หน้าแรก > #triptwt, บ่นไปเรื่อย > ทริปเชียงใหม่ครั้งแรกในชีวิต ภาคจบ กลับถึงกรุงเทพแล้ว

ทริปเชียงใหม่ครั้งแรกในชีวิต ภาคจบ กลับถึงกรุงเทพแล้ว

IMAG0117ทริปนี้แสนสั้นนักครับ เป็นแบบเช้าไปเย็นกลับครับ เป็นแบบไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เสร็จเรียบร้อยแล้วก็กลับ (อิอิ) … ใครอยากติดตามทริปนี้ของผม ย้อนกลับไปอ่านตอนแรกของเมื่อวานก่อนเลยครับ

และหลังจากเหตุฉุกละหุกเล็กน้อยที่ผมเป็นผู้ก่อขึ้นที่สนามบินดอนเมือง ผมก็สามารถขึ้นเครื่องได้ในที่สุดครับ เครื่องออกตรงเวลาเป๊ะๆ เลย นับถือสายการบิน Nok Air จริงๆ

IMAG0099

อย่างที่บอก ตอนเช็คอินผ่านทาง Nok Air App นั้นผมสามารถเลือกที่นั่งได้ และผมก็เลือกที่จะนั่งริมหน้าต่าง แต่เนื่องจากกว่าที่จะเช็คอินมันก็ช้าแล้ว เลยได้ที่นั่นนู่นนนนน เลย  48K ครับ ริมหน้าต่างเห็นปีกเครื่องบินสบายๆ

IMAG0102

สภาพของเครื่องบินของ Nok Air นั้นไม่ได้เลวร้ายเลยครับ แม้จะไม่ได้ใหม่เอี่ยมแบบสายการบินราคาแพงๆ แต่ก็ไม่ได้ดูเก่าน่าเกลียดตรงไหน (แต่ตอนที่เดินเข้าไป ก็ได้กลิ่นอายของความเก่านิดๆ) ลูกเล่นของเครื่องบินไม่ได้มากมาย แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหา เพราะเที่ยวบินที่ใช้เวลา 1 ชั่วโมงเท่านั้น มันไม่มีเวลาทำอะไรหรอกครับ กลับกัน พอไม่มีพวกลูกเล่นอย่างจอทีวีทุกที่นั่ง เลยทำให้เราได้เห็นแอร์สาวแสนสวยของ Nok Air มาสาธิตวิธีการใส่เข็มขัดนิรภัย การใช้หน้ากากออกซิเจน ทางออกฉุกเฉินต่างๆ อันนี้ขอยืนยันว่า แอร์สาวของ Nok Air (ที่เขาเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Nok Crew) นั้น น่ารักจริงๆ ฟันธง! Embarrassed smile

IMAG0109IMAG0110IMAG0111

มาถึงการรีวิวอาหารบนเครื่อง Nok Air บ้างครับ ในฐานะสายการบิน Low Cost แถมระยะทางไม่ยาวมาก ดังนั้นอาหารก็จะเป็นแบบของว่างทานเพลินๆ ครับ บรรจุอยู่ในถุงน่ารัก เรียก Nok Kanom (นกขนม) ข้างในก็จะมีอาหารว่าง, น้ำดื่ม 100 cc, และกระดาษทิชชู่ แพ็กเกจแบบง่ายๆ แต่ครบถ้วนดี … ทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ ผมได้อาหารว่างเป็นของจาก Auntie Anne’s ครับ ไม่รู้เรียกอะไร แต่มันเป็นคล้ายๆ ขนมปังใส่ไส้ ประกอบไปด้วย ข้าวโพด ปูอัด และไก่ อร่อยชิลๆ ดี Winking smile

IMAG0119

ไปถึงสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ ผมก็ไปรอรับของใช้ส่วนตัวคืน (เดี๋ยวตอนขากลับก็ต้องฝากโหลดใต้เครื่องไปอีก) ขอย้ำนะครับ ถ้าบินในประเทศมันยังพอฝากสายการบินไปได้ (แต่ต้องเป็นสายการบินในประเทศนะ) ถ้าเป็นเครื่องที่ไปปกลับสุวรรณภูมิละก็ หมดสิทธิ์นะครับ

IMAG0121

น้องๆ ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้เอารถมารับครับ ไอ้ผมก็ลืมไปว่าเวลามันเหลือเฟือ น่าจะให้น้องเขาพานั่งรถสองแถวไป ได้บรรยากาศดี

บรรยายช่วงบ่าย ช่วงเวลาปราบเซียนของวิทยากรทุกคน ช่วงนี้กรรมตามสนองผมอีกแล้ว (หลังจากที่สมัยเป็นนักศึกษาผมก็หลับในช่วงปราบเซียนนี่บ่อย) ผมเลยต้องพยายามทำให้น้องๆ เขาตื่นตัวและฟังตลอดเวลา … การบรรยายให้หัวข้อ “การใช้ Smartphone & Tablet ในการดำเนินธุรกิจ” ของผม เลยออกแนวเดี่ยวไมโครโฟนนิดๆ … ขอบคุณน้องๆ มากที่อุตส่าห์รับมุก “หากว่าเรากำลังสบายจงปรบมือพลัน” อยากบอกว่าน้องๆ ที่มหาวิทยาลัยอื่นไม่รับมุกเลย … ปล่อยให้ผมแป้กตลอด Crying face … เรื่องประทับใจอีกเรื่องคือ ตอนที่ถามน้องๆ ว่าใครใช้ Nokia อยู่บ้าง คนยกมือให้เพียบเลย (ดูรุปด้านบนได้) เอิ่ม Nokia never dies จริงๆ ครับพี่น้อง Hot smile

เนื่องจากไม่ได้คิดจะค้างคืน (เพราะวันนี้ผมจะถูกสัมภาษณ์โดยรายการแบไต๋ไฮเทคอีก) ก็เลยจับเที่ยวบิน DD8319 กลับมาจากเชียงใหม่ตอน 17:40 น. เลยทำให้ไม่สามารถอยู่ทักทายใครต่อใครตอนจบได้เหมือนกับทุกๆ การบรรยายที่ผมไปมา ต้องขออภัยทุกท่านที่ติดตามผมทาง Twitter และแวะไปนั่งฟังด้วยครับ

IMAG0124

ขากลับผมไม่ลืมที่จะหยิบเอามีดของผมไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบก่อนเลย แต่ผมก็ดันไม่วายทำเรื่องฉุกละหุกให้เจ้าหน้าที่สนามบินนานาชาติเชียงใหม่จนได้ เมื่อผมดันลืมเอาของที่ระลึกที่ทางอาจารย์และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ให้ผมไว้ตรงที่เครื่อง X-Ray ซะงั้น Embarrassed smile … นี่ตูจะป่วนชาวบ้านเขาไปถึงไหนกันฟะเนี่ย

IMAG0123ขากลับนี่ไม่เหมือนขามาครับ รอบๆ ตัวผมมีแต่คนหยิบสมาร์ทโฟน (iPhone 4 ล้วนๆ) และแท็บเล็ต (iPad ล้วนๆ) ขึ้นมากดกันใหญ่เลย แต่งวดนี้ผมไม่ได้ทำอะไรมากมายครับ เพราะของติดตัวเยอะ แล้วก็อีกไม่กี่นาทีก็ต้องขึ้นเครื่องแล้ว เลยใช้ HTC EVO 3D ทวีตไปเพลินๆ กับเล่นเกม Asphalt 6: Adrenaline บน Samsung Galaxy Tab ฆ่าเวลา

เก็บภาพขณะกำลังบินมาฝากกันครับ จากซ้ายไปขวา … ตอน Take Off กำลังบินอยู่บนน่านฟ้าจังหวัดเชียงใหม่, กำลังบินอยู่เหนือม่านเมฆ เห็นแสงอาทิตย์รำไรสวยๆ และ ภาพเมืองกรุงเทพมหานครยามค่ำคืน

IMAG0125IMAG0129IMAG0131

IMAG0133IMAG0135เครื่องบิน Touch Down (ก็คือแลนดิ้งนั่นแหละ) ตอนราวๆ 18:10 น. ครับ ฝนมาตกรอเลย ดีนะ สภาพอากาศไม่ได้เลวร้ายมาก ไม่งั้นสงสัยได้มีดีเลย์แน่ๆ เลย พอมาถึงแล้วก็ลงซะ Gate โคตรไกล (อีกแล้ว) ต้องเดินไปตั้งไกลเลยครับ กว่าจะไปถึงสายพานรับของ (ผมต้องกลับไปเอามีดที่โหลดใต้เครื่องไง)

IMAG0136ตรงนี้เอารูปมาฝากให้เห็นกันจะๆ ว่าหลายๆ จุดในสนามบินดอนเมือง ถูกปล่อยไว้โดยไม่ได้ซ่อมแซมจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าเพราะเขาคิดว่ามีนโยบายที่จะย้ายไปอยู่สุวรรณภูมิกันให้หมดหรือเปล่า เลยไม่ได้ทำการแก้ไขอะไร หรืออย่างน้อยทำให้มันดูดีกว่านี้ แต่ที่แน่ๆ สนามบินดอนเมือง ณ ตอนนี้แม้จะเป็นการบินในประเทศ ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีชาวต่างชาติมาใช้บริการนะครับ การที่ทิ้งสภาพนี้ไว้เนี่ย มันน่าขายหน้าจริงๆ นะเออ

IMAG0139

ได้เวลาไปเอาของคืนแล้ว เจ้าหน้าที่ Nok Air แสนสวยก็หยิบกระเป๋าใบนึงมาจากสายพานครับ ใบบะเริ่มเลย ในนั้นมีมีดของผมเล่มนึง กับพวงกุญแจมีดพับของผมอีกอัน เท่านั้นจริงๆ

IMAG0138กระเป๋าให้เหลืองนี่เขาว่า วัตถุอันตราย … ฮาฮา … ต้องเซ็นรับด้วยนะว่าพกอะไรมา ผมแอบมองไปในสมุดว่ามันมีคนอื่นไหมที่พกของพวกนี้มา … ปรากฏว่าไม่ค่อยมีใครพกมีดขึ้นเครื่องเท่าไหร่ครับ แต่มีรายชื่อคนที่พกปืนเพียบเลยอ่ะ มิน่าล่ะถึงได้มีป้ายเตือนแบบนี้อยู่ที่เคาท์เตอร์ (ดูรูปขวามือ)

ส่วนใหญ่ที่พกปืนมาด้วยเนี่ยระดับนายร้อย ไม่ก็นายพันทั้งนั้น … เอิ่ม พี่ครับลงเครื่องปุ๊บนี่ต้องไปตามล่าคนร้ายต่อเลยเหรอคIMAG0140รับ เตรียมเข้าคิวบู๊กันซะจริงๆ

ฝนตกก็เลยเรียกแท็กซี่จากสนามบินกลับบ้านเลย ก็หมดไป 390 บาทครับ แบ่งเป็นค่ารถแท็กซี่ 295 บาท, ค่าบริการแท็กซี่ที่สนามบิน 50 บาท และ ค่าทางด่วน 45 บาท

ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ลองแกะดูว่าของที่ระลึกจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้คืออะไร ปรากฏว่าเป็นตะเกียงเทียนหอมสวยๆ ครับ ชอบมาก ขอบคุณครับ

และนี่ก็คือการเดินทางทริปเชียงใหม่ครั้งแรกในชีวิตของผมครับ


ยังไงๆ ก็ฝากฝัง กด Like Facebook Fan Page ของผมกันคนละจึ้ก ที่ http://www.facebook.com/kafaakBlog ครับ ส่วนใครได้ใช้ Google+ แล้ว แต่ยังไม่รู้จะเพิ่มใครเข้าแวดวง (Circle) ดี ก็จัดผมเข้าไปในแวดวงของท่านได้ที่ http://gplus.am/kafaak จ้า และตอนนี้ผมเพิ่มช่องทางในการรับฟังข่าวสารไอทีอีกช่องทางแล้ว ทาง YouTube channel ของผมที่ http://www.youtube.com/user/kafaak/ ครับ ติดตาม “กาฝากน้อย ย่อยข่าว” ได้ทุกวันเลย อิอิ

หมวดหมู่:#triptwt, บ่นไปเรื่อย ป้ายกำกับ:, ,
  1. TeeDAi
    กันยายน 11, 2011 ที่ 11:54

    เสียดายจัง อยากมีโอกาสฟังบ้าง ผมจบที่แม่โจ้มาเกือบ 7 ปีแล้ว

  2. TanTai
    กันยายน 12, 2011 ที่ 17:26

    ค่าแทกซี่น่าจะกระโดดขึ้นคันที่มาส่งผู้โดยสารนะครับ
    จะได้ไม่ต้องเสียค่าคิวอีก 50 บาท
    เก็บไว้กินก๋วยเตี๋ยวเรือกับโอเลี้ยงได้อีกมื้อนึง…

  3. natchan0n
    กันยายน 13, 2011 ที่ 11:11

    1. ผมมาขึ้น Taxi ด้านริมถนนครับ เนื่องจาก ไม่อยากเสีย 50 บาท และ คิวยาว แต่กว่าจะออกได้ก็งงอยู่ตั้งนาน ที่แท้ต้องไปขึ้นทางข้ามไป Amari Airport ถึงจะไปริมถนน วิภาฯขาเข้าได้
    2. สนามบินโทรมมาก และ เหม็นอับ จะบอกว่าเพิ่งย้ายมาจาก Domestic Terminal ก็ไ่ม่ดีนัก แสดงว่า ก่อนมาเป็นการปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ

    • นายกาฝาก
      กันยายน 13, 2011 ที่ 15:29

      ผมเลือกใช้บริการเก็บ 50 บาทครับ เพราะผมเห็นว่ามันเป็นการจัดระเบียบของแท็กซี่ที่ OK และเท่าที่เคยใช้บริการ (ปีนี้ใช้ 2 ครั้งแล้ว) แท็กซี่ที่มาให้บริการก็ขับดี อัธยาศัยดีครับ และไม่เกี่ยงสถานที่ที่ผมจะไป (คือบ้านผมโคตรไกล)

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: