หน้าแรก > คอมพิวเตอร์, เก็บมาฝาก, เขียนตามกระแส, โน้ตบุ๊ก และ แท็บเล็ต > วิวัฒนาการของ Tablet: คนเราใช้ Tablet กันอย่างไร และมันหมายความอย่างไรกับอนาคตของการนำเสนอข่าว

วิวัฒนาการของ Tablet: คนเราใช้ Tablet กันอย่างไร และมันหมายความอย่างไรกับอนาคตของการนำเสนอข่าว

image

ผมเคยเขียนเอาไว้แล้วว่าผมย้ำนักย้ำหนาว่าปี พ.ศ. 2554 นี่จะเป็นปีทองของอุปกรณ์ประเภท Tablet ครับ เพราะหลังจากที่ปี พ.ศ. 2553 เราได้รู้จักกับเจ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้ ผ่านการนำเสนออันสุดยอดของ Steve Jobs ผู้ล่วงลับ เราก็ได้เห็นอีกหลากหลายยี่ห้อตามมาติดๆ จนปี พ.ศ. 2554 นี้เราก็ได้เห็นว่าอุปกรณ์ Tablet นั้นเติบใหญ่ขึ้นมาเกือบจะเต็มที่ ทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์ที่ครบครันมากขึ้น และระบบปฏิบัติการที่สมบูรณ์มากขึ้น และเราก็ได้เห็นหลายๆ ยี่ห้อที่เกิดใหม่มาและไม่สามารถเกาะติดกระแสได้และต้องล้มหายตายจากไป เช่น HP TouchPad ไงล่ะ ในขณะที่บางยี่ห้อก็ก้าวเข้ามาในสงครามนี้แบบไม่เกรงกลัว เช่น Amazon Kindle Fire เพราะเชื่อมั่นใน Ecosystem ของตัวเอง

อุปกรณ์ Tablet นั้นเข้ามามีอิทธิพลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค และชีวิตประจำวันของเรามากขึ้นเรื่องๆ และ Pew Research Center ก็ได้ทำการศึกษาในเรื่องนี้ และล่าสุดได้นำมาเปิดเผยในรายงานชื่อ Tablet Evolution: How People Use Tablets and What It Means for the Future of News ซึ่งแม้จะเป็นการสำรวจกลุ่มตัวอย่างแค่ชาวอเมริกัน แต่ผมก็คิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เลยขอหยิบยกมาสรุปให้ได้อ่านกันครับ

คำเตือน: บล็อกของผมตอนนี้ ยาวมาก จะบอกให้ แต่อยากให้อ่านให้จบครับ

เรื่องราวอันมีสาระที่นำมาเสนอนี้สนับสนุนโดย

  • Dell Thailand แนะนำ Dell Venue สมาร์ทโฟนระดับท็อป กับความสำเร็จเหนือชั้น ด้วยซีพียู 1GHz และระบบปฏิบัติการ Android 2.2 พร้อมกล้อง 8 ล้านพิกเซล รายละเอียดอ่าน ที่นี่เลย
  • กิจกรรมอเด็คโก้ แชร์สุข ลุ้นสนุก..กิน เที่ยว ช้อป…ลุ้นรางวัล Red Sky, Haven Resort, Central Voucher รวม20000฿ คลิก http://t.co/rwhCRKd

สำหรับคนที่ชอบติดตามข่าวสารในแวดวงไอที ตอนนี้ผมจัด YouTube Channel สำหรับเผยแพร่ข่าวสารแล้วครับ ติดตามได้ทาง http://www.youtube.com/user/kafaak ครับ ค้นหา “กาฝากน้อย ย่อยข่าว” ได้เลย

อ่านโฆษณาจบแล้ว ก็กลับมาเข้าเรื่องเข้าราวของเรากันต่อครับ

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ผลการสำรวจของ Pew Research Center ที่จะพูดถึงต่อไปนี้ เป็นการสำรวจผู้ใช้งาน Tablet ในสหรัฐอเมริกานะครับ และเป็นการสุ่มตัวอย่างผู้ใช้งาน Tablet จำนว 1,159 คน

image

ผู้ใช้งาน Tabet ส่วนใหญ่ใช้งานกันทุกวัน และครึ่งหนึ่งใช้เสพข่าวทุกวัน

ยังไม่อาจบอกได้ว่าคนใช้ Tablet มีเยอะ เพราะหากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรแล้ว จำนวนผู้ใช้งาน Tablet มีแค่ประมาณ 11% ของประชากรผู้ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา (อายุเกิน 18 ปี) เท่านั้น

ทว่าที่น่าสนใจคือ ในกลุ่มผู้ใช้งาน Tablet นี้ พบว่า 77% หรือเรียกว่า 3 ใน 4 ของพวกเขา ใช้ Tablet ทุกวัน แสดงว่าซื้อมาไว้ใช้ไม่ได้ซื้อมาไว้โชว์ และ 53% ของกลุ่มคนเหล่านี้ก็เป็นผู้ที่เสพข่าวอยู่ทุกวัน

image

สำรวจพฤติกรรมการใช้ Tablet ในแต่ละวันแล้ว พบว่า

  • 54% ใช้อีเมล์ทุกวัน
  • 53% ใช้เสพข่าวทุกวัน
  • 39% ใช้ Social Network ทุกวัน
  • 30% เอาไว้เล่นเกม
  • 17% ใช้อ่านหนังสือ … ตรงนี้น่าสนใจนะ เพราะเรามักคิดว่าคนซื้อ Tablet เอาไว้เพื่อใช้อ่านพวกอีบุ๊ก แต่เอาเข้าจริงๆ กลับมีแค่ 17% เท่านั้นเอง?
  • 13% ใช้ดูวิดีโอ … นี่ก็น่าสนใจ เพราะ Tablet นี่ก็มีวัตถุประสงค์เป็น Multimedia Player ด้วย ดังจะเห็นได้จากสเปกว่าจะพยายามให้ดูวิดีโอระดับ HD (720p) หรือ Full HD (1080p) ได้ แต่กลับมีคนใช้ดูวิดีโอแค่ 13%?

image

ภาพรวมประชากรผู้ใช้งาน Tablet คือกลุ่มผู้มีการศึกษา วัยกลางคน ครอบครัวมีฐานะ และเป็นกลุ่มผู้ทำงาน

คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว 51% ของผู้ใช้งาน Tablet อย่างน้อยก็จบมหาวิทยาลัยมา และ 53% อยู่ในครอบครัวที่มีรายได้มากกว่าปีละ $75,000 นอกจากนี้ 62% ก็เป็นคนมีงานทำแบบเต็มเวลาด้วย

ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ กลุ่มหลักที่ใช้งาน Tablet คือผู้ที่มีอายุอยู่ในช่วง 30-49 ปี แทนที่จะเป็นพวกวัยรุ่นจนถึงผู้ใหญ่ตอนต้น (18-29 ปี) … จริงๆ แล้วต้องบอกว่า แม้แต่กลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป ก็ยังมีเปอร์เซ็นต์สูงกว่ากลุ่ม 18-29 ปีด้วยซ้ำ … โดยความเห็นส่วนตัวนะครับ ผมว่าตรงนี้เองที่เป็นตัวกำหนดพฤติกรรมการใช้ Tablet เพราะว่าคนในกลุ่มนี้ย่อมต้องใช้อีเมล์ในการติดต่อสื่อสารบ่อย และต้องติดตามข่าวสารค่อนข้างเยอะมาก และเพราะค่อนข้างเป็นกลุ่ม ส.ว. (สูงวัย) แล้ว ก็เลยทำให้ต้องการจอแสดงผลที่ใหญ่ๆ เพื่อจะได้เห็นตัวอักษรและอะไรต่อมิอะไรชัดๆ นั่นเอง

image

ในการเสพข่าว ส่วนใหญ่ใช้อ่าน ไม่ใช้แชร์ ไม่ดูวิดีโอ

Pew Research Center ทำการสำรวจผู้ใช้งาน Tablet สำหรับการเสพข่าว ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนที่ใช้งาน Tablet ในการเสพข่าวเป็นประจำทุกสัปดาห์ ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 854 คน พบว่าส่วนใหญ่นั้นใช้อ่านหัวข้อข่าว กับบทความเชิงลึก (52% และ 42% ตามลำดับ)

มีเพียง 16% ของกลุ่มผู้ใช้งาน Tabet สำหรับการเสพข่าว ที่แชร์ข่าวผ่านทางบริการ Social Network และหากเลือกเฉพาะกลุ่มตัวอย่างที่อยู่ในช่วงอายุ 18-29 ปี ก็มีแค่ 19% เท่านั้นที่แชร์ ทั้งๆ ที่คนกลุ่มนี้ ในความคิดของหลายๆ คน น่าจะเป็นกลุ่มที่เล่น Social Media ต่างๆ เยอะมากแท้ … นอกจากนี้ พอพิจารณาถึงข่าวที่อยู่ในรูปแบบของวิดีโอ ก็พบว่ามีเพียง 16% เท่านั้นที่เสพข่าวในรูปแบบวิดีโอ ซึ่งก็ถือว่าไม่เยอะเช่นกัน

แบรนด์นั้นสำคัญฉะนี้

image

ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า ชื่อเสียงของแบรนด์นั้นมีความสำคัญในการเลือกเสพข่าวของผู้ใช้งาน Tablet โดย 65% นั้นจะมีแหล่งข่าวประจำอยู่แล้ว 1-3 แหล่ง และมีเพียง 33% เท่านั้นที่ลองแหล่งข่าวใหม่ๆ ดูบ้าง แต่อย่างไรก็ดี พวกเขาก็ยังเลือกแหล่งใหม่ๆ ที่มีชื่อคุ้นหูอยู่ดี … และในจำนวนนี้ มีการสำรวจลงไปถึงกลุ่มคนที่ดาวน์โหลด App เพื่อมาใช้เสพข่าวโดยเฉพาะ พบว่า 84% นั้นมองว่าชื่อของแหล่งข่าวเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกดาวน์โหลด App มาเลย และ 91% นั้นเลือกที่จะดาวน์โหลด App ของแหล่งข่าวนั้นตรงๆ ในขณะที่ 36% เท่านั้นที่ดาวน์โหลด App จำพวก News Aggregator (เช่น Pulse)

ผู้ใช้งาน Tablet ยังไม่พร้อมควักกระเป๋าเสียเงินซื้อเนื้อหา

ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่ามีเพียง 14% เท่านั้นที่มีการจ่ายเงินโดยตรงเพื่อเสพข่าวบน Tablet และในจำนวนของผู้ที่ไม่ได้จ่ายเงินเพื่อเสพข่าวโดยตรงนั้น 21% บอกว่าพวกเขาพร้อมที่จะจ่าย $5 ต่อเดือน และ 10% เท่านั้นที่จะยอมจ่าย $10 ต่อเดือน (คำถามนี้ให้ผู้ตอบแบบสอบถามเลือกตอบอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น) ซึ่งตรงนี้ผมว่าน่าสนใจครับ เพราะค่าใช้จ่ายเพียง 150-300 บาท/เดือน นั้น จะว่าไปแล้วถือว่าไม่ได้มากมายอะไรเลย (ลองคิดว่าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับละ 10 บาท 30 วันก็ 300 เหมือนกัน)

image

อีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อมีการถามว่า แล้วเมื่อข่าวมาอยู่บน Tablet แล้ว มันมีค่า เพิ่มขึ้น/เท่าเดิม/น้อยกว่าเดิม เมื่อเทียบกับสื่อข่าวแบบเดิมๆ? พบว่าส่วนใหญ่ (78%) นั้นมองว่าไม่ว่าจะเป็นสื่อข่าวแบบเดิมๆ หรือบน Tablet นั้นก็มีค่าเท่าเดิม ไม่ได้มีอะไรมากขึ้นกว่าเดิม

image

ในบรรดาผู้ใช้งาน Tablet เพื่อการเสพข่าวนั้น

  • 38% บอกว่ามันทำให้เข้าถึงข่าวใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น แต่ส่วนใหญ่ (57%) ก็ยังมองว่าไม่แตกต่างจากเดิม
  • 31% บอกว่ามันทำให้การเสพข่าวเพลิดเพลินยิ่งขึ้น แต่ส่วนใหญ่ (65%) ก็ยังมองว่าไม่แตกต่างจากเดิม
  • 30% บอกว่ามันทำให้พวกเขาอยู่กับการเสพข่าวนานขึ้น แต่ส่วนใหญ่ (65%) ก็ยังมองว่าไม่แตกต่างจากเดิม

มองโลกในแง่ดีก็คือ การเปลี่ยนมาใช้ Tablet เพื่อเสพข่าวนั้น ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ด้านบวกมากกว่าด้านลบ แต่เมื่อมาดูว่าพวกเขาบ่นเกี่ยวกับเรื่องอะไรมากที่สุด ก็พบว่าพวกเขาเซ็งที่ Tablet มันไม่รองรับ Flash ซึ่งตรงนี้ทำให้ชัดเจนเลยว่า พวกเขาใช้ iPad กันเป็นส่วนใหญ่ (เพราะ Android รองรับ Flash ไง)

image

Tablet กลายเป็น Platform of Choice สำหรับการเลือกเสพข่าว

image

ไม่น่าแปลกใจเลยว่าเพราะเหตุใดบรรดาหนังสือพิมพ์ต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาต้องปรับตัวขนาดใหญ่ให้กลายเป็นเว็บ ไม่ก็ App เพราะว่า ณ ตอนนี้ Tablet ได้กลายเป็น Platform ที่ผู้คนส่วนใหญ่ชอบใช้ในการเสพสื่อแล้วนั่นเอง ไม่ว่าจะเพื่อเช็คหัวข้อข่าว (43%) หรืออ่านบทความยาวๆ (55%)

image

ผู้คนเปลี่ยน Platform สำหรับการเสพสื่อ จากเดิมที่เป็นพวก PC (Desktop หรือ Laptop), หนังสือพิมพ์/นิตยสาร หรือ โทรทัศน์ กลายมาเป็น Tablet กันมากขึ้น (90% เลยทีเดียว) และที่น่าสนใจก็คือ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ใช้งาน PC นี่แหละครับ ที่ผันตัวเองมาใช้ Tablet ในการเสพข่าวแทน

ผมว่าก็น่าสนใจว่าพฤติกรรมเหล่านี้จะก้าวมาสู่ประเทศไทยเราได้รวดเร็วแค่ไหน … เพราะ ณ ตอนนี้ เหล่าหนังสือพิมพ์ในประเทศไทยเรา ค่ายใหญ่ๆ เขาก็ทำหน้าเว็บที่เปิดดูบนอุปกรณ์ Tablet ได้สวยงามแล้วนะ ไม่เชื่อดูเปรียบเทียบ The Nation/ASTVผู้จัดการ/ไทยรัฐ กับ The New York Times/USA Today/The Wall Street Journal ได้เลยครับ (ยกเว้น ASTVผู้จัดการ ที่โฆษณายังคงเป็น Flash Animation ซึ่งเปิดบน iPad แล้วไม่รุ่งเท่าไหร่ และฟ้อนต์ไทยที่เลือกใช้ อ่านยากพอสมควร)

Photo Oct 26, 9 59 17 AMPhoto Oct 26, 9 59 21 AMPhoto Oct 26, 9 59 25 AMPhoto Oct 26, 9 59 31 AMPhoto Oct 26, 10 00 16 AMPhoto Oct 26, 10 00 22 AM

จุดเด่นของการเสพข่าวบน Tablet ก็คือ มันรองรับมัลติมีเดียครบครันกว่าเยอะมาก คือ นอกจากภาพและข้อความแล้ว ยังใส่เสียงและวิดีโอเข้าไปได้ด้วย และยังสามารถนำเสนอข้อมูลได้มากกว่า ภายใต้พื้นที่ที่จำกัด ผ่านทางสคริปต์ เช่น การเลื่อนเปลี่ยนหัวข้อข่าวไปเรื่อยๆ เป็นต้น ซึ่งตรงนี้เป็นอะไรที่สื่อหนังสือพิมพ์เดิมๆ ทำไม่ได้ และด้วยความที่ขนาดมันเหมาะมือ พกพาสะดวก เลยทำให้เป็น Platform ทางเลือกที่คนเลือกใช้ในการเสพข่าวมากกว่าที่จะต้องมารอเปิดคอมพิมพ์เตอร์ แล้วนั่งจมปลักอยู่หน้าเครื่องเพื่อดูข่าวนั่นเอง

แต่พอพูดถึงเรื่องการอ่านหนังสือ ก็ยังฟันธงอะไรไม่ได้

image

ผมเพิ่งซื้อหนังสือประวัติ Steve Jobs มาหมาดๆ เป็น Kindle Edition เอาไว้อ่านบน Android Tablet ของผม แต่ผมก็เลือกที่จะซื้อเป็นรูปเล่มเก็บสะสมไว้ด้วยเช่นกัน … โดยส่วนตัวถ้าต้องอ่านพวก Textbook (พวกที่เป็นภาษาอังกฤษ) ผมชอบอ่านเวอร์ชัน Kindle เพราะว่าเวลาไม่รู้ศัพท์ตัวไหน ผมก็สามารถ Highlight มันแล้วได้คำแปลโดยอัตโนมัติ (ต้องดาวน์โหลด Oxford Dictionary มาก่อน ซึ่งดาวน์โหลดได้ฟรี) คือ มันเป็นสันดานส่วนตัวที่ชอบหาคำแปลศัพท์ จะจำได้หรือไม่ได้ช่างมันไว้ก่อน ขอให้ผ่านหูผ่านตาก่อนน่ะ เดี๋ยวเจอบ่อยๆ ก็จำได้เอง

แต่เวลาที่สอบถามกลุ่มตัวอย่างชาวอเมริกันแล้วพบว่า 41% ก็ยังคงรู้สึกว่าไม่ว่าจะอ่านบน Tablet หรือเป็นรูปเล่มก็ยังได้รับความเพลิดเพลินเหมือนเดิม และมี 36% ที่ตอบว่าบน Tablet แล้วอ่านเพลินกว่า แต่อีก 23% ก็บอกว่าอ่านเป็นรูปเล่มยังเพลินกว่า … ตรงนี้ผมเลยว่า ณ ตอนนี้เลยยังเป็นอะไรที่ฟันธงยาก เพราะในรูปแบบของอีบุ๊กนั้นมันก็มีข้อดีหลายๆ อย่าง แต่ในขณะเดียวกัน มันก็มีข้อด้อยกว่าในรูปแบบเล่มหลายๆ อย่างเช่นกัน (เช่น ความรู้สึกได้เปิดพลิกหน้าซึ่งบางคนถือว่าสำคัญมาก ขนาดที่พวกโปรแกรมอ่านอีบุ๊กยอมจำลองอนิเมชั่นในการพลิกหน้ากระดาษพร้อมเสียงมาเลยทีเดียว, การได้เป็นเจ้าของ เป็นรูปเล่ม เก็บไว้กับตัว, คุณค่าในฐานะนักสะสม เป็นต้น)

imageWeb ยังไม่ตาย และ App ก็ยังไม่ได้ช่วงชิงบัลลังก์

ต่อให้ใครจะบอกว่า Web is Dead ก็เหอะ แต่ผลสำรวจชี้ให้เห็นแล้วว่า สำหรับการเสพข่าวแล้ว เว็บยังไม่ตาย (Web is not Dead… Yet) อ่ะครับ เพราะผู้คนส่วนใหญ่ (40%) ยังคงใช้ Tablet ในการเสพข่าวผ่านทางบราวเซอร์อยู่ และมีเพียง 21% เท่านั้นที่เสพข่าวผ่านทาง App เป็นหลัก … 31% ของผู้ใช้งาน Tablet เพื่อการเสพข่าวนั้น ทั้งเสพข่าวผ่านทางบราวเซอร์ และ App เท่าๆ กัน เข้าใจว่าส่วนหนึ่งเพราะ ปัจจุบันเทคโนโลยีเว็บ และเว็บบราวเซอร์ มันทำให้ประสบการณ์ในการรับชมเว็บนั้น ไม่แตกต่างอะไรไปจาก App มากนัก อีกทั้งประโยชน์ที่จะได้ในการเสพข่าวจากการที่เปลี่ยนจาก Web ไปเป็น App นั้นยังไม่มีอะไรมากนัก นอกจากการเก็บเป็น Cache เอาไว้อ่านภายหลัง ซึ่งหากเป็นข่าวนั้นก็ไม่ค่อยได้ประโยชน์เท่าไหร่ (เพราะข่าวต้องใหม่ถึงจะดี ข่าวเก่าๆ จะไม่ค่อยมีประโยชน์เท่า) แต่พวกบทความวิเคราะห์ก็อาจจะได้ประโยชน์มากกว่า

image

แต่ในระยะยาวแล้ว เชื่อว่าอีกหน่อยคนก็คงหันไปใช้ Mobile App ในการเสพข่าวกันมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ เพราะผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า

  • ผู้ที่ใช้ Mobile App ในการเสพข่าวเป็นหลักนั้น จะ…
    • เสพข่าวประจำวันมากกว่าผู้ที่ใช้บราวเซอร์เป็นหลัก (81% ต่อ 63%)
    • ใช้เวลาไปกับการเสพข่าวมากกว่าผู้ที่ใช้บราวเซอร์เป็นหลัก (43% ต่อ 19%)
    • หาข่าวจากแหล่งข่าวใหม่ๆ มากกว่าผู้ที่ใช้บราวเซอร์เป็นหลัก (58% ต่อ 16%)
  • และผู้ที่ใช้ Mobile App ในการเสพข่าวเป็นหลักนั้นจะ…
    • รู้สึกว่าการหาข่าวใหม่ๆ นั้นทำได้ง่ายกว่าผู้ที่ใช้บราวเซอร์เป็นหลัก (53% ต่อ 26%)
    • รู้สึกเพลิดเพลินกับการเสพข่าวมากกว่าผู้ที่ใช้บราวเซอร์เป็นหลัก (46% ต่อ 21%)
    • รู้สึกว่าข่าวมีคุณค่ามากกว่าผู้ที่ใช้บราวเซอร์เป็นหลัก (22% ต่อ 11%)

ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ใช้ Tablet มองว่ามันคืออุปกรณ์สำหรับแบ่งกันใช้กับทุกคนในครอบครัว

นอกจากนี้ผลสำรวจยังชี้ว่า ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ใช้งาน Tablet นั้น จะแบ่งปันให้สมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ ได้ใช้งาน มองว่าเป็นอุปกรณ์สำหรับเสพข่าวสารและสื่อต่างๆ ที่สามารถใช้ร่วมกันได้ทั้งครอบครัว และ 81% ของกลุ่มตัวอย่างนั้นเป็นผู้ใช้งาน iPad

และนี่ก็คือการเก็บตกผลสำรวจของ Pew Research ที่ผมนำมาฝากกันครับ ใครที่อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมแบบเต็มๆ ก็ไปได้ตามลิงก์ด้านล่างครับ


หากมีข้อสงสัยประการใด หรืออยากแบ่งปันความเห็นของท่าน ยินดีรับฟังและร่วมออกความเห็นได้ทาง Comment ด้านล่างนี้ หรือจะร่วมแชร์ความเห็นและความรู้ได้อีกหนึ่งช่องทาง เพียงแค่กด Like Facebook Fan Page ของผม ที่ http://www.facebook.com/kafaakBlog ครับ ส่วนใครได้ใช้ Google+ แล้ว แต่ยังไม่รู้จะเพิ่มใครเข้าแวดวง (Circle) ดี ก็จัดผมเข้าไปในแวดวงของท่านได้ที่ http://gplus.am/kafaak จ้า

  1. yondaime06
    ตุลาคม 26, 2011 ที่ 20:06

    ว้าว!! ขอบคุณคับสำหรับบทความดีๆ😄

  2. boyce
    ตุลาคม 27, 2011 ที่ 01:25

    เยี่ยม ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ที่มีให้กันเรื่อยมา (และเรื่อยไป)

  3. jhay
    ตุลาคม 27, 2011 ที่ 09:19

    เยี่ยมเลยคับ เป็นกำลังใจให้นะคับ

  1. ตุลาคม 27, 2011 ที่ 11:00
  2. ธันวาคม 25, 2011 ที่ 11:10

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: