หน้าแรก > รีวิว Gadget, เก็บมาฝาก, โน้ตบุ๊ก และ แท็บเล็ต > กาฝากลองชิมผลไม้ ลองเล่น BlackBerry PlayBook ภาคลองใช้นิ้วลากๆ ดู

กาฝากลองชิมผลไม้ ลองเล่น BlackBerry PlayBook ภาคลองใช้นิ้วลากๆ ดู

image

โอเค … ช้าไป 1 วันสำหรับการรีวิวตอนนี้ อยากบอกว่าเขียนไว้ตั้งกะเมื่อวานแล้ว แล้วพอเซฟกะว่าจะกลับมาเขียนที่บ้านต่อ มันดันไม่ยอมเซฟให้ แล้วหายไปซะดื้อๆ เลยต้องเขียนใหม่หมด Crying face

เห็นรูปโปรยของบล็อกตอนนี้คงรู้กันหมดแล้วแหละครับ ว่าหนึ่งในจุดที่ผมจะรีวิว คือระบบ Gesture ของ BlackBerry PlayBook แน่นอน … ใช่ครับ มันเป็นจุดที่ผมต้องรีวิวจริงๆ เพราะสำหรับคนไทยเรา (และฝรั่งหลายคน) แล้ว ไม่ค่อยได้อ่านคู่มือ ผมเองก็ไม่ค่อยชอบอ่านคู่มือหรอกนะ เพราะถือว่าคุณสมบัติพื้นฐานของอุปกรณ์พวกนี้ ควรออกแบบมาแบบคำนึงถึงผู้ใช้งาน ซึ่งควรจะสามารถใช้งานได้ง่ายโดยไม่ต้องอ่านคู่มือยาวๆ ให้มากความ แล้วหากใครอยากจะใช้งานให้เกิดประสิทธิภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ ก็ค่อยมาอ่านคู่มือกันทีหลัง … แต่สำหรับ BlackBerry PlayBook ดูจะไม่ใช่แบบนั้น

image302เรื่องราวอันมีสาระที่นำมาเสนอนี้สนับสนุนโดย

  • Dell Thailand อยากชวนทุกท่านมาร่วมกิจกรรม “ทำดีกับเดลล์” ปิดทองหลังไมค์ ด้วยการเล่าเรื่องราวสิ่งดีๆ ที่คุณได้ทำให้กับดีเจชื่อดังทั้ง 3 หลังไมค์ผ่านทางบริการ Social Media และดีเจคนใดได้คะแนนความดีสูงสุด Dell Thailand จะบริจาคเงินแสนให้กับมูลนิธิโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเลย รายละเอียด คลิกที่นี่ครับ
  • เชิญร่วมกิจกรรม แบ่งปันข้อมูลดีๆ จาก Adecco Thailand แล้วลุ้นรับบัตรคอนเสิร์ต “ความรัก (ทำ) ให้คนตาบอด)” กันครับ รายละเอียด อ่านที่นี่เลย
  • i-mobile 3GX สปีดล้ำแบบ 3G ตัวจริง กับ 3 เหตุผลที่คุณควรเลือกใช้ 1) ความเร็วสูงสุด 7.2Mbps 2) เป็นผู้ให้บริการที่มียอดผู้ใช้บริการสูงสุดในกลุ่ม MVNOs ของ TOT3G และ 3) บริการหลากหลาย ทั้งซิมเติมเงิน และซิมรายเดือน พร้อมแพ็กเกจมากมาย สนใจรายละเอียด คลิกเลย

และที่สำคัญ วันนี้จนถึง 1 สิงหาคม 2554 นี้ อยากให้มาร่วมสนุกกับกิจกรรม “ค้นหาแฟนพันธุ์แท้บล็อกนายกาฝาก” ชิงรางวัลกันด้วยครับ อ่านรายละเอียดได้ที่นี่เลย

เอาละ มาเริ่มเรื่องของเรากันดีกว่า

ระบบ Gesture พื้นฐานของ BlackBerry PlayBook

เอารูปที่จั่วหัวไว้ข้างบนมาให้ดูอีกรอบ เพราะเดี๋ยวต้องพูดถึงเป็นฉากๆ … อันนี้ผมเอามาจากเอกสารที่ทาง PR ของ RIM ส่งมาให้นะครับ

image

คือ ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า PlayBook เนี่ย ไม่ใช่เจ้าแรกที่ทำอุปกรณ์ประเภท Tablet ที่เป็นหน้าจอสัมผัสที่รองรับ Multitouch นะครับ ตอนนี้มีหลายยี่ห้อทำกันแล้ว และอยากบอกว่า ส่วนใหญ่ (ไม่สิ น่าจะเรียกว่าทั้งหมด) ก็จะเลียนแบบพื้นฐาน Gesture ของ iPad เป็นหลัก … แน่นอนว่า PlayBook นี่ก็ไม่เว้นครับ เพียงแต่ว่ามันมีอะไรที่แปลกเพิ่มเข้ามา ซึ่งเดี๋ยวค่อยพูดถึงกันทีหลัง แต่ตอนนี้ดูพื้นฐานก่อน

  • Tap คือการสัมผัสแบบแตะที่หน้าจอ PlayBook ก็ไม่ทำอะไรที่แหวกแนวไปกว่ายี่ห้ออื่นครับ การ Tap ก็มีไว้เพื่อไปยังจุดที่สัมผัสนั้น, หรือแทนการกดปุ่ม, หรือเรียก App ขึ้นมาใช้งาน
  • Swipe คือการลากนิ้วจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง เช่นเคย PlayBook ก็ยังคงทำเหมือนยี่ห้ออื่นๆ คือ ไว้ใช้สำหรับการ Scroll ไปตามทิศทางที่ลากนิ้ว
  • Pinch นี่ก็ไม่แตกต่างจากยี่ห้ออื่นครับ ก็จะมี Pinch-to-Zoom คือ ใช้ 2 นิ้วบีบเข้าหากันเพื่อย่อ (Zoom Out) หรือ ใช้ 2 นิ้วกางออกจากกันแทนการขยาย (Zoom In)
  • Swipe from frame คือสิ่งที่เพิ่มเข้ามา โดยอาศัย Touch-sensitive Frame บนหน้าจอของ PlayBook มาร่วมกันเป็นคำสั่ง Swipe อีกแบบ

Swipe from frame ดี แต่ไม่สุด มันขาดๆ เกินๆ

การ Swipe from frame นี่น่าพูดถึงหน่อย เพราะหากออกแบบมาดี มันจะช่วยให้สามารถออกคำสั่งเพิ่มได้อีกเยอะเลย และ PlayBook จำเป็นต้องทำแบบนั้นด้วย เพราะมันไม่ได้ออกแบบให้มีปุ่มมากมายเหมือน Android (ซึ่งตรงนี้ต้องบอกว่า iPad ทำได้ดี เพราะปุ่มน้อย โดยเอาปุ่มต่างๆ ไปไว้ใน UI ของ App แทน)

imageท่าแรกเลย การ Swipe แบบทแยงจากมุมด้านบนของหน้าจอ (จะด้านซ้ายหรือด้านขวาก็ได้) ลงมา จะเป็นการเรียกดู Status Bar … ท่านี้จะใช้เฉพาะตอนที่ไม่ได้อยู่หน้าแรก (หน้า Home Screen) เพราะปกติหน้า Home Screen จะแสดง Status Bar อยู่แล้ว

image

ท่าที่สองคือในระหว่างที่ใช้งาน App อยู่ การ Swipe จากซ้ายไปขวา หรือจากขวาไปซ้าย โดยลากเริ่มจากตรง Touch-sensitive Frame เลยจะเป็นการเปลี่ยนไป App ตัวอื่นที่เปิดอยู่ อันนี้อารมณ์เดียวกับ Multitasking Gesture ของ iOS ครับ เพียงแต่ของ iOS เนี่ย ใช้ 4 นิ้วลากในการเปลี่ยน App และไม่ต้องลากจากขอบจอ … ไม่ขอฟันธงว่าแบบไหนดีกว่ากัน ฮาฮา

imageท่าที่สาม เป็นการลากจากขอบจอด้านล่างขึ้นไปด้านบน จะเป็นการเรียก App Tray ขึ้นมา ซึ่งจะแสดงไอคอนของ App ต่างๆ ที่มีในตัวเครื่อง อันนี้ไม่แปลกใหม่อะไร เพราะ Android เขาทำกันมานานแล้ว

imageท่าที่สี่ ดันไม่มีรูปประกอบสวยๆ จากเอกสารของ RIM แฮะ Thinking smile ไม่เป็นไร ขอบอกว่ามันคือการลากจากขอบจอด้านบน (ตรงไหนก็ได้ แต่เลี่ยงๆ มุมซ้ายขวา เพราะมันจะไปสับสนกับการเรียก Status Bar) ลงมาด้านล่างก็จะเป็นการเรียก Settings ขึ้นมา (จริงๆ ก็แตะไอคอนรูปเกียร์ที่อยู่บน Status Bar เอาก็ได้)

imageท่าที่ห้า Swipe ทแยงจากมุมด้านล่างซ้ายมือของหน้าจอ จะเป็นการเรียกใช้ Virtual Keyboard ครับ

และท่าสุดท้าย เป็นท่าไม้ตายลับ จะใช้ได้เฉพาะตอนที่ปิดหน้าจอเท่านั้น คือการลากจากซ้ายไปขวา จากขวาไปซ้าย จากบนลงล่าง หรือจากล่างขึ้นบน จะทางไหนก็ได้ แต่ต้องลากจากขอบจอไปยังอีกด้านเลย จะเป็นการเปิดหน้าจอ … ครับ ก็แค่เปิดหน้าจอ เหอๆ ไม่มีอะไรมาก แต่มันก็ดูเท่ห์ดีนะ ไม่ต้องกดปุ่ม แต่ก็เปิดหน้าจอได้

โอเค ครบ 6 ท่าเรียบร้อย แล้วทำไมผมถึงบอกว่าดี แต่ไม่สุด มันขาดๆ เกินๆ ล่ะ? ลองดูวิดีโอรีวิวต่อไปนี้ครับ

เอาเป็นว่า ลองลูบๆ คลำๆ ดูแล้ว ก็ชวนสับสนได้พอสมควรเลย สำหรับมือใหม่ แต่ว่าผมว่ามันเหมือนกับตอนผมเปลี่ยนจาก Mac OSX Snow Leopard มาเป็น OSX Lion อ่ะ คือ พอใช้จนชินก็ไม่ลำบากมากแล้ว … แต่ว่า PlayBook ยังมีอะไรลึกๆ ซ่อนอยู่อีก เดี๋ยวตอนหน้า ผมจะรีดออกมาให้หมดเปลือกเลย

(ติดตามตอนต่อไป)


หากมีข้อสงสัยประการใด หรืออยากแบ่งปันความเห็นของท่าน ยินดีรับฟังและร่วมออกความเห็นได้ทาง Comment ด้านล่างนี้ หรือจะร่วมแชร์ความเห็นและความรู้ได้อีกหนึ่งช่องทาง เพียงแค่กด Like Facebook Fan Page ของผม ที่ http://www.facebook.com/kafaakBlog ครับ

ส่วนใครได้ใช้ Google+ แล้ว แต่ยังไม่รู้จะเพิ่มใครเข้าแวดวง (Circle) ดี ก็จัดผมเข้าไปในแวดวงของท่านได้ที่ http://gplus.am/kafaak จ้า

  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: