Archive

Posts Tagged ‘ตามกระแส’

จับตาสงครามสมาร์ทโฟนแท็บเล็ต ผู้บริโภคคือเหยื่อสงคราม

ครับ ย้ำกันอีกซักรอบว่างาน Thailand Mobile Expo 2011 เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้นถือว่าประสบความสำเร็จ ยอดขายถึง 1,400 ล้านบาทในเวลาแค่ 4 วัน (ผมเคยทำงานโรงงาน ยอดขาย 3 พันล้านนี่ขายกันทั้งปีนะครับ) แถมมากกว่าที่คาดการณ์กันไว้ 8% กันเลยทีเดียว … และแน่นอนว่า สมาร์ทโฟนกับแท็บเล็ตก็ถือว่าเป็นพระเอก/นางเอกของงานละครับ

smartphone-wars-big

ส่วนหนึ่งที่ทำให้ยอดขายมันดีถล่มทลายนั้นก็มาจากการที่ผู้ผลิตหลายรายห้ำหั่นราคาแข่งกันอย่างหนักหน่วง เรียกว่ารายไหนที่หั่นราคาไม่ไหวก็ยอดขายน้อยกันไปตามๆ กัน … และนี่แหละครับ ที่ทำให้ผมชักออกอาการเป็นห่วง

อ่านเพิ่มเติม…

Advertisements

iPhone 4 เครื่องแสดงฐานะ… คุ้มไหม?

เชื่อว่าหลายๆ ท่านที่อ่านบล็อกของผมนี้ คงได้ทราบราคาของเจ้า iPhone 4 ล็อตแรกๆ ของเมืองไทยกันบ้างแล้ว แต่อีกหลายๆ ท่านก็อาจจะยังไม่ทราบ ขอเกริ่นนำแบบนี้ก่อนนะครับ

ในอเมริกา เครื่องติดสัญญา 2 ปีกับ AT&T นั้น iPhone 4 16GB ราคา $199 ส่วน 32GB ก็จะราคา $299 ครับ (แต่อย่าลืมว่า คุณจะติดสัญญากับ AT&T เป็นเวลา 2 ปี ซึ่งจะต้องเสียค่าโทร ค่าเน็ต ฯลฯ ต่างหาก)

ในอังกฤษ เครื่องที่ไม่ติดสัญญาอะไรเลย สามารถนำไปใช้กับค่ามือถือใดๆ ก็ได้ (แน่นอน รวมถึงในประเทศไทยด้วย) สนนราคาตกประมาณ 499 ปอนด์ หรือราวๆ สองหมื่นสี่พันกว่าบาท…

แต่ ณ ขณะนี้ แว่วๆ มาว่าที่ MBK นั้น ราคา iPhone 4 อยู่ที่ ห้าหมื่นกว่าบาท!!! บร๊ะเจ้า!!!!!!! (ราคา ณ วันที่ 29 มิ.ย. 2553)

อ่านเพิ่มเติม…

มองอนาคต mobile device กับ Google I/O

วันนี้ลาพักร้อน ก็เลยได้มีโอกาสนั่งฟัง Google I/O ผ่านทาง Google Developer channel บน YouTube ครับ งานสัมมนาครั้งนี้ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่จะเป็นพวก Developer ซะมาก เพราะจะได้เข้าคุยกันเรื่องทิศทางของการพัฒนาพวกเทคโนโลยี และไปทำความรู้จักกับเทคโนโลยีใหม่ๆ แต่คนธรรมดาสาัมัญอย่างเราๆ ก็ควรที่จะเข้าไปฟังๆ เอาไว้บ้างนะครับ… ทำไมน่ะเหรอ? จะได้รู้ว่า ในอนาคตอันใกล้นี้จะมีอุปกรณ์อะไรใหม่ๆ ออกมาบ้าง จะได้วางแผนซื้อได้ถูก โดยไม่มานั่งเสียใจในภายหลังไงครับ แบบ “ไม่น่าเลย… ตูน่าจะรออีกซักพัก จะได้ซื้อรุ่นใหม่รุ่นนี้มา มีครบทุกอย่าง” อะไรแบบเนี้ย

ว่าแล้วเราก็มาดูกันดีกว่าว่า ในงาน Google I/O นี้ มีอะไรที่น่าสนใจสำหรับระดับ User อย่างเรากันบ้าง

อ่านเพิ่มเติม…

ลองของ HTC Legend วันที่ 2-5

พฤษภาคม 18, 2010 1 ความเห็น

ทดลอง HTC Legend มาได้อีก 4 วัน ก็ขอรีวิวประสบการณ์และความประทับใจ (และความไม่ประทับใจ) ในตัว HTC Legend กันต่อครับ…

Social Networking เนียนมากๆ

ใช้งานมา 5 วันโดยการถอดเอา SIM TrueMove ของ iPhone ของผมมาใส่ HTC Legend นี่ซะเลย เป็นการบังคับว่า ผมจะไม่ได้ใช้ iPhone ทำอะไรอีกแล้ว (นอกจากเก็บผักในเกม We Rule ตอนอยู่ที่บ้าน… ผู้อ่านท่านใดเล่นเกมนี้ รบกวน add ผมชื่อ kafaak ไปด้วยนะจ๊ะ อิอิ) ผมพบว่า ในการใช้งานด้าน Social networking นี่ไม่มีติดขัดอะไรครับ จริงๆ ต้องบอกว่า Friend Stream ของ Sense UI โดย HTC นี่ทำได้เยี่ยมมากๆ หากต้องการอ่านอัพเดตสถานะของ Twitter และ Facebook และ Social network อื่นๆ นี่ สามารถทำได้อย่างเนียนมาก

อ่านเพิ่มเติม…

ลองของ – HTC Legend วันที่ 1

เนื่องจากว่าผมได้รับความอุปการะจาก HTC Thailand ให้ยืม HTC Legend มาทดลองกันครับ แต่ก่อนที่ผมจะสรุปความเอาไปเขียนเป็น Handset review บน Appreview ผมก็อยากทำไดอารี่บันทึกความรู้สึกประจำวัน (หรือสองวัน) ที่ผมมีต่อเจ้า HTC Legend นี่เอาไว้ก่อน กันลืม และเผื่อท่านผู้อ่านที่เป็นแฟนานุแฟนบล็อกเฮฮาของผมได้รู้จักว่า ในบรรดามือถือ Smartphone นั้น ไม่ได้มีแค่ iPhone กับ BlackBerry เท่านั้นนะครับ

ซึ่งผมอึ้งมากที่บล็อก iPhone vs BlackBerry ของผมจะมีคนติดตามอ่านอย่างต่อเนื่อง แม้มันจะถูกเขียนมาแล้วนานเกือบ 9 เดือน และจากการที่มีคนตามอ่าน และ comment มาถามกันอย่างต่อเนื่องนี่เอง ที่ทำให้ข้อมูลมันทันสมัยอยู่ตลอดเวลา หากคุณได้ตามอ่าน comment ทั้งหมดของบล็อก iPhone vs BlackBerry นี้

อ่ะ! เผลอออกนอกเรื่อง…

คือผมอยากจะบอกว่า Smartphone มันไม่ได้มีแค่ iPhone หรือ BlackBerry หรือ Windows Mobile นะครับ ปัจจุบันนี้เรายังมี OS สำหรับมือถือที่เรียกว่า Android อีกด้วย และเจ้า HTC Legend นี่ก็คือ Android ครับ

แต่ก่อนที่จะอ่านบล็อกเล่าความในใจของผมที่มีต่อ HTC Legend นี้ คุณต้องทำความเข้าใจก่อนว่า

  • ผมมีประสบการณ์กับ Smartphone OS เป็น Windows Mobile ตั้งแต่เวอร์ชัน 2003 มาจนถึงเวอร์ชัน 6.0 และผมก็เลิกใช้เพราะไม่ตอบสนองต่อ lifestyle ผม และเน็ตมือถือสมัยนั้นมันห่วยจนใช้ Smartphone ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ
  • ผมเป็นสาวก iPhone อย่างร้ายกาจ โดยเริ่มจากใช้ iPod Touch ก่อน 2 ปี แล้วเปลี่ยนมาเป็น iPhone 3GS แน่นอนว่ามันลื่นปรื๊ดขนาดนั้น มันเลยทำให้ผมไม่ประทับใจกับจอทัชสกรีนของอุปกรณ์อะไรง่ายๆ
  • ผมไม่มีความรู้เรื่อง Android มาก่อนเลย (แต่รู้นะว่ามีมือถือ Android อยู่) ครั้งนี้ HTC Legend คือมือถือ Android เครื่องแรกที่ผมได้ลองใช้ครับ
  • ธีมของการรีวิวของผมครั้งนี้คือ… พัก iPhone หันมาใช้ HTC Legend ดูซิว่า มันจะพอแทนกันได้ไหม… ทำไมผมถึงเลือกธีมนี้? เพราะ iPhone ที่ดีที่สุด ณ ตอนนี้ (จนกว่าจะมีรุ่นใหม่ออกมา) คือ iPhone 3GS ซึ่งราคา 2 หมื่นขึ้นไป หลายคนอาจไม่มีงบประมาณขนาดนั้น ได้แต่บอกว่า ถ้าต่ำกว่า 2 หมื่นก็พอสู้ไหว… HTC Legend ราคา 17,500 เลยอาจเป็นทางเลือกทดแทน iPhone 3GS ได้ครับ

ได้เวลามาดูแล้วว่า สองวันแรกของผมกับ HTC Legend ผมเจออะไรบ้าง

ประทับใจแรกพบ

HTC Legend เป็นมือถือที่สวยมาก ดีไซน์ของมันเป็นอลูมิเนียมชิ้นเดียวตลอดตัวเครื่อง หรือที่เรียกว่า Unibody ครับ เงาสวยงาม ทำให้ผมนึกถึงเจ้า iPad เลยทีเดียว

แต่ก็มีข้อเสียอยู่เหมือนกันครับ คือ หากเกิดมีใครทำตกกระแทก… โอกาสที่จะเกิดรอยบุบรอยยุบก็มีอยู่ และมันดูไม่ค่อยงามเท่าไหร่… อย่างเครื่องที่ผมได้ยืมมานี่ มีคนไปทำกระแทกอะไรมาก่อนแหงๆ เลย เลยมีรอยอยู่เล็กน้อย เล่นเอาผมต้องรีบอีเมล์ไปแจ้งให้ทาง PR ทราบก่อนว่า ผมไม่ได้ทำนะก๊าบบบบ

ตัวเครื่องเป็น Unibody สวยมาก แต่ถ้าเกิดโดนกระแทกบุบก็จะดูไมสวยเท่าไหร่

แม้ว่าจะเป็นครั้งแรกที่คุณใช้งาน เจ้า HTC Legend นี้ก็จะสอนพื้นฐานการใช้งานเบื้องต้น ได้แก่การพิมพ์, การ Copy & Paste, คุณสมบัติ Auto correction ให้เรา

จบแล้วก็จะนำเราไปตั้งค่า Twitter/Facebook ฯลฯ (อันนี้เป็นคุณสมบัติของ Friend Stream ซึ่งผมจะขอพูดถึงในภายหลัง) และอื่นๆ ทำให้เราสามารถเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับการเริ่มใช้งานได้

Sense UI ที่เป็นเอกลักษณ์ของ HTC นี่ช่วยให้เราเชื่อมต่อกับ Social Network ได้มากมาย

คำแนะนำของผมคือ หากคุณมีบัญชีผู้ใช้งาน Gmail แล้ว คุณจะใช้งานมือถือ Android ได้อย่างเต็มที่สุดๆ เพราะคุณจะเชื่อมต่อกับ Contact book และ Calendar ของ Gmail และ Google Calendar มาได้ด้วย… โดยส่วนตัวผม ผมอ่านเมล์ Gmail ครับ แต่สำหรับ Contact book และ Calendar นั้น ผมใช้ Microsoft Exchange ของที่ทำงาน… แน่นอน ผมติดตั้งมันทั้ง Gmail และ Microsoft Exchange นั่นแหละ

วันแรก งงตึ้บ!!

วันแรกของการเปลี่ยนแปลงจาก iPhone มาเป็น HTC Legend มือถือ Android นี่เล่นเอาผมมึนตึ้บไปเหมือนกัน… มันแตกต่างจากตอนที่ผมเปลี่ยนจาก Windows Mobile มาเป็น iPhone นะ เพราะในกรณีนั้น ผมเคยลองเล่น iPod Touch มาจนชินแล้ว การเปลี่ยนแปลงมาเป็น iPhone ก็เลยไม่ได้ทำให้สับสนกับชีวิตซักเท่าไหร่… แถมตอนที่ผมเปลี่ยนมาใช้นั้น มันก็มี Cut & Paste กับ MMS แล้วด้วย อิอิ

ตัวที่ผมมีปัญหาเป็นอันดับแรกเลยคือ keyboard ภาษาไทยครับ… เพราะในขณะที่ตัวเครื่องมีการแสดงผลเป็นภาษาไทยได้แล้ว (หากคุณเลือกภาษาของเครื่องเป็นภาษาไทย) keyboard แรกเริ่มกลับเป็น keyboard ที่มากับตัว OS คือ มีแค่จีนกับอังกฤษ… คุณต้องไปเปิดใช้งาน CN Thai Keyboard ซะก่อน… ซึ่งมันก็ไม่ได้อยู่ในส่วนของ Setting อะไรเลย แต่มันกำหนดจากตอนที่คุณเลือกที่ไปที่ Textbox ใดๆ บนหน้าจอเพื่อจะทำการพิมพ์ แต่ให้แตะหน้าจอค้างไว้แล้วเลือก Input method แล้วเราถึงค่อยเลือกเป็น CN Thai Keyboard

ต้องมานั่งทำความเข้าใจกับ Android Market อีก แม้ว่ามันจะคล้ายๆ กับ App Store ของ iPhone ก็ตามที… ต้องมาทำความเข้าใจว่า การติดตั้ง app บน Android นั้น จะเป็นการติดตั้งลงไปใน RAM ของเครื่องเหมือนกับ Windows Mobile สมัยก่อน (แต่หลังๆ Windows Mobile เลือกติดตั้งบน SD Card ได้) หากใครอยากติดตั้ง app บน SD Card (HTC Legend ใช้ MicroSD ครับ) ก็ต้องเอาเครื่องไปทำการ root ซะก่อน…

ศัพท์สูงอีกแล้ว “root” คือะไร? อธิบายแบบเข้าใจง่ายๆ ก็คือการแฮกเครื่องเพื่อให้ได้สิทธิ์ระดับสูงสุดของเครื่องมา จะได้ทำโน่นนี่นั่นได้ดังใจ… เทียบกับ iPhone แล้วก็ประมาณทำ Jailbreak นั่นเองแหละ… ข้อควรระวัง!!! root แล้ว ประกันหลุดทันทีนะจ๊ะ

เครื่องนี้ยืมเขามา ดังนั้นผมจะไม่ root นะครับ อิอิ

ถ้าคุณคุ้นเคยกับ iPhone อยู่พอสมควร การทำความเข้าใจกับ Market ก็ไม่ยาก แต่ที่ต้องทำใจมากกว่าคือ คุณจะลง app พร่ำเพรื่อไม่ได้ เพราะ HTC Legend มี RAM 384MB เท่านั้น และเราต้องใช้มันในการรันโปรแกรมอื่นๆ ด้วย ไม่ใช่ลง app อย่างเดียว

วันแรกนี่ ที่น่ารำคาญที่สุดคือการพิมพ์ภาษาไทย เพราะแป้นของ CN Thai Keyboard เป็นแบบ “ฟหกด ่าสว” แบบ 4 แถว ในขณะที่ iPhone นั้นเป็นแป้นไทยแบบพิเศษ ชนิด 3 แถว ซึ่งตรงนี้ผมต้องออกตัวก่อนว่า ผมประทับใจการวางตำแหน่งตัวอักษรของ Thai keyboard บน iPhone มากกว่า เพราะออกแบบมาเหมาะกับการพิมพ์มือเดียวมาก…

ใน 5 ชั่วโมงแรกของผมกับ CN Thai Keyboard นี่ รู้สึกไม่ค่อยถูกชะตากับมันเท่าไหร่

จุดที่น่ากังขาที่ผมเจอในวันแรกนี้คือ

  • ในส่วนของการสอนการใช้เครื่อง แม้ว่าตอนสอนจะเป็นภาษาไทย แต่ตอนที่สอนเรื่อง Auto correction ดันเป็นภาษาอังกฤษ เพราะสอนด้วย keyboard ภาษาอังกฤษ เหอๆ แต่ตรงนี้เข้าใจว่า เพราะไม่สามารถไปแก้ไขโค้ดของ OS ได้เต็มที่ ยังไงๆ เวลาสอนก็ต้องสอนด้วย keyboard ที่มากับ OS
  • ภาษาไทยที่แปลบนหน้าจอในหลายๆ จุด ยังแปลออกมาตลกๆ อยู่… อยากแนะนำให้คนแปลลองอ่านคำแปลของตัวเองซักรอบ แล้วส่งให้เพื่อนๆ ช่วยอ่านอีกซักรอบ จากนั้นนำจุดที่คิดว่าควรแก้ไขมาสรุปอีกที ค่อยแปลใส่ครับ

(ยังมีต่อในวันที่สองและวันอื่นๆ ตามอ่านมาเรื่อยๆ นะก๊าบบบบ)

รีวิว iPad สไตล์ user

iPad เปิดตัวขายในอเมริกาก็หลายวันแล้ว เมืองไทยเรานี่ MBK มีขายกันบ้างแล้วในราคาที่แพงพอสมควร… ล่าสุด iPad ขายดีในอเมริกามากจนต้องเลื่อนกำหนดการขายทั่วโลกออกไปเป็นประมาณปลายเดือนพฤษภาคม… แล้วมันดีจริงไหม เราควรจะซื้อไหม?

พอดีว่ามีผู้ใจดีให้ผมยืม iPad มาทดลองเล่นได้พักนึง ผมก็เลยเขียนรีวิวเกี่ยวกับ iPad ซะเลย… ทีนี้ถ้าให้รีวิวแบบที่พวกเว็บเกี่ยวกับไอทีเขาทำกัน มันดูอ่านยากๆ ชอบกล ผมก็เลยขอรีวิวในแบบว่า หากเป็น user ทั่วๆ ไป อยากซื้อ iPad มาใช้ มันจะดีไหม มันจะคุ้มไหม มันจะตอบโจทย์เราไหม… แต่ผมไม่ได้เขียนรีวิวในบล็อกผมหรอกนะ ผมเขียนไว้ที่

รีวิว iPad ตอนที่ 1 http://appreview.in.th/2010/04/15/ipad-review-user-edition/

รีวิว iPad ตอนที่ 2 http://appreview.in.th/2010/04/15/ipad-review-user-edition-2/

ใครสนใจอยากซื้อ iPad ก็ไปตามอ่านกันได้ครับ 🙂

ทดสอบ 3G ของ 365.co.th

เมื่อวานนี้ (พุธที่ 10 ก.พ. 2553) หนึ่งใน MVNO (Mobile Virtual Network Operator) ของ TOT ที่ให้บริการ 3G เขาจัดงานปาร์ตี้ที่ Route66 RCA ครับ บรรยากาศในงาน ไปอ่านที่อาจารย์ยรรยง (@yuntongteng) เล่าเอาแล้วกัน ที่นี่ ส่วนผมในตอนนี้ จะทำหน้าที่ ใช้งาน 3G ให้หนักๆ เพื่อให้สมกับที่คุณสุรินทร์ (@seeyouallsoon) เขาอุตส่าห์แจกฟรีให้ทดลองใช้ เพื่อเป็นการทดสอบเครือข่าย ซึ่งขณะที่ผมกำลังพิมพ์บล็อกนี้อยู่ ผมก็กำลังทดสอบ Speed test เจ้า 3G นี่อีกครั้ง หลังจากที่ครั้งก่อนผมทดสอบได้เพียง 6 รอบก็หมดเงิน (เพราะ i-mobile 3GX เขาให้ใช้ฟรีแค่ 50 บาทเอง)

ผลการทดสอบความเร็วไม่ว่าจะของ i-mobile 3GX หรือ 365.co.th ก็ตาม เชื่อว่าน่าจะตอบคำถามเรื่องความเร็วของ 3G จากโครงข่ายของ TOT ได้ เพราะไม่ว่าจะเป็น MVNO เจ้าใด ก็ใช้โครงข่ายของ TOT ทั้งนั้น จึงน่าจะได้ความเร็วเท่ากัน เว้นแต่ TOT จะเลือกที่รักมักที่ชัง 555

ในการทดสอบความเร็วครั้งนี้ ผมก็ทำเช่นเคยคือ

  • ใชับริการทดสอบความเร็วของ สบท. โดยเลือกทดสอบที่ 2 เซิร์ฟเวอร์คือ TRUE2 ในฐานะตัวแทนชาวไทย และ SEATTLE ในฐานะตัวแทนเมืองนอก
  • แต่ครั้งนี้ผมจะทดสอบเซิร์ฟเวอร์ละ 30 ครั้ง โดยจะเก็บข้อมูล Download speed, Upload speed และ Ping time มาด้วย
  • จากนั้นผมก็จะทำการสรุปค่าความเร็วสูงสุดที่ทดสอบได้ ความเร็วต่ำสุดที่ทดสอบได้ หาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน มาสรุปผลในเชิงสถิติครับ
  • อุปกรณ์ที่ใช้คือ iPhone 3GS ใช้แทน 3G Modem ต่อกับ Notebook Fujitsu รุ่น Lifebook 7211 ครับ

ก่อนอื่นต้องบอกว่า พอได้ซิมมาแล้ว ผมก็เล่นโน่นเล่นนี่ไปพลางๆ ไม่ได้ทดสอบอะไรจริงจัง แต่ก็ลองเล่น Twitter ผ่าน iPhone 3GS ของผม ก็คิดว่าเร็วดีใช้ได้นะครับ แต่บริการที่เน้น Text คงไม่ให้คำตอบซักเท่าไหร่ ลงทุนซื้อ Thai Radio App มาจาก iTunes เพื่อทดลองฟังวิทยุออนไลน์ผ่าน 3G ก็ราบรื่นไม่ติดขัด (ติดขัดแค่ บางสถานีที่อยู่ใน list ดันฟังไม่ได้ หึหึ) จากนั้นก็มีลองเล่นเกม MMORPG บน iPhone คือเกม Anrufen ด้วย สมัครเล่นผ่าน 3G เลย (ยกเว้นดาวน์โหลดตัวเกม เพราะเกิน 10MB iTunes ให้โหลดผ่าน WiFi สถานเดียว) ผมลองเล่นช่วงแรกๆ คือ ยังวนไปวนมาอยู่ในเมือง ไม่ได้เดินไปไหน ทำแค่ไล่ฆ่าเป็ดเฉยๆ แต่ก็รู้สึกว่าเกมไม่มีกระตุก (ตรงนี้ผมต้องลองไปทดสอบเล่นบน WiFi ของ True ที่ผ่านซะหน่อย)

การทดสอบแบบใช้งานจริง ไว้จะเอามาอัพเดตให้อีกทีครับ ขอลองใช้ซักสองสามวันก่อน อาจได้ข้อสรุปอะไรมากขึ้น @Koa_Ka เขาก็ฝากมาเช็คเรื่องปริมาณข้อมูลที่ใช้ด้วย (อันนี้สำคัญ เพราะจะเป็นตัวบอกว่า หากคุณเสียเงินใช้ 3G แล้ว มันจะสูบเงินคุณแค่ไหน)

หลังจากทดสอบ TRUE2 ครบ 30 ครั้งและเริ่มทดสอบกับ SEATTLE ไปได้ 10 ครั้ง อยู่ๆ สัญญาณก็ดับวูบซะงั้น เลยต้องปิดสัญญาณเปิดใหม่ครับ ก็ใช้ได้เหมือนเดิม ดูเหมือนการตัดสัญญาณเริ่มใหม่ ทำให้อยู่ๆ เน็ตก็เร็วขึ้นมาวูบนึงซะงั้น แล้วมันก็เร็วขึ้นมาขนาดนี้ ไปจนตลอดการทดสอบเลย ทำให้ความเร็วในช่วงหลังของ SEATTLE ตีตื้นขึ้นมาได้ซะงั้นอ่ะครับ… ผลการทดสอบ ผมสรุปไว้ในตารางด้านล่างเช่นเคย

No. TRUE2 Seattle
Down Up Ping Down Up Ping
1 2.24 0.33 173 0.81 0.19 639
2 1.55 0.34 148 1.74 0.21 708
3 1.37 0.29 152 1.22 0.16 651
4 1.06 0.27 244 1.30 0.19 724
5 2.21 0.12 240 1.59 0.21 707
6 0.82 0.28 172 0.83 0.20 711
7 1.18 0.29 173 1.53 0.20 701
8 2.00 0.29 164 1.08 0.20 721
9 1.69 0.34 234 1.31 0.19 732
10 2.57 0.34 164 1.29 0.21 630
11 0.91 0.33 149 3.05 0.05 716
12 1.15 0.34 235 2.90 0.10 659
13 1.07 0.33 238 3.03 0.10 660
14 1.02 0.32 174 2.13 0.24 721
15 1.07 0.27 240 1.95 0.23 646
16 0.89 0.06 169 2.55 0.24 729
17 1.23 0.12 183 2.21 0.24 645
18 1.98 0.33 238 2.21 0.16 639
19 2.78 0.33 172 2.53 0.23 651
20 1.95 0.18 202 1.39 0.10 663
21 1.86 0.31 238 2.06 0.23 660
22 1.41 0.34 198 2.00 0.24 644
23 1.73 0.34 241 2.28 0.21 667
24 1.18 0.13 183 2.84 0.25 717
25 1.39 0.34 238 3.07 0.23 646
26 1.24 0.23 235 2.82 0.05 729
27 1.43 0.34 176 2.50 0.05 713
28 1.35 0.32 249 2.83 0.05 712
29 1.39 0.34 230 2.34 0.21 716
30 1.48 0.33 233 2.37 0.24 634
Min 0.82 0.06 148.00 0.81 0.05 630.00
Max 2.78 0.34 249.00 3.07 0.25 732.00
Mean 1.51 0.28 202.83 2.06 0.18 683.03
SD 0.50 0.08 35.42 0.69 0.07 36.06

จากตรงนี้ ผมก็สงสัยแบบเดียวกับอาจารย์ยรรยงครับ ว่าโครงข่ายจะรองรับการทำ Video call ได้อย่างไร ในเมื่อ Upload speed มันเต่าได้ขนาดนี้ หรือเขาอาจจะกันแบนด์วิธสำหรับ Upload ไว้เฉพาะสำหรับเวลาทำ Video call ก็ไม่รู้สินะครับ… ผมพยายามใช้งานมันตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะเวลาที่ผมเดินไปเดินมา ย้ายสถานที่ ผมก็จะพยายามทดสอบสัญญาณตลอด ผมพบว่า

  • เวลาที่อยู่ในตัวอาคาร โดยเฉพาะห้องอับๆ สัญญาณจะหายไปเลย (เช่น เข้าห้องน้ำที สัญญาณปิ๋วเลยครับ) แต่ก็แปลกใจที่ผมพบว่าสัญญาณ 3G หายไปแถวๆ บริเวณหน้าโรงเรียนที่ผมทำงานอยู่ (ผมไม่ใช่ครูนะ บอกไว้ก่อน ผมเป็นแค่เจ้าหน้าที่ไอทีต๊อกต๋อย)
  • บริเวณริมคลองแสนแสบ สัญญาณดับตลอดสายเลยครับ อย่างน้อยๆ ก็จะซอยโรงเรียนวัฒนาเรื่อยไปจนถึงบริเวณแยกเพชรบุรี จากนั้นสัญญาณก็จะกลับมาใหม่ ซึ่งตรงนี้ก็ไม่น่าจะใช่ประเด็นอีก เพราะคงไม่มีใครมาเล่น 3G ริมคลองแสนแสบแน่ๆ (น้ำเหม็น) แต่ถ้าเกิดอยู่บนเรือด่วนคลองแสนแสบล่ะ จะใช้ได้ไหม? เออ น่าคิด สัปดาห์หน้ามีโอกาสคงต้องลองดู แล้วจะเอามาเล่าสู่กันอ่าน

เขียนถึงตรงนี้พักแป๊บนึงก่อน อีก 30 นาทีเลิกงาน ผมจะทดสอบ 3G ตั้งแต่ที่ทำงาน (สุขุมวิท 15 ซ. โรงเรียนวัฒนา) ไปจนถึงบ้านที่หนองแขม (เพชรเกษม 81) ซะเลย

เอาละ ถึงบ้านแล้วครับ… ระหว่างทางกลับบ้าน ผมได้ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจบางอย่างมาเล่าสู่กันอ่าน

  • ช่วงเย็นประมาณ 4 โมงเย็น สัญญาณ 3G ช่วงศาลาแดง – สุรศักดิ์อยู่ๆ ก็วูบไปซะเฉยๆ มาใช้ได้อีกทีก็ประมาณเกือบๆ จะออกจากสถานีสุรศักดิ์แล้ว เข้าใจว่าน่าจะเกิดจากปริมาณคนใช้งาน 3G เยอะมากในแถวสีลม (?!?) ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็ต้องพิจารณาเรื่อง Capacity ของโครงข่าย และ QoS (Quality of Service) ละครับ
  • ทดลองเล่นเกมออนไลน์บน iPhone 3GS แล้วจับปริมาณการวิ่งของข้อมูล ต้องบอกว่าน้อยมากๆ น่าจะอยู่ที่ประมาณชั่วโมงละ 2MB นิดๆ ครับ
  • เปลี่ยนใหม่ มาลองดูวิดีโอ YouTube ผ่าน iPhone 3GS บ้าง มีบางคลิปไม่กระตุก บางคลิปกระตุก แต่ก็นิดหน่อย โดยรวมรับได้ครับ ปริมาณการใช้ตกประมาณ 1 MB/นาที แต่ถ้าเกิดเป็นการต่อดูบน PC หรือ Notebook ละก็ หนักกว่านี้ครับ
  • ถนนเพชรเกษมช่วงมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ มีสัญญาณวูบไปทีนึง เข้าใจว่างคงเป็นหลุมอากาศระหว่าง Cell Site (อันนี้สัญญาณมือถือหายไปเลย กลายเป็น No Service)
  • ก่อนจบการทดสอบวันนี้ ลองฟังวิทยุบนเน็ต ผ่าน Thai Radio App บน iPhone ลองจับปริมาณข้อมูลแล้ว ระยะเวลาการฟัง 5 นาที จะมีข้อมูลขาเข้า 2.8MB และข้อมูลขาออก 130KB ครับ

หลายคนงง ว่าทำไมผมพูดถึงข้อมูลขาเข้าและขาออก คำตอบก็คือ ปริมาณการใช้งานนั้น เขานับกันทั้งขาเข้าและขาออกนะครับ ดังนั้นหากเป็นการดาวน์โหลดอะไรต่อมิอะไรมาฟัง ก็จะเน้นที่ข้อมูลขาเข้าเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า ทุกครั้งที่เราเปิดเว็บ เขียนเว็บบอร์ด ส่งข้อความทวีต หรืออัพโหลดรูปไปแปะใน Facebook ทั้งหมดทั้งสิ้นก็มีข้อมูลขาออกด้วย แถมบริการบางอย่างใช้ข้อมูลขาออกไม่น้อยทีเดียว (เช่นอัพโหลดรูป หรือคลิปวิดีโอ) ดังนั้นเวลาตรวจสอบ ก็ขอให้ดูให้ครบๆ นะครับ

จากนี้ผมก็จะทดลองใช้งาน 3G ผ่าน iPhone 3GS ในแบบที่ผมใช้เป็นประจำ ได้แก่ เล่น Twitter, เปิดเว็บไซต์ข่าว (บ่อยและเยอะ), อัพโหลดรูปลง Twitter แล้วจะมาเล่าสู่กันอ่านว่า ปริมาณการใช้งานเป็นยังไง อ้อ! แล้วก็จะอัพเดตผ่านทาง Twitter ให้ทราบด้วยเช่นกันที่ http://www.twitter.com/kafaak ครับ

%d bloggers like this: