หน้าแรก > คอมพิวเตอร์, เก็บมาฝาก, เขียนตามกระแส, Social Networking > วิชา Google+ 101 : เกร็ดเล็กๆ ที่ผู้ใช้ Google+ ควรทราบ (คาบที่ 2)

วิชา Google+ 101 : เกร็ดเล็กๆ ที่ผู้ใช้ Google+ ควรทราบ (คาบที่ 2)

Google_Plusต้องยอมรับจริงๆ ว่ากระแส Google+ มันแรงมาก และคนไทยจำนวนไม่น้อยเลยที่หันมาให้ความสนใจเจ้าบริการ Social Network น้องใหม่จากยักษ์ใหญ่เจ้าเก่าอันนี้มากมาย ดูจากสถิติคนเข้ามาชมบล็อก Google+ 101คาบที่ 1 แล้วต้องบอกว่ามากันเยอะจริงๆ ครับ และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมก็จะขอจัดคาบที่ 2  ให้ได้อ่านกันเลยนะครับ

ในคาบนี้เราจะมาคุยกันเรื่องการโพสต์ข้อความลงใน Stream ครับ ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของบริการกันเลยทีเดียวครับ ซึ่งแม้ว่าหลายๆ ส่วนจะคล้ายคลึงกับ Facebook อยู่ แต่ในรายละเอียดก็มีความแตกต่างอยู่บ้างครับ

บางคนบอกว่า กะอีแค่โพสต์ลงไปใน Stream มันจะมีอะไรซักแค่ไหนเชียว … แหม ถ้ามันไม่มีอะไรเลย คนคงไม่งงก่งก๊งกันเยอะ จนผมต้องมาเปิดหลักสูตร Google+ 101 นี่หรอกครับ ลองไปดูกันดีกว่าว่าการโพสต์ลงไปใน Stream นั้น มันมีอะไรลึกซึ้งกันบ้าง

เรื่องราวอันมีสาระที่นำมาเสนอนี้สนับสนุนโดย

  • Dell Thailand : รัก Dell ชอบ Dell อย่าลืมกด Like Facebook Fan Page ของ Dell นะครับ ทุกคำถามคาใจเกี่ยวกับ Dell ที่ Fan Page มีคำตอบ … หากหาคำตอบไม่ได้ ก็ถามใหม่ซะเลย Smile
  • วันเสาร์ที่ 23 ก.ค. นี้ พบกับผมในฐานะพิธีกรของงานสัมมนา HR says Hire! IT Guy says Yes! มารู้วิธีเขียน Resumé มารู้จักกับ LinkedIn กัน สำรองที่นั่งและรายละอียดได้ตามลิงก์นี้เลย http://t.co/fCUuVt1
  • i-mobile 3GX สปีดล้ำแบบ 3G ตัวจริง กับ 3 เหตุผลที่คุณควรเลือกใช้ 1) ความเร็วสูงสุด 7.2Mbps 2) เป็นผู้ให้บริการที่มียอดผู้ใช้บริการสูงสุดในกลุ่ม MVNOs ของ TOT3G และ 3) บริการหลากหลาย ทั้งซิมเติมเงิน และซิมรายเดือน พร้อมแพ็กเกจมากมาย สนใจรายละเอียด คลิกเลย

และที่สำคัญ วันนี้จนถึง 1 สิงหาคม 2554 นี้ อยากให้มาร่วมสนุกกับกิจกรรม “ค้นหาแฟนพันธุ์แท้บล็อกนายกาฝาก” ชิงรางวัลกันด้วยครับ อ่านรายละเอียดได้ที่นี่เลย

เอาละครับ มาเข้าเรื่องราวของเรากันต่อได้เลย

 

การโพสต์ข้อความลงใน Stream

ผมมีสมการอยู่ว่า Google+ = f(Twitter + Facebook) หรือถ้าเรียกแบบศัพท์คณิตศาสตร์ก็คือ Google+ เท่ากับ ฟังก์ชั่นของ Twitter กับ Facebook มารวมกัน

image

สงสัยเพราะว่า Google+ จะเน้นไปการออกแบบแนว Minimalist คือประมาณ น้อยแต่พอดี ไม่มีอะไรมากเกินไปจนรก เลยทำให้เลือกใช้ไอคอนในการบ่งชี้ว่าอะไรเป็นอะไรเวลาจะโพสต์แชร์อะไรใหม่ๆ มากกว่า

ส่วน Facebook นั้นก็อย่างที่เห็น มีทั้งไอคอนให้ดู และมีชื่อเรียกด้วยว่าอันไหนเป็น สถานะ อันไหนเป็นรูปภาพ อันไหนเป็นลิงก์ อันไหนเป็นวิดีโอ ฯลฯ

เอ้า! มาดูทีละอันว่าจะใช้งานกันยังไง

image

องค์ประกอบของส่วนที่ใช้สำหรับโพสต์ข้อความบน Stream มีดังนี้

  1. กล่องข้อความ มีอะไรอยากจะโพสต์ ก็โพสต์ไปตรงนี้เลย
  2. ตัวเลือกในการเพิ่มสิ่งที่ต้องการแชร์ ได้แก่ (จากซ้ายไปขวา) รูปภาพ, วิดีโอ, ลิงก์ไปยังเว็บไซต์ และ พิกัดที่อยู่
  3. ตัวเลือกความเป็นส่วนตัว สามารถระบุได้ว่าใครบ้างที่จะเป็นผู้ที่เห็นข้อความที่เราโพสต์

imageการใช้งานขั้นพื้นฐานง่ายมากครับ ถ้าอยากจะโพสต์ข้อความอะไรบน Stream ก็พิมพ์ๆๆๆๆๆ ไปเลย ไม่ต้องกลัวว่าจะยาวเกินไป เพราะ Google+ ใจกว้างมาก ไม่ได้กำหนดตัวอักษรไว้แค่ 140 ตัวอักษรเหมือนบน Twitter หรือ 420 ตัวอักษรเหมือนกับ Facebook หากมันยาวเกินไป Google+ จะทำการตัดทอนโดยอัตโนมัติ แล้วสร้างลิงก์ Expand this post ขึ้นมาให้คลิก เพื่อแสดงข้อความแบบเต็มๆ อีกที

นอกจากนี้ Google+ ยังให้เราสามารถใส่ลูกเล่นกับตัวอักษรได้อีกด้วยครับ โดย

  • image*ตัวหนา* จะได้ ตัวหนา
  • _ตัวเอียง_ จะได้ ตัวเอียง
  • ตัวขีดฆ่า จะได้ -ตัวขีดฆ่า-

แต่หากสังเกตจากรูปดีๆ จะเห็นว่า ตัวขีดฆ่า ที่ผมพิมพ์มันไม่เป็น ตัวขีดฆ่า นะครับ นั่นเพราะจากที่ผมลองทดสอบ การทำตัวขีดฆ่า จะได้ผลเฉพาะตัวอักษรภาษาอังกฤษอ้ะ ภาษาไทยอด

 

การโพสต์รูปภาพลงใน Stream

imageคลิกที่ไอคอนรูปกล้องสีเขียวๆ สิ แล้วจะมีตัวเลือกให้ว่าจะเพิ่มรูปแบบไหน โดยเลือกได้ 3 ทางครับ

  1. Add photos เป็นการเพิ่มรูป โดยอัพโหลดจากในคอมพิวเตอร์ของเรา พอคลิกแล้วมันก็จะเปิดหน้าจอให้เรา Browse ไปยังรูปภาพที่ต้องการจะอัพโหลด
  2. Create an albumn เป็นการให้เราสร้างอัลบั้มรูปเลย
  3. From your phone เป็นรูปที่มาจากการอัพโหลดจากโทรศัพท์มือถือของเราผ่านคุณสมบัติ Instant Upload ของ Google+ App ครับ

imageจุดที่น่าสนใจคือการสร้างอัลบั้มรูปครับ ซึ่งเมื่อคลิกแล้วมันจะเปิดหน้าจอแบบรูปขวามือนี่เลย

ก็แค่ตั้งชื่ออัลบั้มให้เรียบร้อย แล้วเลือกได้เลยว่าจะลากเอาไฟล์รูปเข้ามา (ได้คราวละหลายๆ ไฟล์ด้วย) แล้วมันจะถูกอัพโหลดไปเลยโดยอัตโนมัติ (เหมือนกับการแนบไฟล์แบบ Drag & Drop บน Gmail นั่นแหละ) หรือจะคลิกที่ปุ่ม Select photo from your computer ก็ได้

imageอัพโหลดรูปเสร็จเรียบร้อยแล้วจะเป็นแบบด้านซ้ายมือ คือ แสดงรูปให้เห็นว่าในอัลบั้มจะมีอะไรบ้าง หากยังอยากเพิ่มรูป ก็คลิกที่ Upload more ได้ แต่หากพอใจแล้วก็คลิกปุ่ม Create albumn ได้เลย

imageคลิก Create albumn แล้ว รูปพวกนี้ก็จะถูกเตรียมไว้สำหรับโพสต์ใน Stream ทันทีแบบรูปด้านขวามือนี้ครับ

แน่นอนว่ายังสามารถพิมพ์ข้อความอะไรก็ตามที่อยากพิมพ์ได้อยู่ในกล่องข้อความด้านบนครับ

image

 

 

 

 

 

มันไม่จบแค่นั้นนะครับ หากเอาเคอร์เซอร์ของเมาส์เลื่อนไปบนรูปที่อยู่บนอัลบั้มตอนที่อยู่ในหน้าจอ Create an albumn (หากใครคลิก Create an albumn ไปแล้ว ก็สามารถคลิกที่ลิงก์ Edit photos เพื่อกลับเข้ามาก็ได้) จะเห็นว่ามันมีไอคอนเล็กๆ กับลิงก์ให้คลิกโผล่ขึ้นมา

นั่นคือเราสามารถแก้ไขภาพในระดับพื้นฐานสุดๆ ได้ก็คือ การหมุนภาพไปทางซ้าย-ขวา หรือจะลบภาพออก หรือจะใส่ข้อความประกอบใต้ภาพก็ได้ (ตัวอย่างในภาพ ผมใส่คำว่า กบ อ๊บๆ ไง)

image

ถ้าคิดว่าอัลบั้มรูปยังไม่พอ จะคลิกที่ Edit photos เพื่อเพิ่มรูปเข้าไป (ซึ่งจะทำให้เลือกได้ว่าจะใช้ Drag & Drop หรือจะ Browse เอาเอง) หรือจะคลิกที่ปุ่ม Add more จากหน้า Stream นี่เลยก็ได้

เห็นไหมล่ะ ง่ายแสนง่าย (แต่งงเอาง่ายๆ เช่นกัน ฮาฮา)

 

การโพสต์วิดีโอ

image

การโพสต์วิดีโอก็มีทางเลือกหลากหลายคล้ายๆ กับการโพสต์รูปเช่นกันครับ เราสามารถ

  1. อัพโหลดวิดีโอโดยตรงจากเครื่องคอมพิวเตอร์เลย
  2. เอาวิดีโอจาก YouTube ซึ่งเลือกได้ว่าจะเอามาจาก YouTube (ค้นหาเอาจากคำค้น หรือ ใส่ URL ของวิดีโอไปเลย) หรือจากคลิปที่เราเคยอัพโหลดขึ้น YouTube เอาไว้ก็ได้ (หมายถึง คลิปที่เราอัพโหลดผ่านทาง Google Account ที่เราใช้ Google+ นี้อยู่)
  3. วิดีโอที่มาจากโทรศัพท์มือถือของเรา (ที่อัพโหลดผ่านคุณสมบัติ Instant Upload ของ Google+ App นั่นเอง)

imageการอัพโหลดจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเองก็ไม่ได้ยากไปกว่าการอัพโหลดรูปเลยครับ ก็ยังสามารถ Drag & Drop หรือ Browse ไฟล์แล้วอัพโหลดได้เหมือนกันเป๊ะๆ ก็ไม่รู้จะพูดถึงในรายละเอียดไปทำไม ย้อนกลับไปอ่านเรื่องการโพสต์รูปเอาละกันนะครับทุกท่าน … เพียงแต่ความแตกต่างมันอยู่ที่ หลังอัพโหลดเสร็จแล้ว แม้ว่าจะสามารถใส่เข้าไปในโพสต์ได้ในทันที แต่จะดูได้ก็ต่อเมื่อเซิร์ฟเวอร์ทำการประมวลผลวิดีโอเสร็จเรียบร้อยนะครับ คล้ายๆ กับกรณีที่อัพโหลดรูปขึ้น YouTube นั่นแหละ

image

จุดเด่นจริงๆ ของ Google+ นั้นคือการที่ให้เราเลือกวิดีโอที่เราเคยอัพโหลดไปแล้วบน YouTube มาโพสต์ได้นี่แหละ

ลองคิดง่ายๆ เวลาที่เราอัพโหลดวิดีโอขึ้นไปบน YouTube แล้ว เราก็อาจจะอยากแชร์ให้ใครต่อใครเขารู้ใช่ไหมล่ะครับ สำหรับ Google+ นี่ ทำให้การแชร์มันเป็นเรื่องที่ง่ายเขา เพราะไม่จำเป็นต้องไปเปิด YouTube ขึ้นมา แล้วหาไฟล์วิดีโอของเราเลย แต่พอเราคลิกจะอัพโหลดวิดีโอจาก YouTube แล้วเลือกเป็น Your YouTube videos แล้ว รายชื่อวิดีโอที่เรามี จะขึ้นมาให้เลือกเลย แล้วแค่คลิกเลือกจากนั้นก็คลิก Add videos ก็เรียบร้อย แต่รายชื่อที่เอามาให้เลือกมันไม่ได้มาทั้งหมดที่เราเคยอัพโหลดไปนะครับ

image

จุดหนึ่งที่การอัพโหลดวิดีโอแตกต่างจากการอัพโหลดรูปขึ้นโพสต์ก็คือ

  • แม้ว่าจะสามารถใส่วิดีโอเข้าไปในโพสต์ได้มากกว่า 1 อัน แต่เมื่อตัดสินใจไปแล้วว่าจะใส่วิดีโออะไรบ้าง เราจะไปใส่เพิ่มไม่ได้อีก แน่นอนว่าเรายังสามารถเลือกจะไม่โพสต์วิดีโอได้ แต่เราไม่สามารถเลือกเฉพาะอันได้ครับ จะลบต้องลบหมด (วิดีโอที่อัพโหลดจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราโดยตรง จะหายไปจากรายชื่อทันที หากเราเลือกที่จะยกเลิก)
  • ไม่มีให้แก้ไขวิดีโอครับ (ก็น่าจะเข้าใจได้ เพราะว่าการแก้ไขวิดีโอมันวุ่นวายกว่าการแก้ไขรูปเยอะ) ไม่มีแม้แต่ให้ใส่ข้อความกำกับเลย

    การโพสต์ลิงก์

    image

    วิธีที่ง่ายที่สุดในการโพสต์ลิงก์จริงๆ แล้วก็คือ การพิมพ์ข้อความในกล่องข้อความ แล้วพิมพ์ลิงก์ลงไปในนั้นเลย Google+ ก็จะตรวจพบว่ามันเป็นลิงก์ แล้วทำการดึงข้อมูลลิงก์นั้นๆ มา ได้แก่ รูปที่อยู่ในลิงก์นั้น และ เนื้อหาย่อๆ และหากรูปที่เอามาโชว์มันไม่ถูกใจ ก็สามารถเปลี่ยนได้นะครับ ก็แค่คลิกทีเครื่องหมายลูกศรตรง image ไง หรือหากไม่อยากให้มีรูปโชว์เลย ก็คลิกที่รูปกากบาทครับ … ดูๆ ไปแล้ว มันก็หลักการเดียวกันกับ Facebook เลยนี่หว่า

    แต่ Google+ มีความแตกต่างจาก Facebook นิดหน่อยครับ ตรงที่สามารถลบไม่ให้แสดงเนื้อหาย่อๆ ของลิงก์ แต่ยังคงแสดงรูปภาพจากลิงก์ หรือจะลบทั้งเนื้อหาย่อและรูปภาพ แต่ยังให้แสดง Title ของลิงก์แบบด้านล่างนี่ครับ

    image

    image

    อีกวิธีนึงที่จะโพสต์ลิงก์ก็คือการคลิกที่ไอคอนรูปโซ่ (ซึ่งเป็นสัญลักษณ์หมายถึงเว็บลิงก์นั่นเอง) แล้วกรอก URL ลงไปในกล่องข้อความตามรูปซ้ายมือ แล้วก็คลิกปุ่ม Add ครับ … วิธีนี้วุ่นวายขึ้นอีกนิด แต่ได้ผลเหมือนกับการพิมพ์ URL ลงไปในกล่องข้อความเลย ก็เลยไม่แนะนำให้ทำอ่ะ จะทำอะไรให้ชีวิตวุ่นวายไปทำไมล่ะครับท่านผู้อ่านที่เคารพ (ฮาฮา)

     

    การโพสต์พิกัดที่อยู่

    imageในขณะที่ Facebook ไม่มีให้แชร์ที่อยู่เวลาที่อยู่บนหน้าเว็บ แต่เปิดให้สร้างโพลล์ได้ Google+ กลับไม่มีโพลล์ แต่ให้แชร์ที่อยู่ได้ นอกจากนี้ ถ้าจะใช้ต้องให้บราวเซอร์รองรับคุณสมบัติ Geolocation เช่น Google Chrome หรือ Internet Explorer 9 ก่อนนะ และเมื่อจะโพสต์ตำแหน่งที่อยู่ ก็จะต้องอนุญาตให้เว็บ plus.google.com สามารถดึงข้อมูลพิกัดไปใช้ได้ด้วย (ตอบ Allow หรือ อนุญาต นั่นแหละ)

    image

    หลายคนคงถามว่า เฮ้ย แล้วมันจะดึงพิกัดได้ยังไง ก็เราไม่ได้มี GPS ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้านอ้ะ?!? คำตอบก็คือ มันอาศัยพิกัดจาก IP Address ของเราครับ ดังนั้นตอนนี้ผมใช้เน็ต TOT ADSL อยู่ มันก็เลยเข้าใจว่าตอนนี้พิกัดของผมอยู่ที่ สี่พระยา บางรัก กรุงเทพฯ ไปซะนี่ (สงสัย Gateway ของ TOT ADSL ที่ผมใช้อยู่มันอยู่ที่นั่น)

    image

    โพสต์เสร็จแล้ว บน Stream ของเราจะเป็นแบบนี้ครับ (คนอื่นๆ ก็จะเห็นแบบนี้เหมือนกัน) พิกัดของเรา จะกลายเป็นลิงก์ที่บอกที่อยู่คร่าวๆ มาให้ แล้วหากคลิกลิงก์แล้ว มันก็จะเปิด Google Maps ขึ้นมาพร้อมบอกตำแหน่งเลย … สะดวกดี แต่อย่าลืมนะครับว่ามันเกี่ยวพันกับความเป็นส่วนตัวนะครับ โพสต์อะไรก็ระวังกันหน่อยนะครับ เดี๋ยวใครต่อใครรู้หมดว่าเราอยุ่แถวไหน (คุณสมบัติของ Google Maps อย่างหนึ่งคือ การนำทางไปยังตำแหน่งบนแผนที่นะครับ)

     

    อย่าลืมกำหนดผู้อ่านโพสต์

    imageท้ายที่สุด ก่อนการกดปุ่ม Share อยากให้หยุดคิดซักนิดนะครับ ว่าข้อความที่กำลังจะโพสต์นั้น ใครบ้างที่น่าจะมีสิทธิ์ได้เห็น

    • ถ้ากำหนดเป็น Public ก็คือ ใครก็สามารถเข้ามาเห็นได้
    • ถ้ากำหนดเป็น Circle ก็จะเห็นได้เฉพาะคนที่อยู่ใน Circle นั้นๆ (ซึ่งเรากำหนดเอง)
    • ถ้ากำหนดเป็นเฉพาะรายบุคคล ก็จะเห็นได้เฉพาะคนที่เรากำหนด

    แน่นอนว่าเราสามารถกำหนดแบบปนๆ กันไปก็ได้ครับ อย่างในรูปตัวอย่างข้างต้นเนี่ย ผมใส่ทั้ง Public คือให้เห็นทุกคน แล้วก็ใส่ Circle ชื่อ Family ไปด้วย และระบุผู้รับอีกคนด้วย

    คำถามมีอยู่ว่า ถ้ากำหนดให้เป็น Public ซึ่งก็คือเห็นได้ทุกคนอยู่แล้ว แล้วจะกำหนด Circle หรือตัวบุคคลไปทำด๋อยอะไรกัน?!? เออ น่าคิดแมะ? คำตอบก็คือ ถ้าเป็น Public นั้น จะไม่มีการขึ้นแจ้งเตือน (Notification) ให้ใครทราบเลยว่าเราได้โพสต์ข้อความ … ข้อความที่เราโพสต์จะไปปรากฏบน Stream ของทุกคนที่มีเราอยู่ใน Circle ของพวกเขา แต่จะไม่มีใครได้รับการแจ้งเตือนเป็นการเฉพาะเลยว่าเราโพสต์ข้อความนี้

    imageแต่ถ้าเราระบุเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น Circle หรือตัวบุคคล พวกเขาก็จะได้รับการแจ้งเตือนว่าเราได้ Mention (พูดถึง) พวกเขาไว้ในโพสต์ และสามารถคลิกเพื่ออ่านได้ครับ แบบนี้ก็พวกเขาก็จะไม่พลาดโพสต์ที่เราอยากให้พวกเขาได้อ่าน

    image

    และก็อย่างที่ผมบอกนั่นแหละว่า Google+ มันก็เหมือนกับ Twitter หากเราต้องการจะพูดถึงใคร ก็แค่เริ่มต้นด้วย @ แล้วตามด้วยชื่อ (ตาม Profile ของพวกเขา) ก็เรียบร้อย มันจะเหมือนกับการ Tag ชื่อเพื่อนใน Facebook นั่นแหละ

    imageแต่ความแตกต่างคือ มันจะหมายความว่าเราต้องการให้คนคนนี้เห็นโพสต์ของเรา และหากเราไม่ได้ใส่ Public เอาไว้ มันก็จะเหมือนกับการส่งข้อความโดยตรง (Direct Message) ถึงคนคนนั้นนั่นเอง

    ข้อควรระวัง: Google+ ไม่ได้มีการแยกส่วนของ Mention ไว้ชัดเจนแบบ Twitter ที่มี Mention กับ Direct Message แต่จะรวมเอาทุกอย่างไปไว้ใน Notification กันหมด ดังนั้นคนจำพวกที่ถูกเพิ่มเข้าไปใน Circle บ่อยๆ ก็อาจมีแนวโน้มที่จะพลาดไม่ได้อ่านข้อความที่มีคนพูดถึงตนเองได้ง่ายๆ เพราะข้อความแจ้งเตือนว่ามีคนพูดถึง จะโดนข้อความแจ้งเตือนว่ามีคนเพิ่มเราเข้า Circle กลบหมด … ต่อให้คุณไปคลิกที่ลิงก์ Notifications ตรงด้านซ้ายมือก็เหอะ

    image

     

     

     

    และท้ายที่สุด หากเรากำหนดผู้เห็นข้อความเป็น Circle หรือ ตัวบุคคล แล้วมีคนที่ยังไม่ใช่ผู้ใช้งาน Google+ ละก็ มันจะมีตัวเลือกให้ระบบทำการส่งอีเมล์ข้อความนั้นๆ ไปหาพวกเขาด้วย … ถ้าเราคิดว่าจะไม่ให้พวกเขาเห็นหากยังไม่ใช่ผู้ใช้งาน Google+ ก็เอาเครื่องหมายถูกออกซะ แต่ถ้าเราอยากอัพเดตให้พวกเขาอ่าน ก็ทำเครื่องหมายถูกไว้ แล้วคลิกปุ่ม Share … นี่คือจุดเด่นของ Google+ ครับ เพราะว่า แม้จะไม่ใช่ผู้ใช้งาน Google+ ก็สามารถได้รับข้อความได้ แต่ข้อควรระวังก็คือ การแชร์บ่อยๆ แบบมั่วๆ มันอาจโดนมองว่าเป็นการสแปมอีเมล์ได้นะครับ

    imageGoogle+ ยังได้เตรียม Interface สำหรับการเลือก Circle แบบง่ายๆ เอาไว้ให้แล้ว โดยเมื่อเราคลิกที่ “Add circle or people to share with…” แล้วก็จะแสดง Circle ที่เรามีอยู่ใน Google+ (แสดง 3 Circle แรก และหากต้องการเห็นเพิ่มก็คลิกที่ more ครับ … ด้านหลังของแต่ละ Circle จะมีวงเล็บบอกจำนวนคนใน Circle นั้นให้รู้ด้วย จะได้รู้ว่าถ้าแชร์ให้คนกลุ่มนี้รู้แล้ว จะมีคนรู้กี่คน

    นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกที่ควรทราบอีก 2 ตัว คือ

    • Your circles หมายถึง ทุกคนที่เราได้เพิ่มเข้าไปใน Circle โดยไม่สนใจว่าจะเป็น Circle ไหน
    • Extended circles หมายถึง ทุกคนใน Circle ของเรา และรวมไปถึงทุกคนที่อยู่ใน Circle ของพวกเขาด้วย

    กรณีของ Extended Circles นี่จะเข้าใจยากนิดนึง ผมจะขอยกตัวอย่างให้ได้เห็นกันแบบนี้นะครับ

    imageสมมติว่าคุณได้เพิ่มคนจำนวน 2 คนเข้าไปไว้ใน Circle ชื่อ “Friends” แล้วแต่ละคนใน Circle นี้ก็มีการเพิ่มคนเข้าไว้ใน Circle อีก คือ “Circle 1” และ Circle 2”

    ถ้าเราเลือกที่จะแชร์โพสต์ให้กับ “Your circles” ละก็ คนที่จะเห็นโพสต์ของเราก็คือทุกคนที่อยู่ใน “Friends” ครับ

    แต่ถ้าเราเลือกที่จะแชร์โพสต์แบบ “Extended circles” แล้ว นั่นหมายความว่า นอกจากคนใน “Friends” จะได้เห็นแล้ว ใครก็ตามที่คนใน “Friends” นั้นได้เพิ่มเอาไว้ใน Circle ของพวกเขา ซึ่งก็คือ “Circle 1” และ “Circle 2” ก็จะได้เห็นด้วยครับ

    image

    ที่ด้านท้ายของรายละเอียดชื่อคนโพสต์และเวลาที่โพสต์จะมีการระบุไว้ให้เห็นเลยว่า โพสต์นี้เป็นแบบไหน

    imageถ้าขึ้นว่า Public ก็แสดงว่าโพสต์นี้จะเห็นกันถ้วนหน้า ถ้าขึ้นว่าเป็น Extended circles นั่นก็หมายถึงตามที่ได้อธิบายไปข้างต้นแล้ว และหากขึ้นว่า Limited นั้น ก็หมายความว่ามันมีการกำหนดเอาไว้เฉพาะ Circle หรือเฉพาะตัวบุคคล ดังนั้นเวลาที่เราคลิกลิงก์ Share มันก็จะมีข้อความเตือนว่า จะแชร์อะไรก็คิดซะหน่อยว่าใครจะได้อ่านกันบ้าง เพราะคนที่แชร์ตอนแรกเขากำหนดไว้ให้คนบางกลุ่มได้เห็น

    เอาละครับ จบคาบที่ 2 แล้ว … ชอบใจกด Like กันด้วยล่ะครับ อิอิ … ส่วนใครที่อยากเพิ่มผมเข้าไปใน Circle ของท่าน ก็ไปดู Profile ของผมได้ที่ http://gplus.am/kafaak นะครับ

    (ติดตามคาบต่อไป)

    ก่อนจากกัน ขอทิ้งท้ายด้วยการพูดถึงผู้มีอุปการคุณกับบล็อกนานาสาระกับนายกาฝากอีกรายครับ…

    สำหรับท่านผู้ใช้งาน Smartphone, iPad หรือ Tablet อื่นๆ DTAC ขอเสนอแพ็กเกจหลากความคุ้มค่าในการใช้งานให้เลือกทั้งแบบ Time-based คิดค่าใช้บริการตามเวลา และ Volume-based คิดค่าใช้บริการตามปริมาณข้อมูลที่ใช้จริง เริ่มต้นที่ 149 บาท/เดือน หรือเลือกที่จะหมดกังวลด้วย Unlimited Package ในราคา 790 บาท/เดือน (ราคายังไม่รวม VAT 7%)

    สนใจ ติดต่อสมัครได้ที่ 1678 กด…หรือสำนักบริการดีแทค
    รายละเอียดที่เว็บ http://www.dtac.co.th/page/?id=252
    Facebook: http://www.facebook.com/dtacinternet


    หากมีข้อสงสัยประการใด หรืออยากแบ่งปันความเห็นของท่าน ยินดีรับฟังและร่วมออกความเห็นได้ทาง Comment ด้านล่างนี้ หรือจะร่วมแชร์ความเห็นและความรู้ได้อีกหนึ่งช่องทาง เพียงแค่กด Like Facebook Fan Page ของผม ที่ http://www.facebook.com/kafaakBlog ครับ

    1. กรกฎาคม 16, 2011 ที่ 11:13

      ของเค้าดีจิงๆ

    2. wut
      กรกฎาคม 16, 2011 ที่ 12:51

      เข้าเรียนเรียบร้อยแล้วคร้าบบผม !
      คาบนี้ ได้เห็นภาพการใช้งาน เลยทีเดีนว อิอิอิ ( แต่ก็ยังไม่มีโอกาส ได้เล่นอยู่ดีอ่ะ ยังสมัครไม่ได้เลย T__T )

    3. wut
      กรกฎาคม 16, 2011 ที่ 13:03

      รบกวน อีกเรื่อง ครับ พี่กาฝาก ผมจะเอารูปลงยังไงอ่ะครับ ( อยากเอารูปลง แบบเค้าบ้างอ่ะ )

      • นายกาฝาก
        กรกฎาคม 16, 2011 ที่ 14:05

        หมายถึงรูปลงในไหน ยังไงครับ?

    4. กรกฎาคม 16, 2011 ที่ 14:03

      เย้ๆๆ ทำได้แล้วครับ ผมเอารูปลงได้แล้วครับ ( มั่วจนได้เรื่อง อิอิอิ )

    5. อีกา
      กรกฎาคม 16, 2011 ที่ 14:11

      รูปในหน้า คอมเม้น นี้ อ่ะครับ

      • นายกาฝาก
        กรกฎาคม 16, 2011 ที่ 15:17

        อ้อ … แต่รูปขึ้นแล้วนิ งั้นไม่ต้องตอบแล้วเนอะ

    6. กรกฎาคม 17, 2011 ที่ 03:06

      ถามว่า Extended Circle หน่ะครับ ถ้า post ที่แชร์ไปแล้ว โดยเลือก Extended นี่แหละ แต่หลังจากแชร์ไปแล้วนั้น เรา เพิ่มเพื่อนเข้าไปใน circle อีก คนที่เพิ่มมาใหม่จะเห็น post นี้หรือป่าวครับ??

      • นายกาฝาก
        กรกฎาคม 17, 2011 ที่ 11:41

        คนที่เพิ่มมาใหม่ ก็จะมีสิทธิในการเห็นโพสต์ครับ เพียงแต่เขาจะมาทันเห็นโพสต์เก่าๆ ไหมเป็นอีกเรื่อง (จริงๆ ก็เห็นนะ แต่ต้องย้อน Stream ไปพอดูละท่าทาง)

    7. กรกฎาคม 20, 2011 ที่ 21:07

      ไม่มีปุ่ม +1 ในบล๊อกเหรอครับ อยากกด ^^

      • นายกาฝาก
        กรกฎาคม 20, 2011 ที่ 21:17

        WordPress.com มันไม่ให้ผมใส่อ่ะ

    8. Maxky
      กันยายน 26, 2011 ที่ 02:11

      ขอบคุณมาก ๆ นะครับสำหรับความรู้ที่มอบให้

      แต่โฆษณานี้

      – วันเสาร์ที่ 23 ก.ค. นี้ พบกับผมในฐานะพิธีกรของงานสัมมนา HR says Hire! IT Guy says Yes! มารู้วิธีเขียน Resumé มารู้จักกับ LinkedIn กัน สำรองที่นั่งและรายละอียดได้ตามลิงก์นี้เลย http://t.co/fCUuVt1

      มันหมดไปแล้วหน่ะครับ พอดีผมสนใจมาก เขาจะมีอีกเมื่อไหร่พอจะทราบบ้างมั้ยครับ

      • นายกาฝาก
        กันยายน 26, 2011 ที่ 09:00

        เดี๋ยวผมเช็คกับทาง Adecco Thailand ให้นะครับ
        แต่ขอชี้แจงเรื่องโฆษณาก่อนครับ คือ โฆษณาเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาในบล็อกเลย ดังนั้นต้องดูที่วันที่ที่บล็อกโพสต์ด้วย เพราะอาจ Out of Date (ล้าสมัย) ไปแล้วได้น่ะครับ ต้องขออภัยจริงๆ

    9. ต๊อท
      กุมภาพันธ์ 3, 2012 ที่ 12:01

      อยากลบรูปในอัลบัม จะทำยังไงอ่ะคับ หาปุ่มลบไม่เจออ่ะคับ รบกวนด้วยคับ

    1. กรกฎาคม 17, 2011 ที่ 11:01
    2. กรกฎาคม 17, 2011 ที่ 12:36

    ใส่ความเห็น

    Fill in your details below or click an icon to log in:

    WordPress.com Logo

    You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Twitter picture

    You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Facebook photo

    You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Google+ photo

    You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Connecting to %s

    %d bloggers like this: