หน้าแรก > คอมพิวเตอร์, อุปกรณ์เสริมอื่นๆ, เก็บมาฝาก, โน้ตบุ๊ก และ แท็บเล็ต > ลองใช้ iPad 2 และ iPod Touch ในการบรรยายบ้างอะไรบ้าง

ลองใช้ iPad 2 และ iPod Touch ในการบรรยายบ้างอะไรบ้าง

imageดูจากข้อมูลสถิติการใช้อุปกรณ์พกพาเพื่อเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ต่างๆ ในประเทศไทย ที่มีการเก็บสถิติโดย Truehits.net จะเห็นว่าคำจนวนไม่น้อยเลยที่ใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า iDevices (พวก iPad, iPhone และ iPod Touch) ครับ แล้วไอ้เจ้าอุปกรณ์พวกนี้ก็ไม่ใช่ถูกๆ ซะด้วยนะ iPod Touch ก็เริ่มต้นที่ 7,900 บาท ส่วน iPad 2 ก็เริ่มต้นที่ 15,900 บาท ถ้าเป็น iPhone 4 นี่เริ่มต้นเบาะๆ ก็ 22,xxx แล้ว … บางครั้งอุตส่าห์ซื้อมาแล้วก็อยากที่จะทำอะไรให้มันมากกว่านี้จริงแมะ ยิ่งเฮีย Steve Jobs แกก็บอกมาแล้วว่าโลกเรานี้อยู่ในยุค Post-PC แล้ว แถมพยายามทำให้เจ้า iDevices ทั้งหลายนี่เป็นมากกว่าแค่อุปกรณ์เสพสื่อเหมือนอย่างที่ใครๆ เขาว่ากัน โดยเพิ่มพวก iWorks ได้แก่ Pages ที่เป็น Word Processor, Numbers ที่เป็น Spreadsheet และ Keynote ที่ใช้ทำ Presentation เข้ามา … ยิ่ง Keynote เนี่ย มันทำให้หลายๆ คนใฝ่ฝันเลยว่าจะเอาใช้พรีเซ้นต์กันเลยทีเดียว แต่จนแล้วจนรอด ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะมีกี่คนที่ได้ทำแบบนั้นกัน? วันนี้ผมได้รับเชิญไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ วิทยาเขตสะพานใหม่ ในหัวข้อ “ทำไมเราต้องประมวลผลบนก้อนเมฆ” ผมถือโอกาสทดสอบเลยว่า จะเป็นไปได้ไหมที่จะใช้แค่อุปกรณ์พกพาพวกนี้ในการนำเสนอบรรยาย

เรื่องราวอันมีสาระที่นำมาเสนอนี้สนับสนุนโดย

  • Dell Thailand แนะนำ Dell Venue สมาร์ทโฟนระดับท็อป กับความสำเร็จเหนือชั้น ด้วยซีพียู 1GHz และระบบปฏิบัติการ Android 2.2 พร้อมกล้อง 8 ล้านพิกเซล รายละเอียดอ่าน ที่นี่เลย
  • Adecoo Thailand คือหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของบล็อก นานาสาระกับนายกาฝาก แต่ทุกท่านทราบไหมว่าเขาเป็นใคร … อยากรู้ อ่าน “มารู้จักและหางานกับ Adecco กันเถอะ” สิครับ

image1522222222

สำหรับคนที่ชอบติดตามข่าวสารในแวดวงไอที ตอนนี้ผมจัด YouTube Channel สำหรับเผยแพร่ข่าวสารแล้วครับ ติดตามได้ทาง http://www.youtube.com/user/kafaak ครับ ค้นหา “กาฝากน้อย ย่อยข่าว” ได้เลย

อ่านโฆษณาจบแล้ว ก็กลับมาเข้าเรื่องเข้าราวของเรากันต่อครับ

ผมเป็นพวกไม่ขับรถ (จริงๆ คือ ขับรถไม่เป็น และเป็นแค่ไอทีต๊อกต๋อยเลยไม่มีปัญญาหารถมาขับ ฮาฮา) แต่ผมก็มีโอกาสได้ไปโม้ให้ที่นั่นที่นี่ฟังบ่อยๆ เลยจำเป็นต้องพึ่งพาพวกบริการขนส่งมวลชนแทบทุกชนิดในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด การจะแบก Notebook หรือ MacBook Pro ไปก็หนักพอสมควรเลยทีเดียว แต่ไอ้ครั้นจะซื้อ MacBook Air อีกเครื่อง เอิ่ม ก็ไม่ได้รวยขนาดน้าน (จะซื้อมาทำไมหลายๆ เครื่องวะ) แถมจะซื้อมาแค่ใช้สำหรับบรรยายอย่างเดียว คุ้มซะที่ไหนล่ะ (เริ่มต้น 32900 ไม่ใช่ถูกๆ นะว้อย)

ด้วยความที่ว่ามี iPad 2 กับ iPod Touch 4th Gen อยู่แล้ว เลยทำให้ผมหันกลับมามองว่า จะเป็นได้ไหมที่จะใช้แค่ของเท่าที่มีนี้ในการบรรยาย เพราะ iPad 2 + iPod Touch 4th Gen รวมกัน ยังไงก็เบากว่า MacBook Air อีกนะ (ไม่นับชาร์จเจอร์ที่ต้องพกไปอีก)

สนนราคาของอุปกรณ์ที่ต้องใช้

imageออกตัวก่อนว่าแผนการนี้เกิดขึ้นเพราะผมมีอุปกรณ์อยู่แล้วครบถ้วน ดังนั้นผมเลยมองว่าเป็นการใช้ให้คุ้มค่าที่อุตส่าห์ซื้อมา แต่หากใครที่คิดว่าจะซื้อมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ กรุณาตรวจสอบค่าใช้จ่ายตามนี้ก่อนว่ารับได้ไหม

  • iPad 2 16GB (WiFi-only) 15,900 บาท (อยากได้รุ่นอื่น ก็จ่ายเพิ่มเอาตามกำลังทรัพย์)
  • iPod Touch 4th Gen 8GB 7,900 บาท (เช่นกัน อยากได้รุ่นอื่น หรืออยากได้เป็น iPhone 4 แทน ก็จ่ายเพิ่มเอา)
  • iPad VGA Adapter 950 บาท
  • Keynote app for iPad $9.99 หรือราวๆ 3xx บาท ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน
  • Keynote Remote app for iPad $0.99 หรือราวๆ 3x บาท ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน

รวมๆ แล้วก็ตกราวๆ 25,200 บาทครับ สนนราคานี้ก็ถือว่าไม่น้อยเลยนะครับ เพิ่มอีกซัก 7,000 ก็ซื้อ MacBook Air ได้แล้ว … ฉะนั้นคิดให้ดีๆ นะครับ หึหึ ผมบอกแล้วว่ามันเหมาะกับคนที่อยากใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น

ก่อนอื่น ก็ต้องทำ Slide ขึ้นมาก่อน

จนถึงตอนนี้ ผมก็ยังมองว่าการทำ Slide เพื่อใช้นำเสนอบนพวก PC หรือ Mac มันยังสะดวกกว่าการทำบน iPad เลยครับ … การใช้ iPad มันเหมาะกับการแก้ไขเล็กๆ น้อยๆ มากกว่าที่จะทำเต็มรูปแบบ … โชคดีที่โปรแกรม Keynote บน iPad มันสามารถอ่านไฟล์ .ppt หรือ .pptx (ไฟล์ PowerPoint) ได้ ดังนั้นไม่ว่าเราจะใช้ PowerPoint บน PC/Mac หรือ Keynote บน Mac ก็จะสามารถเปิดไฟล์ได้ครับ … แต่ถ้าใช้ PowerPoint ต้องระวังเรื่องตัวอักษรเพี้ยนครับ

Photo 1-10-2554, 21 26 52Photo 1-10-2554, 21 27 15

ดูจากตัวอย่างซ้ายมือนี่ได้ครับ ผมเอา Slide ที่เคยไปบรรยายให้กับ สวทช (NSTDA) ซึ่งทำบน Microsoft PowerPoint 2010 มาเปิดบน Keynote app for iPad จะเห็นว่ามันมีการแจ้งเตือนว่าฟ้อนต์ไม่ครบ หรือลำดับของ Object เปลี่ยนแปลงไป

หากเรากะว่าจะทำ Slide แบบข้ามสายพันธุ์แบบนี้ (คือ เอา PowerPoint มาเปิดบน Keynote) ขอแนะนำว่าพยายามอย่าใช้ฟ้อนต์ประหลาดๆ มากเกินไป และอย่าใส่ Animation เวอร์เกินเหตุ พยายามทำให้พื้นๆ ที่สุด แล้วจะดีเอง

Photo 1-10-2554, 21 40 53แต่ก็ใช่ว่าทำด้วย Keynote บน Mac แล้วจะเปิดบน iPad ได้อย่างปลอดภัยไร้กังวลนะครับ เพราะเจ้า Keynote บน iPad เนี่ย มันก็ยังมีข้อจำกัดทั้งฟ้อนต์ และ Animation ที่น้อยกว่าเวอร์ชันบน Mac อยู่ เพียงแต่ความโชคดีคือ มันมักจะไม่เพี้ยนมากมายนัก เว้นแต่เราจะใช้ฟ้อนต์พิสดารที่ไปดาวน์โหลดมาเพิ่มทีหลังครับ

ดังนั้นการจะทำ Slide บนพวก PC หรือ Mac แล้วค่อยโยนเข้าไปใน Keynote for iPad ก็อยากแนะนำให้ศึกษาให้ดีก่อนว่าฟ้อนต์ไหนเวิร์ค Animation ไหนใช้ได้

สำหรับกรณีของการใช้ Keynote บน Mac เอามาทำ Slide ไว้เปิดบน iPad 2 แนะนำให้อ่านบทความของ TUAW นี้ครับ ช่วยได้เยอะ

แล้วถ้าเกิดอยากทำ Slide ที่มีวิดีโอ ทำได้ไหม?

ไม่ต้องห่วง เพราะเจ้า Keynote for iPad สามารถแทรกวิดีโอได้ เพียงแต่ว่าต้องมาใส่เอาเองตอนมาเปิดบน iPad 2 ครับ มันไม่สามารถที่จะโยนไฟล์ Slide มาพร้อมๆ กับวิดีโอได้เลยครับ โดยวิธีการใส่วิดีโอลงใน Slide ก็ทำเหมือนกับตอนใส่รูปภาพนั่นแหละ แต่เลือกเป็นคลิปวิดีโอที่ต้องการแทน (ตรงนี้ผมไม่คุยรายละเอียด เพราะมันไม่เกี่ยวกับหัวข้อที่ผมจะเขียน)

การโยน Slide เข้าไปใน iPad ใช้ iTunes ก็ได้ แต่ Dropbox ดูจะง่ายสุด

imageพอ Slide เสร็จแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อมาก็คือ โยนไฟล์เข้าไปไว้ใน iPad 2 ครับ ซึ่งข้อจำกัดของ iOS ก็คือ คุณไม่สามารถจะเสียบสายเคเบิ้ลต่อกับคอมฯ แล้วก็อปปี้ไปวางตรงๆ ได้ คุณต้องใช้ iTunes ครับ (วิธีการโอนไฟล์ อ่านกระทู้นี้ ดูความเห็นที่ 3) … อนาคตจะง่ายขึ้น เมื่อ iOS5 มาแล้วเราสามารถ Sync ข้อมูลผ่าน WiFi ได้ แต่ตอนนี้ ทำใจใช้สายไปก่อน แต่ถ้าเกิดไม่อยากใช้สาย ไม่อยากวุ่นวายกับ iTunes อีกวิธีนึงที่ผมว่าสะดวกดีเหมือนกัน ก็คือการใช้ Dropbox ครับ

Photo 1-10-2554, 22 06 57Photo 1-10-2554, 22 10 53Dropbox เป็นบริการ Cloud Storage ที่ให้พื้นที่ฟรี 2GB (สนใจสมัคร คลิกที่นี่ ให้ผมเป็น Reference หน่อย อิอิ) ที่รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ Windows, Mac OSX, Linux หรือแม้แต่ระบบปฏิบัติการบนอุปกรณ์พกพาอย่าง iOS และ Android … ที่ต้องทำก็แค่ไปดาวน์โหลดโปรแกรมมาติดตั้งบนคอมฯ และบน iPad 2 เท่านั้นแหละครับ

แต่วิธีนี้ผมขออนุมานว่าหากคุณมีเงินพอที่จะซื้อ PC หรือ Mac ใช้ แถมยังสามารถซื้อ iPad 2 ได้อีก คุณควรจะมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงใช้ที่บ้านอยู่แล้วด้วย เพราะการใช้ Dropbox นั้น มันหมายถึงคุณทำ Slide บนคอมฯ แล้วโยนไฟล์นั้นขึ้นอินเทอร์เน็ต จากนั้นก็ไปต่อเน็ตด้วย iPad 2 แล้วถึงดาวน์โหลดไฟล์จาก Dropbox มาอีกที จากนั้นพอโหลดมาจาก Dropbox แล้ว ก็ไปคลิกที่ไอคอน image แล้วเลือกเปิดใน Keynote เท่านั้นเอง

iPod Touch เป็นอุปกรณ์เสริมเพื่ออำนวยความสะดวก

Photo 1-10-2554, 22 27 24

จริงๆ ลำพัง iPad 2 เฉยๆ พอใส่ VGA Adapter ต่อออก Projecter หรือจอแสดงผลภายนอก มันก็สามารถใช้นำเสนอได้แล้วครับ เราเลือกได้ด้วยว่าจะแสดงผลแบบไหนบนหน้าจอ iPad คือ แสดงเฉพาะ Slide หน้าปัจจุบัน, แสดง Slide หน้าถัดไปด้วย หรือจะแสดงทั้ง Slide และโน้ตที่พิมพ์ไว้ (เผื่อใครจะใส่โน้ตไว้เพื่ออ่านเตือนความจำระหว่างนำเสนอ)

แต่ถ้าต้องการลูกเล่นเพิ่มเติม แล้วเผอิญมี iPod Touch หรือ iPhone แบบผม (ต้องลง iOS 4.2.1 ขึ้นไป) ก็ไปดาวน์โหลด App ชื่อ Keynote Remote มาจาก App Store ซะ ราคา $0.99 เอาไว้เป็น Clicker สำหรับควบคุมการเปลี่ยน Slide ได้ผ่านทาง WiFi หรือ Bluetooth (ผมแนะนำว่าให้มองทางเลือกการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth เลย เพราะว่าเวลาไปนำเสนอ อย่าไปคาดหวังว่าเราจะได้เชื่อมต่อ iPad 2 กับ iPod Touch/iPhone ของเราใน WiFi ชาวบ้านเขาง่ายๆ)

  • พร้อมแล้วก็เปิด Bluetooth ของทั้ง iPad 2 และ iPod Touch/iPhone ซะ แล้วใน iPad เนี่ย ก็แตะไอคอน image เพื่อเปิด Options ขึ้นมา
  • จากนั้นแตะไปที่ Settings
  • แล้วแตะไปที่ Remote
  • จากนั้นก็ Enable Remotes ให้เป็น ON ซะ

image

image

image

imageimageส่วนบน iPod Touch/iPhone ก็เปิดโปรแกรม Keynote Remote ขึ้นมาแล้วก็คลิกไปที่ New Keynote Link…  แล้วก็จะได้รหัส 4 ตัวมา (มันจะสุ่มไปเรื่อย)

ได้รหัสแล้ว ก็ไปคลิกปุ่ม Link บน iPad 2 ซะเพื่อกรอกรหัสที่ได้

image

Photo 1-10-2554, 23 06 08Photo 1-10-2554, 23 05 41Photo 1-10-2554, 23 05 29จากนั้นชื่อ iPod Touch/iPhone ก็จะกลายเป็นปุ่ม Unlink แทน เท่านี้ก็แสดงว่าพร้อมที่จะใช้งานแล้วครับ … เปิดโปรแกรม Keynote บน iPad 2 เอาไว้พร้อมสำหรับนำเสนอ แล้วเปิดโปรแกรม Keynote Remote บน iPod Touch/iPhone ขึ้นมาครับ

คลิก Play Slideshow ก็จะเป็นการเริ่มการนำเสนอเลย โดยการแสดงผลบนหน้าจอ iPod Touch/iPhone ก็สามารถเลือกได้ 2 แบบคือ Portrait (แนวตั้ง) และ Landscape (แนวนอน) ซึ่งแนวตั้งมันจะสามารถเปิด Presenter Notes ได้ด้วย ในขณะที่แม้แนวนอนจะไม่เห็น Notes แต่ก็จะเห็น Slide ถัดไปแทน … อันนี้ตามแต่สะดวกเลย

IMG009

เรียบร้อยแล้ว ก็เป็นแบบนี้ครับ อันนี้ผมลองทดสอบด้วยจอ LCD TV ก่อน (แต่ใช้ VGA Adapter เหมือนกัน) … ใครมีอุปกรณ์ครบ ก็ลองดูนะครับ เผื่อจะได้ใช้ได้คุ้มที่ซื้อมามากขึ้น อิอิ … ผลที่ได้คือ ผมสามารถไปบรรยายได้โดยไม่ต้องคิดมากเรื่องแบกหนักอีกแล้ว เพราะ iPad 2 มันเบากว่าเยอะมากครับ เรื่องแบตเตอรี่ก็หายห่วงกว่า แถมยังสามารถเลือกใช้ External Battery ได้ด้วย ไม่ต้องพกพวก Wall Charge ไปวิ่งหาปลั๊กอ่ะ


หากมีข้อสงสัยประการใด หรืออยากแบ่งปันความเห็นของท่าน ยินดีรับฟังและร่วมออกความเห็นได้ทาง Comment ด้านล่างนี้ หรือจะร่วมแชร์ความเห็นและความรู้ได้อีกหนึ่งช่องทาง เพียงแค่กด Like Facebook Fan Page ของผม ที่ http://www.facebook.com/kafaakBlog ครับ

ส่วนใครได้ใช้ Google+ แล้ว แต่ยังไม่รู้จะเพิ่มใครเข้าแวดวง (Circle) ดี ก็จัดผมเข้าไปในแวดวงของท่านได้ที่ http://gplus.am/kafaak จ้า

Advertisements
  1. รุจ
    ตุลาคม 2, 2011 ที่ 15:32

    ขอบคุณมากครับ สำหรับบทความที่น่าสนใจ

    เป็นสิ่งที่ผมเคยคิดไว้เหมือนกัน ว่าเราน่าจะใช้พวก iDevices ให้เป็นประโยชน์ในการนำเสนอแบบเตรียมตัวล่วงหน้าได้ (รวมถึงในอนาคต ถ้าสามารถเตรียม presentation บน iDevices ได้เต็มรูปแบบมากขึ้น)

    ส่วนตัวผม ตอนนี้ เวลาเดินทางไปสอนพนักงานที่ต่างจังหวัด ต้องแบก Notebook ไป 2 เครื่อง (ของ office 1 เพื่อเข้าระบบผ่าน VPN และส่วนตัวอีก 1) ไหล่จะหลุด และไม่สะดวก ถ้าสามารถเปลี่ยนเป้น iPad เครื่องเดียว คงสบายขึ้นเยอะ

    ขอบคุณอีกครั้งครับ

  2. ตุลาคม 2, 2011 ที่ 17:10

    แต่ถ้าไม่ได้ใช้ animation หรือใส่ไฟล์วิดีโอ ทำเป็นไฟล์ pdf แล้วโยนใส่ ipad เลยน่าจะง่ายที่สุดนะครับ ไม่ต้องใช้ Keynote app for iPad ด้วย

    • นายกาฝาก
      ตุลาคม 2, 2011 ที่ 21:36

      ถ้าเป็นกรณีไม่ต้องการลูกเล่นอะไร ใช่ครับ pdf ง่ายสุดเลย แต่ถ้าต้องการความสะดวกด้วยการคุมผ่านพวก iPod Touch/iPhone แนะนำว่าใช้ Keynote ครับ 🙂

  3. ตุลาคม 2, 2011 ที่ 17:41

    ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ นะครับ

    • นายกาฝาก
      ตุลาคม 2, 2011 ที่ 21:36

      ยินดครับ

  4. รุจ
    ตุลาคม 2, 2011 ที่ 21:55

    วันนี้เลยพาคุณพ่อไปเดินดูที่ iStudio มาแล้ว อิอิ

  5. ตุลาคม 3, 2011 ที่ 09:09

    อย่างงานด้านฝ่ายขายที่ผมดูแลอยู่ ตอนนี้เวลาเสนองานถือไปแค่ iPad 2 ตัวเดียวก็เอาอยู่แล้วครับ ไม่ต้องพกแฟ้มไปมากเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

  6. loh
    ตุลาคม 4, 2011 ที่ 13:25

    แบบว่าอ่านแล้ว…นึกอยากจะเห็นภาพการใช้งานจริงอะครับ
    พอจะมีวิดีโอบ้างหรือเปล่าครับ

    • นายกาฝาก
      ตุลาคม 4, 2011 ที่ 14:55

      อ่า เสียดายครับที่ไม่มี -_-”

  7. Spirit
    ตุลาคม 24, 2011 ที่ 17:57

    พวก Android ใช้ได้ไหมครับ กำลังจะซื้อ xoom เพราะมันเป็น pure android และ ใส่ข้อมูลง่ายนะครับ แต่ติดตรงทำ power point นี้แหละ ไม่รู้จะใช้ app ไหนดี

    ขอบคุณครับ

    • นายกาฝาก
      ตุลาคม 24, 2011 ที่ 18:00

      Android ทำแบบนี้ยากครับ เพราะ
      1. App ที่เปิดไฟล์ PowerPoint ดีๆ ไม่มีเลย ใกล้เคียงที่สุดคือ Documents to Go แต่ก็ไม่ได้ดีเท่ากับ Keynote
      2. การเชื่อมต่อออก VGA ไม่มีครับ ออกได้แต่ HDMI ซึ่ง Projector ทั่วไปไม่รองรับ

  1. กรกฎาคม 3, 2012 ที่ 15:50
  2. ตุลาคม 11, 2012 ที่ 12:33

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: