Archive

Posts Tagged ‘Social Psychology’

วิเคราะห์ปรากฏการณ์ต่างๆ บน Social Networking ด้วยแง่มุมจิตวิทยา ตอนที่ 17

imageผมขอตั้งชื่อตอนนี้ว่า ABC คาดเดาพฤติกรรมของมนุษย์ ครับ ผมรู้จักกับโมเดลในการอธิบายเหตุแห่งการเกิดพฤติกรรมมนุษย์ ตอนที่ผมได้มีโอกาสเรียนกับ รศ.ดร.สิทธิโชค วรานุสันติกูล ครับ โมเดล ABC นี้เป็นโมเดลที่ง่าย แต่ว่าหากเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว มันทำให้เราเข้าใจได้อย่างมากเลยว่า เพราะอะไรคนเราถึงได้มีพฤติกรรมเช่นนี้

ผมเขียนถึงเรื่องนี้ในซีรี่ส์ วิเคราะห์ปรากฏการณ์ต่างๆ บน Social Networking ด้วยแง่มุมจิตวิทยา นี้เพราะผมมองว่า พฤติกรรมต่างๆ จำนวนไม่น้อยบนโลก Social Networking และกลยุทธ์ในการควบคุมพฤติกรรมของผู้บริโภคของแบรนด์ต่างๆ ก็มีพื้นฐานอ้างอิงมาจาก โมเดล ABC นี่กันทั้งนั้นแหละครับ

อ่านเพิ่มเติม…

วิเคราะห์ปรากฏการณ์ต่างๆ บน Social Networking ด้วยแง่มุมจิตวิทยา ตอนที่ 16

พฤศจิกายน 5, 2011 1 ความเห็น

imageผมได้เกริ่นนำไปใน ตอนที่ 15 แล้วว่าผมจะมาพูดถึง Reality Distortion Field อีกแบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่พบได้ในโลก Social Media ในปัจจุบันมากมายด้วยครับ และนี่คือที่มาของตอนที่ 16 ที่ผมจะให้ชื่อว่า “Defense Mechanism” หรือ แปลเป็นไทยเขาเรียกว่า “กลวิธานในการป้องกันตัว” (มันชื่อภาษาไทยทางจิตวิทยาอย่างนี้จริงๆ นะครับท่านผู้อ่าน)

บ่อยครั้งที่เราจะเจอคนบางคนทั้งในโลกแห่งความเป็นจริง และ โลก Social Networking ที่เราอาจจะเรียกว่าเป็นพวกไม่ยอมรับความจริง คือ เชื่อในสิ่งที่ตนเองอยากเชื่อ มากจนถึงขั้นที่อาจเรียกว่า งมงาย และ ไม่ว่าใครจะนำเสนอข้อมูลใดด้านอื่นใด ยังไง ก็จะยึดมั่นถือมั่น เชื่อในสิ่งที่ตนเอาอยากเชื่ออยู่อย่างนั้นเรื่อยไป … ท่านผู้อ่านเคยเจอ หรือ รู้จักคนแบบนี้ไหมครับ? พวกเขาดูจะมีความสามารถในการปฏิเสธข้อมูลอื่นๆ และสามารถหยิบยกเหตุผลแบบแม่น้ำทั้งล้านมาสนับสนุนความเชื่อของตัวเองได้ แม้หลายๆ ครั้งที่เราจะรู้สึกว่ามันเริ่มออกแนว “แถ” หรือที่สมัยนี้บางคนเรียก “ดริฟท์” ก็ตาม นั่นคือ กลวิธานในการป้องกันตัวของพวกเขาแหละครับ แต่ว่าแทนที่เราจะรู้จักเฉพาะเรื่องพวกนี้ ผมก็ว่าเราควรจะมารู้จักแบบละเอียดกันเลยดีกว่า

อ่านเพิ่มเติม…

วิเคราะห์ปรากฏการณ์ต่างๆ บน Social Networking ด้วยแง่มุมจิตวิทยา ตอนที่ 15 … Reality Distortion Field

image

จริงๆ เรื่องที่ผมจะเขียนต่อไปนี้มันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับ Social Networking หรอกครับ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่ผมกำลังจะเขียนต่อไปนี้ มันน่าจะจัดเข้าในหมวดหมู่นี้ได้ และผมมีแผนจะเขียนตอนที่ 16 ขึ้นมา ซึ่งเนื้อหาในตอนที่ 15 นี้จะเป็นการเกริ่นนำที่ดีทีเดียว ดังนั้น ก็ นะ อ่านๆ ไปเถิด ฮาฮา …เรื่องของเรื่องคือ ผมกำลังอยู่ในระหว่างการอ่านหนังสือชีวประวัติของ Steve Jobs อดีต CEO ของ Apple, Inc. เขียนโดย Walter Isaacson อยู่ มันมีแง่มุมต่างๆ ที่น่าสนใจเยอะแยะครับ อยากให้ได้หามาอ่านกัน ใครชอบอ่านแบบ Original ก็ซื้อฉบับพิมพ์ในอังกฤษหรืออเมริกาก็ได้ หาซื้อได้ที่คิโนะคุนิยะ หรือ Asia Books ส่วนใครที่ไม่ถนัดภาษาอังกฤษ รอเล่มแปลจากเครือเนชั่นได้ครับ เห็นว่าใกล้จะเสร็จแล้ว

Steve Jobs เป็นคนที่มีเสน่ห์แบบแปลกๆ แบบที่คนที่ทำงานร่วมกับเขาที่ Apple เรียกว่า Reality Distortion Field หรือ แปลเป็นไทยคงได้ใจความว่า “สนามพลังบิดเบือนความเป็นจริง” มันเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจมากครับ ถ้าให้อ้างอิงจากคำพูดของผู้ที่ทำงานร่วมกับ Steve Jobs จากหนังสือ มันเหมือนจะเป็นความสามารถในการปฏิเสธความเป็นจริงของ Steve Jobs แล้วเชื่อมั่นในสิ่งที่เขาเชื่อ และสามารถทำให้สิ่งที่เชื่อนั้นกลายเป็นจริงได้ และปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้ก็ส่งผลถึงตัวผู้ที่ทำงานอยู่รอบๆ ตัวเขาด้วยเช่นกัน เช่น ตอนที่เขารับงานจาก Atari มา โดยให้ทำเกมด้วยจำนวนชิปที่น้อยกว่า 50 ตัว ซึ่งด้วย Reality Distortion Field (ซึ่งในตอนนั้นยังไม่มีใครตั้งชื่อนี้ให้) ของ Steve Jobs ทำให้เขากล่อมจน Stephen Wozniak (Co-founder ของ Apple) ทำเกมขึ้นมาโดยใช้ชิปแค่ 45 ตัว และเสร็จใน 4 วัน (งานเดียวกันนี้ ปกติต้องใช้เป็นเดือน)

ในทางจิตวิทยา มันมีคำอธิบายสำหรับ Reality Distortion Field ที่น่าสนใจ ภายใต้ชื่อของทฤษฎีที่เรียกว่า Self-fulfilling Prophecy หรือแปลเป็นไทยแบบตรงๆ ตัวก็คือ คำพยากรณ์ที่เป็นจริงได้ด้วยตัวเอง มันจะเป็นยังไงนั้น เดี๋ยวผมพาไปรู้จักครับ

อ่านเพิ่มเติม…

วิเคราะห์ปรากฏการณ์ต่างๆ บน Social Networking ด้วยแง่มุมจิตวิทยา ตอนที่ 14

กันยายน 15, 2011 1 ความเห็น

image

ตอนที่ 12 ผมได้พูดถึงจิตวิทยาผู้บริโภค ให้คุณได้รู้ถึงแนวคิดที่อยู่เบื้องหลังของการเปรียบเทียบคุณค่าระหว่างของที่มีอยู่ กับของใหม่ๆ ที่กำลังจะเข้ามาไปแล้ว และตอนที่ 13 ผู้ก็ได้นำเสนอให้เห็นไปแล้วว่าอะไรคือสิ่งที่อยู่เบื้องหลังของการที่ผู้บริโภคไม่ได้มองว่าสินค้าและบริการใหม่ๆ ที่แบรนด์ต่างๆ พยายามนำเสนอมันเจ๋งอย่างที่แบรนด์มอง … แบรนด์ที่พลาดในเรื่องนี้ ส่งผลให้การเข็นสินค้าและบริการใหม่ๆ ออกมาสู่ท้องตลาดไม่ประสบความสำเร็จมีด้วยกันไม่น้อยเลยทีเดียว ถ้าไม่มองไกลตัวมาก ระบบปฏิบัติการ webOS และแท็บเล็ต TouchPad ของ HP ก็เป็นตัวอย่างที่ดีทีเดียว … ระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์พกพาที่ดี และ แท็บเล็ตที่มีสเปกไม่แพ้คู่แข่งหน้าไหน เพราะมองข้ามเรื่อง 9x Effect ไป เลยส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้เรียกได้ว่าเป็น DoA (Dead on Arrival) หรือ เดี้ยงตั้งแต่มาถึงเลยทีเดียว

แล้วแบรนด์จะทำอะไรได้บ้าง หากอยู่ในสภาวะดังกล่าว? บล็อกของผมตอนนี้อาจมีคำตอบให้ครับ

อ่านเพิ่มเติม…

วิเคราะห์ปรากฏการณ์ต่างๆ บน Social Networking ด้วยแง่มุมจิตวิทยา ตอนที่ 13

imageบางครั้งมันก็เป็นอะไรที่แปลกจริงๆ นะครับ ที่สินค้าหรือบริการใหม่ๆ ที่ออกมา ซึ่งในภาพรวมนั้นดีกว่าสินค้าหรือบริการแบบเดิมๆ อยู่ แต่กลับไม่สามารถขายได้อย่างที่หวัง หรือเผลอๆ ขายไม่ออกเลยด้วยซ้ำ … เพราะอะไรถึงเป็นเช่นนั้น? ในตอนที่แล้ว ผมได้พูดถึงแนวคิดของ Daniel Kahneman เกี่ยวกับจิตวิทยาของการได้มาและการสูญเสียไป ตลอดไปจนถึงเรื่อง Endowment Effect และ Status Quo ไปแล้ววันนี้ผมจะขอพูดถึงความไม่สมดุลกันของการรับรู้ถึงคุณค่าของสินค้าและบริการะหว่างตัวผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการเองกับลูกค้า ซึ่งมันนำไปสู่ความล้มเหลวในการทำให้สินค้าและบริการนั้นๆ ติดตลาดกันครับ

อ่านเพิ่มเติม…

วิเคราะห์ปรากฏการณ์ต่างๆ บน Social Networking ด้วยแง่มุมจิตวิทยา ตอนที่ 12

ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านจำนวนไม่น้อยคงได้ทราบถึงความพยายามที่จะเข้ามาแข่งขันช่วงชิงในตลาด Social Media ของ Google บ้างแล้ว โดยก่อนหน้านี้ Google พยายามเข็น Google Buzz มาแข่งกับบริการ Micro Blogging ชื่อดังอย่าง Twitter แต่ก็ต้องพ่ายแพ้อย่างไม่เป็นท่าไป และล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ Google ก็ได้เปิดตัว Google+ ซึ่งใครๆ ก็ทราบดีว่าเป็นการท้าชนกับเจ้าถิ่นเก่าอย่าง Facebook โดยตรง และ Google+ นี่ก็ถือว่าเป็นบริการที่เติบโตเร็วมาก สามารถมีผู้ใช้งานมากกว่า 25 ล้านคนได้ในเวลาไม่ถึง 1 เดือน (เริ่มเปิดตัว 28 มิ.ย. 2554 และถึง 25 ล้านคนในวันที่ 24 ก.ค. 2554) แต่จนถึงทุกวันนี้ หลายคน รวมถึงสื่อต่างๆ กลับตั้งข้อสงสัยว่า Google+ จะสามารถมาแทนที่ Facebook ได้หรือไม่

Google Buzz นั้นมีการปรับปรุงแก้ข้อจำกัดต่างๆ ของ Twitter ในขณะที่ Google+ ก็มีฟีเจอร์ต่างๆ ที่ Facebook ขาดอยู่ และสามารถทำในส่วนที่ Facebook ทำได้ไม่ดีให้ดีได้มาก … แต่ทำไมทั้ง 2 บริการนี้ยังไม่สามารถเอาชนะเจ้าถิ่นลงได้? คำตอบอยู่ในจิตวิทยาผู้บริโภคครับ

อ่านเพิ่มเติม…

วิเคราะห์ปรากฏการณ์ต่างๆ บน Social Network ด้วยแง่มุมจิตวิทยา ตอนที่ 11

jakrapong_01ผมได้ทวีตเอาไว้ว่าหลังๆ ผมเห็นพวก Viral Marketing ส่วนใหญ่มีลักษณะเหมือนทำออกมาเพื่อกะให้เกิดดราม่าซะงั้น แล้วพี่ @jakrapongก็ได้แสดงความเห็นกับทวีตของผมว่า จริงๆ แล้ว Viral = ดราม่า ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว แต่พอจะเรียกได้ว่าเป็น Subset (ส่วนหนึ่ง) ของ Viral ซะมากกว่า … เพราะในที่นี่ Viral เป็นเรื่องของการสื่อสารประชาสัมพันธ์ โดยใช้วิธีการดึงดูดความสนใจด้วย Story Telling (การบอกเล่าเรื่องราว) ก็ได้ ไม่ต้องดราม่า

ผมก็เลยนึกได้ว่า จริงๆ ผมน่าจะมาเล่าสู่กันอ่านบ้าง ถึงแนวคิดด้านจิตวิทยาที่อยู่เบื้องลึกเบื้องหลังของพวก Viral Marketing เหล่านี้ ว่าเพราะเหตุใดเขาจึงเลือกที่จะทำออกมาในรูปของ Story Telling หรือหนักเข้าหน่อยก็คือ จัดให้เป็นดราม่าไปเลย

อ่านเพิ่มเติม…

%d bloggers like this: