หน้าแรก > คอมพิวเตอร์, บ่นไปเรื่อย, เก็บมาฝาก > เปิดใจ เมื่อกาฝากเปลี่ยนใจมาใช้ Mac ตอนที่ 2

เปิดใจ เมื่อกาฝากเปลี่ยนใจมาใช้ Mac ตอนที่ 2

ขอบคุณสำหรับความต้อนรับอย่างอบอุ่นที่ล้นหลามมาก ที่มาอ่านบล็อกเปิดใจของผมนะครับ วันนี้ขอเปลี่ยนบรรยากาศครับ เอาแบบว่าให้มั่นใจเลยว่าผมได้เปลี่ยนใจมาใช้ Mac กันบ้างแล้ว ดังนั้น ผมเลยใช้ MacBook Pro ตัวใหม่ของผมนี่ เขียนบล็อกซะเลย ดังนั้นอาจจะไม่ได้ยาวเหยียดดังใจเหมือนกับตอนที่ผ่านมาๆ นะครับ เพราะด้วยข้อจำกัด 2 ประการ ได้แก่ 1) ผมยังหาโปรแกรมเขียนบล็อกดีๆ สำหรับ Mac ไม่เจอ และนั่นทำให้ผมต้องใช้ Web Editor บน WordPress.com แทน และ 2) พรุ่งนี้ผมต้องทำหน้าที่พิธีกรในงาน “HR says Hire! IT guys say Yes!” ที่จามจุรีสแควร์ เวลา 14:00 – 17:00 น. และผมยังไม่ได้ซ้อมสคริปต์เลย ฮาฮา

เผื่อใครเข้าใจผิดจากผมในตอนแรก ผมต้องขอบอกก่อนว่า ตัวผมนี้ไม่ใช่เซียน Mac แต่อย่างใด และนี่คือ เครื่อง Mac ที่ผมเป็นเจ้าของแท้ๆ จริงๆ จังๆ เครื่องแรกในชีวิต … ผมขลุกอยู่กับระบบปฏิบัติการ Windows มาตั้งแต่สมัยที่มันยังไม่ใช่ระบบปฏิบัติการเลยครับ ตอนนั้นมันยังเป็นแค่ Windows 3.11 อยู่เลย และได้ใช้เรื่อยมาจนถึง 95, 98, Me, NT4.0, 2000, XP, 2003, Vista และ ล่าสุด Windows 7 … ผมเพียงแค่เห็นว่ามันถึงเวลาแล้วจริงๆ ที่ผมจะได้ใช้ MacBook กับเขา ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างมันเอื้ออำนวย และผมก็เห็นสมควรว่า ผมควรจะเอาประสบการณ์การใช้งานของผม มาเล่าสู่กันอ่านบนบล็อก เผื่อว่ามีใครที่คิดเหมือนผม คือ กะว่าจะเปลี่ยนใจใช้ Mac จะได้มาแชร์ประสบการณ์ หรือเผื่อว่าเกิดติดปัญหาอะไรอยู่ แล้วบังเอิญผมฟลุ๊คๆ แก้ได้ ก็จะได้

เรื่องราวอันมีสาระที่นำมาเสนอนี้สนับสนุนโดย

  • Dell Thailand อยากชวนทุกท่านมาร่วมกิจกรรม “ทำดีกับเดลล์” ปิดทองหลังไมค์ ด้วยการเล่าเรื่องราวสิ่งดีๆ ที่คุณได้ทำให้กับดีเจชื่อดังทั้ง 3 หลังไมค์ผ่านทางบริการ Social Media และดีเจคนใดได้คะแนนความดีสูงสุด Dell Thailand จะบริจาคเงินแสนให้กับมูลนิธิโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเลย รายละเอียด คลิกที่นี่ครับ
  • วันเสาร์ที่ 23 ก.ค. นี้ พบกับผมในฐานะพิธีกรของงานสัมมนา HR says Hire! IT Guy says Yes! มารู้วิธีเขียน Resumé มารู้จักกับ LinkedIn กัน สำรองที่นั่งและรายละอียดได้ตามลิงก์นี้เลย http://t.co/fCUuVt1
  • i-mobile 3GX สปีดล้ำแบบ 3G ตัวจริง กับ 3 เหตุผลที่คุณควรเลือกใช้ 1) ความเร็วสูงสุด 7.2Mbps 2) เป็นผู้ให้บริการที่มียอดผู้ใช้บริการสูงสุดในกลุ่ม MVNOs ของ TOT3G และ 3) บริการหลากหลาย ทั้งซิมเติมเงิน และซิมรายเดือน พร้อมแพ็กเกจมากมาย สนใจรายละเอียด คลิกเลย

และที่สำคัญ วันนี้จนถึง 1 สิงหาคม 2554 นี้ อยากให้มาร่วมสนุกกับกิจกรรม “ค้นหาแฟนพันธุ์แท้บล็อกนายกาฝาก” ชิงรางวัลกันด้วยครับ อ่านรายละเอียดได้ที่นี่เลย

เอาละครับ มาเข้าเรื่องราวของเรากันต่อได้เลย

ประสบการณ์ของผม อิงบนพื้นฐานของระบบปฏิบัติการ OSX Lion นะครับ

ย้ำก่อน เดี๋ยวลืม ต้องบอกว่าประสบการณ์ที่ผมจะเขียนถึงต่อไปนี้ อิงบนพื้นฐานของระบบปฏิบัติการ OSX ตัวล่าสุด Lion หรือก็คือเวอร์ชัน 10.7 นะครับ … ที่ต้องบอกก่อนก็เพราะว่า Mac เนี่ยตัวเลขเวอร์ชันมันหลอกตามาก การเปลี่ยนจากเวอร์ชัน 10.5 (Leopard) มาเป็น 10.6 (Snow Leopard) นี่ก็มีการเปลี่ยนแปลงเยอะมาก และพอมาเป็น 10.7 (Lion) นี่ก็เปลี่ยนไปเยอะมากเลย และอย่างที่ผมได้บอกไปในตอนที่แล้วแล้วว่า แค่เปลี่ยนเวอร์ชันเนี่ย เล่นเอาโปรแกรมบางตัวถึงกับทำงานไม่ได้เลยก็มีนะครับพี่น้อง

ดูอย่างล่าสุด ผมเพิ่งได้เมล์มาจากทาง Carbonite ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสำรองข้อมูลออนไลน์ที่ผมใช้อยู่ ว่าโปรแกรมสำรองข้อมูลของเขา อาจไม่ทำการสำรองข้อมูลของผมให้ เพราะผมใช้ระบบปฏิบัติการ OSX Lion อยู่ … เอิ่ม! ซะงั้นอ่ะ

เมื่อใช้ OSX Lion แล้ว ก็ต้องมี Multitouch Gestures ที่คุณต้องเรียนรู้

ถ้าคุณใช้ MacBook ไม่ว่าจะแบบธรรมดา หรือ MacBook Air หรือ MacBook Pro แล้วละก็ มันจะมาพร้อมกับ TrackPad ที่รองรับคุณสมบัติ Multitouch Gestures ครับ แต่ถ้าคุณใช้พวก Mac Mini, Mac Pro หรือ iMac หากอยากใช้คุณสมบัติ Multitouch Gestures ละก็ จะต้องไปหาซื้ออุปกรณ์เสริมที่เรียกว่า Magic TrackPad ครับ … จริงๆ เมื่อก่อนมันมี Magic Mouse แต่ผมว่า ใช้ Magic TrackPad มันเจ๋งกว่าเยอะ … แต่หากใครอยากลองเทียบดูระหว่างสองตัวนี้ แนะนำให้ดูคลิป YouTube ข้างล่างนี่เลย

อย่างไรก็ดี สนนราคาของ Magic TrackPad นี่มันก็ใช่ย่อยนะครับ อยู่ที่ 2,390 บาทเลยทีเดียวเชียวแหละ แต่โดยส่วนตัวของผมแล้ว ผมว่า OSX Lion มันคู่ควรที่จะใช้คู่กับ Magic TrackPad ครับ

และต่อไปนี้ คือ Multitouch Gestures พื้นฐานที่ควรรู้จักกันเอาไว้ครับ

ใช้ 2 นิ้ว

  • เอาสองนิ้วลากขึ้น จะเป็นการ Scroll หน้าจอลง และหากเอาสองนิ้วลากลง จะเป็นการ Scroll หน้าจอขึ้น … ลักษณะเหมือนกับเวลาเราใช้ iPod Touch/iPhone/iPad เลย
  • เอาสองนิ้วลากไปทางซ้ายหรือทางขวา คือการ Scroll หน้าจอไปทางซ้ายหรือทางขวา

ใช้ 3 นิ้ว

  • ใช้ 3 นิ้วลากไปทางซ้ายหรือทางขวา จะเปลี่ยนการเปลี่ยนสลับไปมาระหว่างหน้า Desktop ต่างๆ ที่สร้างขึ้นมา (สร้างได้สูงสุด 16 Desktops … เดี๋ยวค่อยคุยกันเรื่อง Desktop ทีหลังนะ อดใจรอก่อน) ด้านซ้ายสุดจะเป็นหน้า Dashboard เสมอ (อันนี้ก็จะพูดถึงในภายหลังเหมือนกัน อดใจรอหน่อย)
  • ใช้ 3 นิ้วลากขึ้น เป็นการเรียกดู Mission Control ซึ่งคล้ายๆ กับหน้าจอ Aero Task Switcher ของ Windows Vista หรือ Windows 7
  • ใช้ 3 นิ้วลากลง เป็นการเปิด Expose ซึ่งก็คือการเรียกหน้าจอย่อยๆ ของโปรแกรมที่เปิดอยู่ทั้งหมดมาแสดงแบบ Task Switcher
ใช้ 4 นิ้ว
  • กาง 4 นิ้วออก เป็นการเรียกกลับไปที่หน้า Desktop
  • ขยุ้ม 4 นิ้วเข้า เป็นการเรียก LaunchPad ให้เห็น (เป็นหน้าจอรวม App ทั้งหมดแสดงเป็น Icon คล้ายๆ กับบน iPad … เดี๋ยวค่อยคุยกันทีหลังนะทุกท่าน)
วันนี้ขอพักไว้แต่เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ ดึกแล้ว ต้องพักผ่อนแล้ว พรุ่งนี้ยังต้องลุยงานกันอีก เดี๋ยวพาลร่างกายจะประท้วงซะก่อน … ตอนที่ 3 จะตามมาหลังผมรีวิว BlackBerry PlayBook และบริการ Social Apps ของ DTAC เรียบร้อยครับ อดใจรอกันหน่อยนะ แต่รับรองว่ามีประสบการณ์ที่น่าสนใจมาฝากแน่นอนครับ

ก่อนจากกัน ขอทิ้งท้ายด้วยการพูดถึงผู้มีอุปการคุณกับบล็อกนานาสาระกับนายกาฝากอีกรายครับ…

สำหรับท่านผู้ใช้งาน Smartphone, iPad หรือ Tablet อื่นๆ DTAC ขอเสนอแพ็กเกจหลากความคุ้มค่าในการใช้งานให้เลือกทั้งแบบ Time-based คิดค่าใช้บริการตามเวลา และ Volume-based คิดค่าใช้บริการตามปริมาณข้อมูลที่ใช้จริง เริ่มต้นที่ 149 บาท/เดือน หรือเลือกที่จะหมดกังวลด้วย Unlimited Package ในราคา 790 บาท/เดือน (ราคายังไม่รวม VAT 7%)

สนใจ ติดต่อสมัครได้ที่ 1678 กด…หรือสำนักบริการดีแทค
รายละเอียดที่เว็บ http://www.dtac.co.th/page/?id=252
Facebook: http://www.facebook.com/dtacinternet


หากมีข้อสงสัยประการใด หรืออยากแบ่งปันความเห็นของท่าน ยินดีรับฟังและร่วมออกความเห็นได้ทาง Comment ด้านล่างนี้ หรือจะร่วมแชร์ความเห็นและความรู้ได้อีกหนึ่งช่องทาง เพียงแค่กด Like Facebook Fan Page ของผม ที่ http://www.facebook.com/kafaakBlog ครับ

ส่วนใครได้ใช้ Google+ แล้ว แต่ยังไม่รู้จะเพิ่มใครเข้าแวดวง (Circle) ดี ก็จัดผมเข้าไปในแวดวงของท่านได้ที่ http://gplus.am/kafaak จ้า

  1. กรกฎาคม 23, 2011 ที่ 13:49

    ผมก็เพิ่งซื้อ macbook ไป 3 เดือนก่อน
    ส่วนตัวคิดว่า mac เอาใว้ทำงานเพราะมีเครื่องมือน้อยแต่ชัวร์ (ถ้าหาเจอ อะนะ X D )
    ส่วน win ใช้ desktop เอาใว้ ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ครับ

  2. กรกฎาคม 23, 2011 ที่ 22:01

    โปรแกรมเขียน blog ลองดูโปรแกรมชื่อ “Ecto” ดูครับ ผมว่าใช้ง่ายดี

    • นายกาฝาก
      กรกฎาคม 23, 2011 ที่ 22:04

      ขอบคุณครับ เห็น screenshot แล้ว น่าสนใจดี เดี๋ยวต้องลองหน่อย … หนักใจตรง $19.95 นี่แหละ ฮาฮา ในขณะที่ Windows Live Writer ฟรี -_-”

  3. cielkaiS3R
    กรกฎาคม 24, 2011 ที่ 20:39

    คือเม้นี้อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของกับบทความเท่าไหรนะครับ
    อยากจะบอกว่า ชอบ Lion Pondering อะคับ ฮ่าๆ พี่กาฝากพอมีภาพที่มันชัดกว่านี้รึเปล่าครับ

  4. oattao
    กรกฎาคม 25, 2011 ที่ 20:59

    พี่ครับคือผมคิดว่าจะซื้อ macbook เพื่อใช้ในการเรียนต่อใน ป.ตรี และจะเรียน คุรุศาสตร์ ผมควรใช้ mac osx หรือจะใช้ windows ดีครับ แต่อย่ากใช้ mac

    • นายกาฝาก
      กรกฎาคม 25, 2011 ที่ 22:51

      ถ้าเน้นว่าต้องทำงานเอกสารร่วมกับเพื่อนๆ อยากแนะนำให้ใช้ Windows มากกว่าครับ
      แต่ก็อีกนั่นแหละ ซื้อ Mac มา แล้วลงพวก Parallel Desktop หรือ Bootcamp ก็ลง Windows ไปบนเครื่อง Mac ได้อะ

      ผมว่าอยู่ที่งบครับ … สำหรับผม ถ้าบ้านไม่รวย ตอนนี้เรายังเด็กอยู่ หาเงินเองไม่ได้ ใช้แต่พอเพียงดีกว่า หาเงินเองได้แล้ว เก็บเงินซื้อ Mac ก็ยังไม่สาย

  5. มีนาคม 3, 2012 ที่ 18:36

    kaka

  1. ตุลาคม 4, 2011 ที่ 11:00

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: