ค้นหาแฟนพันธุ์แท้บล็อกนายกาฝาก

บล็อก นานาสาระกับนายกาฝาก เพิ่งจะผ่านพ้นการโพสต์ 250 ครั้งไปไม่นานมานี้ และกำลังจะมียอด View ในปีนี้ครบ 5 แสน คิดว่าน่าจะประมาณเดือนหน้า … ผมก็เลยคิดว่ามันสมควรแก่เวลา ที่จะจัดกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ อีกซักอัน เพื่อฉลองซักหน่อยครับ

กติกาการร่วมกิจกรรม

กติกาไม่ใช่เรื่องยากครับ ทุกท่านสามารถเข้าร่วมสนุกได้โดยการเขียนคอมเม้นต์ตอบมาในหน้า Page นี้ … ย้ำนะครับว่าหน้า Page นี้ (ก็หมายถึงหน้า “ค้นหาแฟนพันธุ์แท้บล็อกนายกาฝาก” นี่แหละ) … ที่ต้องย้ำเพราะว่ามีคนไปโพสต์ผิดที่มาแล้ว โดยไปโพสต์ที่ตัวบล็อกเอง ทำให้มันกระจัดกระจาย ผมตามอ่านไม่สะดวกครับ … จากนั้นระบุชื่อตอนของบล็อกที่ท่านชื่นชอบ พร้อมให้เหตุผลว่าเพราะอะไรถึงได้ชื่นชอบบล็อกตอนนี้ หรืออาจเพิ่มเสริมเนื้อหาเกี่ยวกับบล็อกตอนนั้นๆ เข้าไปด้วย โดยมีความยาวไม่ต่ำกว่า 100 คำ และไม่เกิน 400 คำ ครับ

วิธีการนับจำนวนคำ ทำได้ไม่ยากครับ

  • ถ้าคุณใช้ Microsoft Office 2003 ก็ไปที่ Tools > Word Count ก็จะได้เห็นจำนวนคำแล้ว
  • ถ้าคุณใช้ Microsoft Office 2007 หรือ 2010 ละก็ ให้คลิกขวาตรง Status Bar ด้านล่างของโปรแกรม Microsoft Word 2010 แล้วเลือก Word Count มันก็จะแสดงการนับจำนวนคำตรง Status Bar ให้ครับ

ง่ายๆ เลย นับให้ได้ไม่เกิน 400 แต่ไม่ต่ำกว่า 100 เสร็จแล้วก็ copy มาแปะใน Comment นั่นแหละครับ มั่นใจได้ชัวร์

จากนั้น เพื่อแสดงตนว่าท่านเป็นแฟนพันธุ์แท้ของบล็อกนานาสาระกับนายกาฝาก ก็อยากให้ไปกด Like ที่ http://www.facebook.com/kafaakBlog ด้วยนะครับ และเพื่อให้รู้ว่ากดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็อย่าลืมใส่ชื่อ Facebook Profile ของท่านปิดท้าย Comment ของท่าน พร้อมระบุอีเมล์ของท่านใน Comment ด้วยเน้อ (เห็นไหม มีช่องให้กรอกอยู่) … ท่านใดที่กด Like ไปก่อนหน้านี้แล้ว ก็ไม่ต้องไปหาทางกดใหม่ซะให้ยากนะครับ แค่ระบุชื่อ Facebook Profile ของท่านมาก็พอ ถือว่าเข้าร่วมเหมือนกันจ้า (แล้วไม่ต้องไป Unlike แล้วมากด Like ใหม่นะ ฮึฮึ)

เท่านี้ก็เท่ากับท่านได้ร่วมกิจกรรมกันแล้ว

ใครที่ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมนี้?

ตอนแรกคิดว่าจะไม่มีการจำกัดสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม แต่คิดไปคิดมา ต้องจำกัดนิดหน่อยครับ … เหล่าพ่อแม่พี่น้อง ญาติๆ ผม รวมไปถึงแฟนอันเป็นที่รักของผม (แฟนจริงๆ ไม่ใช่แฟนบล็อก หรือแฟนเพจ) ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมครับ เพราะกลัวจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจตัดสินรางวัล เดี๋ยวจะไม่เป็นกลางๆ ฮาฮา

ของรางวัลล่ะ?

image

ก่อนจะพูดถึงของรางวัล มาพูดถึงกันก่อนไหมว่าใครจะเป็นผู้ได้รางวัลในการร่วมกิจกรรม?

จากทั้งหมดทั้งสิ้นที่ Comment กันนะครับ ผมจะคัดเลือกเพียง 2 ท่านที่ Comment มาได้โดนใจผมที่สุด แล้วประกาศรายชื่อผู้โชคดีให้ทราบบนหน้า Page นี้แหละครับ … หมดเขตการร่วมกิจกรรม วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2554 ไม่มีการยืดเยื้อใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีรอบทดเวลาบาดเจ็บครับ

เช่นเคย ของรางวัลก็ได้รับการเอื้อเฟื้อมาจาก HTC Thailand ครับ มันคือ HTC Wildfire Android Smartphone มูลค่า 7,900 บาทนั่นเองครับ

จะรับของรางวัลกันยังไงดี?

ก่อนหน้านี้ผมก็ใช้วิธีการนัดเจอกันแบบเห็นหน้าเลยครับเพื่อรับของ (อิอิ) แต่ก็อยู่ที่ว่าใครเป็นผู้ได้รางวัล และยึดเอาความสะดวกของทั้งสองฝ่ายเป็นหลักครับ … ดังนั้นเมื่อผมประกาศผู้ชนะแล้ว ผมก็จะแจ้งวิธีการติดต่อผมให้ทราบทางอีเมล์เช่นเคยครับ แล้วเราก็จะมาตกลงกันว่าจะส่งมอบของรางวัลกันยังไง อิอิ


ขอขอบคุณ HTC Thailand ที่เอื้อเฟื้อของรางวัลให้กับบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยอย่างผมมาจัดกิจกรรมมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

ประกาศผลแล้วววววว

ขอบคุณทุกๆ ท่าน ที่ให้ความสนใจมาร่วมกิจกรรมนะครับ แม้จะไม่ล้นหลามเท่าไหร่ ฮาฮา (เพราะคนไทยไม่ค่อยชอบแสดงความเห็น? แต่ไหงชอบไป comment ในดราม่ากันจังฟะ??) ผมอ่านทุก comment แล้ว และคัดเลือก comment ที่ถูกใจมา 2 ท่านแล้วเช่นกันครับ

แต่นแต๊น…

ได้แก่ คุณ phichai และ Naroot Jiamsomboon ครับ

ทั้งสองท่านนี้มาโพสได้ถูกใจสุดๆ โดยเฉพาะคุณ Naroot นี่ ผมเดาว่าคงมีอะไรอยากเขียนอีกเยอะ แต่เนื่องจากเนื้อที่หมดเลยต้องตัดจบ ฮาฮา (สังเกตจากจำนวนคำที่ผมนับได้ 398 คำ เฉียดเส้นตายเลย) ต้องขอแสดงความยินดีด้วยครับ … ผมจะส่งอีเมล์ไปหาทั้งสองท่าน เพื่อนัดเรื่องรับของนะครับ

  1. เซียวลี้ปวยตอ มีดบิน
    มิถุนายน 29, 2011 ที่ 11:12

    กาฝากกับบทความพิเศษ ตอน ชีวิตติด 3G เป็นอย่างไร?
    เหตุผลที่ ผมชอบบทความนี้เพราะ ส่วนตัวผมทำงานเป็นลูกจ้างพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง อยู่ที่ประเทศอินเดีย ชีวิตที่ประเทศอินเดียผมได้ใช้ 3G ของBSNL และ Reliance การใช้อินเตอร์เน็ตส่วนมาก คือ
    1.เพื่อติดต่อกลับครอบครัว โดยใช้ Skype , MSN ,Facebook ,Twitter และ VOIP Call ของ TOT และ True สลับกันไปแล้วแต่ความสะดวกของแต่ละช่วงเวลา
    2.ใช้เพื่อความบันเทิง ในช่วงเวลาว่างหลังเลิกงาน ด้วยการดูหนัง และฟังเพลง
    3.ได้ตามข่าวบ้านเมืองของเรา ไอทีก็ได้อาศัยอ่านจากบทความของคุณกาฝาก และอีกหลายๆท่านที่ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์มาให้ผ่านทาง twitter หรือ Facebook
    จากการใช้งานประจำที่อินเดียดังที่เขียนบอกไปแล้ว ซึ่งอาจทำให้ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่มีความชอบใช้อินเตอร์เน็ตแบบMobile 3G บทความนี้ของคุณกาฝากก็เลยทำให้ผมทราบของมูล 3G ของเมืองไทยซึ่งทำให้ผมวางแผนการใช้งานในช่วงเวลาวันหยุดพักร้อนเมื่อกลับเมืองไทยของผมได้เป็นอย่างดีเลยที่เดียวครับ ….เซียวลี้ปวยตอ มีดบิน

  2. กรกฎาคม 4, 2011 ที่ 10:29

    Google+ vs Facebook ในสายตานายกาฝาก
    เหตุผลที่ชอบคือ
    1.ผมชอบการเปลี่ยนแปลง มากที่สุด (ยกเว้นการสูญเสียนะ) ยิ่งอะไร ที่ใหม่ๆ ยิ่งชอบ เหมือนตอน facebook เกิดแรกๆ ที่คนเล่น Hi5 ผมก็สมัคร facebook ด้วย ปรากฏว่ามีเพื่อนเล่นด้วยไม่ถึง 5 คน!!!
    2.ผมว่า Google + มันดูดีกว่า facebook อีกนะ และ ก็ดูดีมีไสตล์ด้วย เป็นอะไร ที่ ประมาณว่า เห่อของใหม่ ซะงั้น แต่ทำไม ตอนHi5 กำลังฮิต ทำไม facebook เราว่ามันช่างจืดจางจัง แต่ตอนหลังที่ใช้ facebook เพราะ มันเร็วกว่าเยอะ และ ไม่รกหูรกตา -*- ถ้า google + เร็วกว่า facebook ละแจ่มเลย เหอะๆ
    3.ผมชอบ +1 ของ google + อะนะ แต่ ผมว่า กด like ในfacebook มันก้ดีพอๆกันอะ อยากให้มีทั้งคุ๋เลย 55+
    4.ผมชอบการไม่จำกัด ตัวอักษร เนี่ยละ แต่ไม่รู้ต่อไป มันจะจำกัดหรือป่าวนะ ตอนแรกfacebook,Hi 5 ก็ใส่ได้เยอะเหมือนกัน ไปๆมาๆ ก็น้อยลงเรื่อย เพราะอาจทำให้พท.จัดเก็บข้อมูลของเค้ามีไม่พอ -*- ถ้าเสมอต้นเสมอปลายยังงี้ก็ดี เลย
    5.google + มีดีตรงที่มัน ส่วนตัวกว่า facebook มันไม่ค่อยส่วนตัวเท่าที่ควร
    6.ถ้าต่อไป google + มันดัง คงจะดีไม่น้อย แต่ต้องมีเกม และ อื่นๆพํมนาตามมาด้วยนะ 55+ แต่ อยากให้เพื่อนมาเล่นกันเยอะๆจิงๆเลย เมื่อไรมันจะเสร็จสมบูรณ์ เนี่ย ยังทดลองอยู่เลยยย และแล้ว mark ซักเกอเบิก ก็จะตกกระป๋อง O_O!!
    7.ผมคงได้ใช้มันตอนมหาลัย ไม่ก็ จบมหาลัยพอดี (มันยังทดลองอยู่อ่านะ)

  3. กรกฎาคม 4, 2011 ที่ 13:57

    ผมชอบที่สุดก็คือตอน รู้หรือไม่ว่าเว็บหลายๆ แห่งกำลังละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ https://kafaak.wordpress.com/2011/05/29/some-webs-are-violating-license-law/ พราะมีประโยชน์มากๆครับ แล้วผมก็เป็นคนนึงที่เขียนหนังสือมาก่อนทำ Blog เขียนและแปลบทความจากเมืองนอก ก็รู้ดีว่าควรทำอย่างไรในการขอลิขสิทธิ์ จากนั้นเขียนบทความใน Pantip วิเคราะห์โปรโมชั่นมือถือ แล้วมีเว็บมือถือขอบทความไปลง แล้วเขียน Blog ลงใน MySpace เหมือนไดอารี่ จากนั้นเขียนลงนิตยสารมือถือ เรื่องลิขสิทธิ์นั้น มาจากที่ว่า เรา Copy & Paste ง่ายเกินไปหรือเปล่า ดีครับ บทความนี้เตือนพวกที่มักง่าย ซึ่งผมไม่ชอบเลยคือพวกที่ก้อปปี้รีวิวต่างๆมาแปะใน Blog ตัวเอง หากเป็น Bloggang ก็ไปโผล่ในหน้าแนะนำ blog ของ Pantip ตามห้องต่างๆด้วย อันนี้น่าเกลียด ทำเพื่อเอา Google AdSense, AdWord เรื่องแบบนี้การคัดลอก เกิดขึ้นประจำ เป็นเรื่องบ้าง ดราม่าบ้าง เห็นอยู่บ่อยไป
    บางคนอาจจะคิดว่า ไม่เป็นไร คัดลอกแล้วเดี๋ยวถ้ามีเจ้าของเจอก็ขอโทษ ผมเคยมีกรณีคนคัดลอกบทความไป แล้วผมไปเจอเข้าก็อีเมล์ไปต่อว่า แต่เขาก็บอกผมว่าใจแคบ เอ่อ บทความผม ไม่ขอสักคำแล้วคัดลอกไปลง ไม่ให้เครดิตด้วย ยังดีนะที่ให้เครดิตชื่อผม แบบนี้ยังมีอยู่เยอะในสังคมไทย คนไทยให้อภัยง่าย แต่ผมว่าละเมิดลิขสิทธิ์ต้องให้กฎหมายจัดการซะให้เข็ด
    ผมเข้าใจหัวอกนักเขียนครับ แล้วก็ไม่ต่างจากหัวอกนักแสดง นักร้อง นักแต่งเพลงสักเท่าไหรหรอก มันจิ๊ดนะครับเลยโดนมาก หัวข้อนี้ ผมชอบครับ
    @yokekung
    Facebook Nunchavit Chaiyapaksopon

  4. กรกฎาคม 20, 2011 ที่ 16:20

    กาฝากจับของเล็ก รีวิว Silicon Power Armor A70 500GB ฮาร์ดดิสก์สุดอึด
    ชอบเรื่องนี้อะครับ คือแบบว่าชอบทำ Harddisk เปียกน้ำกับทำตกบ่อยมาก พยายามหา Harddisk ทนๆหาไม่เจอส๊ากกะที นึกว่าจะไม่มี Harddisk แบบนี้ขายซะอีก พอดี search หาบนอิเตอร์เน้ตเจอ blog นี้ สนใจฮะตรงใจเลย ชอบตรง Harddisk ยี่ห้อนี้ตกแล้วยังใช้ได้ไม่เสียง่ายเหมือนบางค่าย แต่สาย usb ที่ให้มาสั้นไปไม่ชอบตรงนี้อะ ถ้าสาย usb ให้มายาวกว่านี้ จะเปอร์เฟคเลย

  5. phichai
    กรกฎาคม 23, 2011 ที่ 09:37

    ผมชอบตอนนี้ครับ “สามร้อยต่อวัน หมื่นห้าพันต่อเดือน สะเทือนวงการ”
    ต้องขอออกตัวก่อนว่าผมไม่ใช่พวกเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนะครับ นโยบายขายฝันอย่างที่ว่า ตอนหาเสียงไม่ได้บอกว่า 300 จะได้เมื่อไหร่ กับเงินเดือนเด็กจบ ป.ตรี 15000 ก็คงคิดว่าปกติปัจจุบันก็อยู่ในฐานประมาณนี้อยู่แล้ว แล้วก็ไม่ได้บอกเวลาว่าจะขึ้นเมื่อไหร่อีกเหมือนกัน และก็พยายามไปลดภาษีนิติบุคคล เพื่อชดเชย แต่ก็อย่างทีบอกละครับว่าผลกระทบมันเป็นลูกโซ่ตามมาอีกเยอะ เอาเข้าจริงคงจะต้องแก้ปัญหากันขนานใหญ่ วันก่อนผมก็ไปกินข้าวกลางวัน ณ ร้านส้มตำแห่งหนึ่งใกล้ที่ทำงาน แม่ค้าก็คุยกับลูกค้าอีกโต๊ะหนึ่งก็เรื่องการเมืองนี่แหละ เรื่องนายกหญิงมั่ง ค่าแรงมั่ง รอวันค่าแรงขึ้น พอลูกค้าตอบไปว่าค่าแรงขึ้น ค่าอาหารให้เท่าเดิมได้ไหม แม่ค้าตอบอย่างว่องไวไม่ต้องคิดเลยว่า “แล้วจะไม่ขึ้นได้ไงละคะ ค่าแรงขึ้นแล้ว ของก็ต้องขึ้น ไม่ได้หรอก” ผมเลยนั่งนินทากับน้องที่มาด้วยว่าแหม่ เจ๊แกรอบวกอย่างเดียว 555 ผลกระทบกลายมาเป็นโดนกับพนักงานกินเงินเดือนอย่างแรงด้วยเหมือนกัน ซึ่งพวกที่เงินเดือนเกิน 15000 ไปแล้วก็คงคิดเหมือนกับ ทฤษฎี Equity ละครับ กว่าจะมาถึง 20000 ทำมา 10 ปี พวกใหม่ ๆ มา เงินต่างกันนิดเดียว ก็จะเกิดการเปรียบเทียบกันได้
    ขนาดการปรับเงินเดือนธรรมดา ยังจะตีกันเลยหากปรับเงินเดือนแบบไม่ยุติธรรม ยิ่งพรวดพราดมาแบบนี้ได้ตีกันกระเจิงอีก คนบริหารก็คิดหนักละครับ ว่าจะทำอย่างไรให้ยุติธรรมกับทั้งพนักงานเก่าและพนักงานใหม่
    กลายเป็นในอยากออกคนนอกอยากเข้า องค์กรเกิดการสั่นคลอนได้ทีเดียว พวกที่อยู่คงไม่รู้จะไปไหน และก็อยู่ไปวันๆ ไม่ได้คิดจะพัฒนาตนเอง และทำงานเพื่อองค์กรเหมือนอย่างเก่า ผมว่าอันนี้ต้องคิดกันให้ดีละครับ ส่วนผลกระทบอื่น ๆ ก็คิดว่าคล้าย ๆ กัน สุดท้ายก็ต้องดูว่าจะออกหัวหรือออกก้อยยังไง ค่อยมาว่ากันอีกทำละครับ ตอนนี้ก็ทำได้แต่รอดูอย่างเดียวก่อน
    http://www.facebook.com/doctorslums

  6. กรกฎาคม 31, 2011 ที่ 01:37

    บล็อกตอนที่ชื่นชอบ “เปิดใจ เมื่อกาฝากเปลี่ยนใจมาใช้ Mac ตอนที่ 1-2 ”
    เมื่อได้เห็นบล็อกตอนนี้ก็แอบอมยิ้มและหวนลำลึกนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนรู้จักแมคในยุคแรกๆ เป็นคอมพิวเตอร์ที่อยากได้มาเป็นเจ้าของอย่างมาก ถึงแม้ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการที่ไม่เคยได้สัมผัส แต่ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาว่า กราฟฟิคสวย เสถียร และไม่กลัวไวรัส แต่ราคาแพงมาก จนตั้งใจว่าจะหามาเป็นเจ้าของให้ได้ซักเครื่อง แต่พอเห็นราคา(MacBook Pro)ก็ต้อง กลับมาทบทวนและซื้อ laptop มาใช้แทน แต่ใช่ว่าความอยากจะหมดไป จึงได้เสาะหา แมคเท่ห์ (Mac on Intel) ดาวน์โหลดมาหลายเวอร์ชัน เกือบสิบแผ่น เพื่อที่จะเอามาลองใช้ ได้ใช้สมใจอยาก ใช้อยู่ไม่ถึงวัน ได้อัพเดท จนเกิด panic จะลงอีกทีทำอย่างไรก็ไม่ผ่าน จนปัจจุบันก็ได้ลองเล่น iMac ของบริษัท ชอบมากๆครับมีหลายสิ่่งหลายอย่างให้ได้ค้นหาให้เรียนรู้อีกมาก แต่ก็มีสวนที่ผมไม่ชอบอยู่เหมือนกันครับ นั่นก็คือ ไวเลสเมาส์ ที่แถมมา ผมว่ามันเล็กและก็บางมาก ทำให้ควบคุมไม่ได้ดังใจนึกทำให้หงุดหงิดอยู่ไม่น้อย จนต้องเอาเมาส์ pc มาเสียบใช้แทน จนทำให้อดคิดไม่ได้ว่าฝ่ามือฝรั่งคงขนาดเท่าๆกับผมหรืออาจจะใหญ่กว่า(ผมเป็นคนฝ่ามือใหญ่)นั้นประสพปัญหาแบบผมบ้างหรือป่าว หรือเป็นเพราะผมใช้งานผิดก็อาจเป็นไปได้ !?!? นี่แหละครับประสบการณ์และความรู้สึกของผมที่มีต่อ Mac

    Facebook Frank Punjachalothorn
    solaris.com@gmail.com

  7. กรกฎาคม 31, 2011 ที่ 12:25

    ชื่อตอนของบล็อกที่ผมชื่นชอบคือ
    “ใช้ชีวิตแบบไร้รอยต่อ ด้วย Google ภาคสอง บริการต่างๆ ของ Google”

    ผมชื่นชอบบล็อกนี้เพราะนำเสนอเรื่อง Gmail … 1 ในผลิตภัณฑ์ของ Google ที่ใกล้ชิดชีวิตผมมากที่สุดครับ

    ว่าไปแล้ว Gmail ก็เป็นบริการ Free E-mail ที่ผู้ให้บริการรายอื่น ทั้ง Hotmail Yahoo ก็มีให้เราใช้เหมือนๆกับ แต่ Gmail นอกจากจะเปิดตัวด้วยพื้นที่ความจุที่มากกว่า แต่ Gmail ยังโดดเด่นเรื่อง “ป้ายกำกับ” เพราะทั้ง Hotmail และ Yahoo ใช้ระบบ Box แบบเก่าที่ล้าสมัย

    เมื่อเรามีจำนวน mail ใน Inbox มาก และจำเป็นต้องหา mail สักฉบับก็จะเป็นเรื่องยุ่งพอสมควร

    Hotmail และ Yahoo แก้ไขด้วยการให้ผู้ใช้ “ย้าย” mail จาก Inbox ลงไปใน “กล่อง” ที่เราตั้งชื่อเป็นหมวดหมู่ไว้ ประมาณว่าย้ายจัดเป็นแฟ้มเอกสารให้เป็นระเบียบ เมื่อต้องการหาก็เข้าไปที่กล่องที่เราตั้งชื่อไว้ … ก็ดีนี่นา?

    แต่ Gmail นำเสนอระบบติดป้ายกำกับ! เพราะเมื่อ Hot/Yah ย้าย mail ไปแล้ว mail ฉบับนั้นจะหายไปจากหน้า Inbox และ mail 1 ฉบับจะอยู่ได้ใน 1 กล่องเอกสารเท่านั้น ในขณะที่ป้ายกำกับของ Gmail จะเพียงเอาไปแปะท้ายชื่อ mail และใน mail 1 ฉบับจะแปะกี่ป้ายก็ได้ เพราะเนื้อหาใน mail 1 ฉบับอาจคาบเกี่ยวหลายเรื่อง เช่น mail จากเพื่อนร่วมชั้น ป.โท นิติศาสตร์ ผมก็จะติดป้าย “เพื่อน ป.โท” “เอกสารวิจัย” “ข้อกฎหมาย”

    ผลที่ได้ก็คือ
    1.mail ยังคงอยู่ในหน้า Inbox และตามท้ายด้วยป้ายกำกับสวยงามตามสีที่เราเลือกให้
    2.เมื่อผมต้องการค้นหา mail จากหมวดหมู่ “เพื่อน ป.โท” “เอกสารวิจัย” หรือ “ข้อกฎหมาย” ผมก็ไม่ติดขัดปัญหาที่ว่า mail 1 ฉบับอยู่ได้แค่ 1 กล่องอย่างที่เกิดขึ้นใน Hotmail หรือ Yahoo

    นอกจากนี้ Function Undo ก็ช่วยประหยัดเวลาผมได้มาก
    เช่นหากผมเผลอลบ mail หรือเผลอทำคำสั่งใดๆ ผิด ผมไม่จำเป็นต้องเข้าไปที่ Trash Box หรือ Junk Box เพื่อทำคำสั่งย้าย mail กลับมาอย่างใน Hotmail/Yahoo
    เพราะใน Gmail ผมเพียงแค่กดปุ่ม Undo ! แล้วทุกอย่างก็จะย้ายกลับมาในทันที !

    เทคโนโลยีทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นครับ … แค่เราเปิดใจเรียนรู้และใช้งานอย่างฉลาด:-D

    http://www.facebook.com/KN.Intelligence

  8. ธันวาคม 21, 2011 ที่ 14:18

    ลองใช้ดูแล้วก็ยัง งงๆ คับ แต่เฟสบุคก็ถอยลงๆ ทุวัน เดี๋ยวนี้มี timeline ดูจะคล้าย Hi5 ขึ้นทุกวันๆ มันเริ่มรกมากขึ้นทุกวัน เดี๋ยวก็ใส่เพลงได้อะไรได้ เละเทะเหมือน hi5 แน่นอน

  1. มิถุนายน 27, 2011 ที่ 15:22
  2. มิถุนายน 28, 2011 ที่ 11:01
  3. มิถุนายน 29, 2011 ที่ 10:06
  4. มิถุนายน 30, 2011 ที่ 11:00
  5. กรกฎาคม 1, 2011 ที่ 10:02
  6. กรกฎาคม 2, 2011 ที่ 11:00
  7. กรกฎาคม 3, 2011 ที่ 12:23
  8. กรกฎาคม 4, 2011 ที่ 11:01
  9. กรกฎาคม 5, 2011 ที่ 14:57
  10. กรกฎาคม 7, 2011 ที่ 11:00
  11. กรกฎาคม 8, 2011 ที่ 11:00
  12. กรกฎาคม 9, 2011 ที่ 17:39
  13. กรกฎาคม 13, 2011 ที่ 11:01
  14. กรกฎาคม 13, 2011 ที่ 19:27
  15. กรกฎาคม 13, 2011 ที่ 20:02
  16. กรกฎาคม 14, 2011 ที่ 11:00
  17. กรกฎาคม 15, 2011 ที่ 11:01
  18. กรกฎาคม 16, 2011 ที่ 11:00
  19. กรกฎาคม 17, 2011 ที่ 11:01
  20. กรกฎาคม 18, 2011 ที่ 09:04
  21. กรกฎาคม 21, 2011 ที่ 11:00
  22. กรกฎาคม 22, 2011 ที่ 11:01
  23. กรกฎาคม 23, 2011 ที่ 11:01
  24. กรกฎาคม 28, 2011 ที่ 11:01
  25. กรกฎาคม 30, 2011 ที่ 11:01
  26. สิงหาคม 2, 2011 ที่ 11:01
  27. ตุลาคม 29, 2011 ที่ 13:06

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: