หน้าแรก > #triptwt, บ่นไปเรื่อย, เก็บมาฝาก > กาฝากโกอินเตอร์ เที่ยวมั่วๆ ทัวร์ฮ่องกง ภาคสอง – ตอนที่ 2

กาฝากโกอินเตอร์ เที่ยวมั่วๆ ทัวร์ฮ่องกง ภาคสอง – ตอนที่ 2

image

บอกก่อนนะครับ ผมไม่ใช่พวกที่เขียนแนวพาทัวร์นะครับ แต่ผมเลือกที่จะแบ่งปันประสบการณ์ในการเที่ยวของผมบ้าง เพื่อที่ว่าใครที่ได้อ่านจะได้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการวางแผนท่องเที่ยวของตัวเองได้ โดยประกอบกับการรีวิวพาทัวร์อื่นๆ หรือหนังสือพาเที่ยวอื่นๆ ครับ

โดยส่วนตัวผมชอบฮ่องกงครับ อาจเพราะเป็นลูกของพ่อละมั้ง พ่อผมก็ชอบฮ่องกง ผมเองก็คิดว่าถ้าได้ไปซักปีละหนหรือสองหนก็กำลังดีเลย หลังจากที่ผมลองไปด้วยตัวเองครั้งแรกก็พบว่าหากไปแบบหรูๆ หน่อย ก็จะตกราวๆ คนละ 17,xxx บาท (ยังไม่รวมค่ากินนะเนี่ย) ซึ่งถือว่าหนักไปหน่อยสำหรับที่ไอทีต๊อกต๋อยจะไปซักปีละหนสองหนอ่ะ

และเพราะเหตุนี้ผมจึงเลือกสายการบิน Low Cost และพักแบบ Guesthouse แทนครับ อารมณ์แบบแบกเป้ทัวร์ ตั้งใจว่าค่าตั๋ว + ค่าที่พัก + ค่ากิน จะต้องไม่เกิน 12,xxx บาทครับ แบบนี้ไปปีละหนก็ยังพอไหว (จุ๊ๆ แต่ยังไม่รวมค่าช้อปนะครับพี่น้อง)

image523222222222222222222222

แต่ก่อนที่จะเข้าสู่การท่องเที่ยวมั่วๆ ตามสไตล์นายกาฝากภาคที่สอง ก็ต้องขออุ้มไก่ให้กับผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของเว็บบล็อกนายกาฝากซะหน่อยนะครับ

  • Dell Thailand แนะนำ Dell Venue สมาร์ทโฟนระดับท็อป กับความสำเร็จเหนือชั้น ด้วยซีพียู 1GHz และระบบปฏิบัติการ Android 2.2 พร้อมกล้อง 8 ล้านพิกเซล รายละเอียดอ่าน ที่นี่เลย
  • อเด็คโก้ร่วมกู้วิกฤติแรงงาน ระดมงานสายอุตสาหกรรมเพื่อผู้ว่างงานกว่า 200 ตำแหน่ง รายละเอียดอ่านที่ http://www.adecco.co.th/jobs/Flooding-Crisis-Jobs.aspx เลยครับ

สำหรับคนที่ชอบติดตามข่าวสารในแวดวงไอที ตอนนี้ผมจัด YouTube Channel สำหรับเผยแพร่ข่าวสารแล้วครับ ติดตามได้ทาง http://www.youtube.com/user/kafaak ครับ ค้นหา “กาฝากน้อย ย่อยข่าว” ได้เลย

เอาล่ะ พอหอมปากหอมคอแล้ว ได้เวลาลุย!

 

ประสบการณ์ของผมกับ Free Walker (ต่อ)

imageมาต่อจากตอนที่แล้วกันครับ ขอบอกก่อนว่า Free Walker นี่มีคนไทยมาพักกันเยอะครับ คงเพราะว่าเจ้าของเป็นคนไทย สามารถพูดสื่อสารภาษาไทยกันได้ หากมีปัญหาอะไรก็คงคิดว่าน่าจะคุยกันได้ แต่อยากให้คิดใหม่หน่อยนะครับ เพราะมือใหม่ไปเป้เนี่ยอาจสับสนกับระบบการจัดการของพี่แอนแห่ง Free Walker ได้ครับ เช่น ไปถึงแล้วไม่มีห้อง ต้องย้ายไปอยู่ Guesthouse อื่นวันนึง แล้ววันต่อมาก็ต้องไปอยู่อีกห้องนึง แล้วเวลาย้ายห้องหากเราไม่อยู่ เขาก็จะขนกันให้เองเลย แต่ละอย่างชวนให้กังวลกันได้ทั้งนั้น … แต่ผมสอบถามเพื่อนชาวฮ่องกงของผมแล้ว เขาว่านี่เป็นเรื่องปกติมากๆ ครับ

ที่ Free Walker และ Guesthouse ที่เขาโยนผมไปอยู่เนี่ย มีอุปกรณ์ทุกอย่างให้ค่อนข้างครบตามที่ควรมีนะครับ มีผ้าเช็ดตัวให้ (แต่จากที่ผมตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าแม้จะซักแล้ว แต่ก็ยังมีพวก “เส้นผม” และ “เส้นขน” ติดอยู่นะครับ ดังนั้นหากมีติดตัวไปเองได้ จะดีกว่า), มีแปรงสีฟันและยาสีฟัน, มีกระดาษทิชชู่ให้ แล้วก็มีกระติกน้ำร้อนไว้ต้มน้ำ ต้มมาม่ากินได้ … สำหรับคนที่คิดจะประหยัดสุดๆ จริงๆ มาม่าทุกมื้อก็ได้นะ (หิ้วมาจากไทยเลย) ประหยัดได้มื้อละราวๆ HK$25 (ประมาณ 100 บาท) เป็นอย่างต่ำ

imageimageimage

ขนาดของห้องต้องทำใจอย่างนะครับ ราคาประหยัดซะขนาดนี้ ขนาดของห้องสำหรับ 3 คนนี่ ใหญ่กว่าห้องน้ำในโรงแรม The Empire Hotel ที่ผมไปพักคราวก่อนอีก เหอๆ (แต่ราคาของ The Empire Hotel เนี่ย เริ่มต้นที่ HK$1800 ต่อคืนนะครับ … ถ้าไม่ใช่เพราะว่ามันเป็นแพ็กเกจคู่กับตั๋วละก็ คราวก่อนผมไม่มีปัญญาไปพักแน่ๆ) แต่มันก็มีทุกอย่างครบในตัวนะครับ ห้องน้ำก็มีเครื่องทำน้ำอุ่น เตียงก็มีทั้งแบบเดี่ยว และสองชั้น แล้วแต่ประเภทของห้องครับ แล้วก็มี Free WiFi Internet มาให้ใช้ด้วย แต่ว่าต้องไปขอ Password เอาจากเคาน์เตอร์นะครับ … แต่จากการที่ผมโดน Free Walker โยนไปมาระหว่าง 3 ห้อง 3 Guesthouse บอกได้เลยว่า Free Walker นี่สภาพแย่ที่สุดใน 3 Guesthouse เลยครับ … ดังนั้นหากถามผมว่าจะแนะนำให้ไปพักที่ Free Walker ดีไหม? ผมขอตอบว่า “ไม่” ครับ สั้นๆ ได้ใจความ

 

แล้วถ้าจะหา Guest House เองล่ะ จะทำยังไง?

imageถ้า Free Walker ไม่ใช่คำตอบ จะทำยังไงดี? ก่อนอื่นต้องบอกให้รู้ก่อนว่า การประกอบอาชีพให้บริการแบบ Guesthouse เนี่ย มันต้องมีการขอใบอนุญาต หรือที่เรียกว่า License ครับ ดังนั้นถ้าจะให้มั่นใจว่าที่พักนั้นไว้ใจได้ ก็ควรจะต้องมีใบอนุญาตแบบในรูปซ้ายมือนี่ครับ

Guesthouse ในฮ่องกงมีให้เลือกเยอะมากครับ เอาแค่ในตึกเดียวกับที่ผมพักอยู่เนี่ย ก็มี Guesthouse อีกแห่งที่คนไทยชอบไปกัน คือ Dragon Hostel ครับ อยู่ชั้น 7

หากจะหา Guest House อื่น ก็ไม่ยากครับ ลองค้าหาจาก Google ได้ ก็แค่ “Hong Kong Hostel” ก็ได้ตัวเลือกเยอะอยู่ แต่เพื่อความแน่ใจ ก็เช็คได้จาก Office of the Licensing Authority ครับ มันจะมีรายชื่อของ Guesthouse ที่ได้รับอนุญาตครับ สามารถเข้าไปดูได้ และมันจะมีอีเมล์แอดเดรสของบางแห่งให้ด้วยนะ

 

รู้จักกับ Private Bedroom กับ Shared Bedroom

ขนาดห้องของ Guesthouse นั้นจะอยู่ที่ 1-5 คนได้เลย แล้วแต่ Guesthouse นะครับ แต่ที่ต้องทำความรู้จักก็คือ ประเภทของห้องพักของ Guesthouse ที่มี 2 แบบครับ คือ Private Bedroom กับ Shared Bedroom ครับ ซึ่งก็เป็นไปตามความหมายของภาษาอังกฤษนั่นแหละครับ ถ้าเป็น Private Bedroom นี่จะเป็นห้องส่วนตั๊วส่วนตัว คือ ไม่ต้องไปพักร่วมกับใคร แต่ก็จะแพงกว่าแบบ Shared Bedroom อยู่บ้าง … แต่สมมติเราไปคนเดียว แล้วเราเลือกไปพัก Shared Bedroom แบบ 3 คน ก็จะเป็นการพักร่วมกับใครก็ไม่รู้อีก 2 คน เป็น Roommate ของเราไป แบบนี้ค่าห้องก็จะถูกหน่อยครับ (แต่จะเอาเหรอ อิอิ)

 

ค่าใช้จ่ายประจำวันจะตกอยู่ที่เท่าไหร่?

ถ้ากินอยู่อย่างประหยัด แต่ไม่ต้องถึงกับมาม่าจากประเทศไทยทุกมื้อตลอด 4 วัน ขอบอกเลยว่าค่าอาหารมื้อหนึ่งๆ จะตกอยู่ที่ราวๆ HK$40 อาหารจะเป็นพวก บะหมี่หมูแดง ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้น อะไรพวกนี้ จริงๆ แล้วสนนราคาเริ่มต้นที่จานละ HK$20 ครับ แต่ผมเผื่อไว้สำหรับกรณีที่จะต้องซื้อน้ำดื่มบ้างอะไรบ้าง (ที่นี่น้ำอัดลมกระป๋องละ HK$8 ครับ บางร้านหากเราซื้ออาหารเขา เขาจะลดให้ HK$1 ด้วย) แต่ถ้าอยากประหยัดสุดๆ ก็ขอน้ำชาเขาดื่มได้ครับ

imageimageimageimage

เครื่องดื่มที่นี่จะมีให้เลือกแบบ ร้อน และ เย็น บางร้านจะมีการแยกแยะราคาชัดเจนว่าถ้าเป็นร้อนจะราคาเท่าไหร่ เย็นจะราคาเท่าไหร่ โดยแบบเย็นจะแพงกว่าเล็กน้อย แต่บางร้านก็จะคิดราคาเท่ากัน

imageบางร้าน โดยเฉพาะร้านก๋วยเตี๋ยว จะคิดค่าอาหารตามจำนวนชนิดของเครื่องปรุงที่ใส่ลงไปครับ เช่น ให้เลือกซุปก่อนว่าจะเอาแบบไหน (ปกติ, เผ็ด อะไรทำนองนี้) แล้วก็เลือกชนิดของก๋วยเตี๋ยว และปิดท้ายด้วยเลือกเครื่องเคียงที่จะใส่ลงไป เช่น หมู ไก่ เนื้อ ฯลฯ แล้วก็จะได้ราคาตั้งต้นมา เช่น HK$23 เป็นต้น จากนั้นหากเราอยากใส่เพิ่ม เราก็จะโดนคิดราคาเพิ่มอีกอย่างละ HK$6 – HK$9 เป็นต้น

ยกตัวอย่างเช่นจานซ้ายมือของผมเนี่ย ร้านนี้ไม่ให้ผมเลือกเส้นนะครับ แต่ว่าให้เลือกน้ำซุปได้ 3 แบบ แบบ Stock, แบบ Hot & Spicy และแบบ Sour & Spicy โดยถ้าเลือก 2 แบบหลังเนี่ย จะสามารถเลือกระดับความเผ็ดได้ด้วย จากนั้นผมก็เลือกว่าจะทานกับไส้กรอกไก่ แล้วก็เห็นว่ามันมีแต่ถั่วงอก ก็เลยสั่งผักกาดแก้วเพิ่มอีก แบบนี้ผมก็โดนไป $HK23 + HK$6 = HK$29 ครับ ตกราวๆ 140 บาทนั่นเอง (แต่ขอบอกว่าจานนี้ขนาดสั่งแบบเผ็ดกลางๆ มันยังเผ็ดเครื่องเทศจนลิ้นชา)

imageผมเป็นพวกลิ้นจระเข้ ดังนั้นผมบอกไม่ได้หรอกครับว่าร้านไหนอร่อย ฉะนั้นกรุณาอย่าถามผมเลยว่าแนะนำให้ไปกินร้านไหน … แต่ความเห็นส่วนตัวของผมก็คือ ไม่จำเป็นต้องทานซ้ำร้านกันครับ เดินไปเรื่องๆ ตามย่านต่างๆ เช่น Mong Kok มีให้เลือกตลอดแนว หรือจะเดินไปแถวๆ Lady Market ก็ได้ เดินเลียบฟุตบาธไป มีร้านเพียบ, Yau Ma Tei (ตรง Temple Street ตอนเช้าๆ มี 2-3 ร้านที่เปิดตั้งแต่เช้า แม้แถวนั้นจะเป็นตลาดกลางคืน), Sham Shui Po หรือแม้แต่ Tsim Sha Shui เนี่ยก็เพียบ

ร้านทางซ้ายมือนี่เป็นร้านข้าวอบหม้อดินมีชื่อของที่นี่ เพื่อนชาวฮ่องกงของผมพาไปทานเมื่อ 10 ปีก่อน และเมื่อเร็วๆ นี้ผมก็ไปทานมาอีกรอบครับ ร้านอยู่บริเวณ Temple Street แถวๆ Yau Ma Tei ลองเดินหาดูครับ แต่สนนราคาเท่าไหร่นั้นผมไม่ทราบเหมือนกัน เพราะว่าเพื่อนเลี้ยง ฮาฮา … 10 ปีก่อนนี่ไม่มีเมนูภาษาอังกฤษ แต่เดี๋ยวนี้มีแล้วนะ … เอาละ โดยสรุปแล้ว รวมค่าอาหารบวกกับค่าเดินทางด้วยเนี่ย (เน้น MTR ในการเดินทางระยะไกลควบคู่กับการเดินๆๆๆ เยอะๆ) จะตกที่ราวๆ HK$200 ต่อวันครับ หรือก็คือ HK$800 สำหรับ 4 วันที่เรามาอยู่ที่ฮ่องกงนี่ หรือก็คือ 3,200 บาทโดยประมาณ (คิดที่ 4 บาท ต่อ HK$1)

(ติดตามตอนต่อไป)


หากมีข้อสงสัยประการใด หรืออยากแบ่งปันความเห็นของท่าน ยินดีรับฟังและร่วมออกความเห็นได้ทาง Comment ด้านล่างนี้ หรือจะร่วมแชร์ความเห็นและความรู้ได้อีกหนึ่งช่องทาง เพียงแค่กด Like Facebook Fan Page ของผม ที่ http://www.facebook.com/kafaakBlog ครับ ส่วนใครได้ใช้ Google+ แล้ว แต่ยังไม่รู้จะเพิ่มใครเข้าแวดวง (Circle) ดี ก็จัดผมเข้าไปในแวดวงของท่านได้ที่ http://gplus.am/kafaak จ้า

หมวดหมู่:#triptwt, บ่นไปเรื่อย, เก็บมาฝาก ป้ายกำกับ:,
  1. กิตติ์ธเนศ
    ธันวาคม 7, 2011 ที่ 16:42

    สวัสดีครับ ผมชอบฮ่องกงมากเหมือนกัน แต่ไม่ได้ไปทุกปีครับ ถ้ามีโอกาสถึงจะได้ไปครับ เคยไปตอนคริสมานต์ ต้องบอกว่าไปทีไรก็สดชื่นและสนุกมาก กลับมาเมืองไทยมีกำลังเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลยครับ ไม่รู้เป็นชอบฮ่องกงมากๆ เหมือนกันครับ

  2. สาวเสื้อชมพู
    ธันวาคม 30, 2011 ที่ 22:35

    สวัสดีค่ะ เคยไปพักที่ free walker มาเหมือนกัน ตอนนั้นไปช่วงต้นเดือนเมษา ตรงกับเชงเม้งพอดี ห้องพักไม่ได้จองไป (บินมาจากที่อื่น เเวะเที่ยวฮ่องกงค่ะ) เเต่โชคดีมากค่ะ ได้ห้องพัก เเล้วยังไม่มีปัญหาอะไรอีกด้วย

    เเต่เห็นกรุ๊ปอื่นที่ไปพักก็มีัญหาเรื่องเงินมัดจำ ย้ายห้องอะไรพวกนี้นะคะ ถือว่าตัวเองโชคดีมากๆเลย

    หลังจากนั้นกลับไทยมา ก็มีโอกาลจองห้องพักให้เพื่อน อีกสองกลุ่ม ผ่านทางลูกชายของคุณเเอน ลูกชายคุณเเอนจะเป็นคนดูเเลเรื่องห้องนะคะโดยส่วนใหญ่เเล้ว เเต่ลูกชายคุณเเอนพูดไทยได้น้อยมากค่ะ ต้องใช้จีนเเละอังกฤษสื่อสารกัน

    เเนะนำว่าถ้าจะจอง ติดต่อผ่านลูกชายคุณเเอนจะดีกว่านะคะ
    ถ้าไปอีกก็กะว่าจะลองพักที่นี่อีก เพราะสะดวกเเละไว้ใจได้ เเต่ก็เเล้วเเต่ดวงเนอะ ของเเบบนี้

    • นายกาฝาก
      มกราคม 2, 2012 ที่ 14:57

      ผมคงดวงไม่ดีครับ … ที่ผมเลือกที่นี่เพราะเพื่อนของผม 2 คน (ที่ไม่รู้จักกันเองเลย) เขาแนะนำไป ผมก็เลยคิดว่าน่าจะโอเค

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: