หน้าแรก > คอมพิวเตอร์, บริหาร, เก็บมาฝาก > เก็บตก Web 2.0 Summit ดู Internet Trends 2011 ตอนที่ 1

เก็บตก Web 2.0 Summit ดู Internet Trends 2011 ตอนที่ 1

imageเหมือนจะเป็นธรรมเนียมไปแล้วสำหรับทุกปี ที่จะต้องมีงาน Web 2.0 Summit ครับ (ก่อนหน้านี้เรียกว่า Web 2.0 Conference) งานนี้เขาจะจัดที่ ซานฟรานซิสโก แคลิฟอร์เนีย เป็นงานที่พูดคุยกันในเรื่อง World Wide Web ซึ่งแรกเริ่มจัดโดย Tim O’Reily ผู้ซึ่งเป็นคนริเริ่มใช้คำว่า “Web 2.0” และ Highlight ในงานก็มักจะเป็นสไลด์ของ Mary Meeker ซึ่งเป็น Partner ของบริษัท Kleiner Perkins Caufield & Byers ซึ่งเป็น Venture Capital ชั้นนำของโลก

สไลด์ของ Mary Meeker จะใช้ชื่อว่า Internet Trends 2011 ซึ่งเป็นการนำเสนอข้อมูลสรุปแนวโน้มที่น่าสนใจเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตในปีนั้นๆ และปีถัดๆ มาครับ และในฐานะที่เราไม่ได้มีโอกาสได้ไปเข้าร่วมงาน Web 2.0 Summit นี้ (แน่นอน ผมก็ไม่ได้ไป) แต่โชคดีที่เราได้มีโอกาสอ่านสไลด์ ก็ลองมาดูสรุปกันดีกว่าครับ ว่ามีแนวโน้มอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง … แต่บอกไว้ก่อนว่างานนี้สไลด์เยอะมากครับ ไม่มั่นใจว่าตอนเดียวจะเขียนได้ครบถ้วน

เรื่องราวอันมีสาระที่นำมาเสนอนี้สนับสนุนโดย

  • Dell Thailand แนะนำ Dell Venue สมาร์ทโฟนระดับท็อป กับความสำเร็จเหนือชั้น ด้วยซีพียู 1GHz และระบบปฏิบัติการ Android 2.2 พร้อมกล้อง 8 ล้านพิกเซล รายละเอียดอ่าน ที่นี่เลย
  • กิจกรรมอเด็คโก้ แชร์สุข ลุ้นสนุก..กิน เที่ยว ช้อป…ลุ้นรางวัล Red Sky, Haven Resort, Central Voucher รวม20000฿ คลิก http://t.co/rwhCRKd

สำหรับคนที่ชอบติดตามข่าวสารในแวดวงไอที ตอนนี้ผมจัด YouTube Channel สำหรับเผยแพร่ข่าวสารแล้วครับ ติดตามได้ทาง http://www.youtube.com/user/kafaak ครับ ค้นหา “กาฝากน้อย ย่อยข่าว” ได้เลย

อ่านโฆษณาจบแล้ว ก็กลับมาเข้าเรื่องเข้าราวของเรากันต่อครับ

แต่ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนว่า จากจำนวนสไลด์ 66 หน้า (รวมหน้าแรก) ผมไม่ได้ตั้งใจจะหยิบมาคุยทั้งหมดนะครับ แต่จะขอพูดถึงเฉพาะที่ผมคิดว่าน่าสนใจ และเกี่ยวข้องกับประเทศไทยเรามากหน่อยครับ

image

หมดยุคธุรกิจออนไลน์ที่มีแต่บริษัทในสหรัฐอเมริกาเป็นใหญ่แล้ว

ในสไลด์ใช้คำว่า Globality – We aren’t in Kansas anymore ครับ แต่ความหมายก็เพื่อเตือนใจเหล่าธุรกิจออนไลน์ในสหรัฐอเมริกาว่า ตอนนี้ธุรกิจออนไลน์ของประเทศสังคมนิยมอย่าง จีน และ รัสเซีย ก็ก้าวเข้ามามีบทบาทที่เด่นขึ้น

ใน 25 อันดับแรกของกลุ่มที่เรียกว่า Mega-leaders นั้น เป็นธุรกิจจากประเทศจีนซะ 6 แห่ง และรัสเซียอีก 2 แห่งครับ

image

ในบรรดา 10 อันดับของบริการอินเทอร์เน็ตที่มีคนใช้เยอะ 5 อันดับแรกนั้นก็ยังคงเป็นพวก Google, Microsoft, Facebook, Yahoo! และ Wikipedia ซึ่งไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมาก แต่ที่น่าสนใจคือเห็นได้ชัดว่าสหรัฐเองก็ไม่ใช่ตัวผู้เล่นผู้โดดเด่นบนโลกออนไลน์อีกต่อไปแล้ว เมื่อพิจารณาจำนวนผู้ใช้งานบริการต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตทั่วโลกแล้ว พบว่า 81% ของผู้ใช้งานนั้นมาจากนอกประเทศสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ ใน 10 อันดับนั้นก็มีเว็บไซต์อย่าง Tencent (Internet Service Portal รายใหญ่ของจีน) และ Baidu (พูดง่ายๆ คือเว็บประเภท Google ของจีน) ซึ่งเป็นเว็บไซน์สัญชาติจีนด้วย โดยสองเว็บนี้ ผู้ใช้งานเป็นคนในประเทศจีนล้วนๆ เลย และที่มันติดอันดับโลกได้ขนาดนี้ ก็เพราะคนในประเทศจีนเขาเยอะ และใช้อินเทอร์เน็ตกันเยอะนั่นเอง โดยข้อมูลชี้ให้เห็นว่า ในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ประเทศจีนมีประชากรผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น 246 ล้านคน ซึ่งมากกว่าจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศสหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. 2553 ซะอีก (ตัวเลขผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในสหรัฐอเมริกาปี พ.ศ. 2553 อยู่ที่ 244 ล้านคน)

imageInternet และ Mobile Internet ยังไปได้อีกไกล

ขอติ๊ต่างเอาว่าท่านผู้อ่านเข้าใจเรื่อง Product Life Cycle ดีแล้ว ที่ว่าวัฏจักรของสินค้าหรือบริการใดๆ นั้นคือ แรกเริ่มเข้าสู่ตลาด, เติบโต, โตเต็มวัย, ถึงจุดอิ่มตัวและเริ่มถดถอย … พวกสื่อเดิมๆ อย่างวิทยุ AM หรือ โทรทัศน์เนี่ย มันถึงจุดที่อิ่มตัวแล้ว และกำลังเริ่มเข้าสู่การถดถอย ในขณะที่ Internet และ Mobile Internet กำลังอยู่ในช่วงเติบโตครับ (Internet นี่จริงๆ ออกแนวเกือบๆ โตเต็มวัยนิดๆ) ตรงนี้เลยยังชี้ให้เห็นว่าโอกาสทางธุรกิจในส่วนที่เกี่ยวกับ Internet และ Mobile Internet นั้นก็ยังมีช่องว่างให้แจ้งเกิดและเติบโตกันได้อีกเยอะครับ

image

แต่ยุคนี้ บอกได้เลยว่ายังไงๆ ก็คงต้องมองไปที่ Mobile กันหมดแล้วละครับ หลายๆ ประเทศนี่เห็นได้ชัดเลยว่าการเติบโตของ Mobile Internet ในส่วนของ 3G นี่สูงมากๆ ดูอย่างในประเทศอินเดียนี่เติบโตถึง 1,050% กันเลยทีเดียว (แต่ปัจจุบันยังมีอัตรา 3G Penetration อยู่ที่แค่ 3% เท่านั้น) หรือประเทศจีนก็สูงถึง 172% (อัตรา 3G Penetration ก็ยังแค่ 4%) ทว่าโดยภาพรวมแล้ว ทั่วโลกมีอัตราเติบโตของผู้ใช้บริการ 3G อยู่ที่ 35% หรือ 936 ล้านคน (คิดเป็นอัตรา 3G Penetration 17%) … ทว่า ตอนนี้ยังไม่มีชื่อของประเทศไทยไปติด 30 อันดับแรกนะครับ แต่ปีหน้าถ้า 3G ที่ให้บริการในเชิงพาณิชย์ไปทั่วประเทศแล้ว เราอาจจะได้เห็นชื่อประเทศไทยกันบ้าง

ยังไม่จบแต่เพียงเท่านี้นะครับ แต่ว่าหมดเวลาเขียนบล็อกแล้ว ต้องไปทำอย่างอื่นต่อ (อิอิ) ขอยกยอดไปตอนหน้านะครับ

(ติดตามตอนต่อไป)


หากมีข้อสงสัยประการใด หรืออยากแบ่งปันความเห็นของท่าน ยินดีรับฟังและร่วมออกความเห็นได้ทาง Comment ด้านล่างนี้ หรือจะร่วมแชร์ความเห็นและความรู้ได้อีกหนึ่งช่องทาง เพียงแค่กด Like Facebook Fan Page ของผม ที่ http://www.facebook.com/kafaakBlog ครับ ส่วนใครได้ใช้ Google+ แล้ว แต่ยังไม่รู้จะเพิ่มใครเข้าแวดวง (Circle) ดี ก็จัดผมเข้าไปในแวดวงของท่านได้ที่ http://gplus.am/kafaak จ้า

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: