆษณา แต่ว่าในอนาคตอาจจะมีครับ

    ขอบคุณครับ

    • นายกาฝาก
      มีนาคม 7, 2012 ที่ 18:40

      ถ้า copy มาใช้เฉยๆ ย่อมละเมิดลิขสิทธิ์อยู่แล้วครับ แต่เขาอาจไม่เอาเรื่องเพราะไม่ได้คิดว่าจะเอารูปพวกนั้นไปใช้ในเชิงพาณิชย์ก็เป็นได้ … ถ้าให้ดี แนะนำว่าควรระบุไว้ด้วยดีกว่าว่าไปเอารูปมาจากไหน

      ปกติที่วิธีที่ผมเลือกใช้ เวลาเอารูปจากเว็บต่างๆ มาใช้ ผมจะเลือกดูจาก Google Image Search แล้วพยายามหารูปที่มีเว็บต่างๆ หลายๆ เว็บใช้กัน อย่างน้อยเราก็พอบอกได้ว่ารูปนี้เจ้าของไม่น่าจะซีเรียสเรื่องลิขสิทธิ์ (แต่มองอีกแง่ก็คือ มีคนเอารูปมาใช้โดยไม่ขอ แล้วใช้กันหลายเว็บมากๆ โดยเจ้าของไม่รู้ก็ได้นะ)

      ทางที่ดีที่สุด หากไม่ใช่รูปของคุณเองเลย แนะนำว่าระบุแหล่งที่มาของรูปไว้ดีกว่าครับ

  15. Aun
    มีนาคม 7, 2012 ที่ 21:30

    ขอบคุณครับคุณกาฝาก ผมจะทำ link กลับไปครับ เอาปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า

    ผมไปอ่านเจอเรื่องของ copyleft มาด้วยครับ เป็นพวกรูปที่สามารถ copy ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย แต่ว่าผมยังอ่านเจอแบบงูๆ ปลาๆ แล้วผมก็ยังไม่รู้ด้วยครับว่าผมจะรู้ได้ยังไงว่ารูปพวกนั้นเป็นรูปแบบ copyleft

    ถ้าคุณกาฝากมีข้อมูล อยากให้เขียนบทความเรื่อง copyleft มากๆครับ ขอบคุณครับ

  16. P.
    มิถุนายน 30, 2012 ที่ 19:50

    เคยโดนเว็บข่าวชื่อดังที่เป็นเสื้อเหลือง (ที่คุณก็เอ่ยถึงในนี้ด้วยนี่แหละ) เอาภาพประกอบบทความที่เราถ่ายเอง และลงในเว็บไซต์ที่เราทำงานอยู่ ไปใช้โดยไม่ขออนุญาตค่ะ พอเมล์ไปหาโดยใช้เมล์ที่มีแอดเดรสของบริษัทต่อท้ายอย่างชัดเจน เพื่อทักท้วงและแสดงสิทธิ์ เพราะภาพนั้นเป็นภาพดาราชื่อดังมากคนนึงกับคุณแม่เค้า ที่เอาลงประกอบการสัมภาษณ์ แต่ข่าวของเว็บนั้นที่เอาภาพเราไปลงเป็นข่าวเสียหายของดาราวัยรุ่นคนนั้น เราแจ้งไป เค้าก็เงียบ ไม่ขอโทษ ไม่ตอบกลับ ไม่อธิบายใดๆ ทั้งสิ้น จนเราต้องไปตั้งกระทู้ทักท้วงในพันทิป ปรากฏว่ามีคนสนใจมากดขึ้นเป็นกระทู้แนะนำ เพราะมันทำให้เกิดการถกเถียงว่า “ก็รูปได้มาจากการเสิร์ชเจอในเน็ต ใครจะไปรู้ว่าของใคร….ปล่อยอะไรลงเน็ตไปแล้ว ก็ต้องทำใจว่าจะมีคนมาดึงไปใช้ จากการเสิร์ชหาในกูเกิ้ล” มีคนบอกมาแบบนี้หลายคนเลยค่ะ แต่รูปที่เราลงในเว็บที่เราทำงานอยู่ หรือลงในพันทิปเป็นพรีวิวให้พวกแฟนตลับดาราคนนั้น ก่อนหน้านั้น ก็มีลายน้ำชื่อเว็บแปะอยู่ค่ะ ต่อให้ได้มาจากเน็ตก็ต้องได้แบบที่มีลายน้ำ แต่เค้าลบออก แล้วเว็บไซต์เราเป็นของบริษัทแห่งหนึ่ง เป็นเจ้าตลาดเรื่องเว็บ parenting คนเข้าเว็บเดือนละล้าน pv ค่ะ พูดง่ายๆ คือ ทั้งเว็บเค้าและเว็บเราดังทั้งคู่ ไม่ใช่เว็บหลังเขาจากไหน แต่พอเรื่องเริ่มดังในพันทิป ก็เริ่มมีคนมาเมนท์ขู่เราต่างๆ นานา และข่าวต้นตอโดนลบทิ้งไป…เราเลยแสดงความเห็นในกระทู้ตัวเองไปว่า ถ้าเสิร์ชได้มา แต่ไม่รู้ออรินัล โพสต์ของสิ่งนั้น บอกว่ามาจากกูเกิ้ล เรายังพอรับได้ แต่อย่ามาสมอ้างว่าเป็นของตัวเอง หลังจากนั้นเว็บข่าวแห่งนั้นก็มีมาตรฐานขึ้นค่ะ…อยากถามคุณกาฝากว่า คิดยังไงกับประโยคที่ว่า “อะไรที่ปล่อยลงเนตไปแล้ว ต้องทำใจ เพราะใครจะเอาไปใช้ก็ได้ เซฟปล่อยๆ กันต่อไปเป็นทอดๆ” ….ขอบคุณค่ะ ขออภัยที่เขียนยาวไปหน่อย แต่มันเป็นประเด็นที่คาใจมากและคาใจมานานแล้วค่ะ อยากหาคนเก่งๆ มาช่วยแสดงทัศนะให้ฟัง

    • นายกาฝาก
      กรกฎาคม 1, 2012 ที่ 08:22

      เรื่องการใช้รูปที่โดนก็อปปี้กันไปมาจนหาแหล่งกำเนิดจริงๆ ไม่เจอเนี่ยเป็นเรื่องสีเทาจริงๆ ครับ จนถึงเมื่อเร็วๆ นี้ ผมก็ยังไม่ค่อยอ้างถึงแหล่งที่มาของรูปเท่าไหร่ แต่ว่าตอนนี้ผมพยายามลงลิงก์ต้นฉบับของรูปที่ไปคัดลอกมาทั้งหมดแล้ว … ปกติที่ผมทำคือ การอ้างอิงไปยัง URL ที่ผมไปเอารูปมา โดยไม่ต้องคิดมากว่านี่คือต้นฉบับจริงๆ ของรูปหรือไม่ (ฮาฮา)

      กรณีของคุณนั้น ถ้ามันคุ้มค่า ก็ฟ้องเอาดีกว่าครับ (ในกรณีเจออีกคราวหน้า) … แม้จะมีการลบลายน้ำทิ้งไป เราสามารถพิสูจน์ได้อยู่แล้วว่ามันเป็นรูปของเรา เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของเราครับ … ถ้าเว็บเป็นเว็บข่าว ผมเข้าใจว่ามันน่าจะอยู่ในสังกัดของสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ด้วย หรือถ้าเว็บนั้นอยู่ในสังกัดของหนังสือพิมพ์ ก็จะมีสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ให้เราได้ร้องเรียนได้อีกเช่นกันครับ … ถ้าเจอกรณีแบบนี้ แนะนำว่าร้องเรียนเข้าไปที่สมาคม หรือ สภาฯ นี่แหละครับ

  17. patty
    พฤศจิกายน 24, 2012 ที่ 01:25

    ถ้าเป็นรูปที่เราไปถ่ายมาจากหนังสือบางตอนที่ชอบหรือว่านิตยสารบางหน้าที่เราเห็นว่ามีประโยชน์แล้วนำรูปนั้นมาแชร์ต่อในเพจของเฟสบุ๊ค นี่ถือว่าผิดเต็มๆหรือเปล่าค่ะ คือยังไม่ได้ทำนะค่ะ ถามไว้เผื่ออนาคต ขอบคุณค่ะ

    • นายกาฝาก
      พฤศจิกายน 24, 2012 ที่ 08:41

      การทำแบบนั้น จริงๆ ก็ถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์ครับ แต่ปกติถ้ามันไม่ทำให้เจ้าของงานอันมีลิขสิทธิ์เสียประโยชน์ ก็ไม่ค่อยมีใครมาตามหาเรื่องเราหรอกครับ (คดีประเภทนี้ต้องมีเจ้าทุกข์ฟ้องก่อน) นอกจากนี้ ปกติแล้วการแชร์แบบนี้ ส่วนใหญ่เราก็มักจะบอก (หรือถูกถาม) ว่าได้มาจากไหน มันจะยิ่งกลายเป็นการโฆษณาไปอีกแบบนึงครับ อาการนี้จะเหมือนกับกรณีของพวกเพลง Cover บน YouTube อ่ะ … คือละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ค่ายเพลงส่วนใหญ่จะยอม เพราะมันคือการบอกว่า เพลงนี้ดัง ถึงได้มีคนมาทำ Cover เป็นต้น

  18. พฤษภาคม 14, 2013 ที่ 21:32

    แล้วถ้า ใช้ชื่่อการตูน ของคนอื่น แล้ว เอาชื่อการตูน มาแต่งเนี้อหาใหม่จะละเมิดไหมครับ
    แล้ว กรณี คนแต่งเรื่องตาย แล้วผมก็มาแต่งต่อเอาไปลงเฟสได้ไหมครับ

    • นายกาฝาก
      กรกฎาคม 16, 2013 ที่ 22:28

      อยู่ที่กฎหมายลิขสิทธิ์ของแต่ละประเทศครับ เพราะแม้จะตายไปแล้ว ลิขสิทธิ์ก็สืบทอดต่อไปให้ทายาทได้ครับ

  19. pu
    กรกฎาคม 11, 2013 ที่ 15:23

    แล้วถ้าเราแคปรูปจากหนังเรื่องนั้น ถือว่าผิดกฎหมายป่ะค่ะ

    • นายกาฝาก
      กรกฎาคม 16, 2013 ที่ 22:30

      จริงๆ ก็ผิดกฎหมายครับ เพราะมันคือการ “ห้ามทำซ้ำ ส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมด” ครับ
      แต่สุดท้าย อยู่ที่การนำไปใช้มากกว่าครับ เพราะการละเมิดลิขสิทธิ์ หากเจ้าของลิขสิทธิ์เขาไม่ฟ้อง ก็ไม่มีปัญหาใดๆ (เหมือนที่หลายๆ คนทำเพลง Cover ศิลปินที่พวกเขาชื่นชอบอะครับ จริงๆ มันละเมิดลิขสิทธิ์ แต่หากค่ายเพลงไม่ฟ้อง ก็ไม่มีปัญหา … ค่ายเพลงมักไม่ฟ้อง เพราะนั่นคือการโปรโมท + วัดความดัง ของเพลงไปในตัว)

  20. Wichai
    มีนาคม 10, 2014 ที่ 01:15

    ถ้าเรารีวิวซอฟแวร์ (freeware และ shareware) แล้วเรา capture รูปลงประกอบบทความในเว็บเอง โดยเว็บเรามีแบนเนอร์ แต่ทำลิงค์ไปเว็บผู้ผลิตซอฟแวร์นั้นๆ ด้วย ถือว่าลิขสิทธิ์รูปนั้นๆ เป็นของเราหรือเปล่า? เราต้องขออนุญาตก่อนไหมครับ? จะถือว่าการวิจารณ์ทำให้เจ้าของซอฟแวร์เสียประโยชน์ไหม?
    แล้วในกรณี paid ware ล่ะครับ จะต่างกันไหม?

    • นายกาฝาก
      มีนาคม 12, 2014 ที่ 05:56

      การ capture แบบนั้นเป็นการทำเพื่อวิจารณ์ ไม่ใช่การทำซ้ำเพื่อมีวัตถุประสงค์อันทำให้เจ้าของลิขสิทธิ์เสียสิทธิ์ในการใช้ประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ครับ สามารถทำได้

  21. ดุ๊กดิ๊ก
    เมษายน 14, 2015 ที่ 14:26

    แล้วถ้าเรา Cap รูปจาก youtube เพื่อนำมาเขียนหนังสือ
    โดยไม่ได้ทำให้เจ้าของลิขสิทธิ์เสียประโยชน์ นี่ ผิดลิขสิทธิ์ หรือเปล่าครับผม

    • นายกาฝาก
      ตุลาคม 22, 2015 ที่ 06:20

      ให้เครดิตซักหน่อยก็ดีครับ พร้อมลิงก์ไปยังที่มา

  22. N.
    ตุลาคม 21, 2015 ที่ 18:29

    ตอนนี้กำลังทำงานเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ เห็นเหมาะสมว่าข้อความของคุณมีประโยชน์กับงานของเรา จึงอยากจะขอใช้ข้อความบางส่วน ประกอบคำบรรยายในงานของเราได้หรือเปล่าคะ

    • นายกาฝาก
      ตุลาคม 22, 2015 ที่ 06:22

      ยินดีครับ

  1. กันยายน 12, 2011 ที่ 11:01
  2. มิถุนายน 26, 2012 ที่ 12:26

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: