หน้าแรก > #triptwt, บ่นไปเรื่อย, เก็บมาฝาก > กาฝากโกอินเตอร์ เที่ยวมั่วๆ ทัวร์ฮ่องกง ภาคสอง – ตอนที่ 3

กาฝากโกอินเตอร์ เที่ยวมั่วๆ ทัวร์ฮ่องกง ภาคสอง – ตอนที่ 3

image

เอาละ ขอเป็นตอนสุดท้ายกับการโกอินเตอร์ไปฮ่องกงของผมครับ เพราะมีคิวที่จะต้องรีวิวโน่นนี่อีกเยอะแยะ ฮาฮา … อย่างที่บอกครับ ผมไม่ได้มานำเที่ยว แต่เอาประสบการณ์ในการเที่ยวแบบมั่วๆ ของผมมาเล่าสู่กันอ่าน

พูดถึงเวลาไปเที่ยวฮ่องกงแล้วเราก็จะนึกถึงสถานที่เที่ยวไม่กี่แห่งมากเท่าไหร่ครับ หลักๆ ตอนนี้ก็น่าจะมี

  • สถานที่ท่องเที่ยวแบบครอบครัว เช่น Ocean Park และ Disney Land
  • สถานที่ชมวิวหรือไหว้พระอย่าง Victorial Peak (หรือ The Peak), พระใหญ่ที่ Po Lin, ศาลเจ้าแม่กวนอิมที่ Repulse Bay
  • สถานที่ช้อปแหลกอย่าง Habour City ที่ Tsim Sha Shui, Temple Market ที่ Yau Ma Tei หรือ Lady Market ที่ Mong Kok

แต่จากการได้ไปสัมผัสมา และสอบถามจากเพื่อนชาวฮ่องกงของผม ก็ได้รู้อะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับการเลือกเที่ยวที่นี่เลยครับ

image523222222222222222222222

แต่ก่อนที่จะเข้าสู่การท่องเที่ยวมั่วๆ ตามสไตล์นายกาฝากภาคที่สอง ก็ต้องขออุ้มไก่ให้กับผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของเว็บบล็อกนายกาฝากซะหน่อยนะครับ

  • Dell Thailand แนะนำ Dell Venue สมาร์ทโฟนระดับท็อป กับความสำเร็จเหนือชั้น ด้วยซีพียู 1GHz และระบบปฏิบัติการ Android 2.2 พร้อมกล้อง 8 ล้านพิกเซล รายละเอียดอ่าน ที่นี่เลย
  • อเด็คโก้ร่วมกู้วิกฤติแรงงาน ระดมงานสายอุตสาหกรรมเพื่อผู้ว่างงานกว่า 200 ตำแหน่ง รายละเอียดอ่านที่ http://www.adecco.co.th/jobs/Flooding-Crisis-Jobs.aspx เลยครับ

สำหรับคนที่ชอบติดตามข่าวสารในแวดวงไอที ตอนนี้ผมจัด YouTube Channel สำหรับเผยแพร่ข่าวสารแล้วครับ ติดตามได้ทาง http://www.youtube.com/user/kafaak ครับ ค้นหา “กาฝากน้อย ย่อยข่าว” ได้เลย

เอาล่ะ พอหอมปากหอมคอแล้ว ได้เวลาลุย!

 

รู้ไหมว่าฮ่องกงแบ่งพื้นที่เป็น 4 ส่วนใหญ่ๆ

image

แม้เราจะเรียกว่าฮ่องกง แต่จริงๆ แล้วมันถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วนใหญ่ๆ ครับ คือ

  • Kowloon ซึ่งเป็นพวกย่านช้อปปิ้งเด่นๆ ที่เรารู้จักกันดีอย่าง Tsim Sha Shui, Mong Kok, Yau Ma Tei หรือ Sham Shui Po เป็นต้น
  • Hong Kong Island หรือ เกาะฮ่องกง ซึ่งมีพวกแหล่งช้อปดีๆ ร้านอาหารเด่นๆ อยู่ที่ Central หรือสถานที่เที่ยวอื่นๆ อย่าง Victory Peak, Ocean Park และศาลเจ้าแม่กวนอิมที่ Repulse Bay เป็นต้น
  • Lantau Island หรือ เกาะลันเตา ก็จะมี Disney Land อยู่แถวๆ Sunny Bay และ พระใหญ่ ที่อยู่ตรง Tung Chung ครับ
  • New Toritories หรือเขตแดนใหม่ อันนี้อาจไม่คุ้นชื่อ แต่ถ้าใครจะไปฮ่องกงแล้วเข้าไปเที่ยวเสินเจิ้น (Shenzhen) ต่อ ก็ต้องไปทางนี้แหละครับ

PSG_SYM_003 (R1).pdfการท่องเที่ยวในฮ่องกง อยากแนะนำว่า MTR หรือ รถไฟฟ้าใต้ดินบ้านเขานี่แหละ สะดวกสุดๆ ครับ เพราะโครงข่ายค่อนข้างจะโยงใยไปทั่วทุกพื้นที่เลย อะไรที่มีคน (ชาวฮ่องกง) ไปกันเยอะๆ ก็จะมี MTR ไปถึงซะหมด เมื่อไปลงถึงที่แล้ว เดินไปไม่ไกล ก็มักจะไปถึงที่ที่เราต้องการ

ที่สำคัญคือ ค่าใช้จ่ายไม่แรงมากครับ ราคาไม่แตกต่างไปจาก MRT บ้านเรามากนัก แค่แพงกว่าเล็กน้อย และไม่ได้มีเพดานสูงสุดของค่าโดยสารแบบบ้านเราก็เท่านั้นเอง

ฮ่องกงพื้นที่ไม่ใหญ่มากนัก หากเป็นพวกขยันเดินอยู่แล้ว หากวางแผนท่องเที่ยวมาดี ก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะเลยละครับ ดังนั้นการรู้จักพื้นที่ 4 ส่วนใหญ่ๆ ของฮ่องกงจะช่วยได้เยอะทีเดียว เพราะจะช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาทั้งหมดไปกับการเดินทางครับ

 

วางแผนท่องเที่ยวให้เหมาะสม ทำยังไงดี?

อันนี้เพื่อนๆ ผมแนะนำมานะครับ แต่ผมคิดว่ามันน่าสนใจดี ก็เลยเอามาฝากกันครับ … ลองคิดว่าถ้าจะไป 4 วัน 3 คืนแบบเต็มๆ จะทำอะไรได้บ้าง?

  • imageวันแรกไปถึงก็เกือบเที่ยงแล้ว ดังนั้นการช้อปแหลกเลยก็น่าจะเป็นเรื่องดี หากพักที่ Mong Kok, Jordan หรือ Tsim Sha Tsui อยู่แล้วก็สบายครับ ย่านนั้นอ่ะ ย่านช้อปปิ้งเลย ตอนกลางวันก็ไปเดินแถวๆ Lady Market ที่ Mong Kok จากนั้นตอนกลางคืนก็แวะไปเดินตลาดกลางคืนที่ Temple Market ตรง Yau Ma Tei … ถ้าชอบแบรนด์เนม ไปที่ Tsim Sha Shui ครับ มีร้านแบรนด์เนมอยู่เยอะ หรือจะขึ้น MTR ไป Admiralty ก็จะมีห้าง Pacific Centre ที่อารมณ์หูรๆ แบบ The Emporium บ้านเราครับ … อ้อ! แนะนำว่า 2 ทุ่ม แวะไปดู The Symphony of Light ด้วยก็ดีครับ แต่ถ้าพลาดวันนี้ก็รอวันอื่นได้ มีทุกวัน ทุก 2 ทุ่ม เป็นเวลา 14 นาที … อย่าเที่ยวดึกนัก เพราะว่าวันนี้เราเดินทางมาเหนื่อยๆ แล้วนะ
  • วันที่สอง ถ้าอยากเที่ยว Disney Land ละก็ ตื่นเช้าๆ นั่ง MTR ไปลงที่ Tung Chung แล้วไปต่อคิวขึ้นเคเบิลคาร์ไป Ngong Ping เพื่อไปไหว้พระใหญ่เป็นสิริมงคลก่อนไหม? ได้นั่งกระเช้าไป ก็ได้เห็นวิวสวยๆ ไปด้วยในตัว จากนั้นช่วงสายๆ บ่ายๆ ค่อยไปที่ Disney Land ก็ได้ อยู่ไม่ห่างกันครับ อยู่ Lantau Island กันหมด … ตกค่ำไปช้อปต่อได้ที่ Tsim Sha Shui อีก แล้วค่อยกลับที่พัก
  • imageวันที่สาม เน้น Hong Kong Island เลยไหมล่ะ เช้าๆ ก็นั่ง MTR ไปลงสถานี Admiralty แล้ว ขึ้นสาย 6/6A/6X หรือ 260 Express ไปที่ Repulse Bay (มีทางเลือก 2 ทาง คือ ลงป้ายแรกของ Repulse Bay เลย แล้วเดินต่อไกลพอควร กับลงป้ายที่ 2 คือ Repulse Bay Tower มันจะมีทางตัดเข้า Private Area ซึ่งเป็นพวกคอนโดหรูๆ เดินมาที่หาด แล้วเดินไปอีกนิดเดียวก็ถึงศาลเจ้าแม่กวนอิม) เพื่อไปนมัสการเจ้าแม่กวนอิม (ที่นี่เขียนภาษาอังกฤษว่า Kwan Yam หรือ Guan Yim) ครับ เสร็จแล้วก็นั่ง 6A/6X ย้อนกลับไป Ocean Park ต่อได้ด้วย และเมื่อเสร็จจาก Ocean Park แล้วก็นั่งสาย 629 เพื่อไปที่ตึก Exchange Square แล้วต่อรถสาย 15C (เป็นแบบเปิดประทุน แนะว่าให้ขึ้นไปนั่งชั้นบนเปิดประทุนเลย แต่ใส่เสื้อกันลมไปด้วยนะ) เพื่อไปที่สถานี The Peak Tram แล้วขึ้นไป The Peak เพื่อกินลมชมวิวต่อเลย ค่าใช้จ่าย ค่ารถ Tram ไปกลับ HK$40 แล้วถ้าอยากไปชมวิวบน Sky Terrace ก็จ่ายอีก HK$25 ครับ … ถ้าไปที่ Sky Terrace ก็จะได้เห็นวิวเกาะฮ่องกงและฝั่งเกาลูนตอนกลางคืนแบบเต็มๆ ได้ แต่ถ้าไม่อยากเสีย HK$25 (ร้อยเดียว) ละก็ แนะนำว่าตรงชั้น 1 (ถ้าจำไม่ผิด) ทางไป Burger King จะเป็นระเบียงที่เห็นวิวเกาะฮ่องกงบางส่วน และเห็นฝั่งเกาลูนบ้างนิดหน่อย ฮาฮา
  • imageวันที่สี่ วันสุดท้าย เลือกเอาเลยว่าจะนอนตื่นสายๆ เอาแรงแล้วเช็คเอาท์ออก จากนั้นฝากกระเป๋าเพื่อไปเดินเที่ยวแถวๆ ที่พักต่อ (ถ้ากลับไฟล์ทดึก) แต่บอกก่อนนะครับว่า ลักษณะการฝากกระเป๋าของที่ Guest House ก็คือการวางไว้ตรงทางเดินแบบนี้แหละครับ ก็ต้องเชื่อใจว่าจะไม่มีใครมาแอบจิ๊กเอาไป … คำแนะนำของผมคือ สามารถฝากได้ครับ ไม่มีปัญหาอะไร แต่อย่าเก็บของมีค่า (พวกคอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ, แท็บเล็ต ฯลฯ) หรือพวกเอกสารสำคัญเช่น ตั๋วเครื่องบิน หรือ พาสปอร์ต ไว้ในนี้ล่ะ พกติดตัวไปด้วยดีที่สุดครับ

คำแนะนำในการช้อปที่ตลาดอย่าง Lady Market หรือ Temple Street

ถ้าไม่นับพวกของแบรนด์เนม (หมายถึง เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ฯลฯ) ที่มีการลดราคาลงมาซะต่ำกว่าที่ขายในประเทศไทยแล้วละก็ สินค้าหลายๆ อย่างที่ฮ่องกงนี่ (โดยเฉพาะพวกสินค้าไอที) ราคามันแพงกว่าในประเทศไทยแทบทั้งนั้นนะครับ ดังนั้นไม่แนะนำให้ไปหาซื้อที่นี่ … แต่ก็มีบางอย่างที่ราคาถูกกว่านะครับ เอาเป็นว่าหากอยากจะซื้ออะไร เช็คราคากลางที่บ้านเราให้ดีๆ แล้วหากไปเจอที่ฮ่องกง ก็คูณราคาเปรียบเทียบกันดู … สถานที่ช้อปแบบริมทางอย่าง Lady Market หรือ Temple Street เนี่ย ของส่วนใหญ่แพงครับ ราคาประมาณเอาไว้ฟันหัวนักท่องเที่ยวเลยแหละ เพื่อนผมเล่าให้ฟังว่าเป็นเพราะของที่ขายตรงนี้ไม่ใช่อะไรที่คนฮ่องกงใช้กัน ดังนั้นราคามันเลยสูง … ผิดกับที่สำเพ็งบ้านเรานะ แม้ว่าจะไม่ใช่ของที่ใช้กัน แต่ราคาก็เป็นราคาส่งเลย เหอๆ … อ้อ! หลายๆ อย่างใน Lady Market นี่ Made in Thailand ก็มีนะครับ (อันนี้แฟนผมบอกมา)

image

Flash Drive เป็นอะไรที่ขายกันเกลือนกลาดมากในตลาดคนเดินแบบนี้ ถ้าไปเดินที่ Lady Market นี่จะเห็นแทบจะทุกๆ 10 เมตรเลยละมั้ง คำถามยอดฮิตก็คือ มันน่าเชื่อถือแค่ไหนถ้าจะซื้อมา แล้วราคามันถูกจริงไหม?

เอากรณีศึกษาไหมครับ ผมจัด Flash Drive 4GB รูป Angry Birds แบบรูปซ้ายมือนี่มาเต็มเหนี่ยว คนขายเขาคิด HK$80 ต่อตัว (5 ตัวก็ HK$400 หรือ 1,600 บาท) โคตรแพงมาก ต่อราคาแล้วลดให้เหลือ 5 ตัว HK$350 ผมเลยไม่สนใจ พอทำท่าจะตีจากแค่นั้นแหละ เขาลดให้เหลือ HK$320 แต่ผมก็ยังทำท่าจะเดินจากไปอีก เขาเลยถามว่า “What’s the price?”  คือ ประมาณว่าจะให้บอกเลยว่าจะซื้อที่ราคาเท่าไหร่ ผมเลยจัดไปว่า “HK$250 (คือ ตกตัวละ HK$50 หรือ 200 บาท)” การต่อราคาจริงๆ ก็เลยเริ่มต้นขึ้น และไปจบลงที่ HK$260 หรือตกตัวละ HK$54 (216 บาทต่อตัว) ก็เป็นราคาที่โอเค … แต่อย่างที่รู้ๆ กัน พวก Flash Drive จากจีนนี่ไว้ใจไม่ได้ และที่นี่ซื้อแล้วไม่มีโอกาสได้ลอง เหอๆ … กลับมาที่ประเทศไทย คืนนั้นผมก็ลองเลยครับว่าจาก 5 ตัวจะใช้ได้กี่ตัว ปรากฏว่า 5 ตัวใช้ได้ 4 ตัวครับ นี่คือข่าวร้าย แต่ข่าวดีคือ 2 ใน 4 ที่ใช้ได้นั้น มันเป็น 16GB ไม่ใช่ 4GB เหอๆ … เลยออกแนวได้เปรียบนิดหน่อย ไม่เสียดายมาก (Flash Drive ขนาด 16GB แม้ว่าเป็นที่ความเร็วในการเขียนข้อมูลต่ำมาก แต่ราคาแค่ 216 บาท โคตรคุ้มครับ)

อ่านถึงตรงนี้คงรู้แล้วใช่ไหมครับว่าถ้าจะซื้อพวกนี้แล้วต้องวัดดวงกันแค่ไหน ฮาฮา …

คำแนะนำในการต่อราคาของผมคือ ดูของเสร็จแล้วคิดในใจเลยว่าเราพร้อมสู้ที่ราคาเท่าไหร่ แล้วต่อไปที่ราคานั้นเลย โดยไม่ต้องสนใจว่าราคาที่พ่อค้าแม่ค้าตั้งมันคือเท่าไหร่ (อย่างกรณีของ Flash Drive ไง ที่เขาตั้งซะ HK$400 แล้วผมต่อไปที่ HK$250) ถ้าเขาไม่ขายที่ราคานั้น เขาก็จะไม่สนใจเราอีกต่อไปเอง แล้วเราก็จำราคาสุดท้ายที่เขาเสนอขายมาเก็บไว้เป็นข้อมูลนะ แล้วเอาไว้ไปต่อราคาที่ร้านอื่นต่อ อิอิ … ขอให้มีความสุขกับการต่อราคานะครับ

เอาละ นี่ก็คือทั้งหมด สำหรับซีรี่ส์โกอินเตอร์ไปฮ่องกงของผมที่อยากเอามาเล่าสู่กันอ่านครับ

 

ทีนี้ได้เวลาเล่นกิจกรรมแจกของรางวัลละนะ

ก่อนอื่นบอกก่อนว่า งวดนี้กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับผู้ที่มีสิทธิ์ร่วมสนุกคือ คนที่ได้ติดตามบล็อกของผม ที่เรียกว่าเป็น Blog Follower ทั้งแบบ

  • imageWordPress.com Follower คือ เป็นคนที่เขียนบล็อกบน WordPress.com แล้วกด Follow บล็อกของผมไว้
  • Email Follower คือ คนที่ไปคลิกลงทะเบียนรับข่าวเวลาที่มีบล็อกอนใหม่ๆ โพสต์น่ะครับ

    imageตอนนี้เท่ากับว่ามีคนที่มีสิทธิ์ร่วมกิจกรรมนี้อยู่ที่ 275 ท่านนะครับ อิอิ … ท่านใดยังไม่ได้ Follow บล็อกของผม รีบๆ จัดการซะ

    ของรางวัลงวดนี้มี 2 อย่างคือ

    • Flash Drive Angry Birds 4GB จำนวน 2 ตัวที่เห็นในรูปข้างบนนี่แหละครับ มูลค่าตัวละ 216 บาท
    • เคส iPhone 4/4S (ใช้ได้ทั้ง 2 รุ่น) สวยๆ ลาย Steve Jobs งานเนียน เมพโคตร … เจ๋งไม่เจ๋ง ก็เอาเป็นว่า ผมไม่คิดจะใส่เคสให้กับ iPhone 4S ของผม แต่พอเห็นไอ้นี่ปุ๊บ ผมซื้อโดยทันที และใส่ซะเลยอ่ะ งานเนียนมา ลายสวย ลายการ์ตูนที่เห็นเนี่ยเป็นปั๊มนูนนะครับ แพ็กเกจของเคสก็เป็นถุงผ้าสวยเลย อันนี้มูลค่า 440 บาท แต่จุดสำคัญคือ ณ ตอนนี้ไม่มีขายในไทยชัวร์ ขนาดในฮ่องกง ตรง Lady Market ที่มีเคส iPhone มาขายเพียบ ยังมีเพียงร้านเดียวที่มีเจ้านี่ขาย และใน 4 วันที่ผมไปเดินมา มีขายแค่ 2 ชิ้น และอยู่กับผมทั้งหมด ฮาฮา

    กติกาของการร่วมสนุกครั้งนี้ เอาง่ายๆ ครับ แค่มาคอมเม้นต์ในบล็อกของผม แล้วบอกผมว่า หากไปฮ่องกง อยากจะไปที่ไหน เพราะอะไร แล้วทิ้งอีเมล์ให้ผมไว้ติดต่อ (ใครที่ Follow บล็อกของผมแบบ WordPress.com Follower ขอให้ใส่ URL บล็อกของท่านด้วย) … ใครเลือกสถานที่ได้โดนใจและเหตุผลโดนใจผมที่สุด 3 อันดับแรก เดี๋ยวผมจะอีเมล์ไปติดต่อเรื่องการรับของรางวัลไปเลยครับ

    หมดเขตการร่วมสนุก 15 ธันวาคม 2554 นี้เท่านั้นนะครับ … Flash Drive 4GB นี่ผมแจกแน่นอน 2 ตัว แต่เคสเนี่ย ถ้าเกิดไม่มีใครเขียนมาได้โดนใจสุดๆ จริงๆ ผมจะเอาไว้ไปจัดกิจกรรมอื่นแจก ฮาฮา


    หากมีข้อสงสัยประการใด หรืออยากแบ่งปันความเห็นของท่าน ยินดีรับฟังและร่วมออกความเห็นได้ทาง Comment ด้านล่างนี้ หรือจะร่วมแชร์ความเห็นและความรู้ได้อีกหนึ่งช่องทาง เพียงแค่กด Like Facebook Fan Page ของผม ที่ http://www.facebook.com/kafaakBlog ครับ ส่วนใครได้ใช้ Google+ แล้ว แต่ยังไม่รู้จะเพิ่มใครเข้าแวดวง (Circle) ดี ก็จัดผมเข้าไปในแวดวงของท่านได้ที่ http://gplus.am/kafaak จ้า

    หมวดหมู่:#triptwt, บ่นไปเรื่อย, เก็บมาฝาก ป้ายกำกับ:,
    1. ธันวาคม 8, 2011 ที่ 11:44

      ถ้าผมไปฮ่องกง อยากพาแฟนไปช้อปที่ Lady Market ส่วนผมเป็นคนไม่ช้อปก็อยากไปชมบรรยากาศ ไปไหวพระ ไปชมวิว ไปลองนั่งรถ MTR ไปดูวิถีชีวิต ที่สำคัญ ไปกิน!!!!!

      @yokekung
      http://www.yokekungworld.com
      yokekungworld at gmail.com

    2. ธันวาคม 8, 2011 ที่ 12:27

      ขอไปเที่ยวที่่HK Islandครับดพราะดูแล้วมีครบทุกอย่า
      ทำบุญไหว้เข้าแม่กวนอิม ร้านของกินอร่อยและชอปปิ้งได้ด้วย
      อ้อไปOcean Parkด้วย

    3. ธันวาคม 8, 2011 ที่ 17:48

      ไปถึงฮ่องกงก็ต้องไปหาที่พักก่อนสิครับ(ต้องที่Fortureไม่ใช่่ Free Walkerอิอิ) เอาของเก็บก่อน(หนัก)
      ถ้าไป ก็อยากไปHong Kong Island ( Victory Peak, Ocean Park) แล้วก็Lantau Island (Disney Land ) (ไปหาที่สนุกๆคลายเครียด เคลียดเรื่องนำ้ท่วมมาเยอะ อิอิ) สุดท้าย ก็ช็อปก่อนกลับครับที่ kowloon
      คุณกาฝากฮะผมอยากดูรีวิว แว่นตาจอภาพ ฮะที่คุณซื้อมาจะฮ่อกง

    4. ธันวาคม 9, 2011 ที่ 00:51

      เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ยังไม่มีโอกาสได้ไปฮ่องกง ถ้ามีโอกาสอยากไปเดิน sightseeing สภาพบ้านเมืองของเขาว่าเจริญมากแค่ไหน ไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมเพื่อขอพร (ขอลูกด้วย 555 อันนี้สำคัญ!!) ส่วนเรื่องกินผมไม่เน้น เพราะอาหารบ้านเราถูกและอร่อยกว่า

      @wisit_wit
      wisit_wit@gmail.com

    5. สรกฤช เมฆทรัพย์
      ธันวาคม 9, 2011 ที่ 01:37

      ถ้าไปคนเดียว ที่อยากไปคงเป็นแถวถงหลอหว้าน อยากไปลงอ่าง เพราะที่นี่ขึ้นชื่อมากๆ สาวๆแหล่มๆ มีทุกเชื้อชาติ และจะไปเสี่ยงโชคที่มาเก๊าครับ (ครบสูตรชายโฉด)
      แต่ถ้าไปกับแฟนก็คงจะไป disneyland เพราะแฟนผมชอบถ่ายรูปมากๆ เลยคิดว่าคงเป็นที่ๆ มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะ อีกทั้งมีอะไรหลายๆอย่างให้ทำในหนึ่งสถานที่ เห็นเค้าบอกว่าเที่ยวได้ทั้งวัน และคงหนีไม่พ้นไป shopping ครับ น่าจะเป็นที่ lady market และปิดท้ายโดยการไปนั่งเรือที่เวนิชเทียน ครับ (เมื่ออยู่กับแฟนจากเสือกลายเป็นแมวโดยพลัน)

    6. กิตติ์ธเนศ พงศ์ธรธนนนท์
      ธันวาคม 9, 2011 ที่ 14:06

      สวัสดีครับ ถ้าไปฮ่องกงอีก ผมอยากไปที่ Ngong Ping อีกครั้ง เพราะประทับใจมาก อยากไปนั่ง Cable Car ชมวิวมุมสูงแบบ Bird Eye ที่ประทับใจสุดๆ และยังได้ขึ้นไปชมวิวบนแหล่งพักผ่อนด้านบนสุดของสถานี ที่สำคัญจะไปไหว้พระพุทธรูปใหญ่ที่สร้างจากทองแดงเป็นสิริมงคลและเสริมพลังชีวิตให้กับตัวเองครับ

    7. นายกาฝาก
      ธันวาคม 20, 2011 ที่ 10:52

      คุณสรกฤชครับ คุณ comment ได้ถูกใจผมมาก เดี๋ยวจัดเคส Steve Jobs ไปเลยนะครับ🙂

      คุณกิตติ์ธเนศ และ คุณวัชรพล … เดี๋ยวจัด Flash Drive ไปนะครับ (ใช้ดีบ้างไม่ดีบ้าง ไปด่าคนขายที่ Lady Market นะ อย่ามาว่าผม … เพราะผมก็โดนหลอกขายมาเหมือนกัน ฮาฮา)

      • กิตติ์ธเนศ
        ธันวาคม 20, 2011 ที่ 13:37

        ขอบคุณมากครับ คุณกาฝาก ดีใจที่ได้รับรางวัลเป็น Flash Drive ครับ เพราะตอนนี้ผมใช้ Android Phone ไม่ได้ใช้ iphone ครับ ความจริงผมยังมีที่อยากไปอีกหลายที่ เพราะไปครั้งที่แล้วยังรู้สึกว่ายังเที่ยวไม่พออยากอยู่ต่ออีก แต่วันนั้นรีบเขียนเลยขาดไปอีกหลายที่ครับ

        แต่อย่างไรก็ตามดีใจมากครับที่ได้รับรางวัลจากคุณกาฝากครับ

    1. No trackbacks yet.

    ใส่ความเห็น

    Fill in your details below or click an icon to log in:

    WordPress.com Logo

    You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Twitter picture

    You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Facebook photo

    You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Google+ photo

    You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

    Connecting to %s

    %d bloggers like this: