หน้าแรก > รีวิว Gadget, เก็บมาฝาก, โน้ตบุ๊ก และ แท็บเล็ต > กาฝากกับโน้ตบุ๊ก (บ้าง) รีวิว Gateway ID47H

กาฝากกับโน้ตบุ๊ก (บ้าง) รีวิว Gateway ID47H

imageรีวิวแต่สมาร์ทโฟนกับแท็บเล็ตมากไปก็ไม่ดีครับ เพราะในขณะที่อุปกรณ์พวกนี้ได้รับการพัฒนาไปมากจนมีขีดความสามารถในการทำงานขั้นพื้นฐานที่ทดแทนอุปกรณ์อย่างเน็ตบุ๊กหรือโน๊ตบุ๊กได้ในหลายๆ ด้าน เช่น การท่องเว็บ, การใช้บริการ Social Networking, การรับส่งอีเมล์ หรือแม้แต่การทำงานเอกสารขั้นพื้นฐาน

แต่ทว่าต้องไม่ลืมว่า ณ ปัจจุบัน แม้ว่าอุปกรณ์อย่างสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตจะมีประสิทธิภาพสูง มีหน่วยการประมวลผลแบบ Dual-core (และจะมี Quad-core ในเร็วๆ นี้) แล้วก็ตาม แต่มันก็ยังให้ความสามารถในการประมวลผลที่ห่างไกลจากพวก PC อยู่ และผมก็เห็นสมควรว่าจะต้องรีวิวโน้ตบุ๊กบ้างอะไรบ้าง ตามแต่ว่ายี่ห้อไหนจะเอื้อเฟื้อให้ผมมารีวิว ฮาฮา

และวันนี้ก็เป็นคิวของ Gateway ID47H ครับ

เรื่องราวอันมีสาระที่นำมาเสนอนี้สนับสนุนโดย

  • Dell Thailand อยากชวนทุกท่านมาร่วมกิจกรรม “ทำดีกับเดลล์” ปิดทองหลังไมค์ ด้วยการเล่าเรื่องราวสิ่งดีๆ ที่คุณได้ทำให้กับดีเจชื่อดังทั้ง 3 หลังไมค์ผ่านทางบริการ Social Media และดีเจคนใดได้คะแนนความดีสูงสุด Dell Thailand จะบริจาคเงินแสนให้กับมูลนิธิโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเลย รายละเอียด คลิกที่นี่ครับ
  • Adecco Thailand เชิญทุกท่านมาร่วมตอบแบบสอบถามลักษณะบุคลากรที่เป็นที่ต้องการขององค์กร ลุ้นรับรางวัล http://bit.ly/oLmOUc

เอาละครับ เตรียมตัวอ่านเนื้อหาสาระของเรากันต่อได้เลย

แรกสัมผัสกับ Gateway ID47H

imageภายนอกของ Gateway ID47H ตัวนี้ ไม่ได้ให้ความรู้สึกอะไรที่แตกต่างไปจากโน้ตบุ๊กตัวอื่นมากนัก จุดที่ผมว่าดีไซน์แปลกไปจากตัวอื่นก็คือฝาปิดของตัวเครื่องที่ทำออกมาเหมือนเป็นอลูมิเนียมแบบเป็นรอยขีดข่วน คงกะว่าถ้าเกิดใช้ๆ ไปแล้วเกิดรอยขีดข่วนจริงๆ ก็จะได้เนียนๆ ไป ไม่ต้องซีเรียสมากละมั้ง ฮาฮา

หน้าจอขนาด 14” อัตราส่วนภาพ 16:9 ก็คือ Widescreen เราดีๆ นี่เอง และเป็นจอแบบ LED ทำให้จอภาพบางมากๆ แถมการออกแบบพยายามให้ขอบหน้าจอมีขนาดเล็กที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ก็เลยทำให้ขนาดของตัวเครื่องใหญ่กว่า MacBook Pro 13.3 นิ้วอยู่แค่เล็กน้อยเท่านั้น หรือให้พูดง่ายๆ ก็คือ จอ 14 นิ้ว แต่มีขนาดเท่ากับ 13.3 นิ้วเลยแหละ ถือว่าเยี่ยมมาก

imageด้านซ้ายของตัวเครื่องก็มีช่องระบายความร้อน, ช่องสำหรับเสียบชาร์จเจอร์, พอร์ต USB 2.0 2 ช่อง, พอร์ต HDMI, พอร์ต D-Sub สำหรับต่อออก VGA, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และ ไมโครโฟน

imageด้านขวาเป็นพอร์ต RJ45 สำหรับเสียบสายแลน, DVD-Super Multi DL Drive และพอร์ต USB 3.0 1 ช่อง

ด้านหน้าเป็นไฟ LED แสดงสถานะการเปิดเครื่อง (ไฟสีฟ้า), WiFi, การทำงานของฮาร์ดดิสก์ และ สถานะการชาร์จแบตเตอรี่ แล้วก็มี Card Reader ด้วย

ขอเดาว่า เจ้านี่ถูกออกแบบมาให้ความรู้สึกคล้ายคลึงกับ MacBook มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่ว่าจะเป็นปุ่มกดที่นูนๆ เหมือน MacBook (ดูรูปเทียบกันได้) หรือ TouchPad ขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถกดงไปได้อีกด้วย

หันมาดุที่สเปกกันนิดหน่อย

สเปกสำคัญๆ ของเจ้า Gateway ID47H ก็มีดังนี้ครับ

  • CPU Intel® Corei5 2410M ความเร็ว 2.3GHz
  • หน่วยความจำ 6GB DDR3
  • กราฟิกชิปมี 2 ตัว คือ
    • Intel HD Graphics 4300 เวลาที่ไม่ต้องการพลังในการประมวลผลมาก และ
    • nVidia® GeForce® GT540M พร้อมหน่วยความจำ 1GB
  • ฮาร์ดดิสก์ 750GB
  • กล้องเว็บแคม 1.3 ล้านพิกเซล
  • พอร์ต USB2.0 x 2, USB3.0 x 1, HDMI, VGA และ Card Reader

แม้ว่า CPU จะไม่ได้ดูโดดเด่นอะไร แต่ว่าหน่วยความจำที่ให้มากมายถึง 6GB นี่น่าสนใจครับ แถมกราฟิกชิปเซ็ตที่มีมาให้คือ nVidia® GeForce® GT540M พร้อมหน่วยความจำ 1GB เนี่ย น่าสนใจครับ และหากต้องการประหยัดพลังงาน ก็ยังสลับเปลี่ยนไปใช้ชิป Intel HD Graphics ได้

สำหรับผู้ที่ต้องทำงานกับไฟล์ขนาดใหญ่ และก็อปปี้ไฟล์งานไปมาระหว่างเครื่องกับฮาร์ดดิสก์แบบติดตั้งภายนอก เจ้า Gateway ID47H ก็มีพอร์ต USB 3.0 มาให้พอร์ตนึงด้วย … มันเร็วกว่า USB 2.0 จริงๆ นะ สามารถก็อปปี้ไฟล์ 1.42GB เสร็จในราวๆ 10 วินาทีเอง

ประสิทธิภาพในการใช้งานจริง

เช่นเคย หากผมจะต้องทดสอบประสิทธิภาพโน้ตบุ๊ก ผมขอเลือกใช้ Windows Experience Index จาก Microsoft ประกอบข้อมูลร่วมกับการ Benchmark จากโปรแกรมเกมจริงๆ มากกว่า เพราะโดยส่วนตัว ผมว่าหากไม่ใช่ระดับมืออาชีพเทพโคตรๆ ที่ต้องเช็คเครื่องสเปกเทพแล้ว การวัดผลประสิทธิภาพได้ดีที่สุด คงหนีไม่พ้นการใช้เกมจริงๆ มาวัดครับ

ข้อสังเกตของผมคือ ผมพยายามจะให้ Street Fighter IV มันใช้กราฟิกชิปเป็น nVidia® GeForce® GT540M แล้ว แต่มันก็พยายามใช้ Intel HD Graphics อยู่นั่นแหละ แต่อย่างน้อย มันก็ทำให้รู้ว่าลำพังหากอยากเล่น Street Fighter IV เนี่ย แค่ใช้ชิป Intel HD Graphics ก็พอแล้วครับ

imageimageimage

ลองทดสอบด้วยเกมที่ต้องการประสิทธิภาพในการประมวลผลสูงมากๆ อย่าง Resident Evil 5 หรือ Devil May Cry 4 แล้ว คะแนนที่ได้อยู่ในระดับ C แต่ต้องออกตัวก่อนว่าทุกการทดสอบที่ผมทำ ทั้ง Street Fighter IV, Resident Evil 5 และ Devil May Cry 4 เนี่ย ผมปรับรายละเอียดกราฟิกไปที่สุดๆ หมด ไม่ว่าจะเป็น Resolution, V-Sync, Antialiasing และพวกรายละเอียดกราฟิกอื่นๆ นะครับ

imageคะแนนของ Windows Experience Index นั้นชี้ให้เห็นว่าประสิทธิภาพของเจ้า Gateway ID47H เนี่ยไม่เลวเลย ทั้งหน่วยความจำ กราฟิกชิป และฮาร์ดดิสก์ ถือว่าได้คะแนนดีทีเดียว จะไปติดให้น่าเสียดายนิดๆ ก็ตรง CPU ที่เป็นแค่ Core i5 2.3GHz เท่านั้น จริงๆ ถ้าเป็น Core i7 คงจะคะแนนดีกว่านี้มาก แต่ก็อีกนั่นแหละ มันจะทำให้เครื่องแพงขึ้นอีกพอสมควร เพราะแค่นี้ก็ 32,900 บาทแล้วนะ (ไม่รวม VAT 7% ด้วย)

ความรู้สึกของ MacBook ในกรอบของ PC

จุดนึงที่ผมตั้งข้อสังเกตกับเจ้า Gateway ID47H นี่ก็คือ ความพยายามในการให้มันมีประสบการณ์ในการใช้งานคล้ายกับเครื่อง MacBook ครับ แม้ว่าจะไม่ได้ประกาศกันออกมาแบบโต้งๆ แต่สำหรับคนที่เคยมีประสบการณ์ในการใช้ MacBook มาก่อน ต้องบอกว่ามันแอบแฝงความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ

imageimage

เริ่มจาก Keyboard ที่ให้อารมณ์แบบ MacBook แล้ว เทียบรูปดูได้เลยครับ ที่แตกต่างก็คงเป็นเรื่องที่บน Gateway ID47H มันไม่มีไฟส่องสว่างใต้ Keyboard นี่แหละ ที่เหลือก็ให้อารมณ์ใกล้เคียงกันในการพิมพ์ ซึ่งผมก็ถือว่าทำออกมาได้ดีครับ

imageimage

จุดต่อมาคือ TouchPad ครับ ที่เลียนแบบ TrackPad ของ MacBook มาไม่ใช่แง่ของขนาดเท่านั้น แต่รวมไปถึงลักษณะการใช้งานที่ยอมให้ “คลิก” ด้วย ซึ่งในความเห็นของผม การ “คลิก” นั้นดีกว่าการ “เคาะ (Tap)” มาก โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้ควบคู่กันกับการใช้นิ้วลากไปบน TouchPad ซึ่งตรงนี้ MacBook ออกแบบมาได้ดี และ Gateway ก็ดูจะคิดถูกที่เลือกวิธีการนี้ (แต่แน่นอน เพราะความที่เป็น Windows เลยทำให้จะ “คลิก” หรือจะ “เคาะ” ก็ได้ทั้งนั้น) อย่างไรก็ดี มันยังแยกออกเป็น “คลิกซ้าย” และ “คลิกขวา” ได้อีก โดยการ “คลิก” ที่บริเวณปลายๆ ของ TouchPad

อีกฟีเจอร์นึงที่ลอก MacBook มาได้ดีก็คือ Multitouch Gesture ครับ ใช้สองนิ้วแตะพร้อมกันบน TouchPad แล้วลาก เพื่อแทนการ Scroll หน้าจอ เพียงแต่ทำได้เฉพาะ บน-ล่าง เท่านั้น ซ้าย-ขวา ทำไม่ได้ แต่ก็มีการ Pinch-to-Zoom หรือ ใช้สองนิ้วแตะที่หน้าจอแล้วบีบเข้าหรือกางออกเพื่อซูมเข้าหรือซูมออกได้

มามองข้อดีของ Gateway ID47H กันบ้าง

โอเค สำหรับที่คนกำลังตัดสินใจว่า แล้วเงิน 32,900 บาท ที่จะต้องเสียไปเนี่ย เราจะได้อะไรกลับมาบ้าง? ผมว่ามันคือ

  • การออกแบบที่ทำให้เราได้เครื่องจอ 14 นิ้วด้วยขนาดเครื่องที่เท่าๆ กับโน้ตบุ๊กจอ 13.3 นิ้ว และน้ำหนัก 2 กิโลกรัม (ปกติโน้ตบุ๊กจอ 14 นิ้วจะหนักราวๆ 2.4 กิโลกรัม)
  • TouchPad ที่ให้อารมณ์ของ MacBook มาก และถูกหลักการยศาสตร์มากกว่า TouchPad ของโน้ตบุ๊กรุ่นอื่นๆ
  • สเปกที่แม้จะไม่เทพมาก แต่ก็อลังการด้วยแรม DDR 3 ขนาด 6GB และกราฟิกชิป nVidia® GeForce® GT540M แรม 1GB … แต่ทำให้การเลือกระบบปฏิบัติการต้องจำกัดอยู่ที่ Windows เวอร์ชัน 64-bit จึงจะทำให้มองเห็น RAM ได้ครบๆ แน่นอนว่าแถมมาพร้อมกับเครื่อง เป็น Windows 7 Home Premium 64-bit
  • USB 3.0 ซึ่งทำให้การโอนถ่ายข้อมูลทำได้รวดเร็วมากๆ แต่ก็อีกนั่นแหละ เราต้องหาพวก External HDD หรือ Flash Drive ที่รองรับ USB 3.0 มาใช้ด้วยอ่ะนะ

ทีนี้มามองดูข้อด้อยของ Gateway ID47H กันบ้าง

เราไม่ได้มาเขียนอวยใคร หรือแบรนด์ไหนนะครับ … ดังนั้นเราต้องมาดูให้ครบๆ ด้วยว่า หากเราตัดสินใจเลือกซื้อ Gateway ID47H แล้ว เราจะต้องเจอข้อจำกัดอะไรกันบ้าง?

  • มองภาพรวมแล้ว ผมว่าดีไซน์ของเจ้านี่มันดีมากเลย แต่ดันไปเสียตรงที่ ช่องสำหรับเสียบ SD Card มันอยู่ด้านหน้าในตำแหน่งที่ไม่สามารถแกะออกมาได้ง่ายๆ
  • หน่วยความจำ 6 GB ทำให้เกิดข้อจำกัดในเรื่องของการเลือกใช้ซอฟต์แวร์ เพราะถ้าอยากให้เห็นหน่วยความจำแบบเต็มๆ ก็ต้องใช้ระบบปฏิบัติการแบบ 64-bit แต่นั่นอาจทำให้มีปัญหากับซอฟต์แวร์บางตัวได้ … อย่างไรก็ดี ถ้าใช้งานทั่วๆ ไป โอกาสจะเจอข้อจำกัดนั้นก็ยังยากอยู่
  • แบตเตอรี่ เนื่องจากว่าทาง Gateway ดูจะภูมิใจในเทคโนโลยีที่เขานำมาใช้มาก ก็เลยออกแบบมาให้ไม่สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่เองได้ ตรงจุดนี้มันทำให้มีปัญหาสำหรับคนที่มักต้องการใช้งานนอกสถานที่นานๆ แล้วซื้อแบตเตอรี่สำรองมาไว้เปลี่ยน … กรณีของ Gateway ID47H จะเล่นมุกนี้ไม่ได้ ถ้าจะเผื่อแบตเตอรี่สำรอง คงต้องเลือกใช้แบตเตอรี่สำรองภายนอกเช่น Energizer Energi To Go XP18000 ครับ (โชคดีที่หัวชาร์จเจอร์เป็นแบบที่ใช้ทั่วไปของ Acer) แต่ราคาก็หนักหนาสาหัสเอาการ

ปิดฉากการรีวิว Gateway ID47H

เอาละครับ ได้เวลาของบทสรุปแล้ว … โดยส่วนตัวผมมองว่า Gateway ID47H นี่แอบแพงไปนิดนึงสำหรับผู้ใช้งานระดับต้นๆ  ที่ไม่ได้ต้องการพลังในการประมวลผลมาก นอกจากนี้หากคิดว่าจะซื้อมาเพื่อเล่นเกมแล้ว มันก็ยังแอบแพงไปอยู่นิดนึงอยู่ดีเช่นกัน แต่คนที่จะใช้เจ้านี่ได้อย่างเหมาะสม น่าจะเป็นที่ทำงานแบบจริงจัง และต้องการพลังในการประมวลผลเยอะๆ แต่ไม่อยากแบกอะไรหนักๆ เพราะมันให้การแสดงผลแบบเต็มๆ 14 นิ้ว ในน้ำหนักและขนาดตัวเครื่องแค่ระดับโน้ตบุ๊กจอ 13.3 นิ้ว


หากมีข้อสงสัยประการใด หรืออยากแบ่งปันความเห็นของท่าน ยินดีรับฟังและร่วมออกความเห็นได้ทาง Comment ด้านล่างนี้ หรือจะร่วมแชร์ความเห็นและความรู้ได้อีกหนึ่งช่องทาง เพียงแค่กด Like Facebook Fan Page ของผม ที่ http://www.facebook.com/kafaakBlog ครับ

ส่วนใครได้ใช้ Google+ แล้ว แต่ยังไม่รู้จะเพิ่มใครเข้าแวดวง (Circle) ดี ก็จัดผมเข้าไปในแวดวงของท่านได้ที่ http://gplus.am/kafaak จ้า

  1. TanTai
    สิงหาคม 21, 2011 ที่ 06:03

    Design สวยดีครับ ชอบสีอลูมิเนียม

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: