หน้าแรก > รีวิว Gadget, เก็บมาฝาก, โน้ตบุ๊ก และ แท็บเล็ต > กาฝากลองชิมผลไม้ ลองเล่น BlackBerry PlayBook ภาคแนะนำตัว

กาฝากลองชิมผลไม้ ลองเล่น BlackBerry PlayBook ภาคแนะนำตัว

image

22 ก.ค. 2554 ที่ผ่านมา Research In Motion (RIM) ได้เปิดจำหน่าย BlackBerry PlayBook อย่างเป็นทางการในประเทศไทยกับเขาซะที หลังจากปล่อยให้ตู้ที่ MBK เอาเข้ามาขายไปหลายเพลาแล้ว และด้วยความเอื้อเฟื้อของทาง PR ของ RIM ผมก็ได้รับเจ้า PlayBook นี่มาพร้อมกับ BlackBerry Bold 9780 มารีวิวให้อ่านกันครับ

สาวก BB ทั้งหลายคงอยากรู้ว่าเป็นยังไงบ้าง ก็ต้องมาติดตามกันดูครับ

image30เรื่องราวอันมีสาระที่นำมาเสนอนี้สนับสนุนโดย

  • Dell Thailand อยากชวนทุกท่านมาร่วมกิจกรรม “ทำดีกับเดลล์” ปิดทองหลังไมค์ ด้วยการเล่าเรื่องราวสิ่งดีๆ ที่คุณได้ทำให้กับดีเจชื่อดังทั้ง 3 หลังไมค์ผ่านทางบริการ Social Media และดีเจคนใดได้คะแนนความดีสูงสุด Dell Thailand จะบริจาคเงินแสนให้กับมูลนิธิโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเลย รายละเอียด คลิกที่นี่ครับ
  • เชิญร่วมกิจกรรม แบ่งปันข้อมูลดีๆ จาก Adecco Thailand แล้วลุ้นรับบัตรคอนเสิร์ต “ความรัก (ทำ) ให้คนตาบอด)” กันครับ รายละเอียด อ่านที่นี่เลย
  • i-mobile 3GX สปีดล้ำแบบ 3G ตัวจริง กับ 3 เหตุผลที่คุณควรเลือกใช้ 1) ความเร็วสูงสุด 7.2Mbps 2) เป็นผู้ให้บริการที่มียอดผู้ใช้บริการสูงสุดในกลุ่ม MVNOs ของ TOT3G และ 3) บริการหลากหลาย ทั้งซิมเติมเงิน และซิมรายเดือน พร้อมแพ็กเกจมากมาย สนใจรายละเอียด คลิกเลย

และที่สำคัญ วันนี้จนถึง 1 สิงหาคม 2554 นี้ อยากให้มาร่วมสนุกกับกิจกรรม “ค้นหาแฟนพันธุ์แท้บล็อกนายกาฝาก” ชิงรางวัลกันด้วยครับ อ่านรายละเอียดได้ที่นี่เลย

เอาละ มาเริ่มเรื่องของเรากันดีกว่า

แรกสัมผัส BlackBerry PlayBook

จริงๆ มันก็ไม่เชิงแรกสัมผัสนะ เพราะผมเคยได้แอบสัมผัสมันมาก่อนแล้วตอนที่ไปพรีวิวมาเมื่อสามเดือนก่อน แต่ตอนนั้นมันพรีวิวจริงๆ ไม่ได้เล่นอะไรจริงจัง แถมบรรยากาศยังมืดๆ อีก ฮาฮา แต่คราวนี้ได้สัมผัสกันแบบถึงลูกถึงคนละ

PlayBook เป็นแท็บเล็ตขนาดหน้าจอ 7 นิ้ว มีดีไซน์ที่ดูดีในแบบของนักธุรกิจเลยแหละครับ ตัวเครื่องออกแนวเหลี่ยมๆ แบบอนุรักษ์นิยม (ในมุมมองของผมนะ) ติดแนว Minimalist ตามเทรนด์ของพวกอุปกรณ์พกพาสมัยใหม่ ที่ไม่ให้มีอะไรเยอะแยะไปหมด

image002image005

ด้านหน้าก็เป็นจอสัมผัสแบบ Capacitive ขนาด 7 นิ้ว ความละเอียด 1024×600 แบบ Widescreen มีกล้องด้านหน้าความละเอียด 3 ล้านพิกเซล ไฟ LED แสดงสถานะ แล้วก็ลำโพงสเตริโอ … จุดเด่นของด้านหน้าอีกอย่างคือ ตัวกรอบสีดำๆ เนี่ย เขาเรียกว่า Touch-sensitive Frame ครับซึ่งจะเอาไว้ใช้ควบคู่กับการสัมผัส (Gesture)

ด้านหลัง มีแค่โลโก้ BlackBerry กับกล้อง 5 ล้านพิกเซล แต่สามารถถ่ายวิดีโอความละเอียด Full HD 1080p ได้ (ปกติถ้าจะถ่าย Full HD ยี่ห้ออื่นๆ มักจะเป็นกล้อง 8 ล้านพิกเซล)

image007image008

ด้านบน เป็นปุ่มเปิดปิดหน้าจอ (พร้อมเปิดปิดเครื่อง) ปุ่ม Media Control เอาไว้ปรับเพิ่มลดเสียงและเล่นหรือหยุดเล่นชั่วคราว แล้วก็มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. กับลำโพงแบบสเตริโอ

ด้านล่าง มีพอร์ต HDMI ไว้ต่อจอออกภายนอก แล้วก็ Micro USB เอาไว้ชาร์จ กับ Charging Contact ที่น่าจะเอาไว้สำหรับใช้กับอุปกรณ์เสริม (เดาเอานะ)

ด้านซ้ายด้านขวา ไม่มีอะไร ไม่เอา ไม่พูด ฮาฮา

ดีไซน์ดูดีแล้ว แต่ไม่กล้ารับปากว่าอึด เพราะจำได้ว่า @krapalm มีประสบการณ์ทำตกมาแล้ว และมันแตก! ดังนั้น แม้มันจะดูบึกบึนดี แต่ผมไม่ขอลองของ … เรื่องหน้าจอก็เช่นกัน ไม่มีการทดสอบความอึดนะครับ เพราะเขาไม่ได้บอกว่าใช้พวก Gorilla Glass นิ

สเปกคร่าวๆ และจุดเด่น

ขอพูดถึงสเปกคร่าวๆ ของเจ้า BlackBerry PlayBook นี่ซะหน่อย เพราะมันเป็นของที่ไม่ค่อยคุ้นหูคุ้นตากันเท่าไหร่ (ผิดกับพวกสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตอื่นๆ ที่เจอกันจนชินตา)

  • CPU เป็น Texus Instrument OMAP4430 Dual-core 1GHz
  • หน่วยความจำตัวเครื่อง 1GB
  • มี Internal Storage ให้เลือก 3 ขนาด คือ 16/32/64GB (ราคาก็ 16,900/18,900/21,900 ตามลำดับ)
  • WiFi-only รองรับมาตรฐาน 802.11a/b/g/n ก็ประมาณว่า รองรับมันทุกมาตรฐานตามบ้านทั่วไปนั่นแหละ
  • กล้องด้านหน้า 3 ล้านพิกเซล กล้องด้านหลัง 5 ล้านพิกเซล
  • ระบบปฏิบัติการ BlackBerry Tablet OS (หรืออาจคุ้นชื่อ QNX)
  • ส่วนเชื่อมต่ออื่นๆ ก็มี Micro HDMI, Micro USB กับ Charging Contact
  • มี Bluetooth 2.1 +EDR

คุณสมบัติเด่น ตามข้อมูลที่ได้จากทาง PR ของ RIM เขาว่าเจ้า PlayBook นี่เด่นตรง

  • จอ 7 นิ้ว ดีไซน์ออกมามีขนาดเล็ก ขนาด 130x194x10 มม.
  • น้ำหนักประมาณ 425 กรัม
  • ซีพียูเป็น Dual-core 1GHz
  • ระบบปฏิบัติการรองรับการทำงานแบบ True Multitasking
  • กล้องหน้าหลัง 3 ล้านพิกเซล และ 5 ล้านพิกเซลตามลำดับ ถ่ายวิดีโอ Full HD 1080p ได้
  • รองรับ Adobe Flash
  • ต่อออกหน้าจอภายนอกผ่าน HDMI ได้

แต่ดูๆ ไปแล้ว คุณสมบัติเด่นที่ว่าของ PlayBook มันไม่ได้เด่นอะไรตรงไหนนี่น่ะสิ Confused smile ทำไมผมถึงบอกเช่นนั้น? ลองมาดูทีละข้อครับ

imageดีไซน์ขนาดเล็ก พกพาสะดวก … PlayBook ไม่ถือว่ามีขนาดเล็กที่สุดนะ มีขนาดหน้าจอ 7 นิ้วเท่ากัน แต่ PlayBook ใหญ่กว่า Samsung Galaxy Tab 7 นิ้วอยู่เล็กน้อย ไม่ว่าจะด้านกว้าง หรือด้านยาว ส่วนความหนานั้น PlayBook บางกว่าแค่ 2 มม. เอง ด้านน้ำหนักนั้น PlayBook หนักกว่าอ่ะ

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะ PlayBook มันมี Touch-sensitive Frame เป็นขอบจอนั่นแหละครับ เพราะต้องให้นิ้วมือไปลากๆ บนขอบจอด้วย เลยต้องเผื่อพื้นที่ไว้หน่อย ก็เลยมีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อยซะงั้น

ส่วนซีพียูนั้น ถ้าวัดกันที่แท็บเล็ตขนาด 7 นิ้ว ก็คงจะได้เปรียบยี่ห้ออื่นๆ เพราะยังหาที่เป็น Dual-core มาเทียบในขนาดเดียวกันได้ยากอยู่ (Dell Streak 7 ใช้ nVidia Tegra 2 ด้วยจอ 7 นิ้วก็จริง แต่สเปกอื่นๆ ยังสู้ไม่ได้) แต่ในระยะเวลาอันสั้น ผมเชื่อว่าเดี๋ยวเราจะได้เห็นแท็บเล็ตจอ 7 นิ้วที่ใช้ Android 3.2 กันในช่วงปลายๆ ปีนี้จนถึงต้นปีหน้าล่ะ

ระบบปฏิบัติการ QNX ที่ว่ารองรับ True Multitasking นั้น เดี๋ยวผมจะรีวิวให้ดูกันอีกที ตอนนี้ขอข้ามไปก่อน ไม่พูดถึง … ขอกระโดดไปที่กล้องหน้า 3 ล้านพิกเซล ซึ่งอันนี้ยอมรับว่าพอเป็นจุดเด่นกับเขาได้บ้าง (ตอนนี้เห็นยี่ห้ออื่นทำกันที่ 2 ล้านพิกเซล) ส่วนกล้องหลังนั้น ความละเอียด 5 ล้านพิกเซลพอๆ กับยี่ห้ออื่นๆ แต่ว่าถ่ายวิดีโอ Full HD 1080p ได้นี่สิ ถือว่าเป็นจุดเด่น … สรุปว่า เรื่องกล้องนี่พอโม้ได้ว่าเป็นจุดเด่น

รองรับ Adobe Flash นี่ เป็นประเด็นที่ชูได้ แต่ยังไม่ใช่จุดเด่นที่เหนือคู่แข่ง เพราะแท็บเล็ตที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ก็รองรับ Flash แล้วนะ อุอุ … การต่อออกหน้าจอภายนอกผ่านทางพอร์ต HDMI นั้น ไม่เชิงว่าเป็นจุดเด่น เพราะบางยี่ห้อก็ทำได้ บางยี่ห้อก็ทำไม่ได้ แต่ PlayBook ไม่ใช่เจ้าเดียวที่ทำได้แน่นอน

อ่านถึงตรงนี้ ไม่ใช่ว่า PlayBook มันไม่ดีไปซะหมดนะครับ แต่ผมกำลังคิดว่า RIM นั้นเลือกชูจุดเด่นของ PlayBook ผิดด้านครับ เดี๋ยวตอนหน้า ผมจะพาทุกท่านไปสำรวจระบบปฏิบัติการ QNX กัน เพื่อทำความรู้จักมันให้มากขึ้น และชี้ให้เห็นถึงจุดที่ PlayBook ทำได้ดี และจุดที่ต้องปรับปรุงกันครับ

(ติดตามตอนต่อไป)


หากมีข้อสงสัยประการใด หรืออยากแบ่งปันความเห็นของท่าน ยินดีรับฟังและร่วมออกความเห็นได้ทาง Comment ด้านล่างนี้ หรือจะร่วมแชร์ความเห็นและความรู้ได้อีกหนึ่งช่องทาง เพียงแค่กด Like Facebook Fan Page ของผม ที่ http://www.facebook.com/kafaakBlog ครับ

ส่วนใครได้ใช้ Google+ แล้ว แต่ยังไม่รู้จะเพิ่มใครเข้าแวดวง (Circle) ดี ก็จัดผมเข้าไปในแวดวงของท่านได้ที่ http://gplus.am/kafaak จ้า

  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: