กาฝากจับของบาง รีวิว Ultrabook Acer Aspire S3 คู่กับ Acer C120

image

ก่อนหน้านี้ผมเคยได้รับเชิญจากทาง Acer ไปลองเล่นๆ พรีวิว Ultrabook ตัวล่าสุด คือ Acer Aspire S3 มาครับ ตอนนั้นได้แค่แตะๆ จับๆ จ้องๆ เท่านั้น แต่ล่าสุดผมได้มันมาลองเล่นแบบจริงๆ จังๆ แล้วละครับ และไม่แค่นั้น ผมยังได้โปรเจ็คเตอร์ขนาดเล็กรุ่น C120 มารีวิวพร้อมกันด้วย … โดยส่วนตัวผมมองว่าโน้ตบุ๊กเนี่ยเป็นอะไรที่ไม่มีเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจให้เขียนมากนัก ดังนั้น เลยขอรวบรวม 2 Gadget นี้มารีวิวเป็นชุดเดียวกันเลยดีกว่าครับ โดยมองว่าถ้าเป็นคนที่ต้องเดินทางและนำเสนองานในที่ประชุมขนาดเล็กบ่อยๆ 2 ตัวนี้อาจจะเป็นคู่หูที่ดีก็ได้

ตามธรรมเนียมครับ ก็ต้องขออุ้มไก่ให้กับผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของเว็บบล็อกนายกาฝากซะหน่อยนะครับ

  • Dell Thailand แนะนำ Dell Venue สมาร์ทโฟนระดับท็อป กับความสำเร็จเหนือชั้น ด้วยซีพียู 1GHz และระบบปฏิบัติการ Android 2.2 พร้อมกล้อง 8 ล้านพิกเซล รายละเอียดอ่าน ที่นี่เลย
  • ถึงเวลานั้นของปีแล้ว Adecco Thailand ขอเชิญชวนทุกคนมาดาวน์โหลด Adecco Thailand Salary Guide 2012 ไปครับ จะได้รู้กันว่าตำแหน่งงานที่เราสนใจนั้น มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณเท่าไหร่

สำหรับคนที่ชอบติดตามข่าวสารในแวดวงไอที ตอนนี้ผมจัด YouTube Channel สำหรับเผยแพร่ข่าวสารแล้วครับ ติดตามได้ทาง http://www.youtube.com/user/kafaak ครับ ค้นหา “กาฝากน้อย ย่อยข่าว” ได้เลย

เอาล่ะ พอหอมปากหอมคอแล้ว ได้เวลาลุย!

 

ก่อนอื่นแนะนำ Ultrabook กันก่อน

imageUltrabook คือความพยายามครั้งล่าสุดของ Intel ที่จะก้าวให้ทันกับเทรนด์ของอุปกรณ์พกพาในปัจจุบันหลังจากที่ปล่อยให้ Apple นำไปก่อนหลายช่วงตัว นั่นคือสร้างโน้ตบุ๊กที่บางมากๆ และสามารถเปิดปิดได้รวดเร็ว แต่ความแตกต่างระหว่าง Ultrabook ของ Intel กับ MacBook Air ของ Apple ก็คือ Ultrabook นั้นมีหลายค่ายพัฒนากันครับ ดังนั้นเราจะเห็น Ultrabook ที่หลากหลายอยู่พอควร และ Acer เองก็เป็นหนึ่งในค่ายที่ร่วมวง Ultrabook ด้วยครับ

imageทีนี้มาดูแรกสัมผัส Acer Aspire S3 ของผมกันบ้าง ต้องย้อนไปเมื่อหลายเดือนก่อน (ก่อนน้ำท่วมอีก) ที่ผมได้มีโอกาสพรีวิวเจ้านี่ร่วมกับบล็อกเกอร์เทพๆ ท่านอื่นๆ ในเมืองไทย และบังเอิญว่า @molek เอา MacBook Air มาด้วย ผมก็เลยลองเอา Acer Aspire S3 มาเทียบกับ MacBook Air กันแบบตัวต่อตัวแบบในรูปด้านข้างนี่ บอกได้เลยครับว่าคล้ายคลึงกันมากๆ ทีเดียว ด้านความบางนี่ไม่ต้องพูดถึงครับ วัดจากส่วนที่หนาที่สุดแล้วอยู่ที่ 17.5 มิลลิเมตรเท่านั้น ดูรูปขวามือจะเห็นว่ามันบางแค่ไหน จากนั้นมาดูรอบๆ ตัวกันบ้างครับ … ส่วนน้ำหนักก็ 1.35kg ครับ

ตัวเครื่องเป็นออกแนวอลูมิเนียม ฝามีลายขูดๆ ด้านล่างจะเห็นจุดที่เป็นสเตนเลสด้วย ตรงนั้นคือจุดที่ใส่ฮาร์ดดิสก์ครับ รุ่นที่ผมได้มารีวิวเป็นตัวท็อปสุดใช้ CPU Core i7 เลยเป็นฮาร์ดดิสก์แบบ Solid State Drive (SSD) ความจุ 240GB (แต่นั่นทำให้สนนราคาของมันไปอยู่ที่ 49,900 บาททีเดียว) ถ้าใครกระเป๋าเงินไม่หนาพอ ก็มีรุ่นที่ใช้ Core i3 และ i5 ด้วย ซึ่งมากับฮาร์ดดิสก์ 5,400 รอบแทน แบบนี้ก็ประหยัดไปได้อีกเยอะ

imageimageimageimageimage

ด้วยความที่บางสุดๆ เลยทำให้ด้านข้างซ้ายและขวามี่แค่ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และสล็อตสำหรับใส่ SD Card เท่านั้น ส่วนพอร์ตและช่องเสียบอื่นๆ ไปอยู่ด้านหลังซะหมดครับ ด้านหลังก็เลยมีพอร์ต USB ให้ 2 พอร์ต (แต่น่าเสียดายที่ไม่มี USB 3.0 มาให้) แล้วก็มีพอร์ต HDMI ไว้สำหรับต่อออกพวกจอทีวี หรือโปรเจ็คเตอร์ที่รองรับ HDMI กับช่องเสียบสายชาร์จ … ส่วนระบายความร้อนของเครื่องก็มาอยู่ตรงนี้แหละครับ

imageimage

ด้วยความที่การออกแบบหลายๆ อย่างของ Apple นั้นได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันทำให้ชีวิตของผู้ใช้งานมีสุขขึ้น และหลายๆ อย่างถูกหลักการยศาสตร์ ผมเลยไม่รู้สึกแปลกใจที่เมื่อลองใช้เจ้า Acer Aspire S3 นี่แล้วรู้สึกว่ามันถูกออกแบบมาในแนวทางของ Apple ไม่น้อยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นแป้นพิมพ์ที่มี Layout คล้ายคลึงกันหมาก, ตัว TrackPad ที่ใหญ่กว่า TrackPad ปกติของพวกโน้ตบุ๊ก พร้อมเป็นแบบที่ให้เราสามารถคลิกลงไปได้เหมือนกับพวก MacBook รุ่นใหม่ๆ โดยไม่ต้องยกนิ้วขึ้นมาเพื่อ Tap (ซึ่งมีค่าเท่ากับการคลิกเมาส์) และยังมี Multigusture อีกด้วย (คือใช้ 2 นิ้วแตะที่ TrackPad แล้วลากเพื่อ Scroll หน้าจอได้ หรือการทำ Pinch Zoom) … แต่ก็ยังมีเพิ่มมาอีกจุดคือการออกแบบเพื่อให้สามารถเปิดฝาจอใช้งานได้ด้วยมือเดียว (ทำได้โดยการออกแบบให้ฝาจอมีน้ำหนักเบา แต่ตัวเครื่องมีน้ำหนักเยอะกว่าเมื่อเทียบอัตราส่วนกันแล้ว)

 

สเปกและประสิทธิภาพของ Acer Aspire S3 ตัวนี้

ตัวที่ผมได้มารีวิวนี่สเปกคร่าวๆ เป็นแบบนี้ครับ

  • CPU: Intel Core i7-2637M 1.7GHz (4MB L3 Cache)
  • RAM: 4GB DDR3
  • Display: 13.3 นิ้ว 1366×768 พิกเซล LED
  • Graphic Chipset: Intel HD Graphics 3000
  • HDD: 240GB (SSD)
  • 2 x USB 2.0, 2-in-1 Card Reader, 1 x HDMI
  • Wireless 802.11 B/G/N
  • Battery: 3-cell 3,280 mAh

sf4_resultWEI_score

ดูจากสเปกแล้ว ผมเลยขอทดสอบแบบง่ายๆ ไม่ต้องวุ่นวายมาก ด้วย Windows Experience Index ของ Microsoft เอง และการทดสอบสำหรับการเล่นเกมด้วย Street Fighter IV Benchmark ครับ ได้ผลตามรูปด้านบนเลยครับ … เราได้อะไรจากตรงนี้บ้าง?

ดูจากคะแนนแล้ว ในด้านของหน่วยประมวลผล (Processor) และฮาร์ดดิสก์ Acer Aspire S3 ทำคะแนนได้ค่อนข้างดีมากทีเดียว (แหงล่ะ Core i7 กับ SSD นี่นา) ในส่วนของหน่วยความจำก็ได้ 5.9 คะแนนถือว่าไม่เลว แต่ว่าที่ทำคะแนนได้ไม่ดีเลยก็คือในส่วนของกราฟิก ซึ่งแม้คะแนนจะอยู่ระดับกลางๆ แต่มันก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเล่นเกมรุ่นใหม่ๆ ได้ลำบาก ดูจากคะแนนของ Street Fighter IV Benchmark ได้ครับ ระดับ E ได้ Frame Rate แค่ 10.46fps เอง (ผมพยายามปรับให้กราฟิกทุกอย่างอยู่ในระดับต่ำสุดแล้ว Frame Rate ดีขึ้นมาเป็น 24 เฟรมกว่าๆ ต่อวินาที แต่ว่าคะแนนก็ยังอยู่ระดับ E อยู่ดี)

เจ้านี่ไม่ใช่โน้ตบุ๊กที่ออกแบบมาสำหรับให้ใช้งานกราฟิกหนักๆ ครับ (เพราะนั่นจะทำให้เครื่องร้อนมาก และกินแบตเตอรี่มาก) แต่ออกแบบมาให้พกพาไปไหนมาไหนสะดวกต่างหาก … แน่นอนว่าสำหรับผู้ที่ต้องพกพาไปไหนมาไหนบ่อยๆ แต่เงินไม่เยอะพอที่จะจัดรุ่นท็อป ก็ไปจัดรุ่น Core i3 หรือ i5 ก็ได้ครับ ราคาจะถูกลงไปเยอะทีเดียว

จุดขายอีกอย่างของ Acer Aspire S3 นี่ก็คือ การบูตที่รวดเร็ว (อันเป็นผลจากความเป็น Ultrabook และการใช้ SSD ของรุ่นท็อป) การเข้าสู่โหมด Deep Sleep แล้วสามารถกลับมาได้อย่างรวดเร็ว … เร็วแค่ไหน ลองดูวิดีโอรีวิวครับ

 

 

ทีนี้มาดู Acer C120 คู่หูกันบ้าง

โน้ตบุ๊กจะบางเบาแค่ไหน แต่ถ้าต้องแบกไปพร้อมๆ กับโปรเจ็คเตอร์ตัวบักควายมันก็แทบไม่เกิดประโยชน์อะไรครับ หลังๆ เราเลยได้เห็นระดับ Pico Projector หรือโปรเจ็คเตอร์ระดับเล็ก (Pico นั้นเล็กกว่า Nano ครับ) กันเยอะขึ้นเรื่อยๆ … และเพื่อใช้คู่กับ Acer Aspire S3 นี้ ทาง PR ของ Acer เขาก็เลยจัดเจ้า Acer C120 LED Projector มาให้ผมได้ลองใช้ครับ

 

แรกสัมผัส Acer C120

imageตอนแรกที่ผมได้เห็นรูป Acer C120 เนี่ย ไอ้ผมนึกว่ามันจะเป็นเจ้าพวกโปรเจ็คเตอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่า Pico Projector เล็กน้อย แต่พอได้สัมผัสจริงๆ … เอิ่ม มันเล็กมากทีเดียวครับ

image

ดูจากรูปขวามือจะเห็นว่าผมใช้แค่ปลายนิ้วก็คืบตัวเครื่องไว้ได้แล้วละครับ น้ำหนักของมันแค่ 180 กรัมเท่านั้นเอง หนักกว่าพวกสมาร์ทโฟนจอ 4.3 นิ้วอยู่เล็กน้อย ถือว่าเบามากๆ … ว่าแต่ทำไมมันถึงได้เบาได้ขนาดนั้นน่ะ? เดี๋ยวผมจะมาเฉลยให้ฟัง อ่านรีวิวไปเรื่อยๆ สิ … แต่ก่อนอื่น เรามาดูรอบๆ ตัวเครื่องกันก่อนดีกว่าครับ

  • ด้านหน้าเป็นแค่โลโก้ Acer กับเลนส์ฉายภาพ
  • ด้านซ้ายเป็นพอร์ต USB 3.0 (แต่ใช้ได้กับ USB 2.0 ด้วยอ่ะนะ) แล้วก็ช่องเสียบชาร์จเจอร์
  • ด้านขวาเป็น Jogger สำหรับปรับโฟกัสของภาพ
  • ด้านหลังเป็นช่องระบายอากาศ (ไม่ถือว่าร้อนมาก เพราะหลอดภาพเป็น LED ครับ)
  • ด้านล่างมีช่องสำหรับต่อกับขาตั้งกล้อง แล้วก็มีขาตั้งตัวเครื่องแบบพับได้ขนาดเล็กๆ อยู่ (โดยส่วนตัวนะครับ ผมว่าเอาหนังสือมารองยังง่ายกว่า ฮาฮา)

imageimageimageimage

 

จุดเด่นของ Acer C120 อยู่ตรงไหน?

imageจุดเด่นของ Acer C120 เป็นคำตอบว่าทำไมมันถึงได้น้ำหนักเบาซะเหลือเกิน … คำตอบก็คือเพราะว่ามันไม่มีแบตเตอรี่ครับ การใช้งาน Acer C120 นั้นจะต้องเสียบกับชาร์จเจอร์ หรือไม่ก็ใช้ไฟจากพอร์ต USB ได้ โดยมีสาย USB มาให้แบบ 2 หัวเผื่อต่อ 2 พอร์ตเลย (สำหรับโน้ตบุ๊กบางรุ่นที่ USB พอร์ตเดียวจ่ายไฟไม่พอ … แต่จากที่ผมลองกับ Dell Inspiron 1546 กับ Acer Aspire S3 แล้ว ใช้ USB พอร์ตเดียวก็พอครับ)

Acer C120 นั้นไม่ต้องการสาย VGA อะไรให้วุ่นวายครับ การเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อแสดงภาพนั้นใช้ผ่านทางพอร์ต USB เลย ถ้าเป็น USB 3.0 จะดีมาก เพราะแบนด์วิธของมันเยอะ แต่ก็ใช้กับ USB 2.0 ได้

นั่นหมายความว่าถ้าจะเอาไปใช้กับคอมพิวเตอร์แล้ว เราไม่ต้องพกสาย VGA กับชาร์จเจอร์ให้วุ่นวายเลย แค่มีตัวโน้ตบุ๊ก (ในที่นี้คือ Acer Aspire S3) กับสาย USB ของมันก็พอแล้วครับ (สาย USB แบบนี้เป็นสายที่แถมมากับพวกอุปกรณ์ USB 3.0 อย่าง External Harddisk ครับ)

พอเสียบเข้ากับเครื่องคอมฯ แล้ว เจ้า Acer C120 นี่จะทำตัวเป็น CD-ROM ครับ มีไฟล์ dlusb_launcherC120.exe ให้รัน ตอนแรกผมนึกว่าต้องติดตั้งไดรเวอร์ (เพราะมีไฟล์ .cab ด้วย) แต่ปรากฏว่ามันไม่ใช่ครับ มันเป็น Portable Program สามารถรันได้เลยไม่ต้องติดตั้ง

image

imageพอรันแล้วตัวโปรแกรมก็จะทำการแสดงภาพบน Acer C120 ทันที แต่ว่ามันจะปรับความละเอียดหน้าจอของเราลงเหลือ 854×480 พิกเซล (WVGA) ตามความละเอียดที่มันสามารถแสดงผลได้ … แต่ไม่ต้องห่วงครับ เราสามารถปรับตั้งค่าโหมดการแสดงผล ให้เป็นสำเนาเหมือนจริงขนาดเท่าต้นฉบับได้ แค่นี้หน้าจอคอมฯ ของเราก็กลับมาคมเป๊ะเหมือนเดิม

imageเจ้า Acer C120 นี่แสดงผลในอัตราส่วน 16:9 หรือ Widescreen เหมาะกับการดูหนังมาก และแม้ว่าจะตัวเล็กแต่มี Contrast Ratio ที่ 1000:1 และให้ความสว่างสูงสุดได้ที่ 100 ANSI Lumens ครับ หากวางไว้ที่ระยะประมาณ 2 เมตร ก็สามารถแสดงภาพได้ขนาด 55 นิ้วสบายๆ … ว่ากันว่า Acer C120 นี่แสดงภาพใหญ่สุดได้ขนาด 100 นิ้วเลยทีเดียว ดูความสัมพันธ์ระหว่างระยะห่างจากฉากกับขนาดของการแสดงภาพได้จากรูปครับ

แม้ว่าจะใช้ USB 2.0 แต่ว่าแบนด์วิธก็เหลือเฟือสำหรับการแสดงผลภาพนะครับ ผมลองเล่นไฟล์ 1080p ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร (แหงดิ ก็มันแสดงผลจริงๆ แค่ 854×480 พิกเซลเอง ฮาฮา) ดูวิดีโอรีวิวได้จากด้านล่างครับ

 

 

ทั้ง Acer Aspire S3 กับ Acer C120 นี่เข้ากันดี

อย่างที่ผมพูดถึงไปแล้วในตอนต้น เราซื้อโน้ตบุ๊กบางๆ ก็เพราะว่าเราต้องการความสะดวกในการพกพา ดังนั้นหากเราเป็นพวกที่ต้องพกทั้งโน้ตบุ๊กและโปรเจ็คเตอร์ไปไหนมาไหนเพื่อนำเสนองาน ผมว่า Acer Aspire S3 (รุ่น Core i3 หรือ i5 นะ เพราะถูกหน่อย) มันช่างเข้าคู่กับ Acer C120 จริงๆ ครับ สนนราคาของ Acer C120 ก็ไม่แพงมาก ถ้าจำไม่ผิด 9,900 บาท (?!? ต้องเช็คกับทาง Acer อีกทีแฮะ เพราะตอนนี้ไม่รู้ราคาเหลือเท่าไหร่แล้ว)

โน้ตบุ๊กหนัก 1.35kg รวมกับโปรเจ็คเตอร์พกพาหนัก 180 กรัม รวมแล้วก็แค่ 1.53kg เท่านั้นเอง น้ำหนักยังน้อยกว่าโน้ตบุ๊กจอ 14 นิ้วหลายๆ ตัวมากมาย

 

ไม่อยากให้ฟังแต่ข้อดี มาดูข้อเสียที่พบกันบ้าง… ทั้งสองตัวเลย

เดี๋ยวจะหาว่าผมเอาแต่อวย Acer … ไม่ใช่ว่า Acer Aspire S3 กับ Acer C120 จะไม่มีข้อให้ผมตินะครับ มาลองดูกันครับ

จุดให้ติของ Acer Aspire S3

  • TrackPad ของ Acer Aspire S3 พยายามเลียนแบบ TrackPad ของเครื่อง Mac แต่ดันพยายามทำให้การคลิกมันแยกเป็นคลิกซ้ายและขวาได้ อยู่ที่ว่าจะคลิกที่มุมไหนของ TrackPad ซึ่งนั่นทำให้การคลิกขวามันยากมาก และลงเอาด้วยการเป็นคลิกซ้ายซะทุกที
  • อาจดูเป็นความสะดวกสบายที่มีพวกซอฟต์แวร์จาก Norton หรือ McAfee ติดตั้งมาให้เรียบร้อย แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ใช้มันกลายเป็นเรื่องน่ารำคาญมาก เพราะต้องมาคอย Uninstall ออกทุกครั้งหากเรา Restore กลับไปที่ค่าเริ่มต้นของโรงงาน)
  • แบตเตอรี่ไม่สามารถถอดเปลี่ยนเองได้ เพราะการออกแบบที่บางขนาดนี้ เลยทำให้ต้องตัดใจทำแบตเตอรี่เป็นแบบติดในตัวเครื่องไปเลย
  • บานพับของจอเป็นพลาสติก มีแนวโน้มที่จะแตกชำรุดได้ง่ายหากเปิดปิดไม่ระวัง … การจับเฉพาะจอภาพแล้วยกเครื่องขึ้นมาอาจทำให้ชำรุดได้เลย

จุดให้ติของ Acer C120

  • การใช้ไฟจากพอร์ต USB ทำให้ไปเปลืองแบตเตอรี่ของโน้ตบุ๊กแทน (ในกรณีที่เป็นการใช้งานนอกสถานที่แท้ๆ ไม่มีปลั๊กให้เสียบ) ดังนั้นระยะเวลาในการใช้งานย่อมช้าลงอย่างมีนัยสำคัญมากๆ (Acer Aspire S3 นี่เหลือแบตเตอรี่ใช้งานได้แค่ 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว)
  • Acer C120 เป็นโปรเจ็คเตอร์แบบง่ายๆ ไม่มีลูกเล่นใดๆ เลย ไม่มีปุ่มให้ปรับค่าต่างๆ เหมือนโปรเจ็คเตอร์ทั่วๆ ไปเขามี ไม่มีรีโมทคอนโทรล เสียบปุ๊บใน 5 วินาทีภาพก็ติด ไม่มีสวิตช์เปิดปิดใดๆ
  • Acer C120 รองรับขาตั้งกล้อง แต่สาย USB ที่แถมมาให้ก็สั้นซะเหลือเกิน จนเรียกว่าเวลาจะใช้งานต้องเอาโน้ตบุ๊กหรือคอมพิวเตอร์ไปวางไว้ใกล้ๆ ตอนแรกผมเข้าใจว่าต้องสั้นไว้เพื่อลดการสูญเสียพลังงานไฟฟ้าจากสายยาวๆ แต่ผมลองใช้สาย USB ยาว 1 เมตรมาต่อพ่วงแล้วก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด


หากมีข้อสงสัยประการใด หรืออยากแบ่งปันความเห็นของท่าน ยินดีรับฟังและร่วมออกความเห็นได้ทาง Comment ด้านล่างนี้ หรือจะร่วมแชร์ความเห็นและความรู้ได้อีกหนึ่งช่องทาง เพียงแค่กด Like Facebook Fan Page ของผม ที่ http://www.facebook.com/kafaakBlog ครับ ส่วนใครได้ใช้ Google+ แล้ว แต่ยังไม่รู้จะเพิ่มใครเข้าแวดวง (Circle) ดี ก็จัดผมเข้าไปในแวดวงของท่านได้ที่ http://gplus.am/kafaak จ้า

  1. น้องเมย์
    ธันวาคม 15, 2011 ที่ 08:54

    “ดังนั้นระยะเวลาในการใช้งานย่อมช้าลงอย่างมีนัยสำคัญมากๆ (Acer Aspire S3 นี่เหลือแบตเตอรี่ใช้งานได้แค่ 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว)”

    แล้วปกติ Acer Aspire S3 ใช้งานทั่ว ๆ ไปได้กี่ชั่วโมงเหรอคะ?

    • นายกาฝาก
      ธันวาคม 15, 2011 ที่ 20:41

      ถ้าใช้แบบ Balance Mode ก็ราวๆ 4 ชม ครับ (เพราะแบตเตอรี่ไม่ใหญ่มาก) แต่ถ้าประหยัดสุดๆ (ประเภทตั้งความว่างหน้าจอให้หม่นสุด ปิด WiFi ใช้ Offline อย่างเดียว) อาจได้ถึง 5 ชม เศษ ครับ

  2. tik
    กุมภาพันธ์ 24, 2012 ที่ 13:27

    อยากทราบว่ามีหัวอ่าน CD/DVD มั๊ยครับ ไม่มีใครพูดถึงเลย

    • นายกาฝาก
      กุมภาพันธ์ 24, 2012 ที่ 13:51

      บางขนาดนี้ ไม่สามารถใส่ DVD/CD Drive ได้ครับ

  3. mako
    มีนาคม 23, 2013 ที่ 17:03

    แล้วใช้อะไรเปิดแผ่นซีดีอ่ะคับ

    • นายกาฝาก
      มีนาคม 23, 2013 ที่ 21:30

      ก็ใช้ External CD/DVD ครับ ต่อผ่านพอร์ต USB

  1. พฤษภาคม 13, 2012 ที่ 11:00

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: