Archive

Archive for the ‘Social Networking’ Category

วิชา Google+ 201 : ก้าวเล็กๆ บนโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กของ Google ตอนที่ 3

พฤศจิกายน 29, 2011 ใส่ความเห็น

image_thumb1_thumb

ยุคนี้อุปกรณ์พกพามาแรงครับ และมันเป็นตัวขับเคลื่อน Social Networking ได้เป็นอย่างดี เพราะถ้าเราอยู่เฉยๆ เราก็ไม่มีอะไรจะโพสต์อัพเดตใช่ไหมล่ะ แต่ไอ้ครั้นจะให้ไปเจอเหตุการณ์ที่น่าสนใจ ไปเจอวิวที่อยากถ่ายมาอวด แล้วต้องเก็บมาโพสต์ตอนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ที่บ้าน ใครมันจะไปอดใจรอไหว … มีพวก Smartphone หรือ Tablet ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแล้ว ก็สามารถอัพเดตสถานะของเราไปบน Social Networking Site ต่างๆ ได้สบายๆ เลยน่ะสิ … และนั่นเลยทำให้บริการ Social Networking Site ต่างๆ ต้องมี Mobile App เป็นของตัวเองครับ ซึ่งตัวเอ้ๆ ที่น่าจะเป็นคู่แข่งกับ Google+ อย่าง Twitter หรือ Facebook ต่างก็มี Mobile App เป็นของตัวเอง ดังนั้นย่อมไม่แปลกที่ Google+ ก็จะมี Mobile App เป็นของตัวเองเช่นกัน เพียงแต่ข้อได้เปรียบก็คือ ถ้าอ้างอิงจาก Gartner แล้ว 52.5% ของ Smartphone ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ซึ่ง Google เป็นผู้พัฒนานั่นเอง และใน Google+ 201 นี้ ผมก็จะนำท่านผู้อ่านไปดูวิธีการใช้ Google+ บน Mobile Device กันครับ

อ่านเพิ่มเติม…

Advertisements

วิชา Google+ 201 : ก้าวเล็กๆ บนโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กของ Google ตอนที่ 2

image_thumb1

เอาละครับ ได้เวลาเขียนกันแล้วเด็กๆ (อุอุ … อยากพูดแบบนี้มานานแระ) หลังจากที่เราได้เรียนรู้ Google+ 101 กันไปแล้ว ก็หมายความว่าเราได้เรียนรู้ถึงพื้นฐานของ Google+ ให้เราพร้อมอัพเดตสถานะและหาเพื่อนแล้ว … และนี่คืออีก Google+ 201 ครับ เป็นภาคต่อซึ่งจะคุยถึงฟีเจอร์ต่างๆ ที่นอกเหนือไปจากการแค่โพสต์อัพเดตสถานะและรูปภาพ

สำหรับตอนที่ 2 นี้ผมว่าถึงเวลาอันสมควรที่จะมาพูดถึง Google+ App สำหรับอุปกรณ์พกพากันบ้างแล้วละครับ

อ่านเพิ่มเติม…

วิชา Google+ 201 : ก้าวเล็กๆ บนโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กของ Google ตอนที่ 1

imageวันนี้ผมไปเป็นวิทยากรรับเชิญให้กับทาง Samsung เพื่อโชว์ออฟความสามารถของ Samsung Galaxy Note มา บังเอิญไปเจอ @TonAwe และ @trawut ที่ Central World อยู่พอดี ก็เลยขอถือโอกาสแห่งความบังเอิญนี้มาเป็นแรงบันดาลใจในการเขียนวิชา Google+ 201 กัน (เผื่อใครสงสัย พี่ต้นอ้อเขาเป็นผู้บริหารของ Google ง่ะ อิอิ) … จริงๆ มันก็ประจวบเหมาะพอดีแหละครับ เพราะ Google+ ก็เปิดตัวสู่สาธารณะชนแล้ว (ใครสมัครก็ได้) ด้วยแหละ

อ่านเพิ่มเติม…

ยูนิเซฟระดมทุนเพื่อช่วยเหลือเด็กและครอบครัวผู้ประสบภัยน้ำท่วม

image

© UNICEF Thailand/2011/Athit

เด็กหลายแสนคนกำลังต้องการความช่วยเหลือจากท่านอย่างเร่งด่วน เด็กบางคนต้องสูญเสียบ้านหรือคนในครอบครัว บ้างต้องลี้ภัยมาพำนักอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว บ้างอาศัยอยู่บนหลังคาบ้านหรือแม้กระทั่งบนท้องถนน และที่ร้ายแรงยิ่งไปกว่านั้นคือ อุทกภัยที่ส่งผลกระทบพื้นที่กว่าหนึ่งในห้าส่วนของประเทศไทยในครั้งนี้ได้พรากชีวิตของเด็กไปแล้วเป็นจำนวนมาก

ยูนิเซฟได้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนในการช่วยเหลือเด็กและครอบครัวผู้ประสบภัยจากสถานการณ์น้ำท่วมที่รุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี ถึงวันนี้เราได้ให้การช่วยเหลือในด้านต่างๆ ดังนี้

• แจกจ่ายเครื่องใช้เพื่อสุขอนามัย เช่น คลอรีนทำน้ำสะอาด 27,000 ขวด โดยละขวดช่วยทำน้ำสะอาดได้ 2,000 ลิตร และสบู่เหลวอีก 7,000 ขวดสำหรับเด็กและครอบครัวผู้ประสบภัยน้ำท่วมเพื่อช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ

• แจกจ่ายมุ้งกันยุงจำนวน 20,000 หลังสำหรับเด็กและครอบครัวผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทั้งที่อาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวและที่ยังคงอาศัยอยู่ในพื้นที่ประสบภัย เพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออกและโรคติดต่ออื่นๆ จากยุง

• สนับสนุนการจัดตั้ง “พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก” ในศูนย์พักพิงสำหรับผู้ประสบภัย 40 แห่ง เพื่อจัดสรรพื้นที่ให้เด็กได้เล่นและมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ที่มุ่งเน้นการบรรเทาความเครียดและฟื้นฟูสภาพจิตใจของเด็ก

• ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่จากภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน และอาสาสมัครในศูนย์พักพิงสำหรับผู้ประสบภัยในการพัฒนาระบบการลงทะเบียนและแนวทางในการรักษาความปลอดภัยเพื่อเพิ่มศักยภาพในการคุ้มครองเด็ก และปกป้องเด็กจากการพลัดหลง การถูกทำร้าย และการถูกแสวงประโยชน์

• แจกจ่ายแผ่นพับ 20,000 ชุด เพื่อนำเสนอวิธีการง่ายๆ สำหรับครอบครัวในการปกป้องคุ้มครองสุขภาพของเด็กในสถานการณ์น้ำท่วมหรือใน ภาวะวิกฤตอื่นๆ

เพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการด้านต่างๆ ในการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยภายหลังสถานการณ์น้ำท่วม ยูนิเซฟมีความจำเป็นที่จะต้องทำการระดมทุนอย่างเร่งด่วน โดยมีเป้าหมายที่จะต้องระดมทุนให้ได้อย่างน้อย 36 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในการช่วยเหลือในด้านต่างๆ ดังนี้

• จัดสรร “โรงเรียนในกล่อง” (School-in-a-box) จำนวน 2,500 ชุด ให้แก่โรงเรียนที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์น้ำท่วมอย่างน้อย 1,000 แห่งเพื่อช่วยให้เด็กๆ สามารถเริ่มเรียนได้ทันทีเมื่อเปิดเทอมในขณะที่โรงเรียนกำลังอยู่ระหว่างการซ่อมแซม “โรงเรียนในกล่อง” แต่ละชุดจะบรรจุอุปกรณ์การเรียนการสอนที่จำเป็นสำหรับครูและนักเรียน เช่น สมุด ดินสอ ปากกา โปสเตอร์ สำหรับนักเรียน 40 คน

• จัดสรรเครื่องใช้เพื่อสุขอนามัยกว่า 350,000 ชิ้น ได้แก่ สบู่ก้อน สบู่เหลว เจลล้างมือที่ทำจากแอลกอฮอล์ คลอรีนทำน้ำสะอาด และถุงขยะให้แก่ผู้ประสบภับน้ำท่วมเพื่อช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ

• ให้การช่วยเหลือและฟื้นฟูสภาพจิตใจแก่เด็กที่ได้รับผลกระทบจากความเครียดและความกดดันจากสถานการณ์น้ำท่วม

• ผลิตและแจกจ่ายแผ่นพับเพิ่มเติมอีกจำนวน 300,000 ชุด ผ่านทางเครือข่ายอาสาสมัครด้านสุขภาพอนามัยของชุมชน เพื่อนำเสนอวิธีการง่ายๆ สำหรับครอบครัวในการปกป้องคุ้มครองสุขภาพของเด็กในสถานการณ์น้ำท่วมหรือใน ภาวะวิกฤตอื่นๆ

ไม่มีเหตุการณ์ใดที่เด็กๆ ในประเทศไทยจะต้องการความช่วยเหลือและการปกป้องคุ้มครองจากท่านมากเท่าครั้งนี้มาก่อน ขอให้ท่านโปรดร่วมกันบริจาคเท่าที่ท่านจะสามารถให้ได้ เพราะการช่วยเหลือจากท่านในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการช่วยฟื้นฟูชีวิตให้กับเด็กๆ ที่ประสบภัยน้ำท่วมแล้ว ยังเป็นการเยียวยาประเทศของเราให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ร้ายแรงครั้งนี้ไปได้ด้วย

หากท่านประสงค์จะบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย กรุณาคลิกข้างล่าง
คลิกที่นี่เพื่อบริจาคออนไลน์
คลิกที่นี่เพื่อกรอกแบบฟอร์มการบริจาค และส่งกลับมาทางแฟกซ์ อีเมล์หรือไปรษณีย์

หมวดหมู่:ประชาสัมพันธ์, Social Networking ป้ายกำกับ:,

วิเคราะห์ปรากฏการณ์ต่างๆ บน Social Networking ด้วยแง่มุมจิตวิทยา ตอนที่ 17

imageผมขอตั้งชื่อตอนนี้ว่า ABC คาดเดาพฤติกรรมของมนุษย์ ครับ ผมรู้จักกับโมเดลในการอธิบายเหตุแห่งการเกิดพฤติกรรมมนุษย์ ตอนที่ผมได้มีโอกาสเรียนกับ รศ.ดร.สิทธิโชค วรานุสันติกูล ครับ โมเดล ABC นี้เป็นโมเดลที่ง่าย แต่ว่าหากเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว มันทำให้เราเข้าใจได้อย่างมากเลยว่า เพราะอะไรคนเราถึงได้มีพฤติกรรมเช่นนี้

ผมเขียนถึงเรื่องนี้ในซีรี่ส์ วิเคราะห์ปรากฏการณ์ต่างๆ บน Social Networking ด้วยแง่มุมจิตวิทยา นี้เพราะผมมองว่า พฤติกรรมต่างๆ จำนวนไม่น้อยบนโลก Social Networking และกลยุทธ์ในการควบคุมพฤติกรรมของผู้บริโภคของแบรนด์ต่างๆ ก็มีพื้นฐานอ้างอิงมาจาก โมเดล ABC นี่กันทั้งนั้นแหละครับ

อ่านเพิ่มเติม…

วิเคราะห์ปรากฏการณ์ต่างๆ บน Social Networking ด้วยแง่มุมจิตวิทยา ตอนที่ 16

พฤศจิกายน 5, 2011 1 ความเห็น

imageผมได้เกริ่นนำไปใน ตอนที่ 15 แล้วว่าผมจะมาพูดถึง Reality Distortion Field อีกแบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่พบได้ในโลก Social Media ในปัจจุบันมากมายด้วยครับ และนี่คือที่มาของตอนที่ 16 ที่ผมจะให้ชื่อว่า “Defense Mechanism” หรือ แปลเป็นไทยเขาเรียกว่า “กลวิธานในการป้องกันตัว” (มันชื่อภาษาไทยทางจิตวิทยาอย่างนี้จริงๆ นะครับท่านผู้อ่าน)

บ่อยครั้งที่เราจะเจอคนบางคนทั้งในโลกแห่งความเป็นจริง และ โลก Social Networking ที่เราอาจจะเรียกว่าเป็นพวกไม่ยอมรับความจริง คือ เชื่อในสิ่งที่ตนเองอยากเชื่อ มากจนถึงขั้นที่อาจเรียกว่า งมงาย และ ไม่ว่าใครจะนำเสนอข้อมูลใดด้านอื่นใด ยังไง ก็จะยึดมั่นถือมั่น เชื่อในสิ่งที่ตนเอาอยากเชื่ออยู่อย่างนั้นเรื่อยไป … ท่านผู้อ่านเคยเจอ หรือ รู้จักคนแบบนี้ไหมครับ? พวกเขาดูจะมีความสามารถในการปฏิเสธข้อมูลอื่นๆ และสามารถหยิบยกเหตุผลแบบแม่น้ำทั้งล้านมาสนับสนุนความเชื่อของตัวเองได้ แม้หลายๆ ครั้งที่เราจะรู้สึกว่ามันเริ่มออกแนว “แถ” หรือที่สมัยนี้บางคนเรียก “ดริฟท์” ก็ตาม นั่นคือ กลวิธานในการป้องกันตัวของพวกเขาแหละครับ แต่ว่าแทนที่เราจะรู้จักเฉพาะเรื่องพวกนี้ ผมก็ว่าเราควรจะมารู้จักแบบละเอียดกันเลยดีกว่า

อ่านเพิ่มเติม…

วิเคราะห์ปรากฏการณ์ต่างๆ บน Social Networking ด้วยแง่มุมจิตวิทยา ตอนที่ 15 … Reality Distortion Field

image

จริงๆ เรื่องที่ผมจะเขียนต่อไปนี้มันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับ Social Networking หรอกครับ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่ผมกำลังจะเขียนต่อไปนี้ มันน่าจะจัดเข้าในหมวดหมู่นี้ได้ และผมมีแผนจะเขียนตอนที่ 16 ขึ้นมา ซึ่งเนื้อหาในตอนที่ 15 นี้จะเป็นการเกริ่นนำที่ดีทีเดียว ดังนั้น ก็ นะ อ่านๆ ไปเถิด ฮาฮา …เรื่องของเรื่องคือ ผมกำลังอยู่ในระหว่างการอ่านหนังสือชีวประวัติของ Steve Jobs อดีต CEO ของ Apple, Inc. เขียนโดย Walter Isaacson อยู่ มันมีแง่มุมต่างๆ ที่น่าสนใจเยอะแยะครับ อยากให้ได้หามาอ่านกัน ใครชอบอ่านแบบ Original ก็ซื้อฉบับพิมพ์ในอังกฤษหรืออเมริกาก็ได้ หาซื้อได้ที่คิโนะคุนิยะ หรือ Asia Books ส่วนใครที่ไม่ถนัดภาษาอังกฤษ รอเล่มแปลจากเครือเนชั่นได้ครับ เห็นว่าใกล้จะเสร็จแล้ว

Steve Jobs เป็นคนที่มีเสน่ห์แบบแปลกๆ แบบที่คนที่ทำงานร่วมกับเขาที่ Apple เรียกว่า Reality Distortion Field หรือ แปลเป็นไทยคงได้ใจความว่า “สนามพลังบิดเบือนความเป็นจริง” มันเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจมากครับ ถ้าให้อ้างอิงจากคำพูดของผู้ที่ทำงานร่วมกับ Steve Jobs จากหนังสือ มันเหมือนจะเป็นความสามารถในการปฏิเสธความเป็นจริงของ Steve Jobs แล้วเชื่อมั่นในสิ่งที่เขาเชื่อ และสามารถทำให้สิ่งที่เชื่อนั้นกลายเป็นจริงได้ และปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้ก็ส่งผลถึงตัวผู้ที่ทำงานอยู่รอบๆ ตัวเขาด้วยเช่นกัน เช่น ตอนที่เขารับงานจาก Atari มา โดยให้ทำเกมด้วยจำนวนชิปที่น้อยกว่า 50 ตัว ซึ่งด้วย Reality Distortion Field (ซึ่งในตอนนั้นยังไม่มีใครตั้งชื่อนี้ให้) ของ Steve Jobs ทำให้เขากล่อมจน Stephen Wozniak (Co-founder ของ Apple) ทำเกมขึ้นมาโดยใช้ชิปแค่ 45 ตัว และเสร็จใน 4 วัน (งานเดียวกันนี้ ปกติต้องใช้เป็นเดือน)

ในทางจิตวิทยา มันมีคำอธิบายสำหรับ Reality Distortion Field ที่น่าสนใจ ภายใต้ชื่อของทฤษฎีที่เรียกว่า Self-fulfilling Prophecy หรือแปลเป็นไทยแบบตรงๆ ตัวก็คือ คำพยากรณ์ที่เป็นจริงได้ด้วยตัวเอง มันจะเป็นยังไงนั้น เดี๋ยวผมพาไปรู้จักครับ

อ่านเพิ่มเติม…

%d bloggers like this: