หน้าแรก > #triptwt, บ่นไปเรื่อย > เล่าประสบการณ์ใช้ Google Maps นำทางหนีน้ำท่วม

เล่าประสบการณ์ใช้ Google Maps นำทางหนีน้ำท่วม

imageถ้าใครติดตามอ่านบล็อกของผมอย่างสม่ำเสมอ จะทราบว่าเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ผมแอบหนีน้ำไปตามคำแนะนำของรัฐบาลไปถึงเชียงใหม่ (แม้ว่าสุดท้ายก็ต้องกลับมาเผชิญกับน้องน้ำจนได้อ่ะนะ) และเพื่อไม่ให้ต้องมากังวลกับเรื่องรถ ก็เลยถือโอกาสขับรถไปเลยครับ ก็เลยได้ประสบการณ์ในการใช้ Google Map ในการนำทางไม่ให้หลงอย่างแรง ประกอบกับ @kopsuper แนะนำให้ผมเขียนบล็อกชีวิตหนีน้ำ ก็เลยอยากเอาประสบการณ์นี้มาเล่าสู่กันอ่านครับ

เนื่องจากผมขึ้นเหนือ ผมก็เลยไปเอาแผนที่เส้นทางเลี่ยงน้ำสำหรับคนขึ้นเหนือจากกรมทางหลวงมาก่อน สำหรับคนที่จะไปภาคอื่น แนะนำให้ติดตามจากหน้าเว็บเกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมของกรมทางหลวงครับ (ลิงก์เหล่านี้ หลังจากน้ำลดแล้วก็คงจะไม่สามารถเข้าได้แล้วนะครับ ขอออกตัวไว้ก่อน) เพื่อจะได้รู้ว่าเส้นทางไหนบ้างที่น้ำท่วม และควรจะเลี่ยงไปเส้นทางไหนแล้ว ประกอบการตัดสินใจร่วมกับตำแหน่งที่อยู่ของบ้านท่านผู้อ่านครับ

image523222

เรื่องราวอันมีสาระที่นำมาเสนอนี้สนับสนุนโดย

  • Dell Thailand แนะนำ Dell Venue สมาร์ทโฟนระดับท็อป กับความสำเร็จเหนือชั้น ด้วยซีพียู 1GHz และระบบปฏิบัติการ Android 2.2 พร้อมกล้อง 8 ล้านพิกเซล รายละเอียดอ่าน ที่นี่เลย
  • อเด็คโก้ร่วมกู้วิกฤติแรงงาน ระดมงานสายอุตสาหกรรมเพื่อผู้ว่างงานกว่า 200 ตำแหน่ง รายละเอียดอ่านที่ http://www.adecco.co.th/jobs/Flooding-Crisis-Jobs.aspx เลยครับ

สำหรับคนที่ชอบติดตามข่าวสารในแวดวงไอที ตอนนี้ผมจัด YouTube Channel สำหรับเผยแพร่ข่าวสารแล้วครับ ติดตามได้ทาง http://www.youtube.com/user/kafaak ครับ ค้นหา “กาฝากน้อย ย่อยข่าว” ได้เลย

อุปกรณ์ที่ผมใช้มีอะไรบ้าง?!?

ผมไม่ใช่คนที่ขับรถ ดังนั้นผมจึงไม่มีพวกอุปกรณ์ GPS Navigator ผมเป็นไอทีต๊อกต๋อย จึงมีแค่สมาร์ทโฟนครับ ตรงนี้ผมต้องขอย้ำก่อนว่า ด้วยความเห็นส่วนตัวของผม Android Smartphone จะใช้ประโยชน์จากบริการ Google Map มากกว่า (ขอขีดเส้นใต้ย้ำชัดๆ) ผมแนะนำว่า สำหรับการอพยพหนีน้ำแล้วพกอุปกรณ์ไอทีไปใช้งานด้วย ควรมีไอเท็มประมาณนี้ครับ

  • imageสมาร์ทโฟน แนะนำ iPhone 4 ขึ้นไป หรือ Android Smartphone ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 2.2 ขึ้นไป … ที่แนะนำแบบนี้ เพราะว่าจะได้สามารถใช้แชร์อินเทอร์เน็ตผ่าน WiFi ได้ หรืออุปกรณ์ประเภท Mobile Access Point … ถ้าใช้ Android Smartphone มันจะใช้กับ Google Maps ได้ดีมากๆ อันนี้แนะนำ
  • โทรศัพท์มือถือรุ่นทั่วไป เน้นแบตเตอรี่อึดๆ เอาไว้สำหรับใช้ติดต่อสื่อสารผ่านทางโทรศัพท์
  • แบตเตอรี่สำรอง พวก Mobile Booster ครับ แนะนำยี่ห้อ Zagg (ต้องสั่งจากอเมริกา) เพราะจ่ายไฟแรงดี จุ 6000mAh ชาร์จได้แม้แต่ iPad … แต่ถ้าไม่สะดวกซื้อ ก็เอา Sanyo Mobile Booster ได้ครับ 5000mAh แต่ดูสเปกก่อนว่าจ่าย Output 1A รึเปล่า
  • ชาร์จเจอร์สำหรับใช้ในรถ ลองหาซื้อแบบที่มันแถมหัวชาร์จอเนกประสงค์ครับ (ดูรูปขวามือ) หาซื้อได้ตามห้างไอทีทั่วไป … ผมเรียกไอ้หัวชาร์จแบบนี้ว่าหัวไฮดร้า มันเยอะดี (มันทำให้เราชาร์จพวกมือถือทั่วไปได้ด้วยแบตเตอรี่สำรองไง)
  • imageถ้ากะว่าจะเอาโน้ตบุ๊กไปด้วย และกะใช้โน้ตบุ๊กในรถ (บางทีมันเอาไว้เปิดพวกหนังให้เด็กๆ ดูได้) ก็แนะนำให้หาซื้อ Inverter ด้วย ผมแนะนำยี่ห้อ Belkin ครับ ต้องเลือกดูว่าจะเอากี่วัตต์ ต่ำสุดที่ผมเคยเจอคือ 85 วัตต์ (มีรูปลั๊กให้เสียบ 1 รู) ไปจนถึง 400 วัตต์ (มีรูปลั๊กให้เสียบ 2 รู) … ยิ่งเยอะยิ่งแพง แต่ต้องดูว่าเราจะเสียบอะไร โน้ตบุ๊กส่วนใหญ่ใช้ไฟ 65 วัตต์ แต่บางรุ่นใช้ไฟ 90 วัตต์ ถ้ายังไง เผื่อไว้ซัก 100 วัตต์ ดีกว่านะครับ (ราคาพันต้นๆ)

รู้ไว้ก่อนใช้ Google Maps นำทาง

image

บอกก่อนเลยว่า ต่อให้เป็น truemove H 3G+ ที่มีพื้นที่ครอบคลุม 16 จังหวัดแล้วก็ตาม สุดท้ายพื้นที่ที่เราจะขับรถไปก็อาจจะไม่มี 3G ครอบคลุม ดังนั้นแนะนำว่าหลังจากดูแผนที่เลี่ยงน้ำท่วมของกรมทางหลวงแล้ว ก็เปิด Google Maps ไล่หาเส้นทางให้ครบๆ ก่อน พยายาม Zoom In เข้าไปเยอะๆ จนสุดให้ครอบคลุมครบทุกพื้นที่ที่จะไป … ตรงนี้ Android Smartphone จะได้ใช้ประโยชน์ครับ เพราะ Google Maps App ของ Android มันจะมีระบบ Cache แผนที่ไว้ แม้จะไม่มีอินเทอร์เน็ตก็จะสามารถใช้งานได้

คำแนะนำของผมคือ พยายามพิจารณาดูหมายเลขเส้นทางหลวงเอาไว้ด้วย เทียบกับที่แผนที่กรงทางหลวงนั่นแหละ ดูว่าต้องผ่านทางหลวงสายอะไรบ้างเอาไว้

image

บน Google Maps นั้น ทางหลวงที่เป็นสายหลักสายใหญ่จะเป็นเส้นสีเหลืองครับ ส่วนตำแหน่งของเราจะเป็นลูกศรสีฟ้าครับ

image

จากประสบการณ์ที่ผมได้ใช้นำทาง ต้องบอกว่า Google Maps นั้นค่อนข้างแม่นยำมาก ละเอียดถึงขนาดซอยเล็กซอยน้อย โค้งแต่ละโค้งกันเลยทีเดียวละครับ ทว่าจุดที่ต้องระวังคือ มันมีโอกาสที่ระบบ GPS ของ Android Smartphone มันจะบอกพิกัดของเราไม่ทัน ดังนั้น อย่ามัวแต่มองหน้าจอเพลินนะครับ คอยดูถนนหนทางรอบๆ ตัวเราด้วย ว่าเรากำลังอยู่บนถนนสายไหน แล้วแยกข้างหน้าเป็นถนนสายอะไรตัดกับสายอะไรครับ

Google Maps บน Android มีคุณสมบัติดีๆ ที่แนะนำให้ใช้

imageimageimage

ถ้าใช้ Google Maps บน Android Smartphone ละก็ อยากให้แตะปุ่ม Menu แล้วเลือก Labs ครับ มันมีคุณสมบัติที่มีประโยชน์อยู่ในนี้ด้วย นั่นคือ Measure ครับ มันจะช่วยให้เราสามารถแตะกำหนดจุดบนแผนที่ แล้วระบบจะวัดระยะทางระหว่างทุกจุดได้

imageพอเปิดใช้ฟังก์ชั่นนี้แล้ว เราก็จะเห็นปุ่มแบบรูปขวามือนี่บนหน้าจอครับ แตะที่ปุ่มนี้แล้ว เราก็จะสามารถกำหนดจุดบนแผนที่ได้ แล้วระบบจะคำนวณระยะทางมาให้ครับ ผมชอบใช้เพราะว่ามันช่วยในการขับรถได้มากครับ เพราะจะได้รู้ว่าอีกราวๆ กี่กิโลเมตรจะถึงจุดที่ต้องการ ใช้ประมาณระยะทางคร่าวๆ กว่าจะถึงแยกที่จำเป็นต้องเลี้ยวได้ดีเลยแหละครับ

และแม้ว่าประเทศไทยเราจะยังเป็นลูกเมียน้อย ไม่มีความสามารถ Navigation ของ Google Maps มาให้ แต่ว่าหากเรากำหนดพิกัดสถานที่เอาไว้ เราก็สามารถที่จะขอให้ Google Maps แนะนำเส้นทางการเดินทางให้ได้นะครับ ถ้าเราต้องเดินทางไปๆ มาๆ ระหว่างสถานที่นั้นบ่อยๆ ก็แตะที่ตำแหน่งบนแผนที่ค้างเอาไว้ แล้วแตะไอคอนรูปดาว เพื่อเพิ่มเข้าเป็น My Places เอาไว้ใช้คราวหน้าได้ (เราสามารถเข้าดู My Places แล้วขอการแนะนำเส้นทางได้ด้วย)

อพยพกันไปเยอะแยะ แวะนัดกันหน่อยด้วย Latitude

imageimage

อีกคุณสมบัติที่อยากนำเสนอสำหรับ Google Maps ก็คือ Latitude ครับ เป็นคุณสมบัติที่ทำให้เราสามารถแชร์พิกัดที่อยู่ให้กับเพื่อนๆ ได้ มันช่างสะดวกมากในหลายทางครับ อาทิ

  • กำลังท่องเที่ยวอยู่ แล้วเจอว่าเพื่อนอยู่ใกล้ๆ ก็จะได้โทรหากัน นัดเจอกันได้
  • Latitude ให้เราขอคำแนะนำเส้นทางจากที่ที่เราอยู่ ไปยังที่ที่เพื่อนเราอยู่ได้ มันช่วยให้การตามหากันสะดวกขึ้นด้วย
  • สมมติไปกันหลายคน แยกย้ายกันไปเที่ยวในตัวเมือง คนขับรถสามารถใช้ Latitude + Google Maps ช่วยบอกเส้นทางไปรับแต่ละคนเมื่อถึงเวลานัดได้

เวลาเลือกเส้นทาง แนะนำให้ Zoom ให้สุดๆ ด้วย

imageimageimage

ด้วยความไม่รู้เส้นทางของผมกับครอบครัว ทำให้บางทีผมต้องเลือกเส้นทางจากที่เห็นบน Google Maps ตอนนั้นผมมีทางเลือกระหว่างทางหลวงสาย 106 กับ สาย 1 (แน่นอน คนที่คุ้นเส้นทางจะบอกว่า ต้องไปสาย 1 ดิ มันใหญ่กว่า ขับสบายกว่าเยอะ) ผมเห็นว่าสาย 106 มันดูสั้นกว่าบน Google Maps เลยเลือกไปทางนั้น แต่ปรากฏว่ามันพาผมขึ้นเขาที่คดเคี้ยวมากๆ และแต่ละโค้งนี่อันตรายสุดๆ ขับได้เร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตร/ชั่วโมงเลยแหละ ซึ่งในภายหลังผมมาลอง Zoom In แบบสุดๆ ดูแล้วมันกลับเป็นแบบรูปที่สองครับ ทางโค้งนี่ขดเป็นเหมือนด้ายขมวดปมเลยทีเดียว … เลยอยากแนะนำว่าบางทีก็เปิด Layer ที่ชื่อว่า Satellite หรือ Terrain ดู จะได้รู้ว่าเส้นทางมันจะหฤโหดขนาดไหน เพราะ Layer ที่เป็นแผนที่เฉยๆ มันไม่ได้บอกครับว่าขึ้นเขาลงห้วยยังไง


หากมีข้อสงสัยประการใด หรืออยากแบ่งปันความเห็นของท่าน ยินดีรับฟังและร่วมออกความเห็นได้ทาง Comment ด้านล่างนี้ หรือจะร่วมแชร์ความเห็นและความรู้ได้อีกหนึ่งช่องทาง เพียงแค่กด Like Facebook Fan Page ของผม ที่ http://www.facebook.com/kafaakBlog ครับ ส่วนใครได้ใช้ Google+ แล้ว แต่ยังไม่รู้จะเพิ่มใครเข้าแวดวง (Circle) ดี ก็จัดผมเข้าไปในแวดวงของท่านได้ที่ http://gplus.am/kafaak จ้า

หมวดหมู่:#triptwt, บ่นไปเรื่อย ป้ายกำกับ:,
  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: