หน้าแรก > รีวิว Gadget, เก็บมาฝาก, โน้ตบุ๊ก และ แท็บเล็ต > กาฝากลองชิมผลไม้ ลองเล่น BlackBerry PlayBook ภาคลองของ QNX

กาฝากลองชิมผลไม้ ลองเล่น BlackBerry PlayBook ภาคลองของ QNX

image

ต้องขออภัยที่หายหน้าหายตาไปหลายวันนะครับ งานเยอะแยะมากมายครับ ไหนจะต้องออกงานอีก แต่ผมก็กลับมาแล้วนะครับ และในบล็อกตอนนี้ จะขอพูดถึงการใช้งาน BlackBerry PlayBook กัน … ผมจั่วหัวว่าเป็นการลองของ QNX เพราะว่านี่คือระบบปฏิบัติการที่อยู่เบื้องหลังเจ้า PlayBook ครับ

image3022เรื่องราวอันมีสาระที่นำมาเสนอนี้สนับสนุนโดย

  • Dell Thailand อยากชวนทุกท่านมาร่วมกิจกรรม “ทำดีกับเดลล์” ปิดทองหลังไมค์ ด้วยการเล่าเรื่องราวสิ่งดีๆ ที่คุณได้ทำให้กับดีเจชื่อดังทั้ง 3 หลังไมค์ผ่านทางบริการ Social Media และดีเจคนใดได้คะแนนความดีสูงสุด Dell Thailand จะบริจาคเงินแสนให้กับมูลนิธิโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเลย รายละเอียด คลิกที่นี่ครับ
  • เชิญร่วมกิจกรรม แบ่งปันข้อมูลดีๆ จาก Adecco Thailand แล้วลุ้นรับบัตรคอนเสิร์ต “ความรัก (ทำ) ให้คนตาบอด)” กันครับ รายละเอียด อ่านที่นี่เลย
  • i-mobile 3GX สปีดล้ำแบบ 3G ตัวจริง กับ 3 เหตุผลที่คุณควรเลือกใช้ 1) ความเร็วสูงสุด 7.2Mbps 2) เป็นผู้ให้บริการที่มียอดผู้ใช้บริการสูงสุดในกลุ่ม MVNOs ของ TOT3G และ 3) บริการหลากหลาย ทั้งซิมเติมเงิน และซิมรายเดือน พร้อมแพ็กเกจมากมาย สนใจรายละเอียด คลิกเลย

และที่สำคัญ วันนี้จนถึง 1 สิงหาคม 2554 นี้ อยากให้มาร่วมสนุกกับกิจกรรม “ค้นหาแฟนพันธุ์แท้บล็อกนายกาฝาก” ชิงรางวัลกันด้วยครับ อ่านรายละเอียดได้ที่นี่เลย

เอาละ มาเริ่มเรื่องของเรากันดีกว่า

ในขณะที่ iPad ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS และพวก Android Tablet ต่างๆ ก็แน่นอนว่าใช้ระบบปฏิบัติการ Android … RIM นั้นเลือกระบบปฏิบัติการ QNX มาเป็นพื้นฐานของ PlayBook ครับ (อยากรู้จักกับ QNX มาขึ้น อ่านจาก Wikipeida ได้) ผมไม่ขอพูดถึงรายละเอียดว่า QNX มันเป็นอะไร เป็นยังไงมายังไงนะครับ แต่ผมอยากพูดถึงประสบการณ์การใช้งานของ BlackBerry PlayBook มากกว่า เพราะมันเป็นเรื่องใกล้ตัวของผู้ใช้งาน

Multasking ของ PlayBook

ตอนที่ผมพรีวิว PlayBook ไปเมื่อคราวก่อนนั้น ทาง RIM มาเดโมให้ดูว่า PlayBook นั้นเป็น True Multitasking คือ สามารถทำงานหลายๆ อย่างได้พร้อมๆ กัน ชนิดเรียกว่า ดูวิดีโอไปพร้อมๆ กับเล่นเกม Need for Speed: Undercover ได้เลย เมพมากๆ พอของจริงออกมาให้ได้ลองกันแล้ว มันเป็นแบบนี้ครับ …

image

ก่อนอื่น เราจะต้องไปปรับตั้งค่าที่ Settings > General ก่อนครับ เพื่อกำหนดพฤติกรรมของ App ต่างๆ ที่อยู่ในแบ็กกราวด์ (หมายถึง เวลาที่ย่อ App ที่เปิดอยู่ลง แล้วเปิด App อื่นแทน) ซึ่งเลือกได้ 3 แบบ คือ 1) Showcase ซึ่งจะทำให้ App ทุกตัวนั้นทำงานอยู่ แม้จะถูกย่อไปอยู่ในแบ็กกราวด์แล้ว 2) Default เป็นค่าตั้งต้นมาแต่แรก ตัวเลือกนี้จะทำให้ App ทำงานอยู่จนกว่าจะมี App อื่นมาทำงานแบบ Fullscreen หรือพูดง่ายๆ แค่ย่อยังไม่ทำให้โปรแกรมหยุดทำงาน และ 3) Paused ซึ่งจะหยุด App เอาไว้ชั่วคราวเมื่อมีการย่อลงไปเป็นแบ็กกราวด์ และจะกลับมาทำงานเหมือนเดิม เมื่อมีการแตะที่ App นั้นๆ

image

ทีนี้ตอนลองใช้จริง โดยผมเลือกโหมดเป็น Showcase ซึ่งหมายความว่า ผมเลือกให้ App มันทำงานค้างไปเลย ปรากฏว่าผลออกมาได้แบบนี้ครับ

  • ถ้าเทียบกับระบบปฏิบัติการคู่แข่งอย่าง iOS หรือ Android แล้ว คู่แข่งทั้งสอง เวลาที่เปิดวิดีโอแล้วย่อโปรแกรมดูวิดีโอลง แล้วไปเปิด App ตัวอื่น (หรือก็คือ ไปโฟกัสที่ App ตัวอื่น) วิดีโอที่เปิดไว้ก็จะหยุดลง แต่ถ้าเป็น PlayBook เนี่ย วิดีโอที่เปิดไว้จะยังทำงานต่อไปครับ

image

  • ทีนี้เอาใหม่ ลองเปิดวิดีโอที่อยู่ในเครื่องดู แล้วก็เปิด YouTube ไปด้วย อยากรู้เหมือนกันว่าวิดีโอมันจะตีกันไหม (ประมาณว่าผมเกรียน) พบว่า เมื่อเปิด YouTube (แน่นอนว่าดูโคนัน) แล้ว วิดีโออื่นที่เปิดค้างอยู่ก็จะถูกหยุดชั่วคราว แล้วเล่น YouTube แทน และเมื่อกลับไปเปิดวิดีโอนั้น YouTube ก็จะหยุด … ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรหรอกนะครับ เพราะเอาเข้าจริงๆ คงไม่มีใครบ้าดูวิดีโอ 2-3 อันพร้อมๆ กันอยู่แล้ว อันนี้ยอมรับได้
  • เช่นกัน ลองเปิดวิดีโอไปพร้อมๆ กับเล่นเกม Need for Speed: Undercover ด้วย ก็ได้ผลลัพธ์แบบเดียวกับการพยายามเปิดวิดีโอพร้อมกัน 2 อัน

โดยสรุปแล้ว ผมมองว่า PlayBook นั้นรองรับ Multitasking ได้เกือบจริงจังกว่า iOS และ Android แต่การที่จะเรียกว่ามันเป็น True Multitasking นั้นยังขาดไปอีกนิด … แต่สิ่งที่ขาดไปนั้นมันก็ไม่ได้ทำให้การทำงานแบบ Multitasking มันดูด้อยหรอกนะครับ เพียงแค่ผมไม่อยากให้เรียกว่า True Multitasking อ่ะ

BlackBerry Bridge จุดขายที่กลายเป็นจุดอ่อน

ใครว่า PlayBook มีจุดอ่อนที่การเชื่อมต่อ ผมแย้งก่อนเลย เพราะมันก็คือ Tablet ที่เป็น WiFi-only เหมือนๆ กับ iPad และ Android บางรุ่นนั่นแหละ ดังนั้นหากต้องการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ก็สามารถทำได้โดยการต่อกับ WiFi นั่นแหละครับ เพียงแต่ BlackBerry นั้นเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้งาน BlackBerry มากอีกหน่อยด้วย BlackBerry Bridge ครับ

imageหากเรามีเครื่อง BlackBerry อยู่แล้ว เราสามารถแชร์เน็ตมาให้ PlayBook ได้ผ่านทาง Bluetooth ครับ นั่นคือก้าวแรกของ BlackBerry Bridge แต่มันยังไม่จบแค่นั้นครับ

ใน PlayBook จะมีหัวข้อ BlackBerry Bridge ซึ่งเอาไว้สำหรับแสดงข้อมูลต่างๆ ที่อยู่ในมือถือ BlackBerry ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น Messages, Contact, Calendar, BBM และอื่นๆ

บังเอิญว่าผมไม่สะดวกที่จะเพิ่มบัญชีที่เป็น Microsoft Exchange เข้าไปก็เลยขอแค่ Google Account พอนะครับ … ผลก็คือว่า พอใช้ BlackBerry Bridge ปุ๊บ เจ้าตัว PlayBook ก็ได้ทั้ง Contact และ Calendar มาจาก มือถือ BlackBerry เลย ไม่ต้องเซ็ตค่าอะไรเพิ่มเติม ถือว่าเป็นจุดแข็งของ PlayBook ได้เลยครับ

imageแต่จุดแข็งนั้นกลายเป็นจุดอ่อนไปในบัดดลเมื่อ PlayBook ไม่ได้ถูกเข้าคู่กับมือถือ BlackBerry ครับ ไอ้ส่วนที่เป็น BlackBerry Bridge เนี่ยก็จะกลายเป็นเครื่องหมายตกใจ แล้วก็จะใช้การไม่ได้ … พูดง่ายๆ อีเมล์องค์กร, รายชื่อ, ปฏิทิน, BBM ฯลฯ ใช้ไม้ได้เลย

ในขณะที่คู่แข่งเขามีพวก Contact, Calendar, Email App และอื่นๆ ไว้ให้ใช้อยู่แล้ว แต่ PlayBook ดันไม่มีมาให้ใช้โดยไม่ต้องต่อกับ BlackBerry Bridge เลยซะงั้น

ถ้าเกิดว่า PlayBook มี App พวกนี้ แบบเดียวกับที่คู่แข่งมี และให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อกับ Email, Contact, Calendar บลาบลาบลา ได้ แล้วหากเป็นคนที่มีมือถือ BlackBerry ก็จะช่วยให้สามารถเชื่อมโยงกับ Email, Contact, Calendar ได้สะดวกขึ้นโดยไม่ต้องตั้งค่าให้วุ่นวาย

ภาษาไทยที่ยังไม่เรียบร้อยดี

imageตอนที่ผมพรีวิวไปคราวก่อน การแสดงผลภาษาไทยก็ยังไม่สมบูรณ์ดีสำหรับ PlayBook และจนถึงตอนนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น … @krapalm บอกผมว่า มันมีซอฟต์แวร์อัพเดตที่ทำให้ PlayBook สามารถแสดงผลภาษาไทยได้อย่างถูกต้องแล้ว ผมก็เช็คดูเลยว่ามีอัพเดตไหม ถ้ามีจะได้จัดซะ แต่ปรากฏว่าอย่างที่เห็นในรูปขวามือนี่แหละ มันอัพเดตสุดๆ แล้ว

image

แล้วก็อย่างที่เห็นในรูปซ้ายมือนี่แหละครับ ภาษาไทยยังไม่สมบูรณ์เลยในบราวเซอร์ พวกสระและวรรณยุกต์ที่เป็นตัวที่อยู่ด้านบนหรือด้านล่างมันไม่ถูกแสดงออกมาอ่ะ “นานาสาระกับนายกาฝาก” เลยกลายเป็น “นานาสาระกบนายกาฝาก” ซะงั้น

image

แต่น่าสังเกตว่าตรงที่แสดง Title ของเว็บกลับแสดงข้อความภาษาไทยได้อย่างถูกต้องไม่ผิดเพี้ยนซะงั้น

image

ตัว PlayBook มาพร้อมกับโปรแกรมชุด Office ด้วย ได้แก่ Word to Go, Sheet to Go และ Slideshow to Go ครับ เอาไว้เปิดพวกไฟล์เอกสาร Microsoft Office … มองในแง่โปรแกรม ต้องบอกว่าสามารถใช้ทำงานเอกสารเล็กๆ น้อยๆ ได้ครับ ไม่มีปัญหาอะไร แต่มันมามีปัญหาตอนใช้งานกับภาษาไทยนี่แหละ ดูรูปซ้ายมือได้ครับ ภาษาไทยอ่านไม่ออกเลย

ไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องการอ่านนะครับ แต่คีย์บอร์ดก็ไม่มีภาษาไทยให้พิมพเหมือนกัน

เหมือนจะมี App แต่มันดันไม่ใช่ App … ยังต้องจับตาดูจำนวน App

imageผมสังเกตว่า PlayBook นี่ก็มี App พื้นฐานมาให้เยอะเหมือนกันเนอะ แม้จะไม่มี Email องค์กรให้ใช้ตราบใดที่ยังไม่หามือถือ BlackBerry มาใช้เพื่อเปิด BlackBerry Bridge แต่ โอ๊ะ! นี่มันไอคอน Gmail, Hotmail และ Yahoo! Mail นี่นา แถมมี Facebook กับ Twitter ด้วย

imageแต่ปรากฏว่า พอคลิกเข้าไปจริงๆ แล้ว มีแค่ Facbook เท่านั้นที่เป็น App จริงๆ ใช้ได้จริงๆ ส่วนที่เหลือ ได้แก่ Twitter, Gmail, Hotmail และ Yahoo! Mail นั้น พอแตะที่ไอคอนแล้ว มันก็กลายเป็นแค่เปิดเว็บสำหรับบริการนั้นๆ แทน

image

แอบแว้บไปดู App World ของ PlayBook ดูครับ ก็มี App โน่นนี่บ้าง แต่ว่าพวก App ก็ยังน้อยอยู่ และลองค้นหาพวก App เด่นๆ ที่มักจะหาดาวน์โหลดได้ตามพวก Tablet คู่แข่ง ก็พบว่า เวอร์ชันบน PlayBook ยังไม่มี

จริงๆ RIM เองก็ตระหนักถึงจุดนี้ดีครับ ถึงได้จัดโปรโมชั่นต่างๆ มากมายสำหรับนักพัฒนา ถึงขนาดแจก PlayBook ฟรีๆ กันไปเลย ขอแค่พัฒนา App บน PlayBook ให้ … แต่ก็ต้องรอดูต่อไปว่าในระยะยาวนั้นจะผลการตอบรับของนักพัฒนาจะเป็นอย่างไร … มันเหมือนคำถามว่าไก่กับไข่อะไรจะเกิดก่อนกันละครับ เพราะถ้าผู้ใช้งานน้อย นักพัฒนาก็ไม่อยากจะมาพัฒนาเท่าไหร่ ในขณะที่หากนักพัฒนาทำ App ออกมาน้อย คนก็ไม่ค่อยอยากมาใช้งาน

เขียนมาซะยืดยาว … เดี๋ยวตอนหน้าปิดท้ายด้วยการเล่นไฟล์มัลติมีเดีย เกม และ การถ่ายรูปดีกว่าครับ

(ติดตามตอนต่อไป)


หากมีข้อสงสัยประการใด หรืออยากแบ่งปันความเห็นของท่าน ยินดีรับฟังและร่วมออกความเห็นได้ทาง Comment ด้านล่างนี้ หรือจะร่วมแชร์ความเห็นและความรู้ได้อีกหนึ่งช่องทาง เพียงแค่กด Like Facebook Fan Page ของผม ที่ http://www.facebook.com/kafaakBlog ครับ

ส่วนใครได้ใช้ Google+ แล้ว แต่ยังไม่รู้จะเพิ่มใครเข้าแวดวง (Circle) ดี ก็จัดผมเข้าไปในแวดวงของท่านได้ที่ http://gplus.am/kafaak จ้า

Advertisements
  1. สิงหาคม 2, 2011 ที่ 15:12

    ผมเห็น Playbook ครั้งแรกผ่าน MV ของ Black Eyed Peas
    ตอนแรกที่เห็นรู้สึกว่า … โอววว Model โบราณมาก ขอบสีดำใหญ่ๆ ท่าทางจะเทอะทะได้อีก

    ตอนนั้นผมยังควง BB อยู่ ก็เลยเฝ้ารอว่าถ้า Playbook วางแผงเมื่อไหร่ผมจะสอยมาใช้คู่กันในทันที
    (ก็คนยังไม่เคยมี Tablet อ่ะนะ ซื้อทั้งทีก็อยากให้เข้าคู่กัน)

    ตอนที่มีงานมือถือ (ชื่อที่เป็นทางการจำไม่ได้ เพราะจัดบ่อยมาก 55+) ผมก็ไปลองเล่นที่บูธ AIS

    ประสบการณ์ที่ได้ก็คือขอบดำดำที่เห็นหนาหนานั้น … ไม่ใช้อุปสรรคกับการใช้งานเลย
    เพราะขอบหนาๆนั้นมันช่วยเพิ่มพื้นที่ในการจับเครื่องให้กระชับ และด้วยความหนาของเครื่องที่พอเหมาะ ทำให้ไม่ต้องออกแรงบีบเครื่องไว้ให้อยู่มือ สิ่งต่างๆนี้ล้วนเป็นตัวบรรเทาอาการเมื่อยล้าที่อาจเกิดขึ้นได้หากต้องถือนานๆ …

    ส่วน Gesture นั้นผมเปิด YouTube ซ้อมถูขึ้นถูลง-ซ้ายขวามาก่อนหน้าแล้ว (>.<)
    จึงทำให้ในวันนั้นสามารถพลิกดูหน้านั้น ย้อนกลับหน้านี้ได้อยากเพลิดเพลิน … ซึมซับประสบการณ์ที่ดีกลับมา

    และก็เฝ้าติดตามว่าตัวเป็นๆจะมาเมื่อไหร่ … พอพอกับการติดตามว่า App ต่างๆ จะมีทิศทางตอบสนองผู้ใช้ไปในทิศทางใด เพราะต้องไปม่ลืมว่า App ใน AppWorld นั้น แพ้ง-แพง และมีให้เลือกไม่มากเท่าที่ควร

  2. Tah
    สิงหาคม 23, 2011 ที่ 03:09

    เมื่อไรจะรองรับภาษาไทยครับ >.<'' ต้องรออีกนานแค่หนายยยยยยยยยยยยยย แง้ๆ

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: