หน้าแรก > จิตวิทยา, บ่นไปเรื่อย, เก็บมาฝาก, เขียนตามกระแส > การมาของ nuffnang และผลกระทบที่มีต่อบล็อกเกอร์ไทยในสายตาของผม

การมาของ nuffnang และผลกระทบที่มีต่อบล็อกเกอร์ไทยในสายตาของผม

image

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้รับเกียรติจากทาง nuffnang ให้ไปเข้าร่วมงานแจกรางวัล Nuffnang Asia-Pacific Blog Awards 2011 ที่ประเทศมาเลเซีย … ก็ได้ไปเปิดหูเปิดตามากทีเดียวละครับ เพราะนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้ไปเยือนมาเลเซีย (หลังจากคิดว่าจะไปหลายครั้งแล้วก็ไม่ได้ไปซะที) กับการได้ไปเห็นชุมชนบล็อกเกอร์ที่ใหญ่มากในระดับเอเชียแปซิฟิก … แต่งานน่ะช่างมันเถอะ สิ่งที่ผมอยากเขียนถึงมากกว่า คือเรื่องของ nuffnang (อ่านว่า นัฟแนง)

ตามธรรมเนียมครับ ก็ต้องขออุ้มไก่ให้กับผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของเว็บบล็อกนายกาฝากซะหน่อยนะครับ

  • Dell Thailand แนะนำ Dell Venue สมาร์ทโฟนระดับท็อป กับความสำเร็จเหนือชั้น ด้วยซีพียู 1GHz และระบบปฏิบัติการ Android 2.2 พร้อมกล้อง 8 ล้านพิกเซล รายละเอียดอ่าน ที่นี่เลย
  • ถึงเวลานั้นของปีแล้ว Adecco Thailand ขอเชิญชวนทุกคนมาดาวน์โหลด Adecco Thailand Salary Guide 2012 ไปครับ จะได้รู้กันว่าตำแหน่งงานที่เราสนใจนั้น มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณเท่าไหร่

สำหรับคนที่ชอบติดตามข่าวสารในแวดวงไอที ตอนนี้ผมจัด YouTube Channel สำหรับเผยแพร่ข่าวสารแล้วครับ ติดตามได้ทาง http://www.youtube.com/user/kafaak ครับ ค้นหา "กาฝากน้อย ย่อยข่าว" ได้เลย

เอาล่ะ พอหอมปากหอมคอแล้ว ได้เวลาลุย!

 

image

nuffnang คืออะไร?

คำถามนี้ตอบง่ายมาก ผมขอลอกคำตอบจากเว็บไซต์ของ nuffnang มาเลย (credit รูป nuffnang.co.th) ละครับ … ในมุมมองง่ายๆ ของผม nuffnang ก็คือเอเจนซี่โฆษณา ที่เน้นการโฆษณาบนบล็อกที่เหล่าบล็อกเกอร์เขียนนั่นเอง ก็คล้ายๆ กับ Google AdSense เพียงแต่ว่ามีรูปแบบการโฆษณาให้เลือกมากกว่า และถูกพัฒนาเพื่อให้เหมาะสมมากกว่า

และที่ nuffnang ทำมากกว่าการเป็นแค่เอเจนซี่โฆษณาก็คือ การพยายามเป็นสื่อกลางในการสร้างชุมชนเครือข่ายบล็อกเกอร์ให้ใหญ่ ได้มาพบปะกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน (ผมได้สัมผัสมาแล้ว ตอนที่ไปงาน Nuffnang Asia-Pacific Blog Awards 2011 นี่แหละ)

 

แล้ว nuffnang ทำแบบนี้แล้วได้อะไร?

แน่นอน ได้เงินดิ … จากการขายโฆษณาให้กับพวกแบรนด์ต่างๆ นี่แหละครับ ถ้าเทียบบล็อกเพียงบล็อกเดียวกับพวกสื่อดั้งเดิมอย่างหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร มันอาจจะเทียบกันไม่ได้ แต่ถ้าลองสร้างชุมชนของบล็อกเกอร์จำนวนซัก 300 บล็อก โดยที่แต่ละบล็อกมีคนเข้าไปชม 10,000 คนต่อวัน นั่นก็คือจำนวนคนถึง 3 ล้านคนต่อวันแล้ว … อ้างอิงจากข้อมูลที่ทาง nuffnang ให้ไว้ในเว็บไซต์ของเขา ตอนนี้มีบล็อกในสังกัดทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมากกว่าแสนแล้ว คิดว่าจำนวนคนดูต่อวันจะมากแค่ไหนล่ะ? ชุมชนนี้เองที่สร้างอำนาจต่อรองกับแบรนด์ให้กับ nuffnang ครับ

 

คำถามต่อมาคือ แล้วบล็อกเกอร์ได้อะไรจาก nuffnang?

imageมันเหมือนกับนิทานหักธนูอ่ะ อยู่เดี่ยวๆ ก็หักได้ง่ายๆ แต่ถ้าอยู่รวมๆ กันมันก็จะหักยากขึ้นหรือหักไม่ได้เลย ฉันใดฉันนั้น ถ้าบล็อกเรามีคนเข้ามาชม (Traffic) ต่ำ แบรนด์ไหนๆ เขาก็ไม่เหลียวแลเราแน่นอน … แต่ถ้าเอา Traffic จากบล็อกยิบย่อยเหล่านี้มารวมกัน จำนวนมันก็ใช่ย่อยซะที่ไหน บล็อกมีคนเข้าแค่ 100 คนต่อวัน แต่ถ้ารวมกัน 1,000 บล็อก มันก็เป็นแสนอ่ะ นั่นคือสิ่งที่ nuffnang มอง

ผลก็คือ nuffnang ก็สามารถนำตัวเลขพวกนี้ไปเสนอขายโฆษณากับแบรนด์ได้ … บล็อกเกอร์ได้ค่าโฆษณา (แม้จะไม่มากเท่าไหร่ เพราะ Traffic ยังน้อย), แบรนด์ก็ได้โฆษณาออกไปยังผู้ชมจำนวนไม่น้อย ส่วน nuffnang … แน่นอน ได้เงินเช่นกัน … win-win-win สินะ

ถ้าเป็นบล็อกเกอร์ที่คนมาดูเยอะๆ หน่อย เดือนนึงๆ ก็มีรายได้อักโขอยู่นะ

ว่ากันว่า nuffnang มีโฆษณาอยู่ 3 แบบ (ถ้าผมเข้าใจผิด แล้ว nuffies ท่านใดมาเห็นเข้า กรุณาช่วย comment แก้ให้ด้วยนะ) คือ

  • CPC เป็นแบบคลิกโฆษณาแล้วได้เงิน อารมณ์ AdSense นั่นแหละ
  • CPM เป็นแบบที่แบรนด์จะเลือกว่าจะโฆษณาบนหน้าบล็อกไหน แล้วบล็อกเกอร์จะได้เงินจากการโชว์โฆษณานั้น คลิกไม่คลิกไม่เป็นไร อารมณ์แบนเนอร์นั่นเอง
  • Advertorial เป็นแบบบทความโฆษณาอ่ะ อันนี้จ่ายงามสุดครับ

นอกจากรายได้แล้ว nuffnang ก็ยังช่วยต่อรองแบรนด์เพื่อให้ได้สินค้าหรือบริการมารีวิวด้วยก็ได้นะ แบบนี้บล็อกเกอร์รายยิบย่อยก็จะได้พอมีโอกาสได้ก้าวขึ้นมาบ้าง เพราะปกติแล้วหากให้ติดต่อกันเอง แบรนด์หรือเอเจนซี่อื่นๆ มักจะมองตัวเบ้งๆ ก่อน

 

เดี๋ยวจะหาว่าผมอวย nuffnang … แล้วผมมองว่ามันจะมีด้านลบอะไรไหม?

imageมาเข้าแนววิชาการหน่อย … นักจิตวิทยานั้นเชื่อว่าคนเราทุกคนชอบระบุเหตุแห่งพฤติกรรม (Attribution) นั่นก็คือ เมื่อเรามีพฤติกรรมอะไรไป เราก็จะพยายามหาเหตุผลว่า เราทำไปเพราะอะไร … เราเขียนบล็อกไปเพื่ออะไร เพื่อความสนุก? เพราะใจรัก? อยากให้ความรู้แก่คนอื่นๆ? อยากแบ่งปันประสบการณ์? ฯลฯ

การเข้ามาของโอกาสในการหารายได้อาจทำให้การระบุเหตุแห่งพฤติกรรมของการเขียนบล็อกของบล็อกเกอร์หลายๆ คนเปลี่ยนไป จากเดิมที่เขียนแบบมี Passion ทำเพราะใจรัก อยากให้ความรู้ อยากแลกเปลี่ยนประสบการณ์ … กลายมาเป็นทำเพื่อให้คนเข้ามาดูเยอะๆ จะได้ค่าโฆษณาเยอะๆ

ปรากฏการณ์ที่แรงจูงใจเพื่อหวังรางวัลภายนอก (เช่น เงินหรืออามิสสินจ้างอื่นๆ) มาทำให้แรงจูงใจในการมีพฤติกรรมน้อยลงแบบนี้ ทางจิตวิทยาเรียกว่า Overjustification Effect ครับ … การอธิบายปรากฏการณ์นี้ ผมขอยกตัวอย่างเรื่องเล่าจากหนังสือ “ทำอย่างไรให้เขายอม” ของ รศ.ดร. สิทธิโชค วรานุสันติกูล อาจารย์ที่เคารพของผม … ผมไม่ได้คัดลอกมาเป๊ะๆ นะครับ แค่สรุปความให้ได้อ่านกันพอ

ชายแก่คนหนึ่ง วัยก็พ้นเกษียณมาหลายปีดีดักแล้ว อาศัยอยู่ในบ้านย่านชานเมืองหวังว่าจะใช้บั้นปลายของชีวิตอย่างสงบสุขที่นี่ ทว่าปัญหาของเขาก็คือ เด็กเล็กเด็กน้อยจำนวนไม่น้อย อาศัยหน้าบ้านของเขาเป็นที่เล่น ส่งเสียงกันเจี๊ยวจ๊าวหนวกหู จะไล่อย่างไรก็ไม่ไป จะทำอะไรรุนแรงไปก็ไม่ถูกไม่ควร

จนกระทั่งชายแก่เกิดไอเดียแปลกๆ ขึ้นมา วันหนึ่งเขาได้เรียกเด็กๆ พวกนี้เข้าไปหาอย่างอ่อนโยน พร้อมทั้งให้เงินคนละ 20 บาท แล้วบอกว่าพรุ่งนี้ก็อย่าลืมมาเล่นเอะอะที่นี่กันอีกนะ … เด็กๆ รับเงินไปอย่างงุนงง แต่ก็สัญญาว่าพวกเขาจะกลับมาเล่นที่นี่อีกในวันต่อมา

ชายแก่ทำแบบนี้ไปได้พักใหญ่ๆ (ก็หลายวันอยู่) แล้วอยู่มาวันหนึ่งเขาก็เรียกเด็กๆ เข้ามาหาอย่างเคย แต่คราวนี้เขาไม่ได้ให้เงินแล้ว เพียงแต่ขอบคุณที่เด็กๆ ทั้งหลายมาเล่นที่หน้าบ้านเขา และบอกว่าพรุ่งนี้ก็อย่าลืมมาเล่นอีกนะ … เด็กๆ พูดพร้อมกันว่า “ไม่เอาแล้ว ไม่ได้เงิน 20 บาทไม่มาเล่นหรอก ไม่คุ้มเหนื่อย”

ด้วยอุบายอันแยบยลนี้ก็ทำให้เด็กๆ เลิกมาเล่นส่งเสียงเอะอะเจี๊ยวจ๊าวที่หน้าบ้านชายแก่อีก

เห็นภาพชัดเจนไหมครับ? นี่คือสิ่งที่ผมเกรงว่าจะเกิดขึ้นกับบล็อกเกอร์ เมื่อมีโอกาสในการทำเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อเราเขียนบล็อกเพื่อเงินแล้วมันอาจเกิด

  • imageโอกาสที่คุณภาพของเนื้อหาในบล็อกจะลดน้อยถอยลงไปบ้างก็อาจมี เพราะ Passion ที่มีให้แต่เดิมมันลดน้อยถอยลงไปแล้ว
  • การแบ่งปันเนื้อหาให้เว็บไซต์อื่นๆ (เมื่อมีการขอมา) ก็อาจจะน้อยลง เพราะบล็อกเกอร์ต้องการให้ผู้เข้าชมมาชมที่เว็บของตนให้มากๆ
  • ที่สุดคือ เมื่อโอกาสในการสร้างรายได้นั้นหมดไป อาจทำให้เกิดความรู้สึกว่าการเขียนบล็อกนั้นมันไม่คุ้มเหนื่อยเอาเสียเลย แล้วพาลจะเลิกเขียนไปด้วย
  • บล็อกเกอร์หน้าใหม่ที่จะก้าวเข้ามาสู่วงการ ก็อาจมองเรื่องการทำเงินเป็นเป้าหมายสำคัญอีก
  • การละเมิดลิขสิทธิ์ในเนื้อหาของบล็อกก็อาจจะเพิ่มขึ้น เพราะมันคือวิธีการที่เร็วที่สุดในการสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจในเว็บ และเรียก Traffic เข้ามา

โดยความเห็นส่วนตัว ผมมองว่าการมาของ nuffnang ก็เปรียบเสมือนดาบสองคม มีทั้งด้านดีที่เป็นคุณต่อบล็อกเกอร์ทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ และในขณะเดียวกันมันก็มีด้านที่เป็นโทษด้วยเช่นกัน … ประเด็นสำคัญคือ บล็อกเกอร์และแบรนด์ในเมืองไทยจะตอบสนองต่อการมาของ nuffnang อย่างไร และต้องดูว่า nuffnang จะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่างๆ ที่ผมพูดถึงไปในข้างต้น เพราะปัญหาเหล่านี้จะทำให้คุณภาพของบล็อกเกอร์ลดลง และท้ายที่สุดมันก็จะไปกระทบต่อธุรกิจของ nuffnang เอง

แล้วท่านผู้อ่านล่ะครับ มีความเห็นอย่างไรกันบ้าง ลองแบ่งปันกันดูหน่อยครับ


หากมีข้อสงสัยประการใด หรืออยากแบ่งปันความเห็นของท่าน ยินดีรับฟังและร่วมออกความเห็นได้ทาง Comment ด้านล่างนี้ หรือจะร่วมแชร์ความเห็นและความรู้ได้อีกหนึ่งช่องทาง เพียงแค่กด Like Facebook Fan Page ของผม ที่ http://www.facebook.com/kafaakBlog ครับ ส่วนใครได้ใช้ Google+ แล้ว แต่ยังไม่รู้จะเพิ่มใครเข้าแวดวง (Circle) ดี ก็จัดผมเข้าไปในแวดวงของท่านได้ที่ http://gplus.am/kafaak จ้า

  1. chavarong
    ธันวาคม 20, 2011 ที่ 18:05

    เขียนได้ดีมาก…เข้าใจง่าย…มีทั้ง Pro & Con เห็นภาพเลย…

  2. ธันวาคม 21, 2011 ที่ 10:41

    อ่านแล้วชอบมาก คิดคล้ายๆ กันเลยครับตรงส่วนที่เป็นข้อเสีย วิเคราะห์ได้ละเอียดดีจังครับ

    แอบคิดว่า แล้วอย่างบล็อกเกอร์อาชีพในเมืองนอก เขาพึ่งรายได้จากตรงนี้หรือเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เขาเองก็สามารถรักษา passion ในการเขียนบล็อกได้ไม่ต่างจากเราที่ยังไม่มีโฆษณาหรืออะไรเข้ามาเกี่ยวข้อง

  3. taxx
    มกราคม 6, 2012 ที่ 10:50

    1. ข้อสำคัญอีกประการหนึ่ง ที่มองเห็นหลังจากได้ศึกษานโยบาย ข้อตกลงและเงื่อนไขต่างๆ แล้ว ทำให้คลายความสนใจลงไป เพราะอะไรไม่บอก ต่างคนต่างมีเหตุผล แต่อยากจะบอกว่า หากจะทำอะไรหรือรู้อะไร ก็ต้องให้ชัดเจนไว้ก่อน มีการวิเคราะห์ เปรียบเทียบ ไม่ใช่กระต่ายตื่นตูม

  4. Parch_leaf
    มีนาคม 15, 2012 ที่ 16:28

    วิเคราะห์ได้ดีครับ และ ชัดเจน ไม่หมกเม็ด เยี่่ยมมากๆครับ ส่วนตัว ผม ได้ความรู้ จาก Search Engine ต่างๆ เยอะแยะ ตั้งแต่ สมัย ที่โฆษณา ยังน้อยมากๆๆ ส่วนที่เป็นความรู้ หรือ ที่เจอเวลา Search คำว่า paper work ก่อนหน้านั้น ทั้ง ต่างประเทศ และในประเทศ (แต่ส่วนใหญ่พบ ในต่างประเทศ) เป็นความรู้ ที่มีส่วนนอกเหนือ จากเนื้อหาสาระ น้อยมากๆๆ เจือปน น้อยมากๆๆ และส่วนใหญ่ ตั้งใจ เผยแพร่ หรือว่า แลกเปลี่ยน ความรู้กันจริงๆ ผมเองก็เคย Download มาเก็บไว้อ่านบ้าง(ให้ Download ฟรีนะครับ ปัจจุบัน บางแห่งเสียเงินก่อนสำหรับ ข้อมูลความรู้ กรณีศึกษา ที่สำคัญมากๆ ) (ส่วนใหญ่ เห็นแล้ว อยากได้มาเก็บ และว่าจะอ่าน แต่อ่านไม่ค่อยทันหรือ เก็บไว้ซะมากครับ) หลากหลายแขนง ด้านการแพทย์ วิทยาศาสตร์ อื่นๆ หลายๆอย่าง แต่พอยุค หลังๆ มีการให้อามิส สินจ้าง ท้งเรื่อง การ โฆษณา และ อะไรต่างๆ ทุกวิถี ทาง หลายอย่างเปลี่ยน เท่าที่พบ มีแค่ 10% ที่เป็นข้อมูลจริง แม้แต่การหาข้อมูล ยังต้องสมัครสมาชิก หรือเสียเงินก่อนเข้าไปอ่าน และ บางคนไปหาอ่าน และไม่เข้าใจว่า หลอก จริง หรือว่า ทดสอบมาบ้างแล้วหรือยัง นำมาใช้ หรือว่า ไปบอกต่อ กลายเป็นข้อมูลที่ผิด คลาดเคลื่อน ระดับองค์กร หรือว่าหน่วยงาน ผมเองก็เคยเห็น และประสบมา(แต่ไม่ใช่คนใน หน่วยงานนั้น) ดังนั้น คิดว่า ต้องคนที่รู้ เข้าใจ และหนักแน่นในความเป็นตัวตน ของตัวเองจริงๆ(ซึ่งน่าจะไม่เกิน 10% อีกเช่นกัน ….ประมาณเลขคร่าวๆ ชอบประมาณนี้ แต่ไม่เยอะมากแน่นอนครับ โดยประสบการณ์ที่พบมา) จึงจะได้ เห็บบทความ blogger และความรู้ ที่ ไม่เจือปน หรือว่า เพื่อจุดประสงค์อื่น เดินไปคุยคน 100 คน จะได้คำตอบที่ว่าเขาจะเขียนเพื่อให้ได้เงิน และคนเข้ามามากๆ เพื่อให้ได้เงินอีกเช่นกัน กว่า 80 คน ขึ้น อีก 10 คน ลังเล ระหว่าง อุดมการณ์ อะไรทำนองนี้…. กับเงิน ส่วนอีก 10 คน หรือน้อยกว่านั้น จะยังอยาก แลกเเปลี่ยน และแบ่งปันความรู้ ส่วนผลพลอยได้ นั้นมองเป็นสิ่ง ท้ายๆ หรือ ไม่รับเลย…..

    …..ติดตามอ่าน บทความ และความรู้ ของคุณ กาฝาก มา เลยมาแลกเปลี่ยน บ้างนะครับ
    …..ไม่ถูกหรือ ผิด นะครับ ความเห็น ของผม ของ คนธรรมดาๆ เท่านั้น จริงๆๆ

    ขอบคุณครับ แล้วจะเข้ามาคุย และติดตามอ่านครับ…

    • นายกาฝาก
      มีนาคม 19, 2012 ที่ 14:37

      ขอบคุณครับ

  1. ธันวาคม 20, 2011 ที่ 17:30

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: