หน้าแรก > บริหาร, เก็บมาฝาก > ได้เวลาพิจารณา Business Continuity Management ขององค์กรท่านแล้ว (ตอนที่ 2)

ได้เวลาพิจารณา Business Continuity Management ขององค์กรท่านแล้ว (ตอนที่ 2)

image

เมื่อตอนที่แล้วผมได้บอกไปแล้วว่าส่วนหนึ่งของ Business Continuity Management ก็คือการวางแผนว่า จะทำอย่างไรให้ธุรกิจสามารถดำเนินได้อย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น … พอพูดถึงจุดนี้แล้วทุกคนก็ชอบนึกถึงแต่พวก Mobile Working (หรือพวกแนวคิด Work Remotely หรือ Work from Home นั่นแหละ) แต่ในความเป็นจริงนั้น Business Continuity Plan (BCP) มันไม่ได้มีแค่นั้นนะครับ

ในตอนนี้ผมจะลองพูดถึงกระบวนการในการวางแผน ไม่ว่าจะเป็น Incident Management Plan (IMP), Disaster Recovery Plan (DRP) หรือ Business Continuity Plan (BCP) กันครับ ทั้งหมดทั้งสิ้น มันอยู่ที่ขั้นตอนง่ายๆ 4 ขั้น ที่มีมากันตั้งแต่นานนม ที่เรารู้จักกันดีในนาม Plan-Do-Check-Action (PDCA) ครับ

image5232

เรื่องราวอันมีสาระที่นำมาเสนอนี้สนับสนุนโดย

  • Dell Thailand แนะนำ Dell Venue สมาร์ทโฟนระดับท็อป กับความสำเร็จเหนือชั้น ด้วยซีพียู 1GHz และระบบปฏิบัติการ Android 2.2 พร้อมกล้อง 8 ล้านพิกเซล รายละเอียดอ่าน ที่นี่เลย
  • อเด็คโก้ร่วมกู้วิกฤติแรงงาน ระดมงานสายอุตสาหกรรมเพื่อผู้ว่างงานกว่า 200 ตำแหน่ง รายละเอียดอ่านที่ http://www.adecco.co.th/jobs/Flooding-Crisis-Jobs.aspx เลยครับ

สำหรับคนที่ชอบติดตามข่าวสารในแวดวงไอที ตอนนี้ผมจัด YouTube Channel สำหรับเผยแพร่ข่าวสารแล้วครับ ติดตามได้ทาง http://www.youtube.com/user/kafaak ครับ ค้นหา “กาฝากน้อย ย่อยข่าว” ได้เลย

ขั้นตอนการวางแผนทำ Business Continuity Management

จริงๆ แล้ว ขั้นตอนในการดำเนินการทำ Business Continuity Management เนี่ย หลายโรงเรียนมันก็มีขั้นตอนที่แตกต่างกันออกไปเล็กน้อย แต่ว่าโดยสรุปแล้วเนี่ย มันก็คือ Plan-Do-Check-Action เราดีๆ นี่เอง (การที่แตกเป็นขั้นตอนย่อยๆ ก็เพื่อให้สามารถลงลึกได้ถึงรายละเอียด และสามารถใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติตามได้ง่าย)

image_thumb19

แต่โดยส่วนตัว ผมชอบแนวคิดที่เป็นรากฐานซะมากกว่า ดังนั้น ผมขออ้างอิงตาม PDCA ตามรูปขวามือนะครับ … โดยสรุปแล้ว ก็คือ เริ่มต้นจากการวางแผน จากนั้นไปลงมือปฏิบัติจริง แล้วทำการประเมินผลการปฏิบัติ แล้วจึงแก้ไขปรับปรุง จากนั้นก็เข้าสู่ลูปของ PDCA ใหม่

เวลามาทำ Business Continuity Management จริงๆ ก็จึงเป็นขั้นตอนดังนี้

  • Plan แปลว่าวางแผนครับ แต่ไม่ใช่แค่วางแผนว่าจะทำอะไร แต่มันรวมไปถึงว่าจะเตรียมตัวอะไร จะทำอะไร จะทำเมื่อไหร่ จะประเมินผลกันอย่างไร มีเกณฑ์ในการประเมินผลอย่างไร จะมีการสื่อสารกันอย่างไร ฯลฯ ด้วยนะครับ
  • Do คือ ลงมือปฏิบัติ ไม่ใช่แค่ทำตามแผนเท่านั้น แต่หมายถึง การลงมือเตรียมตัวด้วย
  • Check  คือ การประเมินผล ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องเป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้ครับ
  • Action คือ การปรับปรุงแก้ไข โดยอ้างอิงจากผลการประเมินที่ได้ … หากผลการประเมินทำได้ไม่ดีตามเกณฑ์ก็จะต้องแก้ไข แต่หากทุกอย่างได้ตามเกณฑ์ ก็ควรที่จะวางแผนเพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

ลองยกตัวอย่างกรณีของการทำ Business Continuity Management ในกรณีของระบบคอมพิวเตอร์โดนไวรัสคุกคามนะครับ

  • ในขั้นตอนการวางแผน ก็อาจครอบคลุมเรื่องการกำหนดสเปกของ Solution ป้องกันไวรัสและกำจัดไวรัส, การเลือกอุปกรณ์ที่จะใช้, การวางแผนเลือก Vendor (อาจเลือกหลายๆ ยี่ห้อมาเปรียบเทียบ), การเลือกวิธีในการเปรียบเทียบแต่ละ Vendor (หรือพูดง่ายๆ คือ วิธีการทดสอบ), การร่าง Service-Level Agreement (SLA) เป็นต้น
  • ในขั้นตอนการลงมือปฏิบัตินั้น มีตั้งแต่การลงมือเลือก Solution, การลงมือเลือก Vendor, การลงมือทดสอบจริง ตลอดไปจนถึงการใช้งานจริง และการเก็บข้อมูลเพื่อใช้ในขั้นตอนการประเมินผล (ต้องเก็บตามที่ตกลงกันไว้ในขั้นตอนการวางแผน)
  • พอมาถึงขั้นตอนการประเมินผล ก็คือ การเอาข้อมูลที่เก็บมาได้ มาใช้ในการประเมินผลตามเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ในขั้นตอนการวางแผนว่าผ่านหรือไม่ผ่านอย่างไร
  • สุดท้ายคือการปรับปรุงแก้ไข หากทดสอบแล้วได้ผลการทดสอบไม่ดี ก็ต้องไปคุยกับ Vendor เพื่อให้เข้ามาปรับปรุงแก้ไข หรืออาจต้องเปลี่ยน Solution การป้องกันและกำจัดไวรัส เป็นต้น

image

Business Continuity Management เป็นมากกว่าแค่ Mobile Working

ในวิกฤติอย่างน้ำท่วมแบบนี้ ทางออกเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องก็คงจะเป็นเรื่องของการทำงานจากระยะไกลได้ พูดง่ายๆ คือ อพยพไปอยู่ที่ไหนก็ยังทำงานได้ แต่ว่า Mobile Working มันไม่ใช่ BCM นะครับ แต่แค่เป็น Solution หนึ่งสำหรับ BCM เท่านั้น

ลองนึกถึงพวกโรงงานอุตสาหกรรมสิครับ เครื่องจักรเป็นสิบๆ ล้าน จะไปทำงานจากระยะไกลได้ยังไงล่ะ จริงไหม? … ในกรณีของพวกโรงงานอุตสาหกรรมเหล่านี้ การทำ Business Continuity Management มันจะเป็นแบบนี้ครับ

  • Incident Management Plan ก็คงจะเป็นเรื่องของการสร้างพนังกั้นน้ำ หรือ คันกั้นน้ำ เพื่อไม่ให้น้องน้ำรุกคืบเข้ามาในตัวโรงงานได้ จะมีการเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมอย่างไร จะมีการติดต่อประสานงานไปที่ไหนบ้าง เป็นต้น
  • Disaster Recovery Plan ก็คือ หากนางสาววารี ปราบพนังสำเร็จ น้องน้ำรุกคืบเข้ามาจนถึงตัวโรงงาน การผลิตต้องหยุดชะงักแล้ว สินค้าบางส่วน (หรือทั้งหมด) จมน้ำไป โรงงานจะกู้ชีพขึ้นมาได้อย่างไร จะทำอย่างไรกับสินค้าที่จมน้ำ และสินค้าที่รอดจากน้ำ เป็นต้น
  • Business Continuity Plan ก็คือ การทำให้ธุรกิจยังดำเนินการต่อไปได้ … แม้ว่าจะเป็นโรงงานผลิตสินค้า แต่จริงๆ แล้วก็คือ การผลิตสินค้าเพื่อขาย ดังนั้นธุรกิจจริงๆ ก็คือการขายสินค้าที่ผลิตนั่นเอง ดังนั้นตราบเท่าที่ยังมีสินค้าขาย ก็เท่ากับว่าธุรกิจยังสามารถดำเนินต่อไปได้ ดังนั้นแผนของโรงงานก็อาจจะเป็น การเตรียมสต็อกสินค้าเอาไว้เผื่อขายในตอนเจอวิกฤติ หรือ การหาซื้อสินค้าจากที่อื่นมาพะยี่ห้อตัวเองขายไปพลางๆ ก่อน เป็นต้น

เห็นไหมครับ Business Continuity Management นี่มันลึกซึ้งกว่าที่คิดนะครับ … ที่นำเสนอไปทั้งหมดนี่ก็ยังไม่ใช่ทั้งหมดของ BCM นะครับ แต่ผมเชื่อว่ามันคงจะช่วยทำให้ท่านผู้อ่านรู้จักกับ BCM ได้มากขึ้น และเป็นแนวทางพื้นฐานในการเริ่มทำ BCM ได้ละครับ


หากมีข้อสงสัยประการใด หรืออยากแบ่งปันความเห็นของท่าน ยินดีรับฟังและร่วมออกความเห็นได้ทาง Comment ด้านล่างนี้ หรือจะร่วมแชร์ความเห็นและความรู้ได้อีกหนึ่งช่องทาง เพียงแค่กด Like Facebook Fan Page ของผม ที่ http://www.facebook.com/kafaakBlog ครับ ส่วนใครได้ใช้ Google+ แล้ว แต่ยังไม่รู้จะเพิ่มใครเข้าแวดวง (Circle) ดี ก็จัดผมเข้าไปในแวดวงของท่านได้ที่ http://gplus.am/kafaak จ้า

หมวดหมู่:บริหาร, เก็บมาฝาก ป้ายกำกับ:, , ,
  1. พฤศจิกายน 8, 2011 ที่ 13:42

    เนื้อหาดีครับ แต่ว่าการยกตัวอย่าง มันรู้สึกขัดๆยังไงไม่รู้ เหมือนคิดใหญ่แต่ทำเล็กประมาณนี้ เพราะการทำ BCM
    มันขึ้นกับธุรกิจที่จะหยุดไม่ได้ ถ้าหยุดแล้วเสียหาย

    • นายกาฝาก
      พฤศจิกายน 8, 2011 ที่ 14:44

      ผมอยากให้คนทั่วไปที่อ่านได้เข้าใจง่ายๆ จากเรื่องใกล้ตัวครับ อีกอย่าง ผมไม่เคยคิดว่า BCM เป็นเรื่องใหญ่ แต่เป็นเรื่องที่ทุกๆ องค์กร ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ก็สามารถทำได้ แต่อยู่ที่ RTO หรือ RPO ครับ องค์กรเล็กก็วางแผนทำ BCM ได้ครับ

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: