หน้าแรก > คอมพิวเตอร์, เก็บมาฝาก, เขียนตามกระแส > กาฝากกับระบบปฏิบัติการ(ซะบ้าง) พรีวิว Windows 8 ให้ดูกัน (ตอนจบ)

กาฝากกับระบบปฏิบัติการ(ซะบ้าง) พรีวิว Windows 8 ให้ดูกัน (ตอนจบ)

image

มาถึงตอนที่ 4 แล้วเหรอเนี่ย? เร็วจริงๆ สำหรับการพรีวิว Windows 8 แต่ถ้ามองเทียบกับเว็บอื่นๆ แล้ว เว็บผมนี่ช่างเอ้อระเหยจริงๆ หนอ ชาวบ้านเขาเขียนกันตอนเดียวจบ ผมซัดปาเข้าไป 4 ตอน ฮาฮา

ในบล็อกตอนนี้ ผมขอไปพูดถึงสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปของ Windows 8 Developer ที่เพิ่มเข้ามาก็แล้วกันนะครับ ถือว่าเป็นการปิดท้ายซีรี่ส์พรีวิวเจ้าระบบปฏิบัติการ Windows ตัวใหม่ล่าสุดนี่กัน

ที่ผมจะพูดถึงในตอนนี้ ก็จะเป็นเรื่องของ การล็อกอินแบบใหม่, การ Shutdown เครื่องแบบใหม่, Windows Task Manager/Resource Monitor ที่ปรับปรุง แล้วก็จะมาสรุปกันว่าแล้วฟีเจอร์อื่นๆ ที่เพิ่มเข้ามาใน Windows 8 Developer Preview นั้นมีอะไรบ้างครับ

เรื่องราวอันมีสาระที่นำมาเสนอนี้สนับสนุนโดย

  • Dell Thailand แนะนำ Dell Venue สมาร์ทโฟนระดับท็อป กับความสำเร็จเหนือชั้น ด้วยซีพียู 1GHz และระบบปฏิบัติการ Android 2.2 พร้อมกล้อง 8 ล้านพิกเซล รายละเอียดอ่าน ที่นี่เลย
  • โอกาสของคนในสาย Accounting & Finance และ Sales มาถึงแล้ว เมื่อ Adecco Thailand เปิดบ้านสัมภาษณ์งานจริงๆ เพื่อเข้าร่วมงานกับบริษัทชั้นนำมากมาย พร้อมลุ้นโชคอีกต่างหาก ในวันเสาร์ที่ 24 กันยายน และวันศุกร์ที่ 30 กันยายนนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมอ่าน ที่นี่ เลย

สำหรับคนที่ชอบติดตามข่าวสารในแวดวงไอที ตอนนี้ผมจัด YouTube Channel สำหรับเผยแพร่ข่าวสารแล้วครับ ติดตามได้ทาง http://www.youtube.com/user/kafaak ครับ ค้นหา “กาฝากน้อย ย่อยข่าว” ได้เลย

อ่านโฆษณาจบแล้ว ก็กลับมาเข้าเรื่องเข้าราวของเรากันต่อครับ

การล็อกอินแบบใหม่

IMAG0206ใน Windows 8 Developer Preview นี่ เรามีทางเลือกในการล็อกอินได้ 3 ทางครับ ได้แก่

  • รหัสผ่านแบบดั้งเดิม เป็นล็อกอินพื้นฐานที่เราทำ หลังจากติดตั้ง Windows 8 เสร็จหมาดๆ
  • Picture Password เลือกรูปมาแล้วกำหนดจุด 3 จุด โดยแตะหรือลากเป็นวงกลมรอบจุดนั้น แล้วเวลาล็อกอิน ถ้าเราสามารถแตะหรือลากเป็นวงกลมรอบ 3 จุดตามลำดับได้ถูกต้อง ก็เท่ากับล็อกอินได้
  • PIN อันนี้ง่ายสุดๆ เพราะเป็นตัวเลขล้วน และรวดเร็วมากเวลาล็อกอิน ประมาณกด PIN เสร็จ ล็อกอินเลยไม่ต้องเสียเวลากด Enter

IMAG0205ความเห็นส่วนตัวนะครับ การล็อกอินด้วย PIN เนี่ย ปลอดภัยน้อยที่สุดเลย เพราะว่ามันเดาง่ายมากเลย แต่ว่าสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่มีความเสี่ยงที่จะถูกเข้าถึงเครื่องได้ต่ำ การใช้ PIN มันก็สะดวกสบายสุดๆ ครับ … อย่างไรก็ดี เราสามารถตั้งให้ใช้ทั้ง 3 แบบก็ได้ แล้วเราก็เลือกเอาว่าอยากจะล็อกอินด้วยแบบไหน … แน่นอนว่า Picture Password นั้นดูจะเหมาะสมกับอุปกรณ์พวก Tablet มากกว่าครับ การใช้เมาส์ลากไปตามจุดต่างๆ บนรูปภาพนี่มันลำบากเอาการ

การ Shutdown แบบใหม่

metro_ui_start_metroแม้ผมจะเขียนเป็นเรื่องท้ายสุด แต่ว่ามันเป็นเรื่องที่ชวนปวดหัวสำหรับคนที่เพิ่งลองเล่น Windows 8 มากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะหากันไม่เจอว่าถ้าจะปิดเครื่องแล้วมันอยู่ตรงไหน ก็จะไปหาเจอกันได้ยังไง เพราะพี่ Microsoft แกเล่นเปลี่ยนตำแหน่งซะจนเข็มขัดสั้น (คาดไม่ถึง) กันเลยทีเดียว

metro_ui_shutdown

ถ้าจะ Shutdown เจ้า Windows 8 นี่ มีทางเลือก 2 ทางครับ อันดับแรก คือ แบบใหม่เอี่ยมที่ Microsoft เอาไปซ่อนซะเนียน คือต้องเอาเมาส์มาแตะที่มุมล่างซ้ายมือของหน้าจอ เพื่อเอา Start Metro Menu ขึ้นมา แล้วเลือกไปที่ Settings จากนั้นเราก็จะเห็นพวกสิ่งที่เคยเป็นอะไรที่อยู่ใน System Tray ขึ้นมา และ 1 ในนั้นก็คือ Power ครับ คลิกที่นี่แล้วจะเลือกได้ว่าจะ Sleep, Shutdown หรือ Restart

windows8_shutdown

อีกทาง เป็นวิธีการแบบดั้งเดิมครับ คือ ให้ไปที่ Desktop ก่อน แล้วกดปุ่ม Alt + F4 จากนั้นมันก็จะเปิด Shutdown Option ขึ้นมา แล้วเราก็เลือกได้เหมือนกันว่าจะ Sleep, Shutdown หรือ Restart ครับ

แต่ที่พัฒนาแบบเห็นได้ชัดเลย (และหวังว่าจะรักษามันไว้ได้ตลอด) คือการ Shutdown ที่รวดเร็วมากมาย การ Sleep ที่แบบว่าปิดฝาจอแล้วดับในทันที (ฮาร์ดดิสก์ยังวิ่งต่อไปอีกราวๆ 5 วินาที) และพร้อมเปิดใช้งานใหม่ได้เลย (บอกตรงๆ ถ้าเกิดลงโปรแกรมไปเยอะๆ แล้ว มัน Boot เครื่องใหม่ได้เร็วขนาดนี้ การ Sleep นี่เร็วกว่าการ Boot ใหม่แค่ไม่เกิน 20 วินาที)

Windows Task Manager แบบใหม่

windows8_task_manager01

Microsoft ได้ทำการปรับปรุง Windows Task Manager ซะใหม่เอี่ยมเลยครับ และต้องบอกเลยว่า ผมชอบแบบใหม่กว่าเดิมมากทีเดียว

การเข้าถึง Windows Task Manager ยังเหมือนเดิม คือการกด Alt + Ctrl + Del ครับ แล้วเลือกเข้า Task Manager แล้วเราก็จะเห็นหน้า Windows Task Manager แบบในรูปซ้ายมือนี่ … ปกติแล้วคนเราจะเปิดไอ้นี่ขึ้นมา ส่วนใหญ่ก็เพื่อปิดโปรแกรมครับ ดังนั้นผมเลยเดาว่า Microsoft เลยออกแบบให้ UI มันแสดงแค่เฉพาะการปิดโปรแกรมก่อนก็พอ จะได้ไวๆ

ตรงนี้จะเห็นว่ามันมีโปรแกรมที่รันอยู่ 2 ประเภท แบบแรกคือโปรแกรมที่รันบนโหมดดั้งเดิม (รันบน Desktop) กับแบบใหม่ที่เป็น Metro UI (ได้แก่ Labyrinth, News และ Zero Gravity) เท่าที่สังเกตเนี่ย พวก App บน Metro UI มันจะถูก Suspended ไว้ หากมันไม่ได้ถูกเรียกใช้งาน ทั้งนี้เพื่อไม่ให้มันไปกิน CPU Time ครับ แต่ App ใดที่รันเป็น Background ไว้ แม้จะเป็น App บน Metro UI มันก็จะไม่ถูก Suspend … และเท่าที่ผมทราบ (ใครมีวิธีอื่นวานบอก) การปิด App บน Metro UI นั้นทำได้ผ่านการ End Task ด้วย Windows Task Manager นี่สถานเดียว ในตอนนี้ (อนาคต Microsoft จะมีวิธีอื่นหรือไม่ ต้องรอดูต่อไป)

ถ้าเราคลิกที่ More details ในหน้าจอ Windows Task Manager ก็จะเป็นการแสดงรายละเอียดของ Windows Task Manager แบบเต็มๆ ซึ่งประกอบไปด้วย 7 ส่วนหลัก (ดูรูปด้านล่าง)

windows8_task_manager02windows8_task_manager03windows8_task_manager04windows8_task_manager05windows8_task_manager06windows8_task_manager07windows8_task_manager08

ทั้งหมดนี้ได้แก่

  • Process แสดงโปรเซสทั้งหมดที่รันอยู่ ทั้งที่เป็น Application, โปรเซสที่เป็นแบ็กกราวด์ และโปรเซสที่เป็นของระบบปฏิบัติการ Windows เอง โดยแสดงรายละเอียดเลยว่ากิน CPU Time ไปเท่าไหร่ กินหน่วยความจำเท่าไหร่ กินแบนด์วิธของฮาร์ดดิสก์เท่าไหร่ (ตรงนี้ถ้ากินเยอะๆ มันก็จะทำให้โปรแกรมอื่นๆ เข้าถึงฮาร์ดดิสก์ได้ช้าไง) และใช้แบนด์วิธของเครือข่ายไปเท่าไหร่
  • Performance แสดงภาพรวมทั้งหมดของระบบ ว่า CPU Time โดนใช้ไปเท่าไหร่ หน่วยความจำโดนใช้ไปเท่าไหร่ บลา บลา บลา
  • App History แสดงประวัติการใช้งาน App ต่างๆ ครับ ว่าใช้ทรัพยากรของเครื่องไปเท่าไหร่แล้วบ้าง สะดวกเวลาที่จะมาดูว่าเราใช้ App ไหนบ่อย หรือ App ไหนสอยทรัพยากรไปเยอะบ้าง
  • Startup แสดงรายชื่อ App หรือโปรเซสต่างๆ ที่จะเริ่มใช้งานเมื่อ Boot เครื่องเข้า Windows มา
  • Users แสดงรายชื่อ User ที่รันอยู่ ณ ขณะนั้น และทรัพยากรที่ User นั้นๆ ใช้ไป
  • Details อันนี้คือรายละเอียดของ โปรแกรมที่เป็น .exe ต่างๆ ที่ใช้งานอยู่โดยละเอียด และบอกเลยว่าแต่ละไฟล์นั้นสอย RAM กับ CPU Time ไปเท่าไหร่บ้าง
  • Services แสดงรายละเอียดของ Service ทั้งหมดที่รันอยู่

Resource Monitor แบบใหม่

นอกจาก Windows Task Manager แบบใหม่แล้ว Microsoft ก็ออกแบบ Resource Monitor มาด้วยครับ และเช่นกัน Resource Monitor นั้นก็มีรายละเอียดค่อนข้างครบครัน โดยแสดงความต้องการทรัพยากรต่างๆ ของระบบ ได้แก่ CPU, Memory, Disk และ Network พร้อม แยกให้ดูเลยว่าไฟล์ไหนใช้งานทรัพยากรอะไรไปเท่าไหร่บ้าง

resource_monitor01resource_monitor02resource_monitor03resource_monitor04resource_monitor05

อาการที่น่าเป็นห่วงสำหรับ Windows 8

imageสำหรับผมแล้ว ที่น่าเป็นห่วงสำหรับ Windows 8 ตอนนี้ก็คือ การที่เราไม่สามารถปิด App บน Metro UI ที่เปิดได้ ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็ถือเป็นเรื่องปกติของพวกระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์พกพาต่างๆ … แต่สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows มันแตกต่างออกไปนะครับ เพราะมันไม่ใช่ระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์พกพาซะทีเดียว แต่เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับพวก PC ที่ออกแบบมาให้เป็น Tablet-friendly มากขึ้นซะมากกว่า

metro_ui_aircraftดังนั้น การที่ผมเห็นว่า App ง่ายๆ อย่าง Air Craft ซึ่งเป็น App ตัวอย่างที่ Microsoft เตรียมมาให้ และทั้ง App นั้นเท่าที่ผมลองเล่นดูมันก็แค่สอนวิธีการพับเครื่องบินแบบนึง แล้วก็มีภาพ 3D ของเครื่องบินกระดาษลำนั้นให้หมุนๆ ดูได้ แต่ขออภัยนะครับ มันสอย RAM มากถึง 210.2MB เลยทีเดียว … นี่ยังไม่นับพวก Internet Explorer บน Metro UI และ Notespace กับ Tweet@rama ที่ผมเปิดไว้ด้วย 3 App นี้รวมกันก็สอยแรมไปอีก 75.9MB (และผมเชื่อว่าหากเปิดเว็บหลายๆ อันบน Internet Explorer ละก็ มันสอย RAM มากกว่านี้แน่ๆ) แถมนี่ยังไม่นับโปรแกรมบน Desktop ปกติที่เปิดนะ

อย่างที่บอก App ที่เป็น Metro UI ตอนนี้ ยังไม่เห็นวิธีการใดที่จะปิดมันได้ นอกจากจะมา End Task ใน Windows Task Manager (ท่านผู้อ่านท่านใดค้นพบวิธีอื่นนอกจากนี้ แชร์มาได้นะครับ) ดังนั้น แม้ว่าแนวคิดของ Microsoft จะเหมือนกับ Apple คือ เปิด App ค้างไว้เถิดหนา ถ้าไม่ใช้ก็แค่แช่แข็ง (Freeze) มันเอาไว้ มันก็ไม่กิด CPU เพิ่มแล้ว แต่ยังไงๆ มันก็ยังซัด RAM ไปบางส่วนนะครับ (เพื่อให้มันสามารถทำงานต่อได้ทันที เมื่อเราต้องการใช้) ถ้าเป็น App ที่กิน RAM ไม่เยอะ ก็คงไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นพวก Internet Explorer หรือ App ที่คล้ายๆ กับ Air Craft ละก็ มันก็หนักเอาการนะครับ

นอกจากนี้ ทุก App ที่เปิดมา มันก็จะไปค้างอยู่ใน App Switcher ต่างๆ (เช่น Alt + Tab, Windows Key + Tab หรือการ Swipe เพื่อเปลี่ยน App) ถ้าเกิดเปิด App เยอะๆ แล้วไม่ปิดลงซะบ้าง ผลสุดท้ายเราเวลาจะสลับ App ทีนึง เราก็ต้องสลับๆๆๆๆๆ กับ App ที่เปิดค้างไว้เพียบเลย เสียเวลาน่าดู

ต้องรอดูว่า Microsoft จะแก้เกมนี้หรือไม่ อย่างไรกันต่อไป

อ้างอิงจาก Engadget.com นี่คือข้อมูลของ Windows 8 เท่าที่ทราบ

  • โปรแกรมบน Windows 7 ทั้งหมด สามารถรันบน Windows 8 ได้แบบเนียนๆ (แน่นอน น่าจะรวมถึงพวก Malware ด้วยนะ)
  • พวกตัวแจ้งเตือนการอัพเดตด้าน Security ถูกย่อให้เหลือแค่ในส่วนล่างขวามือของหน้าจอ
  • Windows Task Manager ใหม่จะทำการ suspend พวก App ต่างๆ ที่ไม่ใช้ (ที่ผมพูดถึงไปข้างต้นนั่นแหละ)
  • ฟังก์ชั่น “Reset and Refresh PC” ช่วยให้ล้างเครื่องแล้ว restore ใหม่ได้ง่าย
  • HyperV Virtualization มาพร้อมกับ Windows 8 เลย
  • รองรับการต่อออกจอแสดงผลหลายจอโดยให้มีแบ็กกราวด์เดียวกัน รวมถึง Task Bar เฉพาะสำหรับแต่ละจอด้วย
  • รองรับ Multi-touch ใน Internet Explorer 10
  • ฟังก์ชั่น Magnifier
  • มีโหมดอินพุทแบบ Thumb-by-Thumb
  • รองรับ SkyDrive สำหรับพวก App ต่างๆ ที่เป็น Cloud-based
  • Mail, Photos, Calendar และ People ถูกปรับปรุง UI ใหม่ให้เป็น Metro Style
  • มีฟีเจอร์ Settings Roam ที่ให้ Sync ข้อมูลข้ามอุปกรณ์ที่เป็น Windows 8 ด้วยกันของ User คนเดียวกันได้
  • Aton 1.6GHz 1GB RAM ก็รัน Windows 8 ได้
  • Metro UI นี่ฝังติดกับ Core ของระบบเลย ไม่ใช่แค่ทำเป็นโปรแกรมมาครอบ
  • Metro-style app และพวกโปรแกรมแบบเดิมๆ ก็จะขายกันผ่าน Windows Store
  • ถ้าใช้อุปกรณ์ที่มี NFC ก็สามารถใช้ฟีเจอร์ tap-to-share ในการส่งข้อมูลจากอุปกรณ์นึงไปยังอีกอุปกรณ์นึงได้ หรือจะรับข้อมูลจากพวก NFC Card ก็ได้
  • ล็อกอินแบบใช้รูปภาพ (ที่ผมพูดถึงไปข้างต้นนั่นแหละ)
  • ถ้าผู้พัฒนาเขียน App ให้สนับสนุนไว้ App ต่างๆ ก็จะสามารถคุยกันเองได้ด้วย
  • งวดนี้ Windows 8 มี Antivirus Software แถมมาด้วยเลย (งานนี้ผู้พัฒนา Antivirus Software ก็เหนื่อยหน่อยละ)
  • ไม่มี Windows 8 เวอร์ชันสำหรับ Tablet แยกต่างหากนะ และเผลอๆ อาจไม่มีเวอร์ชัน Media Center ด้วย
  • ตอนนี้ยังไม่รู้ว่า Windows 8 จะมีเวอร์ชันอะไรบ้าง
  • Windows 8 Developer Preview ยังไม่รองรับ ARM-based device แต่ว่าตอนออกมาจริงๆ รับรองแน่ๆ

และนี่ก็คือการพรีวิว Windows 8 Developer Preview ของผมครับ ก็ประมาณนี้ แต่ขอบอกก่อนว่า มันยังไม่ครบถ้วน 100% เพราะผมไม่มีอุปกรณ์ที่เป็น Touchscreen ให้ลองครับ


หากมีข้อสงสัยประการใด หรืออยากแบ่งปันความเห็นของท่าน ยินดีรับฟังและร่วมออกความเห็นได้ทาง Comment ด้านล่างนี้ หรือจะร่วมแชร์ความเห็นและความรู้ได้อีกหนึ่งช่องทาง เพียงแค่กด Like Facebook Fan Page ของผม ที่ http://www.facebook.com/kafaakBlog ครับ

ส่วนใครได้ใช้ Google+ แล้ว แต่ยังไม่รู้จะเพิ่มใครเข้าแวดวง (Circle) ดี ก็จัดผมเข้าไปในแวดวงของท่านได้ที่ http://gplus.am/kafaak จ้า

  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: