หน้าแรก > บริหาร, เก็บมาฝาก, Social Networking > ลูกค้า 2.0 (Customer 2.0) สิ่งที่ธุรกิจของคุณไม่ควรมองข้าม

ลูกค้า 2.0 (Customer 2.0) สิ่งที่ธุรกิจของคุณไม่ควรมองข้าม

image

เมื่อโลกเข้าสู่ยุคของเว็บ 2.0 และโซเชียลเน็ตเวิร์ก กับ โซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของคนมากขึ้น ผู้คนมีช่องทางในการหาข้อมูลของสินค้าและบริการของแบรนด์ต่างๆ มากขึ้น ในเดือนเมษายน 2552 ผลสำรวจของ Nielsen เผยว่า ผู้คนเชื่อถือในคำแนะนำจากคนที่พวกเขารู้จักมากถึง 90% มากกว่าการโฆษณาหรือข้อมูลใดๆ ที่ได้จากแบรนด์เองด้วยซ้ำ … กระแสที่ดังเป็นพลุแตกของโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทำให้แบรนด์น้อยใหญ่ต่างๆ ต้องลงมาจับให้ทัน ส่งผลให้เกิดช่องทางในการสื่อสารใหม่ๆ ระหว่างตัวลูกค้ากับแบรนด์มากขึ้น … สิ่งเหล่านี้มันก่อให้เกิดแนวคิดต่างๆ มากมาย ที่ผมได้ยินได้ฟังคนพูดถึงกันบ่อยๆ อาทิ การตลาด 2.0 (Marketing 2.0) ซึ่งหมายถึง การประยุตก์ใช้เทคโนโลยีเว็บ 2.0 เข้ากับกลยุทธ์การตลาดแบบเดิมๆ, องค์กร 2.0 (Enterprise 2.0) หรือก็คือ องค์กรที่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเว็บ 2.0 เข้ากับกระบวนการทางธุรกิจ เชื่อมโยงบุคลากรต่างๆ ในองค์กร ตลอดไปจนถึงลูกค้า ด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า โซเชียลมีเดีย … แต่สิ่งหนึ่งที่ผมไม่ค่อยได้เห็น (เอ๊ะ! หรือผมพลาดไป?) ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วมันก็คือผลผลิตหนึ่งจากกระแสเทคโนโลยีเว็บ 2.0 และแนวคิดการตลาด 2.0 และองค์กร 2.0 แท้ๆ นั่นก็คือ การพูดถึง ลูกค้า 2.0 (Customer 2.0) ครับ

เรื่องราวอันมีสาระของ นานาสาระกับนายกาฝาก สนับสนุนโดย

  • Dell Thailand : รัก Dell ชอบ Dell อย่าลืมกด Like Facebook Fan Page ของ Dell นะครับ พบกับสรรสาระ และข่าวคราวโปรโมชั่นต่างๆ จากทาง Dell Thailand ได้ พร้อม FAQ ที่ช่วยตอบปัญหาคาใจ และ Q&A กระดานถามคำถามที่ข้องใจ เพราะทุกคำถามมีคำตอบที่ Dell Thailand ครับ
  • ร่วมเสวนาผ่านทางTwitter Timeline พบกับ @AdeccoThailand และ @kafaak กับ #hrtwt ที่จัดกันเป็นประจำทุกวันเสาร์เวลา 9:00น. ในหัวข้อเกี่ยวกับแง่มุมในการทำงานรูปแบบต่าง ๆ พร้อมร่วมลุ้นบัตร Starbucks มูลค่า 200 บาท จำนวน 1 รางวัล เป็นประจำทุกสัปดาห์
  • i-mobile 3GX สปีดล้ำแบบ 3G ตัวจริง กับ 3 เหตุผลที่คุณควรเลือกใช้ 1) ความเร็วสูงสุด 7.2Mbps 2) เป็นผู้ให้บริการที่มียอดผู้ใช้บริการสูงสุดในกลุ่ม MVNOs ของ TOT3G และ 3) บริการหลากหลาย ทั้งซิมเติมเงิน และซิมรายเดือน พร้อมแพ็กเกจมากมาย สนใจรายละเอียด คลิกเลย

Samsung Socially Smart

เอาละครับ มาเข้าเรื่องราวของเรากันต่อได้เลย

ใครคือลูกค้า 2.0?

imageก่อนที่จะรู้จักลูกค้า 2.0 ลองไปรู้จักกับลูกค้า 1.0 หรือที่ผมจะขอเรียกว่าเป็นลูกค้าแบบดั้งเดิม (Traditional Customer) ก่อนดีกว่าครับ คำว่าแบบดั้งเดิมนั้นอาจสื่อได้ว่าพวกเขามักจะหาข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ หรือแบรนด์ต่างๆ ผ่านทางสื่อเดิมๆ (Traditional Media) อย่าง หนังสือพิมพ์ วิทยุ หรือโทรทัศน์ แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีอินเทอร์เน็ตเข้ามาเกี่ยวข้องนะครับ บางคนที่เป็นลูกค้า 1.0 ก็อาจเลือกหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตเช่นกัน แต่มักจะเป็นโฆษณาบนอินเทอร์เน็ต หรือจากเว็บไซต์ของแบรนด์ต่างๆ … บริการโซเชียลมีเดียสำหรับลูกค้า 1.0 แล้ว มันคือ … เอิ่ม … อะไรกันเหรอ? Confused smileConfused smileConfused smile ประมาณนี้

imageลูกค้า 2.0 ล่ะ? พวกนี้คือขาโซเชียลเน็ตเวิร์กตัวยง อย่างน้อยๆ พวกเขาก็ต้องใช้บริการโซเชียลมีเดียวอย่างใดอย่างหนึ่ง และแน่นอนอย่างน้อยต้องมี เฟซบุ๊ก (Facebook) ละครับ และอาจมี ทวิตเตอร์ (Twitter) เพิ่มเข้ามาด้วย

พวกลูกค้า 2.0 เนี่ย จะเป็นพวกที่หาข่าวกันทางอินเทอร์เน็ต เน้นสื่อที่พวกเขาสามารถสื่อสารกันได้สองทาง เช่น เว็บบอร์ด หรือ อาจจะถามคนรู้จักกันทางบริการโซเชียลมีเดีย

พวกเขาจะเป็นพวกที่ใช้บริการโซเชียลมีเดียอย่างเป็นปกติในชีวิตประจำวัน พวกเขาจะเดินทางไปไหนก็จะต้องทวีต หรืออัพเดตเฟซบุ๊กบอกเพื่อนๆ และเดินทางผ่านจุดไหนแล้วบ้าง ถ้าไม่ใช่เช็คอินด้วยโฟร์สแควร์ ก็ต้องใช้บริการ Places ของเฟซบุ๊ก … พวกเขาจะเป็นพวกที่ จะทานหรือจะดื่มอะไร ก็ต้องขอถ่ายรูปซักแชะ แล้วแชร์ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน

คุณลักษณะของลูกค้า 2.0

ถ้าให้สรุปลักษณะของลูกค้าที่จะจัดอยู่ในกลุ่มลูกค้า 2.0 นี้ ผมคิดว่าพวกเขาน่าจะเป็นพวกที่

  • มีความรุ้เรื่องเทคโนโลยีบ้าง อย่างน้อยก็สามารถท่องอินเทอร์เน็ต และใช้บริการโซเชียลมีเดียได้อย่างไม่ขัดเขิน และที่สำคัญ ต้องเป็นผู้ใช้บริการโซเชียลมีเดียอย่างน้อย 1 อย่างแน่ๆ
  • เป็นพวกที่เริ่มไม่เชื่อ หรือหมดความเชื่อถือการโฆษณาหรือการตลาดของแบรนด์ต่างๆ ในสื่อหลัก … ไม่ใช่ไม่รับรุ้นะครับ แต่ว่าต้องขอพิสูจน์ หรือหาข้อมูลหลักฐานมายืนยันอีกครั้ง เช่น หากมือถือแบรนด์หนึ่งโฆษณาว่าสมาร์ทโฟนของเขาใช้งานได้ต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง ลูกค้า 2.0 พวกนี้จะต้องไปขวนขวายหาข้อมูลมายืนยันให้ได้ว่า มันทำได้อย่างที่โฆษณาไหม
  • เป็นพวกชอบบอกต่อๆ กันแบบปากต่อปาก ชอบแบ่งปันสิ่งที่ตนเองสนใจ ชอบหรือไม่ชอบ ให้คนอื่นๆ ได้รับรุ้ ดังนั้นเลยไม่แปลกที่จะชอบแชร์รูปอาหารที่น่าทาน หรือโพสต์ข้อความบ่นเรื่องธนาคารที่บริการไม่ดี เป็นต้น
  • เป็นพวกที่ชอบให้ใครต่อใคร หรือ แบรนด์ต่างๆ ถ้าจะติดต่อพวกเขาแล้ว กรุณาติดต่อกันผ่านทางบริการโซเชียลมีเดียได้ไหม หรืออย่างน้อยๆ ทางอีเมล์ก็ยังดี SMS หรือ โทรศัพท์ หรือสื่อเดิมๆ มันดูยุ่งยาก และชักช้าไปแล้วสำหรับพวกเขา

ผลกระทบของลูกค้า 2.0 ที่มีต่อองค์กร

imageแม้เราจะอยู่ในโลกของเว็บ 2.0 และการตลาด 2.0 แล้ว แต่ก็ยังมีองค์กรธุรกิจจำนวนไม่น้อย ที่ยังไม่ได้ปรับตัวเข้ากับกระแส หรือบางองค์กรไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะปรับตัวเข้ากับกระแสเลยด้วยซ้ำ ด้วยเหตุผลที่ว่า จะทำไปเพื่ออะไร? หรืออาจกลัวกระแสทางลบที่บรรดาลูกจ้างทั้งหลายจะกระหน่ำบนโซเชียลมีเดียขององค์กรแบบการ์ตูนขวามือนี่?

แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่า แม้องค์กรจะไม่ปรับตัวเข้ากับกระแสเหล่านี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าลูกค้าของพวกท่านจะยังย่ำอยู่ที่เดิมเหมือนองค์กรของท่าน

ไม่มากก็น้อยล่ะ ที่ลูกค้าของพวกท่าน กำลังปรับตัวเข้าสู่กระแส อาจจะเพราะด้วยความตั้งใจของพวกเขาเอง หรือไม่ก็แรงกระตุ้นจากคนรอบข้าง เช่น ลูกหลานต่างก็หันมาเล่นเฟซบุ๊กกันหมด อากงอาม่าอยากดูรูป หรือวิดีโอที่ลูกๆ หลานๆ ถ่าย หรือพ่อแม่ที่ต้องการเฝ้าระวังให้ลูก จะไม่มีเฟซบุ๊กกับเขาก็คงไม่ได้ ประมาณนั้น

imageท่านผู้อ่านที่เคารพเคยเจอร้านค้าไหนให้บริการได้แย่มากๆ ไหมครับ? เมื่อผ่านเหตุการณ์นั้นไปได้ แม้ว่าพวกเขาจะแก้ปัญหาให้ท่านได้ดีเพียงใด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแน่ๆ เป็นส่วนใหญ่ก็คือ เมื่อท่านพบปะกับเพื่อนฝูง และการสนทนามันพาไป ท่านก็มักจะบ่นเรื่องบริการแย่ๆ ของร้านค้านั้นๆ ให้เพื่อนๆ ฟัง หรือถ้ามันเลวร้ายสุดๆ เลย ท่านก็อาจจะกดเบอร์โทรศัพท์ หรือส่งข้อความไปบ่นให้เพื่อนของท่านฟังหรืออ่าน … แต่สำหรับลูกค้า 2.0 มันยิ่งกว่านั้น … ทำไมต้องบ่นให้คนเพียงไม่กี่คนได้รับทราบ (แถมต้องเสียเงินแพงด้วย ไหนจะค่าโทร ไหนจะค่า SMS) ในเมื่อเรามีเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพกว่าในการบ่นให้คนจำนวนมากๆ ได้รับทราบ ที่เรียกว่า โซเชียลมีเดีย

ภาพจาก drama-addict.comผลกระทบที่สำคัญคือ เสียงบ่นของลูกค้าเหล่านี้ จะเป็นเหมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดผู้ที่ประสบชะตากรรมอย่างเดียวกันเข้ามา (ในกรณีที่สินค้าหรือบริการของแบรนด์นั้นมันแย่จริงๆ) และบ่อยครั้ง หากว่าการจัดการของแบรนด์ทำได้ไม่ดี มันก็มักจะลงเอยด้วยกระแสที่โหมแรงขึ้นมากกว่าปัญหาที่ควรจะเป็น (ปรากฏการณ์นี้คล้ายคลึงกับปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาสังคมเรียกว่า Group Polarization ซึ่งก็คือ ปรากฏการณ์ที่การตัดสินใจเป็นกลุ่มนั้นจะออกมาแบบสุดขั้วกว่าการตัดสินใจจากสมาชิกของกลุ่มในตอนแรก) และบ่อยครั้งที่มันจะกลายเป็นดราม่าไป

imageนอกจากนี้ พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของลูกค้า 2.0 ที่เชื่อถือโฆษณาของแบรนด์ต่างๆ น้อยลง ทำให้แบรนด์เองก็ต้องปรับตัวในการหาวิธีที่จะสื่อสารข้อมลของผลิตภัณฑ์ เช่น จากเดิมที่จะสื่อเฉพาะข้อมูลในด้านดี ก็อาจต้องเริ่มสื่อข้อมูลในด้านที่ไม่ดีบ้าง และแน่นอนว่าข้อมูลเหล่านั้น แบรนด์เองก็ไม่สามารถพูดออกมาเองได้อย่างเต็มปากเต็มคำ (ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง) ดังนั้นก็ต้องมองหาสื่อใหม่ๆ ที่จะช่วยสื่อสารข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างเนียน และมีประสิทธิภาพ

การปรับตัวขององค์กรเพื่อตอบสนองลูกค้า 2.0

ไม่ว่าองค์กรของท่านจะเป็น องค์กร 1.0 หรือ 2.0 ก็ตามแต่ แต่ท่านไม่สามารถจะกำหนดได้ว่าลูกค้าของท่านจะเป็นลูกค้า 1.0 เสมอไป … กระแสมันกำลังมา และลูกค้าประเภท 2.0 ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามกระแสนั้น สิ่งที่ท่านทำได้มีเพียงแต่ต้องปรับตัวองค์กรให้ตอบสนองต่อพวกเขา และต่อไปนี้คือคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ ที่น่าจะช่วยให้ท่านได้ทราบถึงทิศทางและวิธีการในการปรับตัวองค์กรของท่านครับ

image1. ระบุให้ได้ว่าลูกค้า 2.0 ขององค์กรนั้นใช้โซเชียลมีเดียอะไรเป็นหลัก

จนถึงตอนนี้ เมื่อพูดถึงโซเชียลมีเดียวแล้ว พวกท่านอาจนึกถึงแค่ เฟซบุ๊ก และ ทวิตเตอร์ หรือจะให้ดีหน่อยก็อาจจะมียูทูป (YouTube) เพิ่มเข้ามาในรายชื่อ … บางคนยังคิดว่า โซเชียลมีเดียนั้นคือชื่อเรียกของเฟซบุ๊กกับทวิตเตอร์รวมกันด้วยซ้ำ แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เช่นนั้นเลย

บริการจำพวกโซเชียลมีเดีย หรือที่มีคุณลักษณะของโซเชียลมีเดียอยู่นั้นมันมีมากมายเกินกว่าที่จะสาธยายได้หมด เอาแค่ดูรูปขวามือนี่ จะเห็นว่าโลโก้ของบริการเหล่านั้นมีเยอะขนาดไหนล่ะ

ดังนั้นหากองค์กรต้องการประหยัดงบประมาณ และในขณะเดียวกันก็สามารถตอบสนองลูกค้า 2.0 ของพวกท่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลแล้วละก็ สิ่งแรกที่พึงกระทำคือ หาให้ได้ว่าพวกเขาใช้บริการโซเชียลมีเดียอะไรบ้าง ซึ่งองค์กรสามารถทำได้ผ่านการสำรวจ (Survey) ต่างๆ นั่นแหละครับ

2. ประสบการณ์ และ คุณภาพ สำคัญไม่แพ้กัน

imageแน่นอนว่าสินค้าหรือบริการที่แจ่มแจ๋วสุดยอด คุณภาพสุดเจ๋ง จะช่วยกระตุ้นยอดขายให้กับองค์กรของคุณได้มาก และแนวคิดดังกล่าวก็ใช้ได้กับทั้งลูกค้า 1.0 และ 2.0 แต่ว่าในระยะยาวนั้น ประสบการณ์ในการใช้งานสินค้าและบริการอย่างการบริการหลังการขาย หรือประสบการณ์ในการใช้งานในภาพรวมก็สำคัญครับ เพราะสำหรับลูกค้า 1.0 แล้วมันจะเป็นตัวตัดสินว่าลูกค้าจะมองแบรนด์นั้นอย่างไร และจะเลือกพิจารณาซื้อแบรนด์นี้อีกหรือไม่ … แต่สำหรับลูกค้า 2.0 นั้น หากพวกเขาได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดี ย่อมนำไปสู่กระแสบ่น (และอย่างที่บอกว่ามักตามมาด้วยดราม่า) แต่ไปในโซเชียลมีเดียที่พวกเขาอยู่

3. รับฟังถึงสิ่งที่ลูกค้า 2.0 ต้องการ/ไม่ต้องการ

imageปกติแล้วการสำรวจความต้องการของลูกค้าเป็นเรื่องวุ่นวายสำหรับองค์กรอยู่ไม่น้อย แต่ลูกค้า 2.0 นั้นแตกต่างจากลูกค้า 1.0 ครับ เพราะพวกเขาเป็นพวกชอบเปิดเผย ชอบแบ่งปัน ดังนั้นขอเพียงองค์กรตั้งใจรับฟังละก็ รับรองว่าได้รู้แน่นอนว่าลูกค้า 2.0 เหล่านี้ต้องการอะไร ผมเห็นหลายๆ องค์กรนั้นให้พวกผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ (Product Manager) เข้ามาลงเล่นโซเชียลมีเดีย และเจาะเข้ากุล่มเป้าหมาย เพื่อสอบถามความเห็น และความต้องการของพวกเขา

4. รับมือและบริหารจัดการดราม่าอย่างมืออาชีพ (Drama Management like a pro)

อย่างที่ผมได้บอกไปในตอนต้น ลูกค้า 2.0 มีช่องทางในการติและชมสินค้าและบริการของท่านผ่านทางบริการโซเชียลมีเดียที่หลากหลายมาก และเป็นที่น่าเศร้า แต่มันก็เป็นความจริงที่ว่า ปกติแล้วเรื่องดีๆ มักไม่ค่อยมีคนพูดถึงหรือแพร่กระจายต่อ แต่ข่าวไม่ดีเนี่ยมักแพร่กระจายไปไกล และไวเป็นไฟลามทุ่ง ดังนั้นเสียงบ่นของลูกค้า 2.0 จำนวนไม่น้อย ที่มักจะลงเอยด้วยการเป็นดราม่าไป

เมื่อมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ องค์กรก็ต้องรู้จักบริหารและจัดการอย่างเป็นมืออาชีพ หัวใจหลักสำคัญคือ การรับมือกับเสียงบ่นก่นด่าของลูกค้าให้ไว้ได้อย่างไวก่อนที่มันจะขยายตัวลุกลามกลายเป็นดราม่า โดยควรที่จะ

  • เฝ้าติดตามบทสนทนา และการอัพเดตต่างๆ อย่างต่อเนื่องและเป็นประจำ … อย่าคิดว่าทำยาก เดี๋ยวนี้มีเครื่องมือช่วยเหลืออยู่เยอะแยะ สามารถคัดกรองเฉพาะข้อความที่ลูกค้ามีการพูดถึงสินค้าหรือบริการของเราได้สบายๆ แถมระบุได้ด้วยว่า พูดไปในทางที่ดีหรือไม่ดี (อย่างไรก็ดี เครื่องมือพวกนี้ก็ยังมีไม่น้อยที่ยังไม่รองรับภาษาไทย แต่อย่างน้อยที่สุด มันก็ช่วยคัดกรองข้อความที่เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของท่านมาให้แหละน่า)
  • ให้ผู้ที่ดูแลบัญชีโซเชียลมีเดียขององค์กร มีอำนาจในการตัดสินใจรับมือในระดับหนึ่ง ไม่ใช่เอะอะก็ต้องผ่านผู้บริหารเสมอ … หรือองค์กรจะเลือกให้ผู้บริหารลงมาทำตรงนี้เลยก็ได้ถ้าคิดว่าคุ้มอ่ะนะครับ หากทำยังไงวางแผนยังไงก็ยังไม่สามารถให้อำนาจการตัดสินใจแก่ผู้ดูแลได้ ก็ต้องให้เขาสามารถติดต่อและเข้าถึงแหล่งข้อมูลและผู้มีอำนาจในการตัดสินใจได้ง่ายและรวดเร็ว
  • ให้ข้อมูลข้อเท็จจริง ใช้เหตุผลนำอารมณ์ … สังเกตว่าผมใช้คำว่า เอาเหตุผลนำอารมณ์นะครับ ไม่ใช่ให้เหตุผลแบบไร้อารมณ์ เมื่อเกิดเสียงบ่นก่นด่าขึ้นมา แน่นอนว่าอารมณ์ของลูกค้านั้นย่อมอยู่ในทางลบและพร้อมจะก่อหวอดดราม่ากับแบรนด์ของท่านได้ทุกเมื่อ พวกเขาต้องการคนที่จะมารับฟังปัญหาของเขา … การแก้ปัญหาหรือชี้แจงนั้นจริงอยู่ว่าต้องอยู่บนพื้นฐานของเหตุผลเป็นหลัก แต่ควรที่จะสอดแทรกอารมณ์ในเชิงบวก เน้นที่ความเห็นอกเห็นใจและใส่ใจอย่างจริงใจจริงจังลงไปด้วย ห้ามเด็ดขาดที่จะให้ลูกค้า 2.0 รู้สึกว่าผู้ที่มาชี้แจงแถลงไขนั้นเป็นหุ่นยนต์ที่ไร้อารมณ์

และทั้งหมดทั้งสิ้น คือเรื่องราวเกี่ยวกับลูกค้า 2.0 ที่ผมอยากนำมาฝากให้ธุรกิจและแบรนด์ต่างๆ ได้อ่านกันครับ

ก่อนจากกัน ขอทิ้งท้ายด้วยการพูดถึงผู้มีอุปการคุณกับบล็อกนานาสาระกับนายกาฝากอีกรายครับ…

สำหรับท่านผู้ใช้งาน Smartphone, iPad หรือ Tablet อื่นๆ DTAC ขอเสนอแพ็กเกจหลากความคุ้มค่าในการใช้งานให้เลือกทั้งแบบ Time-based คิดค่าใช้บริการตามเวลา และ Volume-based คิดค่าใช้บริการตามปริมาณข้อมูลที่ใช้จริง เริ่มต้นที่ 149 บาท/เดือน หรือเลือกที่จะหมดกังวลด้วย Unlimited Package ในราคา 790 บาท/เดือน (ราคายังไม่รวม VAT 7%)

สนใจ ติดต่อสมัครได้ที่ 1678 กด…หรือสำนักบริการดีแทค
รายละเอียดที่เว็บ http://www.dtac.co.th/page/?id=252
Facebook: http://www.facebook.com/dtacinternet


หากมีข้อสงสัยประการใด หรืออยากแบ่งปันความเห็นของท่าน ยินดีรับฟังและร่วมออกความเห็นได้ทาง Comment ด้านล่างนี้ หรือจะร่วมแชร์ความเห็นและความรู้ได้อีกหนึ่งช่องทาง เพียงแค่กด Like Facebook Fan Page ของผม ที่ http://www.facebook.com/kafaakBlog ครับ

  1. jakkrith
    มิถุนายน 22, 2011 ที่ 15:19

    ขอบคุณมากครับ สำหรับบทความดีๆ ยิ่งไอทีพัฒนามากขึ้นเท่าไหร่ ผู้ประกอบการก็ต้องพยายามปรับตัวตามให้ทันเพื่อจะได้สามารถรับมือ (ให้บริการที่ดี) กับลูกค้า 2.0 ได้🙂

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: