หน้าแรก > บ่นไปเรื่อย, ประชาสัมพันธ์, เก็บมาฝาก > กาฝากกับบทความพิเศษ ตอน ชีวิตติด 3G เป็นอย่างไร?

กาฝากกับบทความพิเศษ ตอน ชีวิตติด 3G เป็นอย่างไร?

imageเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา บอร์ดบริหาร TOT ประกาศรุกหนักในการขยายการติดตั้งโครงข่าย 3G ให้แล้วเสร็จใน กทม, ปริมณฑล ภายใน 180 วัน (6 เดือน) และ 13 จังหวัดที่เรียกว่าเป็น จังหวัดเศรษฐกิจของไทย ภายในเวลา 1 ปี แล้วก็ชักเริ่มมีความหวังว่า ประเทศไทยเราจะได้ใช้ 3G กันถ้วนหน้าเร็วๆ นี้ซะทีสินะ … ในฐานะที่เป็นคนหนึ่งที่ใช้บริการ 3G ผ่านทาง i-mobile 3GX ซึ่งเป็น 1 ใน MVNOs ของ TOT ก็ต้องบอกตรงๆ ว่า “ในที่สุด ก็จะได้ใช้ Smartphone และ Tablet อย่างเต็มประสิทธิภาพซะทีสินะ” … ทำไมผมถึงบอกเช่นนั้น? คำตอบของผมในเรื่องนี้ อยู่ในบล็อก “กาฝากพาให้หายสงสัย ขออาสาไขปริศนาสเปกสมาร์ทโฟน” ครับ แต่ถ้าจะให้ตอบตรงนี้เลย ต้องบอกว่าเพราะคลื่นความถี่ที่ใช้กับเทคโนโลยี 3G นั้น ทั่วโลกส่วนใหญ่ใช้ 2100MHz (หรือ 2.1GHz) กันครับ ดังนั้น Smartphone หรือ Tablet ที่รองรับเทคโนโลยี 3G จึงมักใช้งานกันได้ที่ความถี่ 900MHz หรือ 2100MHz นั่นหมายความว่า ในฐานะสาวกหุ่นเขียว (Android) ที่ถ้าไม่นับบางยี่ห้อบางรุ่น (WellcoM A88/A800, Motorola Defy, HTC Desire S, Samsung Galaxy SII) แล้วละก็ ถ้าจะใช้ 3G ก็ต้องไปรอ AIS พัฒนาโครงข่าย หรือไม่ก็ต้องใช้ของ TOT ไปเลย (และนี่คือที่มาที่ผมเลือก i-mobile 3GX)

ออกตัวก่อนเลยนะครับว่าบล็อกตอนพิเศษนี้ สนับสนุนโดย i-mobile 3GX สปีดล้ำแบบ 3G ตัวจริง กับ 3 เหตุผลที่คุณควรเลือกใช้ 1) ความเร็วสูงสุด 7.2Mbps 2) เป็นผู้ให้บริการที่มียอดผู้ใช้บริการสูงสุดในกลุ่ม MVNOs ของ TOT3G และ 3) บริการหลากหลาย ทั้งซิมเติมเงิน และซิมรายเดือน พร้อมแพ็กเกจมากมาย สนใจรายละเอียด คลิกเลย ครับ … แต่สิ่งที่ผมกำลังจะเขียนถึงต่อไปนี้ หมายถึงเทคโนโลยี 3G ในภาพรวม ไม่ได้เฉพาะเจาะจงไปที่แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งครับ

ผมเขียนบล็อกตอนนี้ขึ้นมา ก็เพราะอยากสานต่อบล็อกตอนพิเศษ 2 ตอนก่อนหน้าเกี่ยวกับการใช้งานเทคโนโลยี 3G ครับ แต่ตอนนี้ผมอยากจะเล่าให้ฟังว่า ถ้าเรามี 3G แล้ว วันๆ เราจะทำอะไรได้บ้าง โดยเน้นจากประสบการณ์ใช้งานจริงของผมเป็นหลักครับ

ผมสามารถใช้งานโทรศัพท์ขณะต่อเน็ตสบายบน 3G

imageเอาเป็นว่า ชีวิตของผมเนี่ย เน้นหนักบนโลกออนไลน์ครับ ผมใช้บริการโซเชียลมีเดียเยอะมาก ดาวน์โหลดก็ไม่น้อย ดูทั้ง YouTube, เว็บ และดาวน์โหลด App ต่างๆ บนมือถือ … ถ้าไม่นับเรื่องความเร็ว เทคโนโลยี EDGE ก็พอจะทำนั่นนี่ได้เหมือนๆ กัน แต่มีปัญหาว่าโดยส่วนใหญ่แล้ว บริการ EDGE ในบ้านเรานั้น ถ้าไม่นับ AIS EDGE Plus แล้ว จะไม่ได้รองรับคุณสมบัติ Dual Transfer Mode (DTM) เลยทำให้ไม่สามารถใช้บริการ Data พร้อมๆ กับ Voice ได้ ดังนั้นหากผมกำลังดาวน์โหลดอะไรอยู่ละก็ อย่าได้คิดจะโทรหาผมเลย ไม่ติดหรอก หุหุ … แต่ข้อจำกัดนี้ ไม่ปรากฏในเทคโนโลยี 3G ครับ ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลเลยว่า ถ้าผมกำลังดูการ์ตูนโคนันสุดโปรดของผมบน YouTube อยู่แล้ว แฟนสุดที่รักของผมจะโทรเข้ามาหาไม่ได้ครับ

ทวีตสัญจร โพสต์สัญจร หน้าไม่งอ รอไม่นาน

imageขอหยิบยิมสโลแกนร้าน JMCusine ของ @iczz มาหน่อยครับ เพราะในฐานะบล็อกเกอร์ที่บ่อยครั้งผมเดินทางไปร่วมงานแถลงข่าว งาน Blogger Day และพวกงานไอทีต่างๆ (เช่น Commart, Thailand Mobile Expo) แล้ว สิ่งที่ผม (และบล็อกเกอร์หลายๆ คน) ชอบทำก็คือ การทวีตสัญจรครับ รายงานความคืบหน้าความเป็นไปต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าบ่อยครั้งทีเดียวที่ต้องอัพรูปกันสดๆ จาก Smartphone ไปยังบริการโซเชียลมีเดียต่างๆ เช่น Twitter หรือ Facebook ครับ

ด้วยความเร็วของ EDGE นั้น การอัพโหลดรูปไม่ใช่ทำไม่ได้นะครับ แต่บ่อยครั้งมันไม่ได้ดั่งใจ เพราะพออยากจะอัพโหลดข้อความต่อไป หรือรูปต่อไปแล้ว มันอัพโหลดไม่ได้ เนื่องจากยังอัพโหลดรูปก่อนหน้าไม่เสร็จ แต่ถ้าใช้ 3G แล้วละก็ ความเร็วในการอัพโหลดรูปจะเพิ่มขึ้นมากทีเดียว แต่ยังไม่ได้เร็วแบบสุดๆ นะครับ เพราะยังไงซะ 3G ก็ยังมีความเร็วอัพโหลดไม่มากครับ ส่วนใหญ่ไม่เกิน 1Mbps เลย จากที่ผมทดสอบ แต่ก็ถือว่าเร็วกว่า EDGE เยอะ

YouTube บน 3G ลื่นไหลกว่าเยอะ

image

ผมก็เป็นคนนึงละที่ดาวน์โหลดคลิปจาก YouTube มาดูบ่อย (ส่วนมากจะเป็น โคนัน อิอิ) แต่เมื่อก่อนนั้นส่วนใหญ่ต้องดูที่บ้านครับ เพราะใช้ ADSL ความเร็ว 4Mbps จะได้ไม่กระตุก ถ้าจะดูบนมือถือ ก็อาจเลือกใช้ App ชื่อว่า TubeMate มาดาวน์โหลดเก็บไว้ดู Offline ทีเดียว จะได้ไม่ต้องเสียอารมณ์กับคลิปกระตุกๆ

แต่ถ้าเป็น 3G ละก็ สบายครับ ดูคลิป YouTube ที่ความละเอียดระดับ HQ (High Quality) สำหรับอุปกรณ์พกพาได้สบายๆ ไม่กระตุกเลย

ไหนๆ ก็ต้องจ่าย 3G แบบ Unlimited แล้ว ขอประหยัดค่าโทรหน่อยเหอะ

ค่าบริการ 3G แบบ Unlimited เดี๋ยวนี้ไม่ถือว่าแพงมาก ถ้าเทียบกับความเร็วที่ได้นะครับ จึงไม่แปลกที่พวกที่ต้องการใช้อินเทอร์เน็ตเร็วๆ แบบฮาร์ดคอร์ (เช่นผม) จะยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อแพ็กเกจแบบ Unlimited มาใช้ แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ก็ขอประหยัดค่าโทรกันอีกหน่อยเหอะ

imageผมเลือกใช้บริการ SkypeOut ในการโทรไปยังเบอร์บ้าน หรือเบอร์มือถือของเพื่อนครับ ตอนนั้นผมได้แพ็กเกจที่ถูกมาก (เหมาะจ่ายรายปี) โดยค่าบริการตกราวๆ 170 บาท/เดือน เท่านั้น สามารถโทรไปยังเบอร์บ้านหรือเบอร์มือถือใดๆ ก็ได้ 10,000 นาที/เดือน (ใช้ยังไงหมดวะเนี่ย) แต่เดี๋ยวนี้ Skype ปรับค่าบริการมาเป็นเดือนละ 9.99 ยูโร (ประมาณ 434 บาท) แล้ว แต่ให้โทรได้ 40 ประเทศแทน (10,000 นาที/เดือน) บ้านใครต้องติดต่อกับญาติๆ ต่างประเทศบ่อยๆ ใช้แพ็กเกจนี้อาจจะคุ้มก็ได้นะ … ทำไมถึงคุ้มน่ะเหรอ? ก็เพราะว่า Skype เขาคิดค่าบริการจากประเทศปลายทาง ดังนั้น สมัครแพ็กเกจด้วย Account เดียว แล้วให้ญาติใช้ Account นี้โทรมาที่ประเทศไทยก็ได้ครับ ไม่ได้เสียค่าบริการเพิ่มเติมแต่อย่างใด

และแน่นอนว่า ถ้า Smartphone รองรับ 3G แล้ว ก็ติดตั้ง Skype แล้วใช้ SkypeOut โทรออกแทนการใช้โทรศัพท์ปกติได้เลย

ประสบการณ์ท่องเว็บเต็มรูปแบบ ก็ต้อง Tethering ครับ

imageยังไง๊ ยังไง ประสบการณ์ในการท่องเว็บบนอุปกรณ์พกพามันก็ไม่สมบุรณ์แบบหรอกครับ ยังไงก็สู้การท่องเว็บบนคอมฯ ไม่ได้ เพราะพอเว็บไซต์ต่างๆ หรือบริการต่างๆ รู้ว่าเราเชื่อมต่อผ่าน Mobile Internet แล้ว มันก็มักจำกัดอะไรต่อมิอะไรไปบ้าง เช่น ไม่ยอมให้ดูหน้าเว็บเวอร์ชันเต็ม รั้นจะแสดงหน้าเว็บเวอร์ชันมือถือให้เราตลอด (เช่น Facebook.com เป็นต้น) หรือวิดีโอที่ได้ก็คุณภาพต่ำๆ (เช่น YouTube.com เป็นต้น) หรือร้ายการสุดคือ ตัวอุปกรณ์พกพาเราเองนี่แหละ ที่ไม่รองรับเทคโนโลยีบนเว็บปกติ (เช่น iPhone/iPad/iPod Touch ไม่รองรับ Flash ไง … ฮา)

imageสยามประเทศของเราช่างโชคดีกว่าประเทศอื่นๆ นักครับ ตรงที่ไม่มีการล็อกไม่ให้ผู้ใช้งานทำการแชร์ Mobile Internet ผ่านโทรศัพท์มือถือหรือภาษาเทคนิคเขาเรียกว่า Tethering (ไม่ว่าจะเสียบสายเอา ที่เรียกว่า USB Tethering หรือ ผ่านทาง WiFi ที่เรียกว่า WiFi Tethering หรือ Personal Hotspot ก็ตามแต่)

สำหรับคนที่อุปกรณ์เยอะ พะรุงพะรัง หรือไม่อยากจะสิ้นเปลืองแบตเตอรี่ของโทรศัพท์มือถือไปกับการแชร์อินเทอร์เน็ต ก็อาจเลือกใช้พวก Mobile 3G Router อย่างในรูปขวามือ (ตัวอย่างคือยี่ห้อ Huawei แต่จริงๆ มีอีกหลายยี่ห้อให้เลือก เช่น D-Link เป็นต้น) ก็ได้ครับ พวกนี้จะแชร์อินเทอร์เน็ตผ่าน WiFi ให้อุปกรณ์อื่นๆ ได้เพิ่มอีกสูงสุด 5 ตัวด้วยกัน

imageและพวกเว็บในเวอร์ชันเต็มรูปแบบเนี่ย ต้องบอกเลยว่า ส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาโดยคิดว่าผู้เปิดจะใช้อินเทอร์เน็ตแบบที่เรียกว่า บรอดแบนด์ ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ความเร็วระดับ 4Mbps ขึ้นไปถือเป็นเรื่องปกติเบบี้จ๋ามากๆ ดังนั้นหากคุณคิดว่าจะใช้ EDGE ในการแชร์เน็ตให้กับอุปกรณ์ต่างๆ แล้วละก็ เปลี่ยนความคิดเถิดครับ หรือหากจำเป็นเจริงๆ ก็จงทำใจเสียเถิด … และนี่แหละ คือประโยชน์ที่เราจะได้รับจากการมี 3G ใช้ เพราะด้วยความเร็วพื้นๆ แบบที่ยังไม่ได้ไปถึงขั้น 3.9G ที่ กทช. (รักษาการณ์ กสทช.) เขาโม้ๆ เอาไว้ว่า 42Mbps ก็ยังดาวน์โหลดได้ราวๆ 3Mbps เลย ซึ่งถือว่าพอใช้สำหรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตเต็มรูปแบบ (ขอบคุณรูปประกอบจาก @Koa_Ka เพื่อนของผมจาก สบท. ครับ)

ด้วยความเร็วระดับ 3G นี้ ทำให้ผมสามารถพกพาเครื่องเน็ตบุ๊ก (แบกโน้ตบุ๊กไม่ไหว) ไปนั่งทำงาน ณ จุดใด ของ กทม. ก็ได้ในตอนนี้ (เพราะ TOT3G มันยังครอบคลุมแค่ใน กทม. เท่านั้นอ้ะ) โดยที่ยังได้ประสบการณ์ใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบเต็มรูปแบบเลยละครับ

แล้วท่านผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน คาดหวังว่าจะใช้ 3G ทำอะไรกันบ้างล่ะครับ?

ปล. สังเกตว่าผมจะไม่ได้พูดถึงเรื่องของการทำ Video Call นะครับ เพราะแม้มันจะเป็นประโยชน์หนึ่งที่ได้จากการใช้เครือข่าย 3G ก็ตาม แต่

1. จากผลสำรวจผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา พบว่ามีเพียง 13% ที่ชอบใช้ Video Call ครับ

2. Video Call แบบที่เป็น Native คือ ใช้คุณสมบัติบนเครือข่าย 3G เลย (คือ ไม่ต้องลงโปรแกรมอย่างพวก Tango, Fring หรืออื่นๆ เพิ่มเติม) ก็มี Smartphone หรือโทรศัพท์ เพียงไม่กี่ยี่ห้อ/รุ่น ที่รองรับ อย่างในประเทศไทยนี่ เท่าที่ผมทราบ และเคยผ่านมือมาก็น่าจะมีแค่ Samsung Monte, Samsung Galaxy S และ Samsung Galaxy SII ละครับ

ด้วยเหตุผลข้างต้น 2 ข้อ ผมก็เลยมองว่า แม้มันจะเป็นคุณประโยชน์ที่ได้มาจากเทคโนโลยี 3G แต่ในทางปฏิบัตินั้น คนที่ได้ประโยชน์ยังเป็นชนกลุ่มน้อยอยู่ครับ


หากมีข้อสงสัยประการใด หรืออยากแบ่งปันความเห็นของท่าน ยินดีรับฟังและร่วมออกความเห็นได้ทาง Comment ด้านล่างนี้ หรือจะร่วมแชร์ความเห็นและความรู้ได้อีกหนึ่งช่องทาง เพียงแค่กด Like Facebook Fan Page ของผม ที่ http://www.facebook.com/kafaakBlog ครับ

  1. มิถุนายน 27, 2011 ที่ 13:51

    เป็นบทความที่ดีมากกำลังจะนำไปปรับใช้ดูครับคุณบอล

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: