หน้าแรก > คอมพิวเตอร์, บ่นไปเรื่อย, เก็บมาฝาก > เปิดใจ เมื่อกาฝากเปลี่ยนใจมาใช้ Mac ตอนที่ 1

เปิดใจ เมื่อกาฝากเปลี่ยนใจมาใช้ Mac ตอนที่ 1

image

คงไม่ต้องย้ำกันแล้วละมั้งครับ ว่าเมื่อราวๆ ต้นเดือนที่ผ่านมา ผมเพิ่งถอย MacBook Pro มาใช้ครับ จริงๆ มันก็เป็นความใฝ่ฝันของผมมานานแล้ว ที่จะมีเครื่อง Mac ใช้เท่ห์ๆ (รึเปล่า?) ซักเครื่อง เพียงแต่เมื่อสองปีก่อนนั้น ผมฝันอยากได้ iMac เพราะจอมันใหญ่ดี … แต่ด้วยความที่ผมต้องใช้งานในแบบพกพาบ่อยๆ ก็เลยทำให้ผมมามอง MacBook Air และ MacBook Pro และสุดท้ายก็มาลงเอยที่ MacBook Pro เพราะว่าสเปกมันสูงกว่า (หมายถึงเมื่อเทียบกับ MacBook Air ปี 2010 นะครับ ไม่ใช่ตัวใหม่)

ในขณะที่สมองผมกำลังตันๆ อยู่ หาเรื่องมาเขียนไม่ได้ (และ @oweera ก็มายุให้ผมเขียนเรื่อง อิชิตัน ซะงั้น แง่งๆ) ผมเลยขอเอาประสบการณ์ การเปลี่ยนใจ(จาก Windows)มาใช้ Mac ให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกันดีกว่า

imageเรื่องราวอันมีสาระที่นำมาเสนอนี้สนับสนุนโดย

  • Dell Thailand อยากชวนทุกท่านมาร่วมกิจกรรม “ทำดีกับเดลล์” ปิดทองหลังไมค์ ด้วยการเล่าเรื่องราวสิ่งดีๆ ที่คุณได้ทำให้กับดีเจชื่อดังทั้ง 3 หลังไมค์ผ่านทางบริการ Social Media และดีเจคนใดได้คะแนนความดีสูงสุด Dell Thailand จะบริจาคเงินแสนให้กับมูลนิธิโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเลย รายละเอียด คลิกที่นี่ครับ
  • วันเสาร์ที่ 23 ก.ค. นี้ พบกับผมในฐานะพิธีกรของงานสัมมนา HR says Hire! IT Guy says Yes! มารู้วิธีเขียน Resumé มารู้จักกับ LinkedIn กัน สำรองที่นั่งและรายละอียดได้ตามลิงก์นี้เลย http://t.co/fCUuVt1
  • i-mobile 3GX สปีดล้ำแบบ 3G ตัวจริง กับ 3 เหตุผลที่คุณควรเลือกใช้ 1) ความเร็วสูงสุด 7.2Mbps 2) เป็นผู้ให้บริการที่มียอดผู้ใช้บริการสูงสุดในกลุ่ม MVNOs ของ TOT3G และ 3) บริการหลากหลาย ทั้งซิมเติมเงิน และซิมรายเดือน พร้อมแพ็กเกจมากมาย สนใจรายละเอียด คลิกเลย

และที่สำคัญ วันนี้จนถึง 1 สิงหาคม 2554 นี้ อยากให้มาร่วมสนุกกับกิจกรรม “ค้นหาแฟนพันธุ์แท้บล็อกนายกาฝาก” ชิงรางวัลกันด้วยครับ อ่านรายละเอียดได้ที่นี่เลย

เอาละครับ มาเข้าเรื่องราวของเรากันต่อได้เลย

ทำไมถึงเลือกใช้ Mac?

ผมบอกไปตอนพาดหัวบล็อกนี้ว่าอยากได้มาเท่ห์ๆ จริงๆ ผมพูดเล่นนะครับ … โดยส่วนตัว ผมชอบในเรื่องของตัวระบบปฏิบัติการที่มีความเสถียร และฮาร์ดแวร์ที่ Apple ได้คัดเลือกมาเป็นอย่างดี ผมว่ามันเป็นอะไรที่ลงตัวมากๆ ยิ่งหลังๆ เนี่ย Apple ได้แสดงให้เห็นว่า ผลิตภัณฑ์ของตนเองนั้น มีการออกแบบมาโดยคำนึงถึงหลักการยศาสตร์ (Ergonomics) มาเป็นอย่างดี  โดยดูได้จาก

  • คีย์บอร์ดภาษาไทยแบบ 3 แถวของพวก iPod Touch และ iPhone ที่ออกแบบมาสำหรับการพิมพ์ด้วยมือข้างเดียว และด้วยนิ้วโป้งนิ้วเดียว (ซึ่งหลายๆ คนอาจมองว่าไม่ถนัด)
  • หน้าจอสัมผัสระบบ Multitouch ของ iOS Device ทั้งหลาย ที่ระบบ Gesture นั้น เหมือนกับการใช้นิ้วเพื่อออกคำสั่งจริงๆ เช่น การลากขึ้นเพื่อ Scroll ลงไปหน้าจอด้านล่าง (เพราะมันเหมือนกับการเขี่ยให้สิ่งที่อยู่ด้านล่างขึ้นมาไง) เป็นต้น
  • การออกแบบให้ปุ่มเปลี่ยนภาษาของ Mac อยู่ที่ Command + Spacebar เพราะเวลาพิมพ์จะไม่ต้องเลื่อนมือไปแตะปุ่ม Grave Accent เหมือนใน Windows
  • TrackPad ที่ออกแบบมาให้การคลิกต้องกดลงไปเหมือนการคลิกเมาส์ ไม่ใช่แค่การเคาะ เพราะจะได้ลดการยกนิ้วเพื่อเคาะ
  • และอื่นๆ อีกมากมาย

บอกตรงๆ ว่า หลายๆ อย่างนั้น สำหรับคนที่ใช้ Windows มาเป็นสิบๆ ปีแบบผมอาจรู้สึกแปลกหูแปลกตาไปบ้าง แต่หากทำตัวให้เป็นแก้วเปล่าแล้ว และพยายามเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จะรู้ได้เลยว่าการใช้ Mac นั้นมันถูกกับสรีระของร่างกายกว่ามาก เล่นเอาเพลินจนลืมใช้ Windows เลย (และกลับมาใช้แล้วก็จะรู้สึกขัดๆ ด้วย)

หลักๆ ที่ต้องปรับตัวเมื่อมาใช้ Mac

ระบบปฏิบัติการ Mac OSX นั้นมีพื้นฐานมาจาก UNIX ซึ่งแตกต่างจาก Windows พอสมควร ดังนั้นแน่นอนว่าผมต้องปรับตัวพอสมควรเลยละครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อใช้ MacBook ที่เป็นรุ่นใหม่ ผมเลยขอลองนึกๆ ว่า มีอะไรบ้างที่ผมต้องปรับตัวให้ได้อ่านกันครับ

ปุ่มเปลี่ยนภาษาที่กดแค่ Grave Accent เฉยๆ ไม่ได้แล้ว

keyboard_shortcutโดยปกติแล้ว Windows จะกำหนดปุ่มเปลี่ยนภาษาไว้ที่ Alt + Shift ครับ แต่ส่วนใหญ่บ้านเรามักจะแก้เป็น Grave Accent (ปุ่มตัวหนอนที่อยู่ด้านบนซ้ายของคีย์บอรด์) ได้ แต่สำหรับ Mac OSX นั้น มันตั้งเป็นแบบนั้นไม่ได้อ่ะ และโดยส่วนตัว หลังจากใช้ไปไม่กี่วัน ก็พบว่าการกด Command + Spacebar เนี่ย มันถูกจริตกับมือที่พิมพ์มากกว่าครับ

แต่สำหรับใครก็ตามที่นิยมกดปุ่มเดียวจบ ก็ใช้ปุ่ม Caps lock แทนได้ครับ ซึ่งตรงนี้ก็แปลกกว่า Windows อีกนั่นแหละ (เพราะปกติแล้ว Caps lock มันเอาไว้ยกแคร่ค้าง … เอิ่ม มันคือการกด Shift ค้าง)

คลิกขวามีนะ แต่ไม่ใช่คลิกขวา

right_click_for_macนั่น หัวข้อชวนงงอีกแล้ว … คือเมื่อก่อนเนี่ย Mac มันจะมีเมาส์แค่ปุ่มเดียวครับ ถ้าเทียบกับ Windows แล้วคนใช้เมาส์ของ Mac จะงงมาก เพราะเราจะคุ้นเคยกับการคลิกขวาบน Windows เพื่อทำงานบางอย่าง … แต่ปุ่มเมาส์ขวาบนเครื่อง Mac อยู่ไหนฟะ?!?

ข้อสังเกตคือ หากเราเสียบเมาส์ที่ใช้สำหรับ PC แล้ว เราก็จะใช้ปุ่มคลิกขวาได้ เอ๊ะ! นั่นแสดงว่า Mac มีคลิกขวาสินะ?!? ใช่ครับ แต่สำหรับพวก MacBook แล้ว การคลิกขวาจะทำโดยการใช้ 2 นิ้วแตะ (สำหรับรุ่นเก่า) หรือ 2 นิ้วกด (สำหรับรุ่นใหม่ๆ) บน TrackPad นั่นเอง

ปุ่ม Command คือ ปุ่ม Control

imageเครื่อง Mac มีปุ่ม Control ครับ แต่ปุ่ม Control ของ Mac มันไม่ได้มีหน้าที่เหมือนปุ่ม Control ของ Windows (งงแมะ … ผมเองก็งง) จนป่านนี้ผมก็ยังงงๆ อยู่เลยว่า ปุ่ม Control ของเครื่อง Mac มันเอาไว้ทำอะไร คือ ใช้มาสองสัปดาห์แล้ว แต่ยังไม่ได้มีโอกาสกดปุ่ม Control เลย

Mac ยังมี Shortcut สำหรับ Copy/Cut/Paste หรือการ Save งานเหมือน Windows เลยครับ แต่แทนที่จะกด Ctrl+C/Ctrl+X/Ctrol+V หรือ Ctrl+S ก็จะกดเป็น Command+C/Command+X/Command+V หรือ Command+S แทน … ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องทำใจลำบากอยุ่ดีอ่ะนะ

เมื่อทุกอย่างต้อง Mount

external_drive_iconกรณีของ Windows นั้น หากเสียบพวก Flash Drive หรือ External Harddisk เข้าไป มันก็จะกลายเป็นไดร์ฟต่างๆ นาๆ ขึ้นมาให้ใช้งาน บน Mac ก็ไม่แตกต่างกันครับ แต่มันจะกลายเป็นไอคอนให้เราคลิกเข้าไปบน Desktop แบบรูปซ้ายมือนี่

พอใช้เสร็จ ก็ต้องคลิกขวา (คงรู้แล้วนะว่าคลิกยังไง) แล้ว Eject ซะ ไม่แตกต่างจาก Windows ครับ

Install แบบง่าย แค่ Copy ลง Applications Folder หรือเจ๋งสุดคือ ผ่าน Mac App Store เลย

app_installผมว่าการติดตั้งโปรแกรมบน Windows มันง่ายแล้ว แต่การติดตั้งโปรแกรมบน Mac OSX มันง่ายยิ่งกว่าครับ แค่ดาวน์โหลดไฟล์ที่เป็น .dmg มา จากนั้นก็ Copy เจ้าไฟล์โปรแกรมลงไปไว้ใน Applications Folder ก็เรียบร้อย คือ เปิดโปรแกรม Finder (คล้ายๆ กับ Windows Explorer ของ Windows) ขึ้นมา แล้วคลิกไปที่ Applications เพื่อเปิด Application Folder ขึ้นมา จากนั้นก็ลากโปรแกรมไปวางก็จบ … บางโปรแกรม (เช่น VLC Player) จะมีการทำ Shortcut ไปที่ Applications Folder มาให้ในนั้นเลย แค่ดับเบิ้ลคลิกแล้วมันก็จะเปิด Applications Folder ขึ้นมาเลย

app_zapperยิ่งไปกว่านั้น บางโปรแกรมผู้พัฒนาทำ Wizard อย่างดีมาให้ด้วย พอรันไฟล์ .dmg ปุ๊บ มันจะขึ้นหน้าจอมาให้เราลากไอคอนไปไว้ที่ Application Folder มาให้เลย อย่างโปรแกรม App Zpper นี่เป็นต้น

mac_app_storeที่เจ๋งกว่านั้นคือ ตั้งแต่ Mac OSX เวอร์ชั่น 10.6 (Snow Leopard) เป็นต้นมา มันมี Mac App Store แล้วครับ ซึ่งมันก็คล้ายๆ กับ App Store ของพวก iOS Device นั่นเอง เพียงแต่ว่าจะขาย App สำหรับติดตั้งบน Mac OSX ครับ ใช้ เรื่องของเรา มันเลยจบง่ายๆ แค่เลือก App ที่ต้องการ จากนั้นก็คลิกเพื่อซื้อเลย หักบัตรเครดิต จบ เสียเงิน … วิธีนี้บอกตรงๆ ว่า ตัวผุ้ใช้อย่างเราๆ นี่แหละต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพราะการกดซื้อมันง่ายแสนง่ายเลยละครับ

แต่ Uninstall นี่งงๆ นะ

imageเมื่อการ Install มันง่ายแสนง่ายเพียงแค่ Copy ไฟล์ลงไปใน Applications Folder ดังนั้นการ Uninstall จริงๆ มันก็ไม่ยากครับ ก็แค่ลบโฟลเดอร์โปรแกรมออกก็เป็นอันเรียบร้อย … แต่ในความเป็นจริงมันไม่ได้ง่ายแบบนั้นซะทั้งหมดอ่ะครับ เพราะ App จำนวนไม่น้อยที่จะสร้างไฟล์ขึ้นมา เช่น พวก Support File หรือ Preference File (พวกไฟล์ที่เก็บค่า Setting) ซึ่งปกติแล้วถ้าเราไม่ลบออก เวลาที่เรา Re-install App เข้าไปใหม่ ค่าต่างๆ ที่เราตั้งไว้จะยังอยู่เหมือนเดิม

แต่ถ้าเราอยากจะลบโปรแกรมออกแบบเนียนๆ ไม่เหลือไฟล์อะไรไว้ แบบชัวร์ๆ ก็คงต้องพึ่งพาพวก Uninstaller ละครับ เช่น AppZapper ($12.95) ที่มี UI สวยๆ หน่อย หรือ AppTrap (ฟรี) ที่ใช้วิธีให้เราลาก App ลงไปไว้ที่ถังขยะ (เหมือนตอน Uninstall แบบปกติ) แล้วมันจะถามเลยว่าจะลบไฟล์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามไปด้วยไหม

จะอัพเกรดเวอร์ชัน OS ก็ดูดีๆ ก่อนว่า App รองรับไหม

imageimageในขณะที่ผู้ใช้งาน Windows สามารถใช้โปรแกรมหลายตัวที่ใช้มาตั้งแต่สมัย Windows 95 แต่ก็ยังพอจะรันบน Windows 7 ได้ แม้จะต้องอาศัยลูกเล่นหน่อย เช่น ใช้ฟังก์ชั่น “Run this program in compatibility mode for” เพื่อรันโปรแกรมภายใต้การจำลองว่า Windows ที่ใช้อยู่นี่เป็นเวอร์ชันเก่านะ … ผู้ใช้งาน Mac OSX นั้นต้องระวังตัวให้ดี เพราะ App ที่รันบนระบบปฏิบัติการเวอร์ชันนึง อาจจะรันบนอีกเวอร์ชันไม่ได้ ดูจาก AppTrap นี่เป็นตัวอย่างก็ได้ หรือก่อนหน้านี้ก็มี Evernote ครับ ที่ใช้บน OSX Lion ตัวล่าสุดไม่ได้ แต่เพิ่งจะได้รับการอัพเดตเวอร์ชันของ Evernote ให้รองรับแล้ว … ดังนั้น จะอัพเดต OS ก็อย่าลืมเช็คให้ดีๆ ก่อนว่า มีโปรแกรมอะไรที่เราจำเป็นต้องใช้แบบขาดไม่ได้อยู่ไหม แล้วโปรแกรมนั้นรองรับ OSX เวอรืชันใหม่หรือเปล่าก่อนจะอัพเดตนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

เนื้อที่หมดแล้ว … (จริงๆ คือ หมดแรง เพราะพรุ่งนี้มีบรรยาย) ผมขอตัวลาไปนอนพักผ่อนก่อนละครับ เพิ่งสร่างไข้มาไม่นาน ไว้มาคุยกันต่อในเรื่องประสบการณ์การใช้ Mac ของผมครับ

ก่อนจากกัน ขอทิ้งท้ายด้วยการพูดถึงผู้มีอุปการคุณกับบล็อกนานาสาระกับนายกาฝากอีกรายครับ…

สำหรับท่านผู้ใช้งาน Smartphone, iPad หรือ Tablet อื่นๆ DTAC ขอเสนอแพ็กเกจหลากความคุ้มค่าในการใช้งานให้เลือกทั้งแบบ Time-based คิดค่าใช้บริการตามเวลา และ Volume-based คิดค่าใช้บริการตามปริมาณข้อมูลที่ใช้จริง เริ่มต้นที่ 149 บาท/เดือน หรือเลือกที่จะหมดกังวลด้วย Unlimited Package ในราคา 790 บาท/เดือน (ราคายังไม่รวม VAT 7%)

สนใจ ติดต่อสมัครได้ที่ 1678 กด…หรือสำนักบริการดีแทค
รายละเอียดที่เว็บ http://www.dtac.co.th/page/?id=252
Facebook: http://www.facebook.com/dtacinternet


หากมีข้อสงสัยประการใด หรืออยากแบ่งปันความเห็นของท่าน ยินดีรับฟังและร่วมออกความเห็นได้ทาง Comment ด้านล่างนี้ หรือจะร่วมแชร์ความเห็นและความรู้ได้อีกหนึ่งช่องทาง เพียงแค่กด Like Facebook Fan Page ของผม ที่ http://www.facebook.com/kafaakBlog ครับ

ส่วนใครได้ใช้ Google+ แล้ว แต่ยังไม่รู้จะเพิ่มใครเข้าแวดวง (Circle) ดี ก็จัดผมเข้าไปในแวดวงของท่านได้ที่ http://gplus.am/kafaak จ้า

  1. กรกฎาคม 22, 2011 ที่ 11:23

    กาฝากเปลี่ยนไป

  2. Joob
    กรกฎาคม 22, 2011 ที่ 11:46

    เครื่องของผม ทางร้าน iStudio ตั้งมาให้ เวลาเปลี่ยนภาษา ต้องกดตั้งสามปุ่มคือ option + command + spacebar อยากทราบว่าถ้าอยากเปลี่ยนให้เหลือสองปุ่มเหมือนชาวโลกเขา จะต้ังยังไงครับ ไปดูที่ setting แล้วแต่ยังหาไม่เจอ

    • นายกาฝาก
      กรกฎาคม 22, 2011 ที่ 22:55

      อยู่ใน System Preferences > Keyboard > Keyboard & Text Input แล้วไปแก้ตรง Select the previous input source ครับ

  3. กรกฎาคม 22, 2011 ที่ 12:15

    ทำให้ได้ความรู้เรื่องการใช้ MAC เยอะทีเดียวครับ…

  4. กรกฎาคม 22, 2011 ที่ 13:07

    ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่อยากจะเปลี่ยนมาใช้ Mac ดูบ้างครับ แต่ทุนยังหนาไม่พอ อ่ะครับ แต่ถ้าได้รู้วิธีใช้ ไว้ก่อน
    มันก็น่าจะโอเค ครับ เอิ้กๆๆ

  5. TanTai
    กรกฎาคม 26, 2011 ที่ 00:22

    เดี๋ยวจะตามไปครับ…เงินพร้อมแล้ว
    แต่โปรแกรมเทรดหุ้นบางตัวยังไม่พร้อมรันบน Mac อ่ะครับ….

  6. ตุลาคม 5, 2011 ที่ 22:16

    รู้สึกว่า command+x นี้ไม่มีใน mac นะครับ mac จะไม่มีการ move file,folder หรืออะไร แต่ถ้าจะทำก็ต้องกด command ค้างไว้ แล้วก็ราก point ไปตรงที่เราจะ move

    • นายกาฝาก
      ตุลาคม 5, 2011 ที่ 22:55

      Command + x ยังใช้กับพวก Cut & Paste พวก Text ได้อยู่ครับ

  7. ตุลาคม 6, 2011 ที่ 08:53

    ผมก็สนใจอยากใช้ Mac เหมียลกัลลลนะ

  8. L.I.T
    ตุลาคม 13, 2011 ที่ 21:06

    Cheer (MAC OS X Lion) iMac ^^

  9. rossarin
    ตุลาคม 17, 2011 ที่ 17:23

    ใช้ emac ค่ะ ดาวน์โหลดโปรแกรมมาแล้วลงไม่ได้ มันขึ้นประมาณ fowlling ….mount image (แหะๆ พิมพ์ไม่ถูก) ต้องทำยังไงค่ะ ช่วยด้วยค่ะ

    • นายกาฝาก
      ตุลาคม 17, 2011 ที่ 17:24

      เอิ่ม ต้องขอทราบ error message หน่อยครับ อาจช่วยได้
      แต่ผมไม่ได้เชี่ยวชาญ Mac อะไรมากมายนะครับ

  10. TorX
    มกราคม 18, 2012 ที่ 08:31

    ผมก็เคยมีเครื่องนึง ถ้าถามผมว่ามันสเถียรกว่าวินโดว์จริงหรือก็ไม่เห็นจริงเลยครับ linux ยังดีกว่า Mac เลยนะในความคิดผม ถูกกว่าด้วย ทำอะไรได้พอๆกันก็ไม่รู้ว่าจะเปลี่องตังค์ซื้อของเทพทำไม เกมส์เทพๆก็ไม่มี ข้อดีของมันที่ผมมองออกคือ ใช้แล้วคนรอบข้างคิดว่าเรามีรสนิยมแต่จริงๆทำอะไรแทบไม่ได้ word ก็กากมาก เน็ตก็ต่อหลุดบ่อยทั้งสามจีและไวฟายบางทีต่อไม่ได้เลยคางซะงั้นเหมือนซื้อมาเป็นปัญหา ไอแพทก็พอกัน ที่แม่ทั้งพี่เอามาให้แก้ตลอดเลยเน็ตเนี้ย ไม่รู้นะ ผมอาจจะเจอของกากของเทพสตีบเข้าก็ได้

  11. nickiiez
    มีนาคม 17, 2012 ที่ 21:13

    ผมว่าเสถียรกว่าวินโดวเยอะครับ ถ้าลองใช้บ่อยๆจะรู้ ปํญหาเรื่องไวรัสก็ไม่มี จอฟ้าก็ไม่เจอ จอก็สบายตากว่าเยอะ การใช้งานปุ่มก็ดีกว่า โปรแกรมก็กินพื้นที่น้อยกว่า แถมยังเทกว่าของวินโดวอีก แล้วอีกอย่าง คนใช้แม็คถ้าคิดว่าจะซื้อมาเล่นเกมส์ อย่าไปซื้อครับ เสียดายของ ใช้แล้วเท่อาจจะใช่ แต่ใช้สำหรับทำงานมีเยอะครับ อย่าดูแค่่ภายนอก

  12. เปลี่ยนใจ ใช้แมค
    เมษายน 25, 2012 ที่ 15:20

    ซื้อมาทำงานครับ เดิมใช้ วินฯ อยู่เหมือนกัน(เป็นสิบปีแล้ว) และเป็นคนไม่เล่นเกมส์

    ก็เลยรู้สึกว่า ศักยภาพในการทำงาน(ที่ทำอยู่เ่ก่านั่นแหละ) เหนือกว่าเดิมเยอะมาก

    ในราคาเเดียวกัน (เดิม โน้ตบุ๊คที่ใช้ซื้อมา สามหมื่นกว่า ซื้อแมคบุ๊คโปรมา ก็สามหมื่นเก้า)

    ต่างกันไม่กี่พัน แต่ ผลลัพธ์และเนี้องานที่ได้ ต่างกันเยอะ…….หุหุหุ

  13. peed
    เมษายน 29, 2012 ที่ 23:18

    mac ไว้ทำงานออกแบบ มัลติมีเดีย window ไว้เล่นเกมส์ งานด้านเอกสาร linux ไว้ทำ server ครับ ไม่มีตัวไหนดีสุดครับ อยู่ที่การเลือกใช้ ครับ แต่คนส่วนใหญ่ที่ไม่รู้มักจะเอาไว้คุยอวดกัน เหมือนคนใช้รถต่างกันก็จะบอกที่ตนใช้ดีกว่าเสมอครับ

  14. Tam
    กรกฎาคม 19, 2012 ที่ 14:01

    ปุ่ม control + คลิกซ้าย = คลิกขวาจ้า เอ๊ะหรือเพราเราตั้งค่าไว้นะ /มือใหม่เหมือนกัน
    แต่ถเาใช้ปุ่ม control + c ใน illustrator จะเท่ากับ move แน่นอนจ้า

  1. กรกฎาคม 23, 2011 ที่ 11:01

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: