หน้าแรก > บ่นไปเรื่อย, ประชาสัมพันธ์, เก็บมาฝาก > กาฝากกับบทความพิเศษ ตอน ใช้ 3G อย่างไรให้คุ้มค่า (ภาคจบ)

กาฝากกับบทความพิเศษ ตอน ใช้ 3G อย่างไรให้คุ้มค่า (ภาคจบ)

imageเรียกว่าเป็นบทความประจำเดือน(กว่าๆ) ดีไหมเนี่ย กับบทความพิเศษ “ใช้ 3G อย่างไรให้คุ้มค่า” ของผมเนี่ย ฮาฮา หลังจากจัดภาคแรกไปให้เมื่อต้นเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา

และวันนี้ก็ได้เวลาอันเป็นมงคลแล้ว ที่ผมจะเริ่มตอนที่ 2 ของบทความพิเศษนี้ครับ เช่นเคยว่าบล็อกตอนพิเศษนี้ ได้รับการสนับสนุนโดย i-mobile 3GX : สปีดล้ำแบบ 3G ตัวจริง กับ 3 เหตุผลที่ควรเลือก คือ ความเร็ว 7.2Mbps, เป็นผู้ให้บริการ 3G ที่มียอดผู้ใช้บริการสูงสุดในกลุ่ม MVNO ของ TOT3G และมีแพ็กเกจให้เลือกหลากหลาย (ดูรายละเอียด)

ด้วยความเชื่อที่ว่า ในปีนี้ประเทศไทยเราคงจะได้มี 3G ใช้กันแบบมีพื้นที่ครอบคลุมส่วนใหญ่ของประเทศเสียที ดังนั้นการพูดถึงการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 3G ให้เต็มที่ ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีครับ

เรื่องราวอันมีสาระของ นานาสาระกับนายกาฝาก สนับสนุนโดย

  • Dell Thailand : The power to do more ตอนนี้มีผลิตภัณฑ์ในหมวด Mobility ด้วยกัน 2 ตัวแล้วนะครับ ได้แก่ Dell Streak 5 กับ Dell Venue ครับ ติดตามข่าวสารทุกอย่างเกี่ยวกับ Dell ได้ที่ http://www.ilovedell.com
  • ยังเหลืออีก 1 ครั้ง สำหรับกิจกรรมดีๆ จาก กลุ่มบริษัทอเด็คโก้ประเทศไทย ซึ่งจัดกิจกรรมตรวจสุขภาพงานให้กับคนทำงาน เพื่อให้วิเคราะห์ถึงสุขภาพในการทำงาน โดยสามารถพบกับอเด็คโก้ได้ที่ อาคาร จามจุรี สแควร์ (16 มิ.ย. 54) เวลา 9:00 – 17:00 น. รายละเอียดเพิ่มเติม http://bit.ly/l5V3rp
  • i-mobile 3GX สปีดล้ำแบบ 3G ตัวจริง กับ 3 เหตุผลที่คุณควรเลือกใช้ 1) ความเร็วสูงสุด 7.2Mbps 2) เป็นผู้ให้บริการที่มียอดผู้ใช้บริการสูงสุดในกลุ่ม MVNOs ของ TOT3G และ 3) บริการหลากหลาย ทั้งซิมเติมเงิน และซิมรายเดือน พร้อมแพ็กเกจมากมาย สนใจรายละเอียด คลิกเลย

Samsung Socially Smart

เอาละครับ มาเข้าเรื่องราวของเรากันต่อได้เลย

ในตอนนี้ ของบทความพิเศษนี้ เรามาลองดูกันดีกว่าว่า ไลฟ์สไตล์ต่างๆ นั้น สามารถใช้เทคโนโลยี 3G อย่างไรได้บ้าง?

เทคโนโลยี 3G กับวิถีของชาวโซเชียลเน็ตเวิร์ก

imageคุณคิดว่าบรรดาขา Chat, ขา Facebook, ขา Twitter และอื่นๆ จะได้ประโยชน์อะไรจากเทคโนโลยี 3G กันบ้างล่ะครับ? อย่างแรกสุดๆ เลยนะ เมื่อเทียบกับการเชื่อมต่อแบบ 2G เดิมๆ อย่าง GPRS หรือ EDGE ที่ในประเทศไทยนั้นคิดค่าบริการเป็นชั่วโมง (ขั้นต่ำคิดกันเป็นนาที) แล้ว เทคโนโลยี 3G ดูจะให้ความคุ้มค่าในการใช้งานมากกว่า

อย่างการใช้โปรแกรม Chat เช่น Gtalk (ของ Google), MSN Messenger (ไม่ว่าจะใช้โปรแกรม Client ตัวใดในการเข้าใช้บริการ เช่น ebuddy หรือ IM+ เป็นต้น) จะออนไลน์ทิ้งไว้ทั้งวันทั้งคืนตลอดเดือนก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะการคิดค่าบริการ 3G นั้นเป็นไปแบบคิดตามปริมาณการใช้งานข้อมูล ดังนั้นหากไม่มีการแชท ข้อมูลก็ไม่วิ่ง ที่สำคัญก็คือ การแชทนั้นปกติใช้ปริมาณข้อมูลน้อยมากๆ ผมเคยใช้งาน MSN Messenger แชทกับเพื่อนทั้งเดือนยังไม่ถึง 100MB เลยด้วยซ้ำ ดังนั้นสำหรับขา Chat ที่ซื้อมาเพื่อเมาท์แตกกับเพื่อนทาง MSN Messenger อย่างเดียว ใช้แพ็กเกจถูกที่สุดของ 3G ยังเหลือๆ เลย

แน่นอนว่าในกรณีของ Twitter หรือ Facebook ก็ไม่แตกต่างกันมาก หากเน้นที่การอ่านข้อความ หรืออัพเดตสถานะของตัวเอง แต่หากมีเรื่องรูปเข้ามาเกี่ยวข้องก็อาจมีอะไรที่แตกต่างออกไปอีก แต่ปกติแล้วหากปรับตั้งค่าการอัพโหลดให้ดีๆ แล้ว รูปภาพที่จะอัพโหลดนั้นจะมีขนาดตกอยู่ที่ราวๆ ไม่เกิน 100KB เท่านั้น หมายความว่าเดือนนึงๆ อัพโหลด หรือดาวน์โหลดรูปมาดูได้เป็นพันรูปต่อเดือนเลยทีเดียว

แต่จากประสบการณ์ในการใช้งานของผม ประโยชน์ที่ได้สูงสุดๆ ของการใช้งาน Social Networking ผ่านเทคโนโลยี 3G ก็คือความเร็วนี่แหละครับ โดยเฉพาะเวลาที่เราต้องการอัพโหลดหลายๆ รูปต่อเนื่องให้เพื่อนฝูงเราได้เห็นกัน

เทคโนโลยี 3G กับวิถีชีวิตคนทำงานนอกสถานที่

imageในภาคต้นนั้นผมได้พูดถึงแรงจูงใจที่เป็นจุดกำเนิดของบทความตอนพิเศษนี้แล้ว นั่นคือ Mobile Working Trend ครับ เพราะสำหรับคนทำงานในบางสาขาอาชีพที่ต้องมีการเดินทางอยู่ตลอดเวลาแล้ว การสื่อสารแบบไร้สายด้วยความเร็วสูงอย่างเทคโนโลยี 3G นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ช่วยในหน้าที่การงานของพวกเขาได้มากทีเดียว

ไม่ต้องถึงขนาดพกพาอะไรต่อมิอะไรพะรุงพะรังแบบรูปขวามือนี่หรอกครับ เดี๋ยวนี้อุปกรณ์พกพาอย่าง Smartphone (Android Smartphone, iPhone ฯลฯ) หรือ Tablet (Android Tablet, iPad ฯลฯ) ก็มีความสามารถในการทำงานน้องๆ คอมพิวเตอร์แล้ว … ยังไม่เทียบเท่านะครับ แต่งานพื้นฐานที่สำคัญๆ อย่างการท่องเว็บเพื่อหาข้อมูลข่าวสาร การรับส่งอีเมล์ หรืองานเอกสารง่ายๆ ไม่ซับซ้อนมาก อุปกรณ์พกพาพวกนี้สามารถทำได้อย่างสบายๆ และด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น ความสามารถในการประมวลผลของ CPU และ GPU สูงขึ้น งานที่ต้องใช้ความสามารถในการประมวลผลแรงๆ อย่างการตัดต่อวิดีโอ หรือการแต่งเพลงก็สามารถจัดการได้แล้ว (ดู iPad เป็นตัวอย่างได้ดี) ดังนั้น การทำงานนอกสถานที่จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไปแล้ว แต่ปัญหาเพียงอย่างเดียวก็คือ เวลาที่ทำงานต่างๆ เสร็จแล้ว และจะส่งให้คนอื่นๆ ต่อล่ะจะทำยังไง? อย่าบอกว่า รอจนกลับมาที่ออฟฟิศแล้วค่อยโอนไฟล์ส่ง หรือต่อ WiFi ค่อยส่งนะ แล้วถ้าเกิดโอกาสที่จะกลับมาออฟฟิศ หรือ หา WiFi Hotspot ไม่เจอล่ะ จะทำยังไง?

imageแน่นอนว่าการเชื่อมต่ออย่าง GPRS/EDGE ก็สามารถช่วยให้เราส่งไฟล์งานต่างๆ ไปยังผู้รับได้ แต่หากเป็นไฟล์ที่มีขนาดใหญ่มากๆ หลายเมกะไบต์ และมีความสำคัญที่จะต้องส่งอย่างเร่งด่วนล่ะ? GPRS หรือ EDGE ไม่ทันกินแน่ๆ ครับ

การประชุมทางไกล (Teleconference) แบบที่เห็นหน้ากัน หรือที่เรียก Video Conference เนี่ย ถ้าได้เทคโนโลยี 3G มาจับคู่ด้วยละก็ แหล่มเลยครับ ลองคิดว่าจากเดิมที่จะต้องไปกระจุกรวมตัวกันที่ออฟฟิศเพื่อทำ Video Conference อุปกรณ์พกพาสมัยนี้รองรับเทคโนโลยี Video Conference ผ่านบริการต่างๆ อย่างเช่น WebEX

อาชีพผู้สื่อข่าวเองก็เป็นอีกหนึ่งที่ต้องทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ และบ่อยครั้งที่เหตุการณ์ข่าวเกิดขึ้น ณ จังหวะเวลา และสถานที่ ที่ไม่คาดคิด ซึ่งคงเป็นไปได้ยากที่จะเตรียมอุปกรณ์ข่าว รวมไปถึงรถส่งสัญญาณเต็มรูปแบบได้ตลอดเวลา แต่เพียงแค่สมาร์ทโฟนเครื่องนึง บวกกับเทคโนโลยี 3G มันก็มากพอแล้วที่จะให้ผู้สื่อข่าวสามารถรายงานข่าวสดๆ จากที่เกิดเหตุได้อย่างทันท่วงที … สิ่งที่ผมเขียนถึงนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่นะครับ ในช่วงเวลาเหตุการณ์ความไม่สงบในกรุงเทพฯ เมื่อปีที่ผ่านมา มีหลายสำนักข่าวทีเดียวที่ใช้การถ่ายทอดสัญญาณภาพข่าวผ่านทางเทคโนโลยี 3G และจนถึงปัจจุบันนี้ หากสังเกตดีๆ ก็จะเห็นว่ายังมีบางช่อง บางข่าว ใช้การถ่ายทอดด้วยเทคโนโลยี 3G อยู่

ดังนั้น หากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วยความเร็วสูงอย่าง 3G ยังไม่เกิดละก็ Mobile Working Trend ก็ยังคงมีอุปสรรคละครับ

เมื่อวานวันเกิดผม เพี้ยง! ขอให้ปีนี้ประเทศไทยได้ 3G ใช้ครอบคลุมทั่วประเทศซะทีเป็นของขวัญวันเกิดนะครับ ฮาฮา

  1. มิถุนายน 16, 2011 ที่ 14:55

    สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะครับ

    • นายกาฝาก
      มิถุนายน 16, 2011 ที่ 20:25

      ขอบคุณครับ

  2. Aragorn
    มิถุนายน 16, 2011 ที่ 21:09

    HBD ย้อนหลังครับ (เพิ่มขึ้นอีกขวบแล้วสินะครับ ^^)

    มีความสุขมาก ๆ แหล่มเป็ด ๆ เด้อครับ

    ป.ล. เอ่อ…อยากให้คุณกาฝากได้ของขวัญวันเกิดเร็ว ๆ จัง เฮ้ออ *__* !!

    • นายกาฝาก
      มิถุนายน 16, 2011 ที่ 21:09

      นั่นสินะ ฮาฮา อยากได้ของขวัญชิ้นนี้มากๆ

  3. มิถุนายน 17, 2011 ที่ 08:29

    HBD ย้อนหลังครับคุณกาฝาก

    อยากเห็นของขวัญเป็นรูปธรรมเร็วๆจัง ^ ^

    • นายกาฝาก
      มิถุนายน 17, 2011 ที่ 08:41

      ถ้ายังกระหน่ำแย๊บใต้เข็มขัดกันแบบนี้ คงเกิดยากครับ ของขวัญวันเกิดผมเนี่ย -_-”
      เช้านี้อ่านข่าว ผู้ให้บริการมือถือที่อังกฤษ จับมือร่วมกันทำ Mobile Walltet ทำไมบ้านเราเอาแต่กัดกัน(วะ)

      เมืองนอกเวลาที่บางพื้นที่มันลงทุนตั้งเครือข่ายคนเดียวไม่คุ้ม พวกผู้ให้บริการจะจับมือกันทำ จากนั้นค่อยไปแข่งกันให้บริการ ใครดีกว่าก็ได้ลูกค้าไป … ไทยเรามีแต่เตะสกัดขาตลอด

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: