หน้าแรก > คอมพิวเตอร์, บ่นไปเรื่อย, เก็บมาฝาก > เมื่อกาฝากเปลี่ยนใจมาใช้ Mac ตอนที่ 3

เมื่อกาฝากเปลี่ยนใจมาใช้ Mac ตอนที่ 3

image

เพิ่งนึกขึ้นได้ครับ ต้องขออภัยจริงๆ ว่าในตอนท้ายของตอนที่ 2 ผมได้ทิ้งท้ายไว้ว่าจะมาเขียนเล่าประสบการณ์การเปลี่ยนใจมาใช้ Mac ต่อ แต่ไปๆ มาๆ ก็ผ่านไปตั้ง 2 เดือนแล้ว กว่าผมจะได้มาเขียนตอนที่ 3 อ่ะ แหะ แหะ Embarrassed smile

เอาละ ไหนๆ ก็ห่างหายไปนานแล้ว เรามาดูกันดีกว่าว่า จากสองเดือนที่ผ่านมา ที่ผมเปลี่ยนใจมาใช้ Mac นั้นผมมีอะไรมาฝากคุณผู้อ่านกันบ้าง

เรื่องราวอันมีสาระที่นำมาเสนอนี้สนับสนุนโดย

  • Dell Thailand แนะนำ Dell Venue สมาร์ทโฟนระดับท็อป กับความสำเร็จเหนือชั้น ด้วยซีพียู 1GHz และระบบปฏิบัติการ Android 2.2 พร้อมกล้อง 8 ล้านพิกเซล รายละเอียดอ่าน ที่นี่เลย
  • Adecoo Thailand คือหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของบล็อก นานาสาระกับนายกาฝาก แต่ทุกท่านทราบไหมว่าเขาเป็นใคร … อยากรู้ อ่าน “มารู้จักและหางานกับ Adecco กันเถอะ” สิครับ

สำหรับคนที่ชอบติดตามข่าวสารในแวดวงไอที ตอนนี้ผมจัด YouTube Channel สำหรับเผยแพร่ข่าวสารแล้วครับ ติดตามได้ทาง http://www.youtube.com/user/kafaak ครับ ค้นหา “กาฝากน้อย ย่อยข่าว” ได้เลย

อ่านโฆษณาจบแล้ว ก็กลับมาเข้าเรื่องเข้าราวของเรากันต่อครับ

Mac OSX + MacBook คือฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบโดยคำนึงถึงหลักการยศาสตร์มาก

imageจากการใช้งานมาได้พักใหญ่ๆ ผมต้องบอกเลยว่าทั้งตัวระบบปฏิบัติการ Mac OSX เอง และตัวฮาร์ดแวร์ของเครื่อง MacBook นั้น ต่างก็ถูกออกแบบมาไม่เพียงแต่คำนึงเรื่องประสิทธิภาพและลูกเล่นต่างๆ เท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงหลักการยศาสตร์อย่างมากอีกด้วย ไม่ต้องเอาอะไรมากครับ แต่ดูจากลูกเล่น TrackPad ของเครื่อง MacBook ก็ได้ (พูดถึงไปในตอนที่แล้ว) ที่สามารถใช้เลื่อนหน้าเว็บขึ้นลงซ้ายขวาได้ จะเปลี่ยน Desktop หรือย่อหน้าจอเพื่อดูรายชื่อ App ก็ทำได้ อะไรแบบนี้

ไหนจะคีย์บอร์ดที่มีไฟส่อง เผื่อเวลาที่ปิดไฟก็จะได้พิมพ์ได้ไม่ลำบาก … และ Steve Jobs ก็ออกมาพูดถึงจอทัชสกรีนว่างี้ “We’ve done tons of user testing on this, and it turns out it doesn’t work. Touch surfaces don’t want to be vertical. It gives great demo but after a short period of time, you start to fatigue and after an extended period of time, your arm wants to fall off. it doesn’t work, it’s ergonomically terrible. Touch surfaces want to be horizontal, hence pads.” แปลเป็นไทยได้ใจความง่ายๆ ว่า จอทัชสกรีนพวกนี้มันดูเจ๋งในตอนแรก แต่ใช้ไปนานๆ มันก็จะล้า มันเป็นอะไรที่ไม่ถูกหลักการยศาสตร์อย่างแรง พวกพื้นที่สำหรับสัมผัสมันต้องเป็นแนวราบ (หมายถึง TrackPad) ไม่ใช่แนวดิ่ง

เห็นด้วยอย่างแรงครับเฮียจ๊อบส์ … เพราะ CEO มีแนวคิดแบบนี้แหละ Mac OSX กับ MacBook ถึงได้ออกมาตามหลักการยศาสตร์ซะขนาดนั้น (แต่ก็ไม่ได้ถูกต้องตามหลักซะทั้งหมดนะครับ)

คำถามคือ ใช้ Mac OSX แล้ว ลืม Windows ไหม?

virtualboxคนที่จะเปลี่ยนจาก Windows มาบน Mac เนี่ย สิ่งที่กังวลมากที่สุดก็คือ แล้วจะมีโปรแกรมให้ใช้ครบครันไหม? ถ้าอยากได้คำตอบเร็วๆ เลย ผมบอกได้เลยว่าไม่ … เพราะถ้าเกิดว่ามันมีทุกสิ่งให้เลือกสรรค์แล้ว คงไม่มีการคิดค้นโปรแกรมอย่าง Bootcamp ให้สามารถเลือกบูตเครื่องเป็น Windows หรือ Mac ได้ หรือมี VirtualBox หรือ Parallel Desktop ไว้รัน Windows ภายในเครื่อง Mac หรอกครับแต่ถ้าถามในภาพรวมแล้ว สำหรับการทำงานโดยส่วนใหญ่ โปรแกรมบน Mac ก็สามารถทดแทนโปรแกรมบน Windows ได้เยอะอยู่ อย่างน้อยๆ ก็ 90% ละครับ เพียงแต่ว่าต้องเลือกโปรแกรมให้ดี และต้องปรับตัวกับมันเยอะเอาการอยู่

โปรแกรมชุด Office เข้ากันได้ แต่ไม่ 100%

office_comparisonทีนี้เรามาดูเฉพาะตัวหลักๆ ที่เราใช้กันประจำครับ นั่นก็คือ โปรแกรมชุดออฟฟิศครับ ซึ่งแน่นอนว่าเราต้องนึกถึง Microsoft Office แน่นอน เพราะแม้ว่าเราจะเปลี่ยนใจมาใช้ Mac แล้ว มันไม่ได้หมายความว่าเพื่อนๆ ของเรา ลูกค้าของเรา บริษัทของเราจะใช้ Mac กันหมดนิ

โชคดีที่ผมมีครบเลยครับ ทั้ง Microsoft Office 2010 สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows, Microsoft Office 2011 สำหรับระบบปฏิบัติการ Mac OSX และ iWork’09 ผมเลยลองเปิดไฟล์เอกสารเดียวกันบนโปรแกรมที่แตกต่างกันเหล่านี้ดู

ไฟล์ดังกล่าวผมสร้างด้วย Microsoft Office 2010 บน Windows ครับ (ซึ่งผมถือว่าน่าจะเป็นสถานการณ์ปกติที่สุดที่จะเกิดขึ้น) จากนั้นลองมาเปิดบน Microsoft Office 2011 บน Mac และ iWorks’09

ผลก็คือ พบว่า ถ้าเปิดบน Microsoft Office 2011 บน Mac จะโอเคครับ มีการตัดข้อความที่เพี้ยนบ้าง (สำหรับภาษาไทย) แต่ว่าในภาพรวมแล้วถือว่ายังดีอยู่ และแม้ว่าเอกสารจะมีการจัดแบบหน้ากระดาษซับซ้อนแค่ไหน ก็ยังเพี้ยนน้อยมาก ตรงนี้ต้องบอกเลยว่า Microsoft ทำการบ้านมาดีทีเดียว … แต่ถ้าเกิดเปิดบน iWorks’09 แล้ว มันจะเพี้ยนเยอะเอาการเลยละครับ

แต่ขอเตือนก่อนว่า การเปิดเอกสารบน Microsoft Office ที่ไม่เพี้ยนนั้น ต้องจับคู่ระหว่าง Microsoft Office 2010 for PC กับ Microsoft Office 2011 for Mac ซึ่งเป็นเวอร์ชันล่าสุดของทั้ง 2 เครื่องนะครับ … ถ้าเป็น Microsoft Office เวอร์ชันก่อนหน้า (Microsoft 2007 for PC และ Microsoft Office 2008 for Mac) มันจะไม่เนียนแบบนี้

สุดท้ายผมยังต้องลง VirtualBox เพื่อลง Windows บน Mac เพราะขาด Windows Live Writer ไม่ได้

ในฐานะบล็อกเกอร์ การเขียนบล็อกถือว่าสำคัญมากสำหรับผม และผมต้องบอกเลยว่า โปรแกรมเขียนบล็อกที่ผมว่าดีที่สุดเท่าที่เคยเจอมา ก็คือ Windows Live Writer ที่พัฒนาโดย Microsoft นั่นเอง และแน่นอนว่ามันไม่สามารถรันบน Mac OSX ได้ (ต่อให้ใช้โปรแกรมอย่าง CrossOver ที่ใช้รันโปรแกรมสำหรับระบบปฏิบัติการ Windows บนระบบปฏิบัติการ Mac OSX โดยไม่ต้องติดตั้ง Windows เลย)

ผมพยายามหาโปรแกรมที่ใช้เขียนบล็อกบน Mac แล้ว แต่ไม่มีตัวไหนดีเลยครับ สุดท้ายเลยต้องจำใจเลือกติดตั้ง Windows บน Mac OSX แทน ซึ่งผมมีทางเลือกหลายตัวทีเดียวครับ มาดูกันว่ามีทางเลือกอะไรบ้าง

  • Bootcamp เป็นโปรแกรมที่มาพร้อมกับ Mac OSX ครับ เอาไว้สำหรับใช้ลงระบบปฏิบัติการ Windows คู่กับ Mac OSX เพื่อทำ Dual-boot … ข้อดีคือมันจะเร็ว ใช้ทรัพยากรได้เต็มที่ แต่ข้อเสียคือเวลาบูตต้องเลือกระบบปฏิบัติการใดระบบหนึ่ง
  • Parallel Desktop หนึ่งในโปรแกรมยอดฮิตสำหรับคนที่อยากรัน Windows บน Mac OSX ครับ เป็นโปรแกรมที่สร้างเครื่อจำลอง (Virtual Machine) ขึ้นมา แล้วค่อยลงระบบปฏิบัติการ Windows ในนั้น สนนราคา $79.99 ครับ แนะนำว่าดาวน์โหลดตัวทดลองมาก่อน แล้วเดี๋ยวพอใกล้ๆ หมดเวลาทดลอง มันจะมีโปรโมชั่นลดราคามานำเสนอครับ … ข้อดีคือ ใช้งาน Windows ได้แม้กำลังใช้งาน Mac OSX อยู่ แต่มีข้อเสียคือ มันกินทรัพยากรเครื่องทำให้ระบบโดยรวมช้าลง และยังต้องซื้อลิขสิทธิ์ Windows อยู่
  • VMWare Fusion เหมือนกับ Parallel Desktop ครับ แต่สนนราคา ณ ตอนที่กำลังเขียนบล็อกนี้อยู่ ถูกกว่าพอสมควรครับ $49.99 (แต่หลังจากหมดโปรโมชั่นราคาอาจแพงกว่านี้) จุดเด่นและจุดอ่อนก็แบบเดียวกับ Parallel Desktop ครับ
  • VirtualBox เหมือนกับ Parallel Desktop ครับ แต่ว่าอันนี้ฟรี และคือเหตุผลที่ผมเลือกใช้ตัวนี้

แนะนำว่าหากเลือกวิธีที่รัน Windows ภายในระบบปฏิบัติการ Mac OSX ละก็ อัพเกรด RAM ให้ซะหน่อยก็จะดีนะครับ เป็นซัก 8GB จะดีมากครับ … ระบบปฏิบัติการ Mac OSX กินหน่วยความจำกว่าที่คิดนะครับ

เนื้อที่และเวลาหมดแล้ว ไว้ต่อกันตอนหน้าครับ


หากมีข้อสงสัยประการใด หรืออยากแบ่งปันความเห็นของท่าน ยินดีรับฟังและร่วมออกความเห็นได้ทาง Comment ด้านล่างนี้ หรือจะร่วมแชร์ความเห็นและความรู้ได้อีกหนึ่งช่องทาง เพียงแค่กด Like Facebook Fan Page ของผม ที่ http://www.facebook.com/kafaakBlog ครับ

ส่วนใครได้ใช้ Google+ แล้ว แต่ยังไม่รู้จะเพิ่มใครเข้าแวดวง (Circle) ดี ก็จัดผมเข้าไปในแวดวงของท่านได้ที่ http://gplus.am/kafaak จ้า

  1. น้องเมย์
    ตุลาคม 4, 2011 ที่ 15:19

    ปัญหาจุกจิกที่พบเมื่อเปลี่ยนใจมาใช้ Mac ก็คือ…

    Mac OSX มันชอบ (แอบ) สร้างไฟล์ขยะและโฟล์เดอร์ขยะ

    แบบ hidden file เช่น .DS_Store, .Trash

    เข้าไปใน HDD หรือ flash drive ของเราน่ะค่ะ

    ต้องไปตามลบใน Windows

    อีกปัญหาหนึ่งก็คือ Mac OSX มันไม่ยอมเขียนไฟล์

    ลงบน HDD หรือ flash drive ที่เป็น NTFS น่ะค่ะ

    ทำให้ใช้งานร่วมกับ Windows ไม่ค่อยสะดวก

    (ต้องไปหา Paragon, MacFUSE, NTFS-3G มาลงเพิ่ม)

  2. รุจ
    ตุลาคม 4, 2011 ที่ 15:45

    เป็นประโยชน์มากครับ

    ตามกลับไปอ่านตั้งแต่ตอนที่ 1 ได้ความรู้เยอะทีเดียว ขอบคุณครับ

  3. ตุลาคม 4, 2011 ที่ 16:30

    ขอบคุณมากครับ ตามอ่านตั้งแต่ตอนแรกเลย

  4. phantomquest
    ตุลาคม 6, 2011 ที่ 09:02

    แล้ว MacBook Air จะลง BootCamp+Windows 7 ไหวเหรอครับ พื้นที่เก็บข้อมูลยิ่งมีน้อยๆอยู่ = =”

  5. พฤศจิกายน 16, 2011 ที่ 22:01

    ขอบคุณมากๆ นะครับ
    เพิ่งได้ครอบครอง MBP เป็นตัวแรกเลยหาข้อมูล
    ได้อ่านบทความนี้ได้ประโยชน์มากๆ ครับ
    ย้อนอ่านมาตั้งแต่ 1 เรียบร้อยแล้ว
    อยากให้เขียนอะไรอีกเรื่อยๆ นะครับ
    ผมว่ายังมีอีกหลายๆ คนที่ต้องการอ่านต่อครับ

  1. มกราคม 27, 2014 ที่ 15:46

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: